พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย

พุทธศักราช 2525 โปรดอ่อนโยนกับฉันหน่อย

last updateآخر تحديث : 2025-12-21
بواسطة:  ฉันรักمكتمل
لغة: Thai
goodnovel12goodnovel
لا يكفي التصنيفات
136فصول
1.7Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

"พื้นที่!" ในที่สุดเธอก็มีพื้นที่ว่างติดตัวมาเหมือนกับนางเอกนิยายย้อนอดีตหลาย ๆ คนแล้ว! พื้นที่ว่างของเธอคล้ายกับห้างแอคโคร่ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศไม่มีผิด! ......... เมื่อหญิงวัยเลขสี่ได้ย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างของปิ่นแก้ว สาวน้อยที่มีชีวิตยอดเยี่ยมชนิดที่ต้องชูนิ้วกลางขึ้นฟ้า เอาล่ะ!! ในเมื่อชะตาเล่นตลกแบบนี้ เธอก็จะขอเป็นนางสาวปิ่นแก้วในแบบของตัวเองดูสักตั้ง ----- ++นิยายชายหญิง ++แนวย้อนอดีต ++แนวบรรยาย slice of life อ่านสบาย ๆ ไม่มีดราม่า ไม่มีมือที่สามให้ปวดใจ ++ไม่มี NC

عرض المزيد

الفصل الأول

1. ย้อนเวลา

“แก้วเอ๊ย ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างมาอย่างเวทนา

“ยังอายุน้อยอยู่แท้ ๆ” เสียงชายวัยกลางคนกล่าวเสริมขึ้นมา

“เฮ้อ...ไม่รู้บ้านนี้มีอาถรรพณ์อะไร มีงานขาวดำไม่หยุดหย่อน แล้วใครจะเป็นเจ้าภาพงานศพล่ะทีนี้ แก้วก็ไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว”

“แม่เดือน ฉันว่าเรามารับเป็นเจ้าภาพเพื่อทำบุญให้แก้วเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ ค่างานศพคงไม่กี่บาทหรอก”

“ก็ดีเหมือนกันนะพี่ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก้วมัน ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเจอแต่ความทุกข์แบบนี้” วงเดือนเห็นด้วยกับสามี

“เฮือก!”

เสียงสูดหายใจเข้าลึกของหญิงสาวที่ตอนแรกนอนหมดลมหายใจไปแล้ว ทำเอาวงเดือน คำปัน และชายหนุ่มร่างสูงวัยยี่สิบเอ็ดปี รวมไปถึงชาวบ้านอีกสองสามคนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ต่างอยู่สะดุ้งโหยงไปตาม ๆกัน วงเดือนถึงกับตัวสั่นและขยับตัวเข้าไปชิดสามีและลูกชายด้วยความตกใจ

“ก..ก..แก้ว!” วงเดือนเอ่ยเรียกหญิงสาวปากคอสั่น

หลังจากสูดหายใจเข้าไปอีกเฮือกใหญ่ พิริยาจึงค่อย ๆ ฝืนลืมตาขึ้น ภาพที่ตกกระทบสายตาภาพแรกคือหลังคาใบจากและขื่อไม้สีน้ำตาลที่ดูเก่าและทรุดโทรม ตรงขื่อมีผ้าฝ้ายเส้นหนาสีหมองผูกเป็นรูปบ่วงเอาไว้

นี่เธออยู่ที่ไหนกัน จำได้ว่าเธอขาดสติเผลอขับรถไปขวางทางปืนให้ชายแก่ท่าทางดูดีคนหนึ่งนี่นะ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมานอนอยู่ที่นี่ได้ หรือว่าได้รับบาดเจ็บแล้วมีคนพามารักษาตัวที่นี่?

“พ..พี่ปัน เข้าไปดูหน่อยสิ” วงเดือนที่ยังไม่หายจากอาการหวาดผวารีบผลักสามีเข้าไปใกล้ร่างหญิงสาว

คำปันเหงื่อแตกพลั่กแต่ไม่ลืมเหล่ค้อนภรรยา เขาค่อย ๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างหญิงสาวแบบไม่เต็มใจ

“ก..แก้ว ต..ตายแล้วหรือยังเป็น?”

เมื่อได้ยินเสียงคนพูดอยู่ใกล้ ๆ พิริยาจึงค่อย ๆ เบือนหน้าของตัวเองไปยังทิศทางของเสียง และเธอก็ได้เห็นชายวัยเกือบห้าสิบ ผิวสีดำแดง รูปร่างสันทัด กำลังมองเธอด้วยสีหน้าหวาดกลัว

ใคร? แล้วเป็นหรือตายคืออะไร? แล้วแก้วคือใคร? พิริยาส่งสายตาที่ว่างเปล่ามองไปยังชายสูงวัยคนนั้นด้วยความสับสนเป็นอย่างยิ่ง

-----

ได้อยู่คนเดียวแล้ว

พิริยาลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกขณะมองตามหลังผู้คนกลุ่มหนึ่งที่กำลังเดินลงจากเรือนไป หลังจากผ่านเหตุการณ์ที่ชวนอึกทึกและสับสนวุ่นวายมากว่าหนึ่งชั่วโมง เธอจึงเข้าใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในคืนนี้ทั้งหมด

เธอได้มาเกิดใหม่ในร่างของหญิงสาววัยสิบหกปีที่ชื่อปิ่นแก้ว ถึงเธอจะชอบอ่านนิยายแนวย้อนอดีตมากแค่ไหนก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปมีชีวิตเหมือนนางเอกในนิยายก็ได้นี่!

แล้วนี่ก็ไม่ใช่การย้อนอดีตแบบธรรมดา เป็นการย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2525!!

ชีวิตของพิริยาเกิดมาบนกองเงินกองทองเรียกว่าใช้ทั้งชาติไม่หมด เธอมีพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ที่รักและทุ่มเททุกอย่างให้เธอ เรียกว่าแค่ขยับปากเบา ๆ ทุกสิ่งที่เธอต้องการก็จะมาตั้งอยู่เบื้องหน้าทันที

แต่การมีชีวิตอยู่บนกองเงินกองทองของเธอต้องแลกกับความสูญเสียญาติพี่น้องแบบไม่มีที่สิ้นสุด ญาติพี่น้องในครอบครัวเธอต่างอายุสั้นและทยอยจากไปทีละคน สุดท้ายก็ทิ้งเธอให้อยู่เดียวดายเพียงลำพังเท่านั้น

หลังจากนั้น พิริยาก็ได้กลายเป็นคนเก็บตัว เธอไม่ยอมคบหากับใครและไม่ยอมสร้างครอบครัวกับใคร เพราะเธอกลัวความสูญเสีย เธอไม่ชอบความรู้สึกเสียใจที่เกิดจากการสูญเสียคนที่รัก

พิริยามีแต่ความเศร้าผสมกับความเบื่อหน่าย เธอจึงวนเวียน นอน กิน นอน กิน อยู่แบบนั้น จนน้ำหนักตัวร่วมร้อยในที่สุด แต่หญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจเพราะการกินของอร่อยช่วยให้เธอคลายเศร้าได้ หากเธอต้องตายเพราะกินอาหารเกินขนาดก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้ว

 แต่แล้วความปรารถนาก็ไม่เป็นผล เนื่องจากอาหารในบ้านเริ่มร่อยหรอ เธอจึงขับรถออกจากบ้านเพื่อไปที่ห้างสรรพสินค้าใหญ่ที่อยู่ไม่ไกล ระหว่างจอดรถรอออกจากซอย เธอก็เห็นภาพการไล่ล่าของรถยนต์สองคัน คันที่โดนไล่ล่าขับโดยชายสูงอายุท่าทางภูมิฐาน ส่วนคันที่ไล่ตามหลังขับโดยชายหนุ่มหน้าเหี้ยมสวมแว่นตาดำ และมีผู้ชายอีกคนที่นั่งคู่กันกำลังถือปืนเตรียมยิงไปที่คันข้างหน้า

ภาพนี้เหมือนกับซีรีส์ที่เธอเพิ่งดูเมื่อคืนตอนมือปืนกำลังไล่ล่าตามฆ่าบุคคลสำคัญอยู่ พิริยาตกตะลึงกับภาพที่อยู่เบื้องหน้า เหมือนผีจับยัด ความอยากเป็นพลเมืองดีได้จู่โจมเข้ามาในความคิดของเธอแบบกะทันหัน เธออยากช่วยชายสูงอายุคนนั้นให้รอดตาย แต่จะช่วยอย่างไรดี?

เมื่อรถทั้งสองคันขับผ่านเธอไป ชายสูงอายุที่โดนไล่ล่าก็ตัดสินใจยูเทิร์นรถตรงแยกข้างหน้า แล้วย้อนกลับมาทางปากซอยที่พิริยาจอดรถอยู่ เธอจึงเห็นโอกาสและตัดสินใจเหยียบคันเร่งพุ่งออกจากซอย แล้ววิ่งรถตัดขวางถนนตรงไปยังอีกฝั่ง เพื่อนำรถของตัวเองเข้าขวางทางระหว่างรถสองคัน แล้วก็สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ หลังจากนั้นเธอก็ตาย!

พิริยาเคาะหัวและด่าในความโง่เง่าของตนเอง อยู่ดีไม่ว่าดี แทนที่จะไปได้ซื้อของอร่อย ๆ ที่ห้างสรรพสินค้า กลับเลือกที่จะขับรถไปขวางทางรถอีกคันจนตัวเองตายไปแบบนี้ เจ็บใจตัวเองนัก!

พิริยาถอนหายใจดังเฮือกระหว่างเงยหน้ามองไปรอบบ้านหลังใหม่ของเธออย่างอดสูใจ ไม่รู้บุญหรือบาปที่ต้องมาอยู่ในร่างของนางสาวปิ่นแก้วคนนี้

ชีวิตของนางสาวปิ่นแก้วเจ้าของร่างนี้น่าอดสูเป็นอย่างยิ่ง ครอบครัวมีหนี้สินล้นเนื่องจากปู่และย่าสร้างหนี้ไว้แล้วก็ตายจาก พ่อและแม่ของปิ่นแก้วจำต้องทำงานงก ๆ หาเงินใช้หนี้ในทุกเดือน

พ่อและแม่ของปิ่นแก้วมีอาชีพทำนา ทำสวน ปลูกผัก ปลูกข้าวเลี้ยงชีพ รายได้จากการขายข้าวจะได้รับแค่ปีละสองครั้ง ระหว่างรอเงินก้อนจากการขายข้าว พ่อและแม่ก็ปลูกผักสวนครัวไปขายที่ตลาดเพื่อหารายได้ไว้ใช้จ่ายประจำวันและจ่ายหนี้รายเดือนของครอบครัว พวกเขาจึงไม่เหลือเงินเก็บ เรียกว่าจนแบบไม่ได้ผุดได้เกิด พิริยาไม่ถูกใจสิ่งนี้!

แม้จะกระเบียดกระเสียรกันแค่ไหน แต่ทั้งพ่อและแม่ก็ยังคำนึงถึงอนาคตของลูกสาวคนเดียว จึงกัดฟันส่งลูกเรียนเพื่อให้มีความรู้ติดตัว ตอนนี้ ปิ่นแก้วกำลังเรียนอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่สี่ ทั้งคู่ตั้งใจจะส่งลูกให้เรียนอย่างน้อยที่สุดคือจบมัธยมศึกษาปีที่หกเพื่อที่เธอจะได้สามารถประกอบอาชีพที่ดี ๆ และสุขสบายในอนาคต

แต่แล้วความตั้งใจของทั้งคู่ก็ไม่ถึงฝั่งฝัน พ่อและแม่ของปิ่นแก้วมีอันต้องจบชีวิตไปพร้อมกันเพราะโดนฟ้าผ่าระหว่างที่กำลังไถนาอยู่กลางทุ่ง

เนื่องจากขาดเสาหลักของครอบครัวไป เจ้าของร่างเดิมถึงกับหัวใจสลาย หลังงานศพของพ่อและแม่ เธอก็จำต้องขายที่นาและที่สวนทั้งหมดเพื่อเอาเงินไปใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ ตอนนี้มีเพียงบ้านหลังเล็ก ๆ บนเนื้อที่ไม่ถึงหนึ่งงานหลังนี้เท่านั้นที่เป็นสมบัติติดตัวของเธอ

และเหมือนสวรรค์ยังเห็นว่าเธอใจสลายไม่พอ ยังยัดเยียดอาการอกหักให้เธออีก ปิ่นแก้ววัยสิบหกปีมีคนรักอยู่แล้วชื่อมานะ มานะเป็นหนุ่มรุ่นพี่วัยยี่สิบเอ็ดปี อาศัยในหมู่บ้านเดียวกัน ครอบครัวของมานะถือว่าฐานะดีที่สุดในหมู่บ้าน และตอนนี้ชายหนุ่มก็กำลังเรียนต่อที่วิทยาลัยครูประจำจังหวัด m จังหวัดใหญ่ที่อยู่ติดกัน เรียกได้ว่าถ้าเรียนจบ อนาคตของมานะก็จะมีแต่คำว่าเฟื่องฟูอย่างแน่นอน

เมื่อเล็งเห็นถึงอนาคตอันสดใสของลูก พ่อและแม่ของมานะจึงไม่ชอบปิ่นแก้วแม้แต่น้อย เพราะเธออาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่ขวางหนทางของลูก ทั้งคู่จึงคัดค้านการคบหานี้มาโดยตลอด ในช่วงที่ผ่านมา มานะไม่เคยสนใจคำคัดค้านของพ่อกับแม่เลย จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดกับเพื่อนที่เรียนด้วยกันและที่สำคัญเพื่อนคนนี้เป็นลูกสาวของครูใหญ่โรงเรียนประจำอำเภอแห่งนี้อีกด้วย มานะจึงเปลี่ยนใจหันไปรักใคร่ชอบพอผู้หญิงคนนี้อย่างง่ายดาย

การสะบั้นรักจากมานะถือเป็นฟางเส้นสุดท้ายในชีวิตของปิ่นแก้ว เธอไม่ต้องการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไปจึงตัดสินแขวนคอตายในวันนี้ ต่อจากนั้นก็เป็นอย่างที่เห็น พิริยาได้มาสวมร่างและต้องใช้ชีวิตอยู่ในนามของผู้หญิงชื่อปิ่นแก้วตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นไป

พิริยาเป่าปากอย่างไม่สบอารมณ์ โจทย์ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมถือว่ายากมาก ถ้าเปรียบเป็นระดับการศึกษา ถือเป็นระดับโพสต์ดอกเตอร์ได้เลย

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى
لا توجد تعليقات
136 فصول
1. ย้อนเวลา
“แก้วเอ๊ย ทำไมถึงคิดสั้นแบบนี้” เสียงผู้หญิงวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างมาอย่างเวทนา“ยังอายุน้อยอยู่แท้ ๆ” เสียงชายวัยกลางคนกล่าวเสริมขึ้นมา“เฮ้อ...ไม่รู้บ้านนี้มีอาถรรพณ์อะไร มีงานขาวดำไม่หยุดหย่อน แล้วใครจะเป็นเจ้าภาพงานศพล่ะทีนี้ แก้วก็ไม่เหลือญาติพี่น้องที่ไหนแล้ว”“แม่เดือน ฉันว่าเรามารับเป็นเจ้าภาพเพื่อทำบุญให้แก้วเป็นครั้งสุดท้ายกันเถอะ ค่างานศพคงไม่กี่บาทหรอก”“ก็ดีเหมือนกันนะพี่ ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก้วมัน ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องเจอแต่ความทุกข์แบบนี้” วงเดือนเห็นด้วยกับสามี“เฮือก!”เสียงสูดหายใจเข้าลึกของหญิงสาวที่ตอนแรกนอนหมดลมหายใจไปแล้ว ทำเอาวงเดือน คำปัน และชายหนุ่มร่างสูงวัยยี่สิบเอ็ดปี รวมไปถึงชาวบ้านอีกสองสามคนที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ต่างอยู่สะดุ้งโหยงไปตาม ๆกัน วงเดือนถึงกับตัวสั่นและขยับตัวเข้าไปชิดสามีและลูกชายด้วยความตกใจ“ก..ก..แก้ว!” วงเดือนเอ่ยเรียกหญิงสาวปากคอสั่นหลังจากสูดหายใจเข้าไปอีกเฮือกใหญ่ พิริยาจึงค่อย ๆ ฝืนลืมตาขึ้น ภาพที่ตกกระทบสายตาภาพแรกคือหลังคาใบจากและขื่อไม้สีน้ำตาลที่ดูเก่าและทรุดโทรม ตรงขื่อมีผ้าฝ้ายเส้นหนาสีหมองผูกเป็นรูปบ่วงเอาไว้นี่เธออยู่ที่ไหนก
اقرأ المزيد
2. พื้นที่ว่าง 1
พิริยาเป่าปากอย่างไม่สบอารมณ์ โจทย์ชีวิตของเจ้าของร่างเดิมถือว่ายากมาก ถ้าเปรียบเป็นระดับการศึกษา ถือเป็นระดับโพสต์ดอกเตอร์ได้เลย“น่าผิดหวังอย่างแรง มันเกินไปแล้วจริง ๆ” พิริยาเงยหน้าขึ้นพูดพร้อมกับชูนิ้วกลางขึ้นไปบนฟ้า‘อะแฮ่ม!!’หญิงสาวสะดุ้งโหยง กลอกตาเลิ่กลั่กก่อนจะค่อย ๆ หุบนิ้วกลางลง แล้วนำมือข้างนั้นไปเกาที่ศีรษะและหัวเราะเบา ๆ ให้คนที่กำลังเดินขึ้นบันไดมาเพื่อแก้เขิน“แก้ว เป็นอะไรรึเปล่า”ทำไมถึงยืนชูนิ้วกลางขึ้นไปบนฟ้าแบบนั้น แดนดินมองท่าทางประหลาดของหญิงสาวที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ“ไอ้ท่านั้นหมายถึงอะไร” และอดไม่ได้ที่จะถามพิริยายิ้มเจื่อน “อ่า..ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายน่ะพี่” จะบอกความหมายของมันได้อย่างไรเล่า“พี่ดินมีอะไรเหรอ”“แม่ให้เอากับข้าวมาให้ คิดว่าแก้วน่าจะหิวแล้ว”“ฝากขอบคุณป้าเดือนด้วยนะคะ” หญิงสาวมองกับข้าวที่ตั้งอยู่ตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ อย่างน้อยการย้อนกลับมาครั้งนี้ของเธอก็ดูเหมือนไม่ขาดมิตรนักแดนดินพยักหน้ารับและเตรียมเดินลงจากเรือนไปโดยไม่พูดอะไรต่ออีก“เดี๋ยวค่ะ พี่ดิน”ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองเชิงถามเมื่อได้ยินเสียงเรียก“พี่ทำให้แสงตะเกียงสว่างข
اقرأ المزيد
3. พื้นที่ว่าง 2
เธอหันรีหันขวางเพื่อหาที่หลบที่ปลอดภัย ระหว่างนี้ก็ได้ใช้นิ้วสะกิดเกากลางฝ่ามือซ้ายที่บังเอิญคันยิบขึ้นมาอย่างกะทันหันไปด้วย ทันใดนั้นเองก็รู้สึกถึงแรงดูดที่ดูดร่างกายเธอเคลื่อนที่ไปด้านหน้าอย่างรวดเร็ว หญิงสาวรีบหลับตาปี๋อย่างตกใจ หลังจากนั้นคล้ายกับมีแสงจ้ากำลังตกกระทบที่ผิวเปลือกตา พิริยาจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆเธอยืนมองภาพเบื้องหน้าด้วยสีหน้าตกตะลึง“พื้นที่!” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น ในที่สุดเธอก็มีพื้นที่ว่างเหมือนนางเอกนิยายคนอื่น ๆ!โชคชะตายังคงไม่ใจร้ายกับเธอนัก! พิริยาน้ำตาไหลอย่างปลาบปลื้มพร้อมกับใช้มืออีกข้างตีลงโทษนิ้วกลางที่นิสัยไม่ดีไปด้วยภาพพื้นที่ที่อยู่เบื้องหน้าสร้างความตื่นตะลึงให้เธอเป็นอันมาก ลักษณะของมันคล้ายกับห้างค้าส่งแอคโคร่ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศไม่มีผิด แต่พื้นที่พกพาของเธอใหญ่โตกว่าเยอะ เหมือนเอาห้างแอคโคร่มาเรียงต่อกันสิบห้าง!หญิงสาวค่อย ๆ ไล่สายตาดูสิ่งของในพื้นที่ไปทีละแถวโซนแรกเป็นโซนของแห้งและของใช้ซึ่งจัดเรียงอยู่บนชั้นอย่างเป็นระเบียบ มีทั้งขนม เครื่องปรุง เครื่องครัว เครื่องสำอาง สบู่ ผงซักฟอก อุปกรณ์ทำความสะอาด มีให้อย่างครบครันแล
اقرأ المزيد
4. เคาน์เตอร์ประหลาด
ระหว่างวิ่งวนรถจักรยานเพื่อสำรวจข้าวของ ก็พลันได้เจอประตูหนึ่งบานตั้งอยู่ฝั่งขวามือของทางเข้าพื้นที่ว่าง ตอนเข้ามามัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับข้าวของที่อยู่ตามชั้นต่าง ๆ จนไม่ได้สังเกตประตูบานนี้เธอเอื้อมมือไปเปิดประตูอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และภาพที่เห็นอยู่ข้างในก็ทำให้หญิงสาวเผยอรอยยิ้มเจิดจ้าออกมาพื้นที่ด้านหลังประตูเหมือนห้องในคอนโดห้องหนึ่ง มีห้องนอน ห้องน้ำ ห้องครัว และมีเฟอร์นิเจอร์ประดับตกแต่งอย่างครบครัน แม้แต่เรื่องปรับอากาศก็ยังมีให้ เรียกได้ว่าคนคนหนึ่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ในห้องนี้ได้อย่างสบาย เธอมองเครื่องปรับอากาศอย่างชั่งใจก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบรีโมทและกดเปิดเครื่องติ๊ด!สิ้นเสียงสัญญาณเปิดของเครื่องปรับอากาศ เธอก็รู้สึกถึงความแรงของลมที่กำลังพุ่งใส่หน้าเธอ“ในพื้นที่สามารถใช้ไฟฟ้าได้”เธอรอดตายแล้ว! เธอสามารถใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ไปจนตายได้ พระเจ้ายังไม่โหดร้ายกับเธอนักเมื่อเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบคอนโดส่วนตัว พิริยาก็ได้พบเคาน์เตอร์สี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวกว้างยาวประมาณหนึ่งเมตรตั้งอยู่ในห้องนั่งเล่น เคาน์เตอร์นี้ประหลาดตรงที่มีประกายแสงเรืองรองสีขาวโผล่ออกมาเป็นระยะ บนเคาน์เตอร์ไม
اقرأ المزيد
5. ไม่เรียนต่อ 1
“แม่ว่ามันแปลก ๆ แล้วนะดิน พังประตูเลยดีกว่า” วงเดือนพูดอย่างใจคอไม่ดี เมื่อวานหัวค่ำก็เงียบแบบนี้ แต่ดีที่ปิ่นแก้วไม่ได้ลงกลอนด้านใน เธอจึงได้รับการช่วยเหลือได้ทันจนรอดชีวิตออกมาได้ แต่เช้านี้นี่สิ นอกจากบ้านจะเงียบฉี่ผิดปกติแล้ว ด้านในยังลงกลอนไว้อย่างแน่นหนาอีกหลังจากวงเดือนตื่นขึ้นมาในยามเช้าของวันนี้ เธอก็ลุกขึ้นหุงหาอาหารให้กับสมาชิกของครอบครัวตามปกติของทุกวัน จนล่วงเข้ายามสายก็รู้สึกถึงความผิดปกติของบ้านที่อยู่ติดกันแต่ละหมู่บ้านตามชนบทนั้นมีผู้คนอาศัยอยู่ไม่หนาแน่นนัก อย่างมากไม่เกินสามร้อยคนในแต่ละชุมชน และบ้านเรือนที่ปลูกอาศัยก็จะอยู่ละแวกเดียวกันเป็นหลัก เพื่อที่จะสามารถดูแลช่วยเหลือกันได้ และที่สำคัญรั้วบ้านที่แบ่งเขตของแต่ละบ้านก็แทบจะไม่มี เว้นแต่บ้านที่มีฐานะดีเท่านั้นที่จะสร้างรั้วกั้นอาณาเขตของตนได้บ้านของคำปันปลูกติดกับบ้านของปิ่นแก้ว มีเพียงต้นมะม่วงและต้นมะขามกั้นอาณาเขตระหว่างสองบ้านเท่านั้น หากบ้านหนึ่งมีการเคลื่อนไหวอะไร อีกบ้านมักจะรับรู้ได้อยู่เสมอหลังจากทำงานบ้านเสร็จในช่วงสาย วงเดือนก็จับสังเกตได้ว่าบ้านของปิ่นแก้วไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เลยตั้งแต่หัวรุ่ง
اقرأ المزيد
6. ไม่เรียนต่อ 2
“แก้ว ลองชิมแกงอ่อมเนื้อฝีมือป้า” วงเดือนเลื่อนถ้วยแกงเข้าไปใกล้ ๆ หญิงสาวพิริยาตักแกงอ่อมกินอย่างว่าง่าย ก่อนทำตาโต “อร่อยมากเลยค่ะ ฝีมือของป้าอร่อยทุกอย่างเลย แกงผักเมื่อวานแก้วก็กินจนเกลี้ยง น้ำแกงยังไม่เหลือเลย”“อร่อยก็กินเยอะ ๆ เราน่ะผอมลงไปมากเลยช่วงนี้” คำปันเอ่ยชักชวนอย่างใจดี พร้อมกับมองหญิงสาวที่เห็นเหมือนลูกคนหนึ่งอย่างเอื้ออารีและปนสังเวชใจในชะตากรรมของเธอ“เอ่อ..แก้ว ลุงขอพูดอย่างหนึ่งได้ไหมลูก”พิริยามองคำปันอย่างพอเข้าใจว่าเขาจะพูดเรื่องอะไรกับเธอ “ลุงพูดมาได้เลยค่ะ แก้วพร้อมรับฟังเสมอ”“แก้วอย่าทำแบบเมื่อคืนวานอีกได้ไหม ชีวิตแก้วมีค่ามากนัก โดยเฉพาะกับพ่อและแม่ของแก้ว ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่อยู่บนโลกนี้แล้ว แต่ลุงเชื่อว่าพวกเขายังคงรับรู้และอยู่ข้าง ๆ คอยเป็นกำลังเอาใจให้แก้วเสมอ อย่ามัวแต่ท้อหรือรู้สึกหมดหวังในชีวิต ลุงเชื่อว่าคนเราทุกคนจะมีหนทางเดินที่ดีของตัวเองเสมอตราบที่เราลุกขึ้นสู้ หากแก้วเกิดรู้สึกเหนื่อยและล้าขึ้นมาอีกครั้ง วิ่งมาหาลุงกับป้านะลู
اقرأ المزيد
7. คู่อริ
“เสียดายไหมที่ยังไม่ตาย”“น่าจะเสียดายอยู่หรอกรี อับอายขายขี้หน้าคนเปล่า ๆ” เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวสองคนลอยมาเข้าหูพิริยาระหว่างกำลังเดินออกมาจากบ้านของลุงคำปัน เธอเหลียวหลังมองที่มาของเสียงก็พบกับหญิงสาววัยรุ่นอายุใกล้เคียงกับเธอสองคนที่กำลังพูดลอยหน้าลอยตาและส่งสายตาหยันมาให้อ๋อ..คู่อริของเจ้าของเดิม พิริยาทบทวนความทรงจำอยู่ครู่ก็นึกออก ผู้หญิงทั้งสองคนนี้จะชื่อชบาและนารี อายุสิบหกปีเท่ากับปิ่นแก้วนารีเป็นน้องสาวของมานะ เมื่อทราบว่าพี่ชายคบหากับปิ่นแก้วที่มีฐานะยากจน นารีจึงรู้สึกไม่พอใจเช่นเดียวกับพ่อและแม่ของเธอ หากได้เจอปิ่นแก้วยามใดไม่พ้นจะพ่นคำดูถูกเย้ยหยันอยู่ตลอดเวลา เจ้าของร่างเดิมเป็นคนหัวอ่อนและนิสัยขี้อาย จึงได้แต่ยอมก้มหัวให้นารีอยู่ตลอดเพื่อไม่ให้มีปัญหากระทบกระทั่งกันส่วนชบานั้นเป็นลูกไล่ของนารีมาตั้งแต่เด็ก เพราะครอบครัวของนารีมีฐานะดี ชบาจึงมีนิสัยชอบประจบเอาใจ เมื่อเห็นนารีไม่ชอบปิ่นแก้ว ชบาก็พร้อมที่จะไม่ชอบด้วย“หรืออาจจะไม่เสียดายก็ได้นะ ถ้าตายไวก็อดอ้อนพ
اقرأ المزيد
8. โลกคู่ขนาน 1
หญิงสาวเริ่มเดินสำรวจบ้านอย่างเป็นจริงเป็นจัง บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้หลังเล็กสีหม่นใต้ถุนเตี้ย เสาบ้านสูงแค่ประมาณหนึ่งเมตร เมื่อเดินขึ้นบันไดบ้าน จะพบชานเรือนเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทั้งที่นั่งเล่น ที่กินข้าว และห้องครัวของสมาชิกภายในบ้าน พิริยาถอนหายใจอย่างเศร้า ๆ เมื่อคิดว่าต่อไปคงมีเพียงแค่เธอเท่านั้นที่จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี้จากชานเรือนไปก็จะเป็นตัวบ้าน เมื่อเปิดประตูไม้บานเล็กเข้าไปด้านใน ก็จะเจอโถงเล็ก ๆ ที่มีชั้นวางของขนาดย่อมตั้งไว้ แค่นี้ก็เกือบเต็มพื้นที่แล้ว ถัดจากโถงก็จะเป็นห้องนอนเล็ก ๆ ซึ่งมีอยู่สองห้อง มีพื้นที่เพียงเท่านี้จริง ๆ สำหรับบ้านหลังนี้ เมื่อเปรียบกับคฤหาสน์หรูหราที่เธอเคยอยู่เมื่อชาติก่อน บริเวณบ้านทั้งหลังนี้เทียบเท่าได้เพียงแค่ห้องนอนของคนงานในบ้านเท่านั้น หญิงสาวถอนหายใจแรงอีกทีอย่างหนักใจสิ่งที่ได้รับเพิ่มเติมหลังจากสำรวจโดยละเอียด คือเงินสดสามร้อยกว่าบาทและเอกสารหลักฐานสำคัญต่าง ๆ เธอเก็บรวบรวมสิ่งของเหล่านี้ไว้ในพื้นที่ว่างเพื่อป้องกันการสูญหาย และสามารถหยิบใช้ได้ในทันทีที่ต้องการระหว่างที่กำลังเตรียมลงจากบ้านเพื่อไ
اقرأ المزيد
9. โลกคู่ขนาน 2
พิริยายังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ที่เก้าอี้สาธารณะริมถนนใหญ่ตรงปากทางเข้าซอยบ้านในชาติก่อน ความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว สิ้นหวัง ได้จู่โจมเข้ามาหาอย่างไม่หยุดหย่อน เธอคิดว่าเธอเข้าใจความรู้สึกของเจ้าของร่างเดิมก่อนแขวนคอตายได้อย่างถ่องแท้แล้ว ความรู้สึกของการไม่เหลือใครให้พึ่งพิงมันน่ากลัวอย่างที่สุดพิริยาเริ่มเข้าใจอยู่ลาง ๆ แล้วว่าเธอน่าจะย้อนเวลากลับมาอยู่ในโลกคู่ขนานกับโลกเดิมที่เคยอยู่ โลกคู่ขนานที่ไม่เคยมีครอบครัวเดิมในชาติก่อน จะให้คิดว่าครอบครัวอาจเปลี่ยนไปอยู่ในที่ใดที่หนึ่งของเมืองหลวงแห่งนี้ย่อมเป็นไปไม่ได้ ที่ดินตรงนั้นเป็นที่ดินมรดกซึ่งได้รับสืบทอดต่อ ๆ กันมาตั้งแต่สมัยคุณทวด ไม่เคยขายหรือเปลี่ยนมือให้ใครแล้วเธอก็เริ่มเชื่อได้อย่างสนิทใจแล้วว่า ป๊ากับม้าคนเดิมของเธอในชาติก่อนคือพ่อและแม่ของเจ้าของเดิมในโลกคู่ขนานแห่งนี้ เธอได้มีโอกาสย้อนกลับมาเป็นลูกของพวกท่านอีกครั้ง แต่โชคชะตาก็ยังเล่นตลก ให้พ่อและแม่ตายจากไปอีกครั้ง ไม่ให้โอกาสเธอได้พบปะ พูดคุย หรือแสดงความรักกับพ่อและแม่แม้แต่น้อย พิริยานั่งกอดเข่าพร้อมซุกหน้าลงไปอย่างหมดแรงหนูคิดถ
اقرأ المزيد
10. ตลาดนัด 1
พิริยากำลังเดินอย่างช้า ๆ บนทางเท้าใกล้กับสถานีรถไฟหลักของเมืองหลวง เพื่อไปซื้อตั๋วรถไฟกลับบ้าน ใบหน้าเธอยังซีดเซียว ดวงตายังคงบวมตุ่ยเนื่องจากผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก เมื่อคืนเป็นการร้องไห้ที่ยาวนานที่สุดของเธอ หลังจากผ่านการร้องไห้จนไม่หลงเหลือน้ำตาให้ร่วงหล่นอีกแล้ว เธอก็นั่งจมอยู่กับความคิดจวบจนรุ่งเช้า เหมือนกับคุณยายคนนั้นพูดไว้ไม่มีผิด การร้องไห้ เป็นการปลดปล่อยความอ่อนแอให้ออกไป แล้วยังเป็นการบำบัดอารมณ์รูปแบบหนึ่งอีกเช่นกันตอนนี้อารมณ์ของเธอเริ่มมั่นคงได้ในระดับหนึ่งแล้ว แม้จะไม่มากแต่ก็ถือว่าดีขึ้นกว่าเมื่อวาน เธอเปิดกระเป๋าสะพายเพื่อนับเงินที่เหลือติดตัว ตอนนี้ทั้งเนื้อทั้งตัวเธอเหลือเงินอีกแค่สองร้อยบาท คงต้องกลับไปบ้านหางานทำเหมือนที่เคยอ้างไว้จริง ๆ แล้วระหว่างเตรียมที่จะเดินเข้าประตูสถานีรถไฟ เธอก็สังเกตเห็นผู้คนมากมายที่ฝั่งตรงข้ามสถานี ดูเหมือนพวกเขากำลังเตรียมตั้งร้านเพื่อค้าขาย หลังจากนิ่งมองอยู่ครู่จึงนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้แม้จะเป็นโลกคู่ขนานกับที่เธอเคยอยู่ แต่หญิงสาวสังเกตเห็นว่าสภาพแวดล้อม ผู้คน สถานที่ต่าง ๆ
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status