INICIAR SESIÓNเสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะหนักสม่ำเสมอพร้อมเสียงกรนแผ่วเบาของกวิน คือสัญญาณยืนยันว่าสามีผู้แสนดีได้ปลดเปลื้องภาระแห่งวันและก้าวเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์ บทเพลงรักที่จืดชืดเมื่อครู่จบลงอย่างรวดเร็วราวกับภาพตัด กวินชิงก้าวเข้าสู่ประตูสวรรค์ทิ้งให้ภรรยาสาวต้องลอยคออยู่กลางทะเลเพลิงแห่งความต้องการเพียงลำพัง รสรินต้องกล้ำกลืนหยาดน้ำตาแห่งความค้างคาและเสแสร้งร่ายรำบทแห่งความสุขสมเพียงเพื่อให้ชายข้างกายได้ภาคภูมิใจในความเป็นชายที่แสนธรรมดาของเขา
รสรินนอนลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิดจ้องมองเงาตะคุ่มบนเพดานอย่างเลื่อนลอย ความเงียบในห้องนอนกว้างกลับยิ่งขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงด้วยไฟราคะที่ยังมอดไม่สนิท เธอบิดกายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ความซ่านเสียวที่ถูกจุดขึ้นแต่กลับถูกทอดทิ้งไว้กลางทางทำให้เธอรู้สึกรุ่มร้อนจนแทบกระอัก รสรินปรายตามองสามีที่หลับไหลก่อนจะค่อยๆ เลื่อนกายลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุด
ฝ่าเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสความเย็นเยียบของพื้นไม้ขัดเงาขณะที่เธอเดินตรงไปยังห้องน้ำ ทันทีที่บานประตูเลื่อนปิดลงและลูกบิดถูกล็อค รสรินก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างสุดอั้น มือเรียวเอื้อมไปดึงสายชุดนอนซาตินสีมุกให้หลุดจากลาดไหล่ ปล่อยให้เนื้อผ้าลื่นละมุนไหลร่วงลงไปกองแทบเท้า แสงไฟวอร์มไวท์ในห้องน้ำสะท้อนร่างเปลือยเปล่าที่สมบูรณ์แบบในกระจก แต่ในยามนี้ความสวยงามนั้นกลับกลายเป็นภาระที่รอการปลดปล่อย
เธอนั่งลงบนฝาชักโครกตัวใหญ่ เอนแผ่นหลังบางพิงผนังกระเบื้องเย็นๆ เพื่อลดทอนความร้อนผ่าวในกาย รสรินหลับตาลงนึกถึง "รสชาติ" ที่กวินไม่อาจมอบให้ได้ มือข้างหนึ่งยกขึ้นบีบเคล้นทรวงอกอิ่มของตนเองอย่างหนักมือ ปลายนิ้วเรียวบดขยี้จุดยอดปทุมถันสีหวานจนมันชูชันสู้มือ อีกข้างหนึ่งค่อยๆ เลื่อนต่ำลงไปยังกึ่งกลางกายที่ฉ่ำเยิ้มไปด้วยหยาดน้ำสังขารที่หลั่งออกมาเพราะความค้างคา
เธอกางขาออกกว้าง ปล่อยให้นิ้วเรียวสวยกรีดกรายลงบนกลีบเนื้อนุ่มที่บวมเปล่ง แววตาที่หลับพริ้มเริ่มปรากฏภาพหลอนที่แสนรัญจวนใจ ภาพของป๋าไกรในคืนนั้น... ภาพชายวัยฉกรรจ์ที่ดุดันและทรงอำนาจ นิ้วมือของรสรินเริ่มสอดแทรกเข้าไปในร่องรัดที่อ้าอมรอรับ สัมผัสที่คุ้ยคว้านอยู่ภายในทำให้เธอกระตุกกายเยือก รูสวาทที่เยิ้มฉ่ำตอดรัดนิ้วมือของตัวเองอย่างบ้าคลั่งตามแรงจินตนาการ
ในห้วงคำนึง รสรินเห็นตัวเองกำลังนั่งคร่อมอยู่บนท่อนเนื้อยักษ์ของป๋าไกร เธอเห็นภาพสะโพกของตัวเองที่ขยับโยกขึ้นลงอย่างเอาเป็นเอาตาย เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องอยู่ในหัว ความหยาบโลนและความดิบเถื่อนที่ป๋าไกรเคยมอบให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี นิ้วมือของเธอขยับรัวเร็วขึ้น ควานลึกเข้าไปในความคับแน่นที่เปียกโชก พลางจินตนาการถึงส่วนหัวหยักบานที่กระแทกกระทั้นเข้าหาจุดกระสันครั้งแล้วครั้งเล่า
"อื้มมม... ป๋าขา... ป๋า..."
เสียงครางแผ่วพร่าหลุดจากริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอค้าง รสรินบิดส่ายสะโพกไปมาบนฝาชักโครก มือที่บีบเค้นหน้าอกเริ่มจิกเล็บลงบนผิวเนื้อนวลเนียนด้วยความเสียวซ่านที่พุ่งพล่านถึงขีดสุด เธอสำลักความสุขที่ตัวเองสร้างขึ้นผ่านภาพจำของชายที่เป็นพ่อสามี ยิ่งเธอนึกถึงสายตาวาวโรจน์ของเขาตอนที่จ้องมองเรือนร่างเธอ ยิ่งทำให้นิ้วมือของเธอกระแทกเข้าออกรุนแรงขึ้น น้ำรักสีใสไหลเปรอะเปื้อนง่ามนิ้วและโคนขา
เธอยกขาขึ้นพาดขอบอ่างล้างหน้าเพื่อเปิดทางให้ตัวเองได้สัมผัสจุดลี้ลับได้ถนัดถนี่ขึ้น ปลายนิ้วรัวระริกอยู่บนเม็ดมุกเม็ดงามที่เต่งตึง รสรินจินตนาการถึงเสียงครางต่ำของป๋าไกรที่พึงใจในความร่านร้อนของเธอ ภาพที่เธอถูกเขาจับพลิกคว่ำพลิกหงายย่ำยีอย่างไม่ปรานีปราศรัยทำให้เธอเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง
หัวใจของเธอเต้นโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก ท้องน้อยบิดมวนด้วยความกระสันที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด รสรินเชิดหน้าขึ้นพ่นลมหายใจร้อนผ่าว นิ้วมือคว้านลึกและเน้นย้ำจังหวะอย่างช่ำชองตามที่เคยได้รับการฝึกปรือมา ในวินาทีที่ความสยิวพุ่งปรี๊ดขึ้นถึงสมอง ร่างระหงก็เกร็งสั่นสะท้าน ผิวเนื้อสีมุกกลายเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งตัว รูรักตอดขมิบนิ้วมือถี่ยิบในขณะที่เธอหวีดร้องออกมาเบาๆ อย่างสุดกลั้น
ความสุขสมที่รุนแรงปานพายุโหมกระหน่ำทำให้รสรินฟุบหน้าลงกับหัวเข่าหอบหายใจถี่กระชั้น หยาดน้ำรักอาบเยิ้มไปทั่วฝ่ามือและเรียวขา เธอขดตัวอยู่อย่างนั้นครู่ใหญ่เพื่อซึมซับความรัญจวนใจที่กวินไม่เคยเข้าถึง เมื่ออารมณ์ที่ค้างคาถูกปลดปล่อยจนหมดสิ้น รสรินจึงค่อยๆ พยุงกายที่อ่อนระทวยลุกขึ้นจัดการชำระล้างร่องรอยแห่งกามารมณ์ที่แอบซ่อนไว้
รสรินจัดการชำระล้างร่างกายและสวมชุดนอนซาตินกลับเข้าที่เดิม ความรัญจวนใจที่เพิ่งพัดผ่านไปทิ้งไว้เพียงความอ่อนระทวยและกระหายน้ำอย่างรุนแรง เธอเปิดประตูห้องน้ำแผ่วเบา เหลือบมองร่างของกวินที่ยังคงตกอยู่ในห้วงนิทราสม่ำเสมอ รสรินตัดสินใจก้าวออกจากห้องนอนเพื่อไปหาน้ำดื่มที่แพนทรีบริเวณโถงพักผ่อนชั้นสอง
ความเงียบเชียบของคฤหาสน์ยามดึกสงัดถูกทำลายด้วยเสียงฝีเท้าแผ่วเบาของเธอที่เหยียบลงบนพื้นไม้ แสงจันทร์สลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างบานสูงทำให้โถงใหญ่ดูโอ่อ่าทว่าลึกลับ รสรินเดินตรงไปยังตู้เย็นหลังเล็กที่ตั้งหลบมุมอยู่ เธอรินน้ำเย็นจัดลงในแก้วแล้วยกขึ้นดื่มรวดเดียวหวังจะดับความร้อนรุ่มที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด
ทว่า ในจังหวะที่น้ำเย็นกำลังไหลลงคอ เสียงทุ้มต่ำที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากความมืดเบื้องหลัง
“นอนไม่หลับเหรอ?”
รสรินสะดุ้งสุดตัวจนแก้วน้ำในมือเกือบหลุดร่วง เธอรีบหันไปตามต้นเสียงทันที แสงสว่างรำไรจากตู้เย็นที่ยังเปิดค้างอยู่เผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของเกรียงไกร เขานั่งพิงพนักโซฟาตัวใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของโถงกว้าง เขาอยู่ในชุดนอนผ้าแพรสีเข้มที่ดูเรียบหรู ท่วงท่านั้นนิ่งสงบจนเธอมิอาจล่วงรู้ได้เลยว่าเขามานั่งจ้องมองเธออยู่ในความมืดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่
“ป๋า...” รสรินอุทานขึ้นเบาๆ ร่างกายชะงักงันราวกับถูกแช่แข็ง หัวใจที่เพิ่งจะสงบลงกลับพุ่งทะยานเต้นรัวแรงยิ่งกว่าครั้งใดๆ
เกรียงไกรจ้องมองมาที่เธอครู่หนึ่ง แววตาสีเหล็กคู่นั้นดูราวกับจะมองทะลุผ่านชุดนอนซาตินบางเบาเข้าไปถึงความลับที่เธอเพิ่งทำลงไปในห้องน้ำ เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม ท่าทางของเขาไม่ได้รีบร้อนทว่าดูทรงอำนาจจนรสรินรู้สึกหายใจติดขัด ทุกก้าวที่เขาเดินเข้าหาเธออย่างเชื่องช้านั้นเปรียบเสมือนการคืบคลานของราชสีห์ที่กำลังไล่ต้อนเหยื่อ
"ไม่นะ... ไม่นะรสริน..."
เธอพยายามร้องประท้วงอยู่ในใจ หวังว่าสิ่งที่เธอกำลังจินตนาการไว้จะไม่เกิดขึ้น แต่ร่างกายกลับทรยศ จิตวิญญาณของเธอเหมือนถูกมนต์สะกดจากนัยน์ตาคู่นั้นจนมิอาจขยับเขยื้อนหนีไปไหนได้ เธอได้แต่ยืนนิ่งมองเขาเดินเข้ามาประชิดตัวด้วยความหวั่นไหวที่ปนเปไปกับความโหยหาลึกๆ
“ป๊าก็หิวน้ำเหมือนกัน...”
เขาเอ่ยขึ้นเสียงเบาพลางเอื้อมมือหนามาคว้าแก้วน้ำจากมือของเธอไปถือไว้ สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของเธอแม้แต่วินาทีเดียวขณะที่เขายกแก้วขึ้นดื่มน้ำที่เหลืออยู่จนหมด รสรินยืนมองการกระทำนั้นด้วยใจที่สั่นระรัว ความรู้สึกประหลาดพุ่งพล่านไปทั่วอกเมื่อเห็นเขาดื่มน้ำจากแก้วเดียวกัน... รอยริมฝีปากที่ทับซ้อนรอยเดิมของเธอมันเป็นสัมผัสทางอ้อมที่สื่อความหมายลึกซึ้งจนเธอหน้าร้อนวูบ
“ป๊านอนไม่หลับ...”
เกรียงไกรเอ่ยพึมพำชิดริมหู พร้อมกับที่วงแขนแกร่งสอดรัดรอบเอวบางของเธอไว้แผ่วเบา เขาไม่ได้จู่โจมอย่างผลีผลามทว่าค่อยๆ โอบรั้งร่างระหงให้ขยับเข้าหาแผ่นอกกว้างอย่างนุ่มนวล รสรินพยายามฝืนตัวไว้ชั่วครู่ จิตใต้สำนึกส่วนที่เหลืออยู่คอยเตือนว่าสามีของเธอกำลังนอนหลับอยู่ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว ความผิดชอบชั่วดีตะโกนก้องในหัวว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนี้คือเพลิงที่กำลังจะเผาไหม้ทุกอย่าง
"ป๋าคะ อย่าค่ะ..."
เสียงร้องนั้นดังก้องอยู่ในใจจนเธอแทบจะสำลัก แต่มันกลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา ความนิ่งสุขุมของเกรียงไกรที่ไม่ได้หักหาญน้ำใจ แต่กลับใช้ความอ่อนโยนและนิ่งลึกละลายกำแพงของเธอลงทีละน้อย ทำให้รสรินเผลอใจไปอย่างยากจะต้านทาน
กลิ่นน้ำหอมบุรุษจางๆ ผสมกับกลิ่นอายเฉพาะตัวของเขาที่เธอจำได้ขึ้นใจปลุกเร้าความทรงจำเก่าๆ ให้หวนคืนมา สัมผัสจากฝ่ามือหนาที่วางทาบลงบนแผ่นหลังของเธอนั้นให้ความรู้สึกที่ต่างจากกวินลิบลับ มันคือสัมผัสที่เต็มไปด้วยพลังและการปกครองที่เธอโหยหามาตลอดสี่ปี รสรินเริ่มรู้สึกว่าเรี่ยวแรงในการขัดขืนกำลังละลายหายไป เธอเผลออิงซบดวงหน้าลงกับไหล่กว้างของเขาอย่างลืมตัว ยอมปล่อยให้เขาโอบกอดไว้ในเงามืดของคฤหาสน์ที่เงียบสงัด
ความขัดแย้งในใจของรสรินพุ่งพล่านถึงขีดสุด ระหว่างความรักที่ใสสะอาดของกวินกับความเสน่หาที่ดำมืดและรุนแรงของเกรียงไกร เธอรู้ดีว่านี่คือการทรยศที่เลวร้ายที่สุด ทว่าอ้อมกอดนี้กลับเป็นที่เดียวที่ทำให้เธอรู้สึกถึงตัวตนที่แท้จริงของ "หนูริน" ที่ป๋าไกรเป็นคนสร้างขึ้นมา เธอหลับตาลงรับสัมผัสที่ถวิลหา ปล่อยให้อารมณ์ฝ่ายต่ำเข้าครอบงำความถูกต้องเพียงชั่วขณะ โดยที่มิอาจรู้เลยว่าพันธนาการที่เริ่มผูกมัดในความมืดครั้งนี้ จะนำพาชีวิตของเธอไปสู่จุดจบเช่นไรในบ้านหลังนี้ที่เต็มไปด้วยความลับของสองพ่อลูก
เสียง "ปึก" จากการปิดประตูท้ายรถอัลพาร์ตสีขาวดังก้องสะท้อนไปในอากาศที่นิ่งสนิท กลิ่นยางรถยนต์ใหม่และกลิ่นอายแดดจาง ๆ ยามสายลอยอบอวลอยู่รอบตัว กวินลดมือลงข้างลำตัว ฝ่ามือของเขายังคงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจาง ๆ จากตัวรถ แต่หัวใจกลับเบาโหวงอย่างประหลาด เขาค่อย ๆ หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับคฤหาสน์หลังงามที่โอ่อ่าท้าทายแสงตะวันภาพตรงหน้าคือบ้านที่เขาเคยวิ่งเล่นจนเข่าถลอก กลิ่นหอมของดอกแก้วที่ปลูกริมรั้วยังคงโชยมาแตะจมูกเหมือนวันวาน ภาพความทรงจำสีจาง ๆ ในห้องโถงกว้างที่เขาเคยนั่งล้อมวงกินข้าวกับแม่ผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฟองอากาศที่ลอยเด่นก่อนจะแตกสลาย เขาพยายามจะแย้มยิ้มให้กับอดีตเหล่านั้น ทว่ามันกลับเป็นเพียงเงาแห่งความเศร้าที่พาดผ่านริมฝีปาก เพราะในวินาทีถัดมา กลิ่นคาวเลือดที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทและภาพร่างไร้วิญญาณบนเตียงสีขาวกลับแทรกซึมเข้ามาบดบังทุกสิ่งจนมืดมิด“ขอโทษนะครับหม่ามี้...” เขาพึมพำกับสายลมที่พัดผ่านใบหน้า เสียงแหบพร่าประหนึ่งเศษใบไม้แห้งที่ถูกเหยียบย่ำ เขาหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของแม่ผู้ล่วงลับที่เคยฝากฝังให้เขาดูแลบ้านหลังนี้ให้ดีที่สุด “ผมอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ ทุกอย่างของที
แรงสั่นสะเทือนจากสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงดังกะพริบถี่รัวจนกวินรู้สึกได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมา เขาละสายตาจากใบหน้าพ่ายแพ้ของพ่อ แววตาคมกริบกวาดมองหน้าจอที่เต็มไปด้วยข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานประหนึ่งเลือด ทันใดนั้น ความเย็นเยียบแล่นปราดเข้าจับขั้วหัวใจประหนึ่งถูกแช่แข็ง"ริน!"ชื่อของหญิงสาวหลุดจากปากอย่างแผ่วเบาแต่สั่นเครือ กวินเงยหน้ามองขึ้นไปยังเพดานห้อง ตำแหน่งที่เป็นห้องนอนอันมืดมิดของเมียรัก สมองของเขาฉายภาพขวดยาที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะหัวเตียง—ทางออกเดียวที่เธอใช้ดับความทรมานในใจมาตลอดหลายอาทิตย์ เขาไม่รอช้า รวบร่างหนูกาเหว่าเข้าแนบอกแล้วโผทะยานขึ้นบันไดไม้ไปทีละสองขั้น เสียงฝีเท้ากระแทกขั้นบันไดดังหนักแน่นสลับกับลมหายใจที่หอบพร่าเขากระชากบานประตูห้องนอนออกอย่างแรงจนมันกระแทกผนังเสียงดัง ปัง! ทว่าความเงียบงัดที่สวนกลับมานั้นน่าสะพรึงยิ่งกว่ากวินรู้สึกเหมือนร่างกายถูกถอดวิญญาณออกไปในวินาทีที่เห็นร่างของรสรินพาดอยู่บนขอบฟูกหนา กระปุกยานอนหลับสีขาวนอนนิ่งสนิทโดยไร้ฝาปิดและไร้สิ่งใดหลงเหลืออยู่ข้างใน ใกล้กันนั้นคือขวดน้ำยาล้างห้องน้ำสีฟ้าสดที่ล้มตะแคง น้ำยาสีขุ่นข้นไหลนองอาบพื้นไม้จนเ
เกรียงไกรพุ่งตัวออกจากห้องทำงาน เสียงฝีเท้าที่กระแทกลงบนพื้นไม้สักดังสนั่นรัวเร็วประหนึ่งเสียงกลองรบที่บ้าคลั่ง สายตาของเขาตวัดส่ายไปมาดั่งเสือที่กำลังคลั่งเลือด มองหากวิน... ไอ้ลูกในไส้ที่เขาตราหน้าว่าเป็นต้นตอของหายนะที่กำลังแผดเผาเกียรติยศของเขาอยู่ในขณะนี้ความร้อนรนทำให้เขาเกือบจะถลำผ่านโถงทางเดินไป ทว่าหางตากลับสะดุดเข้ากับภาพภายในห้องนั่งเล่น เกรียงไกรชะงักเท้าจนร่างโยน ก่อนจะถอยกลับมาเผชิญหน้ากับภาพที่ทำให้เขายิ่งเดือดดาล กวินกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนประคองร่างป้อมของหนูกาเหว่าไว้ในอ้อมแขน นิ้วหนาชี้ไปตามภาพในหนังสือนิทานอย่างใจเย็น“แกทำใช่ไหมไอ้วิน!”เสียงตวาดลั่นปานฟ้าผ่าฉีกกระชากความเงียบสงบในบ้านจนพังพินาศ หนูกาเหว่าสะดุ้งสุดตัวจนหนังสือนิทานร่วงหลุดจากมือ กวินเงยหน้าขึ้นทันควัน คิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนเป็นปม แววตาของเขามีเพียงความฉงนและสับสน“ป๊าพูดเรื่องอะไร? ผมทำอะไร?” เขาถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ทว่าแฝงความมึนงงอย่างที่สุด“อย่ามาทำเป็นไขสือ! ข่าวในเน็ต... เรื่องของป๊ากับหนูริน มันจะหลุดออกไปได้ยังไงถ้าไม่ใช่ฝีมือแก แกโกรธป๊า แกอยากเห็นฉันฉิบหายมากนักใช่มั้ย!”เกรียงไกรถลา
รัตติกาลอันเงียบสงัดถูกปกคลุมด้วยความหรูหราฟู่ฟ่าของคฤหาสน์หลังมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่หลังรั้วเหล็กดัดลวดลายวิจิตร แสงไฟจากโคมระย้าคริสตัลดวงเขื่องสะท้อนวาบวับบนตัวถังรถยนต์ยุโรปป้ายแดงที่จอดเรียงรายจนเต็มลานหินอ่อน กลิ่นควันท่อไอเสียจางๆ ผสมปนเปกับกลิ่นน้ำหอมราคาแพงและกลิ่นดอกไม้เมืองหนาวที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีตทั่วทั้งงานชายวัยกลางคนในชุดสูทตัดเย็บเนี้ยบกริบหลายสิบชีวิต ต่างประคองกระเช้าผลไม้นอกและรังนกสีทองเกรดพรีเมียม เดินสลับข้ามไปมาเพื่อแย่งชิงโอกาสเพียงเสี้ยวนาทีในการเข้าถึงตัว "เจ้าภาพ" ผู้กุมชะตาในบอร์ดแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง“ท่านเกี๊ยง... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบท่านในงานนี้”กรณ์ คู่แข่งคนสำคัญที่มีบารมีสูสีกัน ขยับตัวเข้ามาใกล้จนเกรียงไกรสัมผัสได้ถึงกลิ่นบุหรี่ซิการ์จางๆ ที่ติดมากับปกเสื้อสูท กรณ์เอียงคอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่าแฝงไปด้วยกระแสกดดันบางอย่าง“งานสำคัญของท่านรัฐมนตรีแบบนี้ ผมจะพลาดได้ยังไงล่ะท่านกรณ์”เกรียงไกรตอบกลับด้วยน้ำเสียงกังวานราบเรียบ มือหนายกขึ้นจัดปกเสื้อสูทให้เข้าที่ด้วยท่าทีเนือยๆ ทว่าแววตาที่ซ่อนอยู่หลังกรอบแว่นกลับฉายประกายแห่งความถื
ท่ามกลางความเงียบงันที่มีเพียงเสียงลมจากเครื่องปรับอากาศครางหึ่งแผ่วเบา ไหล่หนากว้างของกวินยังคงสั่นไหวกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง เขาโน้มตัวลงจนหน้าผากแทบจรดซอกเข่า ฝ่ามือทั้งสองที่ยกขึ้นปิดใบหน้าตัวเองไว้สั่นเทาประหนึ่งความเจ็บปวดรวดร้าวในอกกำลังจะระเบิด ทว่าเสียงสะอื้นที่เขาเพียรสะกดกั้นไว้กลับหลุดรอดออกมาเป็นจังหวะที่ขาดห้วง ราวกับไม่สามารถจะอดกลั้นมันไว้ได้อีกต่อไปในนาทีที่น้ำตาอุ่นจัดไหลนองง่ามนิ้ว กวินเพิ่งตระหนักได้ด้วยหัวใจที่แหลกสลายว่า นรกที่เขาเพียรสร้างขึ้นเพื่อแผดเผาคนบาปทั้งสอง กลับกลายเป็นกองเพลิงที่โหมกระหน่ำใส่ตัวเขาเองอย่างไม่ปรานี และที่ร้ายไปกว่านั้น ประกายไฟแห่งความแค้นที่เขาจุดขึ้น มันได้ลุกลามไปรั้งดึงเอาดวงใจบริสุทธิ์อย่าง 'หนูกาเหว่า' ให้เข้ามาจมอยู่ในกองเพลิงนี้ไปพวกเขาด้วยความสะใจที่เขาเคยถวิลหา บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความสมเพชตัวเองที่มันตีกลับเข้าหาอย่างรุนแรง เขารู้สึกเหมือนเป็นพ่อที่ล้มเหลว ไม่ต่างไปจาก เกรียงไกร ชายที่ยังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขา เขากำลังจะเป็นคนที่ขุดหลุมฝังอนาคตของลูกสาวด้วยมือของตัวเองเพียงเพื่อดับไฟแค้นส่วนตัว ภาพดวงตาที่
"หนูริน... เป็นยังไงบ้าง?"เสียงของเกรียงไกรสั่นพร่า ร่างสูงใหญ่ที่เคยผึ่งผายในชุดสูทเนื้อดีขยับเข้าใกล้ขอบเตียงคนไข้อย่างลืมตัว กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศหรูหราที่ติดตัวเขามาปะทะเข้ากับกลิ่นยาฆ่าเชื้อในห้องโถมเข้าใส่รสรินจนเธอรู้สึกอึดอัด แผ่นหลังของเธอลีบติดกับพนักเตียงพยายามถดหนีสัมผัสที่ไม่ได้ร้องขอ ชายชราเหมือนจะเพิ่งรู้สึกถึงกำแพงล่องหนที่กั้นขวางอยู่ เขาค่อยๆ ขยับถอยห่างออกมาทีละก้าว ทว่าดวงตายังคงจ้องมองสะใภ้ด้วยความห่วงใยจนออกนอกหน้า"รินเขาไม่เป็นไรแล้วครับป๊า... โชคดีที่หมอล้างท้องทัน"คำว่า 'ล้างท้อง' จากปากกวินกรีดผ่านความเงียบราวกับคมมีด บรรยากาศในห้องพลันหนักอึ้งและตึงเครียดขึ้นมาทันที ป้าเล็กที่ยืนสังเกตการณ์อยู่มุมห้องรู้สึกเหมือนออกซิเจนกำลังจะหมดไปจากห้องนี้ เธอขยับผ้ากันเปื้อนในมือไปมาอย่างกระสับกระส่าย"เดี๋ยวป้าออกไปสูดอากาศข้างนอกก่อนนะ... เห็นหนูรินปลอดภัย ป้าก็โล่งใจแล้ว"ป้าเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงแห้งผาก แววตาที่ผ่านโลกมามากกวาดมองคนทั้งสามด้วยความรู้สึกประหลาด แฝงไปด้วยความเวทนาที่ปิดไม่มิด หญิงชราขยับตัวเข้าไปใกล้กวินอย่างรู้งาน ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนที่ดูฝืนธรรมชาต







