LOGIN“อูยย... ซี้ดดด... ป๋าขา...” รสรินไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป เธอแอ่นกายรับสัมผัสจากมือเขาอย่างโหยหา เกรียงไกรจับข้อเท้าทั้งสองของเธอแยกออกพับงอเข่าขึ้นจนโคกสวาทลอยเด่นขึ้นมา เขาก้มหน้าลงไปจนชิด สูดดมกลิ่นสาบสาวที่แสนคิดถึงเข้าเต็มปอดก่อนจะเริ่มต้นบทเพลงราคะที่รสรินถวิลหา ปลายลิ้นใหญ่หนาและร้อนระอุเริ่มกรีดลงไปตามรอยแยกของกลีบแคมสีสดที่บัดนี้อาบเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งกามารมณ์ที่เก็บกดมาเนิ่นนาน รสรินตัวกระตุกไหวทันทีที่สัมผัสเปียกชื้นนั้นแตะลงบนจุดอ่อนไหวที่สุด เกรียงไกรรู้ดีว่าจุดตายของเธออยู่ที่ลิ้น เขาเริ่มตวัดลิ้นซอกซอนเข้าไปในรอยแยกที่อวบฉ่ำ ควานหาน้ำหวานที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสายอผัว"
View More⚠️ คำเตือนเนื้อหา (Content Warning)
นิยายเรื่องนี้เป็นแนว Erotic-Drama ที่เน้นการดำเนินเรื่องผ่านความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนและท้าทายศีลธรรม ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปีควรได้รับคำแนะนำ หรือควรใช้วิจารณญาณในการอ่านอย่างสูง
เนื้อหาภายในเรื่องประกอบด้วย:
Inappropriate Relationship: ความสัมพันธ์ที่ผิดจรรยาบรรณและศีลธรรม (พ่อผัวกับลูกสะใภ้)
Infidelity / Adultery: การนอกใจคู่สมรส
Cuckold / Hot Wife: รสนิยมความพึงพอใจจากการเห็นคู่รักของตนมีความสัมพันธ์กับผู้อื่น
NTR (Netorare): เนื้อหาเกี่ยวกับการแย่งชิงหรือการมีเพศสัมพันธ์กับคนที่มีเจ้าของแล้ว
Explicit Content: มีการบรรยายฉากกามารมณ์และพฤติกรรมทางเพศอย่างละเอียดและเปิดเผย
Secret Past: การปกปิดความลับในอดีตที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ปัจจุบัน
หมายเหตุ: ตัวละครและสถานการณ์ในนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ผู้เขียนไม่ได้มีเจตนาส่งเสริมหรือสนับสนุนพฤติกรรมที่ผิดศีลธรรมในชีวิตจริง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
-------------
เปลวแดดระยิบระยับเต้นระยับอยู่บนผิวถนนคอนกรีตกลางย่านพระโขนงในเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาของวันอาทิตย์ เสียงล้อรถบีเอ็มดับเบิลยูสีขาวคันหรูบดไปกับพื้นถนนอย่างนุ่มนวลตามจังหวะการเคลื่อนตัวที่เชื่องช้าในสภาพการจราจรใจกลางกรุง กลิ่นอายความร้อนจากภายนอกถูกกั้นไว้ด้วยกระจกนิรภัย เหลือเพียงไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมแนวซีทรัสอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นอายความใหม่ของเบาะหนังแท้ภายในรถ
รสริน หญิงสาววัย 25 ปี ในชุดเดรสสีครีมละมุนตาที่ขับเน้นผิวขาวอมชมพูระเรื่อให้ดูเปล่งปลั่ง นั่งอยู่เบาะข้างคนขับด้วยท่าทางกระสับกระส่ายอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวเล็กที่ทาเล็บสีสุภาพไว้สอดประสานแน่นอยู่กับฝ่ามือใหญ่ของกวิน เธอเกลี่ยปลายนิ้วไปบนหลังมือเขาซ้ำๆ คล้ายจะระบายความประหม่าที่สุมอยู่ในอก ใบหน้าสวยหวานที่มักจะดูเรียบเฉยยามทำงาน วันนี้กลับแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มที่สลับกับความกังวลจนดูน่าเอ็นดู
"รินตื่นเต้นจังค่ะ..." รสรินลอยหน้าลอยตาพูดกับเขา เสียงหวานใสของเธอสั่นเครือเล็กน้อยขณะดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองเสี้ยวหน้าของชายคนรัก
กวิน หนุ่มข้าราชการอนาคตไกลในชุดเชิ้ตดูดีมีภูมิฐาน นิ่งยิ้มละไมอย่างคนที่มีความสุขล้นปรี่ มือข้างหนึ่งจับพวงมาลัยอย่างมั่นคง ขณะที่อีกข้างยังคงบีบมือหญิงสาวไว้แน่นเพื่อส่งผ่านกำลังใจ แววตาที่มองตรงไปบนถนนข้างหน้านั้นฉายความปลาบปลื้มใจอย่างปิดไม่มิด
"พี่อยากรู้เหมือนกันว่าป๊าจะรู้สึกยังไง ที่เห็นว่าที่ลูกสะใภ้ของท่านสวยน่ารักขนาดนี้" กวินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ เขารู้ดีว่ารสรินคือผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เขาเคยพบมา
ในสายตาของคนทั่วไป รสรินคือพนักงานฝ่ายการตลาดมือหนึ่งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ย่านสาทร รูปร่างของเธอระหงสง่างามราวกับนางแบบรันเวย์ ผิวพรรณละเอียดลออสะท้อนแสงแดดที่ลอดผ่านฟิล์มรถเข้ามาจนดูเหมือนผิวเด็กแรกเกิด ใบหน้าที่ดูใสซื่อเหมือนนักศึกษาสาวที่เพิ่งก้าวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังย่านบ่อนไก่มาได้ไม่กี่ปี ทำให้ใครต่อใครต่างก็พากันตกตะลึงยามแรกเห็น บุคลิกที่ร่าเริง เข้ากับคนง่าย และรอยยิ้มที่ดูจริงใจทำให้เธอสามารถกวาดส่วนแบ่งการตลาดและยอดขายโครงการคอนโดหรูได้ถล่มทลาย จนกลายเป็นที่อิจฉาของเพื่อนร่วมงานทั้งแผนก
ความสวยสะพรั่งของเธอเป็นที่เลื่องลือไปทั่วออฟฟิศ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต่างพากันแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่เว้นวัน แต่ทุกคนก็ต้องคอตกกลับไปตามๆ กัน เพราะหัวใจของ "ดาวการตลาด" คนนี้ถูกจับจองโดยกวิน ชายหนุ่มนักเรียนนอกผู้เพียบพร้อมทั้งฐานะและชาติตระกูลไปเรียบร้อยแล้ว
"พี่วินก็... ชมรินเกินไปแล้วนะคะ รินกลัววางตัวไม่ถูกจริงๆ ค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ระดับนั้น" รสรินเม้มริมฝีปากเบาๆ สัมผัสได้ถึงความชื้นเล็กๆ ที่ฝ่ามือเพราะความตื่นเต้นที่ทวีคูณขึ้นทุกครั้งที่รถขยับเข้าใกล้จุดหมาย
ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่คบหากันมา ความรักของทั้งคู่สุกงอมจนถึงขีดสุด กวินทะนุถนอมเธอราวกับไข่ในหิน และวันนี้คือหมุดหมายสำคัญที่สุดในชีวิตคู่ของพวกเขา การพาเธอไปแนะนำตัวกับว่าที่พ่อสามีอย่างเป็นทางการ คือก้าวแรกสู่การใช้ชีวิตร่วมกันในอนาคต
"ไม่ต้องเกร็งนะริน ป๊าอาจจะดูเข้มงวดตามประสาคนมียศมีตำแหน่ง แต่ถ้าท่านเห็นความน่ารักของรินเหมือนที่พี่เห็น ท่านต้องเอ็นดูรินแน่นอน" กวินยกมือเธอขึ้นมาจูบเบาๆ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวหญิงสาวทำให้เขาใจชื้น
รถหรูค่อยๆ เลี้ยวเข้าสู่ซอยที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ เสียงนกร้องจางๆ แว่วผ่านเข้ามาเมื่อกวินลดกระจกลงเพื่อรับบัตรผ่านประตูบ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รสรินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ จัดเสื้อผ้าให้เรียบกริบอีกครั้ง แววตาของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความรักที่มีต่อผู้ชายข้างๆ โดยที่ไม่ได้มีสิ่งใดมารบกวนใจแม้แต่น้อย นอกจากความตื่นเต้นตามประสาว่าที่ลูกสะใภ้ที่กำลังจะได้พบหน้าพ่อของแฟนเป็นครั้งแรก
เครื่องยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยูดับสนิทลงท่ามกลางความเงียบสงัดของพรรณไม้รอบด้าน รสริน ยังคงนั่งนิ่งสนิทอยู่บนเบาะหนังนุ่มละมุน มือทั้งสองข้างกำสายกระเป๋าสะพายใบหรูไว้แน่นจนข้อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ดวงตากลมโตเหม่อมองลอดผ่านกระจกหน้าเข้านิ่งงัน ราวกับร่างกายลืมคำสั่งการเคลื่อนไหวไปชั่วขณะ จนกระทั่งได้ยินเสียงประตูด้านคนขับปิดลงเบาๆ และเห็นร่างสูงโปร่งของกวินเดินอ้อมหน้ารถมาหยุดอยู่ตรงฝั่งของเธอ
เสียงปลดล็อกดัง แกร๊ก พร้อมกับประตูที่เปิดกว้างออก ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศในรถปะทะกับไอร้อนชื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นดินและใบไม้เขียวขจีภายนอก รสรินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าที่สวมรองเท้าส้นสูงหัวแหลมสีครีมลงสัมผัสพื้นหินขัดที่สะอาดสะอ้าน อารมณ์ประหม่าพุ่งพล่านจนเธอรู้สึกถึงแรงสั่นน้อยๆ ที่ปลายเท้า
ทว่าเมื่อเธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูงและกวาดสายตามองไปรอบบริเวณ ความสวยงามร่มรื่นของ "อาณาจักรเตชะเกรียงไกร" ก็ทำให้เธอถึงกับลืมหายใจไปชั่วครู่ ใครจะเชื่อว่าใจกลางกรุงเทพฯ ที่วุ่นวายและเต็มไปด้วยฝุ่นควัน จะมีพื้นที่เกือบหนึ่งไร่ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นป่าขนาดย่อมได้ขนาดนี้ ต้นจามจุรีต้นใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาปกคลุมให้ร่มเงาไปทั่วบริเวณ แสงแดดยามเที่ยงวันทำได้เพียงลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้ลงมาเป็นลำแสงเล็กๆ ตกกระทบลงบนพื้นหญ้าสีเขียวสดที่ได้รับการตัดแต่งอย่างประณีต
ตัวบ้านหลักเป็นอาคารสองชั้นหลังมหึมาที่ถูกออกแบบอย่างลงตัวในสไตล์ร่วมสมัย ผนังปูนฉาบเรียบสลับกับงานไม้ระแนงสีเข้มดูสุขุมและทรงพลัง สมกับฐานะเจ้าของบ้านที่เป็นข้าราชการระดับสูง ใกล้กันนั้นมีบ้านอีกหลังที่ขนาดเล็กลงมาตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก มีทางเดินยกระดับพร้อมหลังคาคลุมเชื่อมต่อกันอย่างเป็นระเบียบดูเป็นสัดส่วน และหากมองลึกเข้าไปด้านหลังสุด รสรินเห็นอาคารหลังเล็กกะทัดรัดอีกหลัง ซึ่งเธอคาดคะเนจากสายตาว่าน่าจะเป็นเรือนพักของเหล่าคนงานที่คอยดูแลความเรียบร้อยของคฤหาสน์หลังนี้
"บ้านหลังนั้นคุณพ่อปลูกเอาไว้เป็นบ้านรับรองแขกน่ะครับ" กวินเอ่ยขึ้นเบาๆ ราวกับอ่านใจหญิงสาวออก เขาจ้องมองใบหน้าหวานที่กำลังกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความสงสัย "ส่วนหลังโน้นก็เป็นเรือนคนใช้ ทุกอย่างที่นี่คุณพ่อเป็นคนวางผังเองทั้งหมด"
รสรินพยักหน้ารับคำพึมพำในลำคอ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกแก้วที่โชยมาตามลมช่วยให้เธอผ่อนคลายลงได้บ้างแต่นิดเดียวเท่านั้น ความเงียบเชียบและดูเป็นระเบียบจัดของบ้านหลังนี้กลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กจ้อยลงไปอีก
"ไปกันเถอะครับ เดี๋ยวคุณพ่อจะรอนาน" กวินพูดพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้ เขาเขยิบเข้าใกล้แล้วยื่นมือใหญ่ที่แสนอบอุ่นออกมาตรงหน้าเธอ
รสรินก้มมองมือข้างนั้นด้วยหัวใจที่เต้นโครมคราม เธอเห็นความมั่นคงและความเชื่อมั่นที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเขา หญิงสาวหลับตาลงชั่ววินาที สูดหายใจเข้าปอดลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เหมือนเป็นการรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายเพื่อต่อสู้กับความประหม่าที่บีบคั้นอยู่ในอก ก่อนจะค่อยๆ ยื่นมือเรียวเล็กที่สั่นเทาของเธอไปวางลงบนมือเขา แล้วกระชับจับไว้แน่นราวกับกลัวว่าหากปล่อยมือนี้ไป เธอจะล้มลงตรงนั้น
"รินพร้อมแล้วค่ะพี่วิน" เธอตอบเสียงแผ่วแต่หนักแน่น
กวินกระชับมือตอบ รับรู้ถึงความตื่นเต้นของคนข้างกาย เขาพานางเอกสาวในชุดครีมละมุนค่อยๆ เดินไปตามทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวเข้าสู่ประตูไม้สักบานคู่ขนาดใหญ่ของบ้านหลัก กลิ่นอายของอำนาจและความขลังจากตัวอาคารเริ่มแผ่ซ่านออกมาปะทะผิวทุกย่างก้าวที่เดินเข้าไป
รองเท้าส้นสูงของรสรินกระทบลงบนพื้นไม้มะค่าขัดมันวับที่สะท้อนเงาเพดานโคมระย้าจนดูเหมือนผิวน้ำที่นิ่งสงบ ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศส่วนกลางแผ่ซ่านมาปะทะผิวแขนที่โผล่พ้นชุดเดรสลูกไม้ จนเธออดไม่ได้ที่จะห่อไหล่เข้าหากันเล็กน้อยด้วยความประหม่าที่พุ่งสูงขึ้นทุกย่างก้าว กลิ่นที่อบอวลอยู่ในโถงรับแขกแห่งนี้ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมปรับอากาศราคาถูก แต่เป็นกลิ่นไม้หอมโบราณจางๆ ผสมกับความสดชื่นของดอกไม้สดเบ่งบานที่จัดวางอยู่ในโถแจกันใบใหญ่ทรงสูงรอบห้อง
สายตาของรสรินกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความทึ่งในรสนิยมอันละเมียดละไมของเจ้าของบ้าน ไซด์บอร์ดไม้มะค่าตัวเก่าแก่ที่วางเรียงรายอยู่ตามจังหวะของผนังห้องนั้นดูมีมนต์ขลัง รูปทรงที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความเนี๊ยบกริบในทุกองศาบ่งบอกว่าผู้ที่จัดวางสิ่งเหล่านี้ต้องเป็นคนที่เจ้าระเบียบและมีรสนิยมสูงส่งเพียงใด ชุดโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตัวใหญ่ที่วางเด่นอยู่บนพรมเปอร์เซียถักทอด้วยลวดลายวิจิตรบรรจงกลายเป็นจุดนำสายตาที่ทำให้ห้องโถงกว้างนี้ดูอบอุ่นแต่ก็น่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน
“เดี๋ยวเข้าไปนั่งก่อนเถอะ ริน... ป๊าน่าจะยังไม่ลงมา”
เสียงทุ้มของกวินปลุกเธอจากอาการภวังค์ เขาจูงมือเธอไปที่โซฟาตัวนั้น รสรินค่อยๆ หย่อนสะโพกลงนั่งอย่างระมัดระวัง สัมผัสของหนังแท้ที่นุ่มหนาและเย็นเฉียบยิ่งทำให้เธอรู้สึกประหม่าจนทำตัวไม่ถูก เธอรวบมือทั้งสองข้างไว้บนตัก พยายามบังคับไม่ให้เข่าสั่นยามที่ต้องเผชิญกับความเงียบขรึมของบ้านข้าราชการระดับสูง
“เดี๋ยวพี่ไปตามพ่อก่อนนะ รินนั่งรอสักพักนะครับ”
กวินทำท่าจะผละลุกขึ้น แต่ในวินาทีนั้นเอง มือน้อยๆ ของรสรินกลับรีบเหนี่ยวรั้งมือใหญ่ของเขาไว้แน่น เธอส่ายหน้าเบาๆ ดวงตากลมโตสั่นระริกฉายแวววอนขออย่างชัดเจน
“ไม่เอาค่ะ... ไม่ต้องไปตามหรอก เดี๋ยวท่านก็คงลงมาเองแหละค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบา ดึงมือเขาไว้เหมือนเด็กที่หลัวการถูกทิ้งให้อยู่ลำพังในสถานที่แปลกถิ่น ความอบอุ่นจากมือของกวินคือสิ่งเดียวที่ช่วยยึดเหนี่ยวใจเธอไว้ในตอนนี้
“ดื่มน้ำก่อนค่า...”
เสียงทักทายที่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดูดังขึ้นจากเบื้องหลัง พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนที่มีใบหน้าอิ่มเอิบประดับด้วยรอยยิ้มใจดี เธอคือ ป้าเล็ก แม่บ้านเก่าแก่ผู้เป็นเสมือนกระดูกสันหลังของบ้านเตชะเกรียงไกร ในมือของป้าเล็กถือถาดเงินที่วางขันน้ำเงินลายนูน มีหยดน้ำเกาะพราวรอบแก้วบ่งบอกถึงความเย็นจัดของน้ำลอยดอกมะลิที่อยู่ภายใน
“คุณท่านออกไปธุระข้างนอกแป๊บเดียวค่ะ บอกว่าจะรีบกลับ แกสั่งป้าไว้ว่าให้คุณหนูรอแกหน่อยนะจ๊ะ”
ป้าเล็กแถลงไขพลางวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะไม้เตี้ยตรงหน้ารสริน สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของแม่บ้านคนเก่าแก่มองสำรวจหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้มที่นั่งข้างๆ คุณหนูของแกอย่างชื่นชม รสรินรับรู้ถึงกระแสความเป็นมิตรที่ส่งผ่านมาจึงค่อยๆ คลายความเกร็งลงได้บ้าง
“อ้อ! ริน... นี่ป้าเล็กจ้ะ แม่บ้านคนเก่าคนแก่ของที่นี่ บ้านนี้ป้าแกคุมนะ ไม่มีใครใหญ่เกินป้าแล้วล่ะ”
คำพูดหยอกล้ออย่างเป็นกันเองของกวินทำให้รสรินรับรู้ได้ทันทีว่าความสัมพันธ์ระหว่างเขากับแม่บ้านคนนี้ไม่ใช่เพียงแค่เจ้านายกับลูกจ้าง แต่มันคือความผูกพันที่แน่นแฟ้นปานญาติผู้ใหญ่ รสรินรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว กิริยามารยาทที่อ่อนน้อมถูกดึงออกมาใช้ตามสัญชาตญาณ
“สวัสดีค่ะป้า...” เธอยกมือไหว้ป้าเล็กอย่างสวยงามและรู้กาลเทศะ
“ไหว้พระเถอะจ้ะ อย่าไปเชื่อคุณหนูกวินของป้ามากนักนะคะ ป้าก็เป็นแค่คนใช้ในบ้านเองแหละจ้ะ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรอย่างที่ว่าคุณหนูแกว่าหรอกค่ะ” ป้าเล็กรับไหว้พลางค้อนคุณหนูของเธอจนตาคว่ำ แต่แววตานั้นกลับเต็มไปด้วยความเอ็นดู
“นี่รสรินครับป้า... อีกหน่อยรสเขาจะมาเป็นคุณผู้หญิงของบ้านนี้แล้วนะ”
กวินแนะนำว่าที่ภรรยาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ แววตาที่เขาจ้องมองรสรินนั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนจนป้าเล็กถึงกับยิ้มกว้างออกมา รสรินรู้สึกหน้าร้อนผ่าวขยับยิ้มเขินๆ คำว่า ‘คุณผู้หญิงของบ้าน’ มันดูยิ่งใหญ่จนเธอแทบไม่กล้าฝันถึง แต่ท่าทีที่กวินให้เกียรติป้าเล็กเหมือนเป็นญาติผู้ใหญ่จริงๆ ทำให้เธอรู้สึกประทับใจในตัวชายคนรักมากขึ้นไปอีก
ในใจของรสรินตอนนั้น เธอสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเนี๊ยบหรูของคฤหาสน์หลังนี้ ความเอ็นดูที่ป้าเล็กมีให้ และความมั่นคงที่กวินพยายามแสดงออกมา ทำให้เธอเริ่มมีความหวังว่าชีวิตในบ้านหลังนี้คงจะเต็มไปด้วยความสุขและสงบสุข
เธอยกขันน้ำเย็นฉ่ำขึ้นจิบ กลิ่นหอมชื่นใจของดอกมะลิช่วยดับความรุ่มร้อนในอกไปได้ชั่วขณะ รสรินมองดูการสนทนาระหว่างกวินและป้าเล็กด้วยความรู้สึกอินไปกับบรรยากาศที่เหมือนครอบครัวจริงๆ
เกรียงไกรโน้มใบหน้าลงมากระซิบชิดใบหูของรสริน น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าด้วยแรงอารมณ์ที่พยายามสะกดกลั้นมาเนิ่นนาน“ป๋ารู้ว่าหนูเหงา... ป๋าสังเกตมาหลายวันแล้ว”สิ้นคำเขาก็จงใจขบเม้มเบาๆ ที่ติ่งหูของเธออย่างยั่วเย้า กระตุ้นให้กระแสความซ่านเสียวแล่นปราดไปทั่วไขสันหลัง รสรินได้แต่ใจเต้นถี่ระรัวพลางนึกในใจด้วยความรัญจวนว่า เหตุใดกวินสามีของเธอถึงไม่ได้เศษเสี้ยวแห่งชั้นเชิงในการเร้าอารมณ์เช่นนี้จากผู้เป็นพ่อมาบ้างเลยมือหนาของเกรียงไกรดันลาดไหล่บางเบาๆ เป็นสัญญาณให้เธอเอนกายลงนอนราบไปกับโซฟาตัวยาว ร่างงามของรสรินอ่อนลู่ไปตามทิศทางที่เขาต้องการอย่างว่าง่าย เธอหอบหายใจถี่กระชั้น หลับตาพริ้มปล่อยให้สติหลุดลอยไปในห้วงฝันที่แสนรื่นรมย์ เกรียงไกรหยุดมองดูภาพเบื้องหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงใจ ชุดเดรสลำลองที่เริ่มหลุดลุ่ยเผยให้เห็นทรวงอกที่กระเพื่อมไหวตามจังหวะหายใจ และใบหน้าที่แดงซ่านด้วยความกระสันของสะใภ้สาว ยิ่งกระตุ้นให้สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาพุ่งพล่านฝ่ามือหนาที่ร้อนผ่าวสอดลอดใต้ชายชุดเดรสขึ้นไปอย่างรวดเร็ว ลูบไล้ผ่านต้นขาขาวผ่องกลมกลึงก่อนจะเกี่ยวเอาขอบชั้นในตัวบางรูดลงมาที่ข้อเท้าอ
บ่ายวันเสาร์เคลื่อนผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนน่าอึดอัด สำหรับผู้หญิงที่เคยใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายของงานและการบริหารจัดการอย่างรสริน การต้องมานั่งๆ นอนๆ อยู่บนโซฟาตัวหนานุ่มภายในคฤหาสน์ที่เงียบสงัดเช่นนี้ กลับให้ความรู้สึกไม่ต่างจากการถูกจองจำในกรงทองที่ประดับประดาด้วยอัญมณีล้ำค่าเธอยังจำน้ำเสียงรู้สึกผิดของกวินเมื่อคืนก่อนได้ดี “พี่ต้องเข้าไปสะสางงานให้นายให้เสร็จก่อนวันจันทร์นี้... เสียดายนะ วันหยุดทั้งทีพี่น่าจะได้มีเวลาอยู่กับเมียที่น่ารักของพี่” เขาบ่นพลางสวมกอดเธอด้วยความรัก ซึ่งเธอก็ทำหน้าที่ภรรยาแสนดีด้วยการปลอบประโลมให้เขาสบายใจว่าเธออยู่ได้ ทว่าในยามนี้ เมื่อต้องเผชิญกับเข็มนาฬิกาที่ดูเหมือนจะเดินช้ากว่าปกติ ความเงียบสงัดของบ้านกลับทำให้ความฟุ้งซ่านในใจเริ่มทำงานรสรินนั่งทอดถอนใจอยู่บนโซฟาบุผ้าไหมตัวยาวในห้องนั่งเล่นชั้นบน นิ้วเรียวไถหน้าจอมือถือไปมาอย่างไร้จุดหมาย เกมในจอที่พยายามเล่นเพื่อฆ่าเวลาก็ดูจะน่าเบื่อหน่ายเกินกว่าจะดึงดูดความสนใจของเธอได้นาน บรรยากาศรอบกายที่มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศครางเบาๆ และแสงแดดบ่ายที่จัดจ้าลอดผ่านผ้าม่านโปร่งเข้ามา ยิ่งขับเน้นให้ความ "ว่
มือเรียวงามของรสรินพยายามยกขึ้นดันที่แผงอกกว้างของเกรียงไกร หวังจะใช้แรงทั้งหมดที่มีเพื่อผลักไสพันธนาการที่แสนรัญจวนใจนี้ออกไป แต่อนิจจา... เรี่ยวแรงที่เธอเคยคิดว่ามีกลับอันตรธานหายไปเสียดื้อๆ ราวกับขี้ผึ้งที่ถูกลนด้วยไฟสวาท ร่างกายของเธอกำลังทรยศต่ออุดมการณ์และความถูกต้องอย่างร้ายกาจ"อุ๊ย... ป๋า! เราทำอย่างนี้ไม่ได้ค่ะ..."เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มนั้นแผ่วเบาและสั่นพร่าเสียจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบที่ไร้น้ำหนัก แทนที่จะเป็นการปฏิเสธที่เด็ดขาด มันกลับกลายเป็นประดุจแรงดึงดูดชั้นดีที่ยั่วยุอารมณ์เบื้องลึกของบุรุษผู้ทรงอำนาจ เกรียงไกรไม่เพียงไม่ถอยห่าง แต่เขากลับกระชับวงแขนแกร่งโอบรัดร่างระหงให้แนบชิดกับกายกำยำของเขาจนไร้ซึ่งช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน"ป๋าทรมานเหลือเกินหนูริน..."เสียงกระซิบพร่าที่ข้างใบหูทำให้รสรินขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาที่เป่ารดผิวเนื้อเนียนละเอียดทำเอาสติที่เหลือน้อยนิดของเธอแทบจะหลุดลอย"ป๋าเห็นหนูทุกวัน... เห็นหนูเดินไปเดินมาในบ้านหลังนี้ ในฐานะอื่นที่ไม่ใช่คนของป๋า ป๋าแทบจะทนไม่ไหวแล้ว"สิ้นคำสารภาพที่เต็มไปด้วยตัณหา เกรียงไกรก็ฝังจมูกลงที่ซ
เสียงลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะหนักสม่ำเสมอพร้อมเสียงกรนแผ่วเบาของกวิน คือสัญญาณยืนยันว่าสามีผู้แสนดีได้ปลดเปลื้องภาระแห่งวันและก้าวเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างสมบูรณ์ บทเพลงรักที่จืดชืดเมื่อครู่จบลงอย่างรวดเร็วราวกับภาพตัด กวินชิงก้าวเข้าสู่ประตูสวรรค์ทิ้งให้ภรรยาสาวต้องลอยคออยู่กลางทะเลเพลิงแห่งความต้องการเพียงลำพัง รสรินต้องกล้ำกลืนหยาดน้ำตาแห่งความค้างคาและเสแสร้งร่ายรำบทแห่งความสุขสมเพียงเพื่อให้ชายข้างกายได้ภาคภูมิใจในความเป็นชายที่แสนธรรมดาของเขารสรินนอนลืมตาโพลงท่ามกลางความมืดมิดจ้องมองเงาตะคุ่มบนเพดานอย่างเลื่อนลอย ความเงียบในห้องนอนกว้างกลับยิ่งขับเน้นเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงด้วยไฟราคะที่ยังมอดไม่สนิท เธอบิดกายไปมาด้วยความกระสับกระส่าย ความซ่านเสียวที่ถูกจุดขึ้นแต่กลับถูกทอดทิ้งไว้กลางทางทำให้เธอรู้สึกรุ่มร้อนจนแทบกระอัก รสรินปรายตามองสามีที่หลับไหลก่อนจะค่อยๆ เลื่อนกายลงจากเตียงอย่างเงียบเชียบที่สุดฝ่าเท้าเปลือยเปล่าสัมผัสความเย็นเยียบของพื้นไม้ขัดเงาขณะที่เธอเดินตรงไปยังห้องน้ำ ทันทีที่บานประตูเลื่อนปิดลงและลูกบิดถูกล็อค รสรินก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างสุดอั้น มือเรียวเอื้อมไปดึงสายช