Beranda / โรแมนติก / พ่อพรายรพี / ความโหดร้ายของโชคชะตา

Share

พ่อพรายรพี
พ่อพรายรพี
Penulis: theoneyoulove

ความโหดร้ายของโชคชะตา

Penulis: theoneyoulove
last update Tanggal publikasi: 2024-11-04 23:56:52

   เสียงกระแทกของประตูที่ถูกเปิดออกดังก้องในความมืด มีนาเกาะอยู่ในมุมห้อง ขณะมือของพวกเขายื่นออกมาจับเธอไว้ เธอรู้สึกถึงแรงกดดันและความกลัวที่กัดกินทุกส่วนของร่างกาย ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังจะพังทลาย

“ทำไมต้องทำแบบนี้!” มีนาตะโกนออกมาเสียงสั่นเครือ แต่คำพูดของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงฝีเท้าของพวกเขาที่ดังขึ้นใกล้เข้ามา

มือที่แข็งแกร่งจับข้อมือของเธออย่างแน่นหนา การดิ้นรนของเธอทำได้เพียงแค่พยายามจะหลุดออก แต่การต่อสู้ของเธอกลับไม่มีทางชนะ

“เงียบ!” เสียงของผู้นำกลุ่มดังก้องเข้ามาในหูของเธอ มันเป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและอำนาจ ความรู้สึกของการถูกจับกุมและไม่สามารถหนีได้ทำให้หัวใจของมีนาคล้ายจะหยุดเต้น

เธอได้ยินเสียงเหล็กดังกระทบกัน การเปิดและปิดประตู และเสียงกระซิบของคำสั่งที่ถูกส่งผ่านความมืด ท่ามกลางความโกลาหลนี้ มีนาเริ่มรู้สึกว่าความหวังของเธอกำลังจะหมดไป

เมื่อประตูปิดลงอีกครั้ง มีนาพยายามสงบสติและหาทางออก แต่ความรู้สึกของความกลัวที่แผ่ขยายออกมานั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกจมอยู่ในความมืดมิดที่ไม่รู้ว่าจะมีทางรอดหรือไม่

ภายในรถมินิบัส

ถุงคลุมหัวที่ถูกดึงลงมาปิดบังทุกสิ่งทุกอย่าง ทำให้มีนาหายใจไม่สะดวก ความมืดมิดที่หลั่งไหลเข้ามาทำให้เธอไม่สามารถเห็นอะไรเลย สัมผัสของถุงที่หนาทึบและยืดหยุ่นทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการในความมืดที่ไร้ขอบเขต

“ปล่อยฉันเถอะ!” เสียงของเธอดังออกมาผ่านทางผ้าที่คลุมอยู่ แต่เสียงของเธอถูกรบกวนด้วยความรู้สึกของความมืดและการขาดอากาศที่เพิ่มขึ้น

ทุกๆ วินาทีที่ผ่านไปเหมือนจะยืดเยื้อยาวนานอย่างไม่สิ้นสุด มือของเธอพยายามขยับเพื่อดึงถุงออก แต่การเคลื่อนไหวของเธอกลับไม่มีทางทำให้ถุงหลุดออกไป ความรู้สึกของการถูกปิดกั้นทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงความเครียดที่เพิ่มมากขึ้น

“ใคร? คุณจะทำอะไรกับฉัน?” เธอตะโกนด้วยเสียงที่สั่นเครือ แต่คำถามของเธอกลับไม่มีการตอบรับ อากาศที่ผ่านทางถุงยังคงหนาแน่นและทำให้การหายใจของเธอไม่สะดวก

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าและแสนยาวนาน มีนารู้สึกถึงความสับสนและความกลัวที่กัดกินใจ ความรู้สึกที่เหมือนเวลาไม่มีการเคลื่อนไหว ความมืดที่เต็มไปด้วยความเงียบสงัดทำให้เธอรู้สึกเหมือนกำลังตกอยู่ในหลุมอากาศที่ไม่รู้จะหลุดพ้นไปได้อย่างไร

ทุกครั้งที่มีการเคลื่อนไหวของรถ ความรู้สึกของการถูกโยนไปมาทำให้หัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้น การไม่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไปที่ไหนและไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไปทำให้เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังพังทลาย

เมื่อรถหยุดและประตูเปิดออก มีนาได้ยินเสียงของฝีเท้ากระทบพื้นและเสียงที่พูดคุยกันอย่างไม่ชัดเจน เธอพยายามรวบรวมความกล้าและสติ แต่ทุกอย่างก็ยังคงอยู่ในความมืดมิดและเงียบสงัด

“พวกแกต้องการอะไร?” มีนาตะโกนออกไปด้วยความวิตกกังวล “ต้องการเงินเหรอ? พ่อฉันมีเงิน! โทรหาพ่อฉัน! เขาจะจ่ายเงินให้พวกแก!”

เสียงของเธอเต็มไปด้วยความหวังและความเครียด ความพยายามในการเรียกร้องให้พวกเขาติดต่อพ่อของเธอนั้นเป็นความหวังสุดท้ายที่เธอมี แต่เสียงของเธอกลับสะท้อนในความมืดและเงียบสงัดของห้อง

“ปล่อยฉันไปเถอะ!” เธอร้องขอด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด “ฉันจะทำตามที่พวกแกต้องการทุกอย่าง! ขอแค่ปล่อยฉันไป!”

เธอพยายามรวบรวมความกล้าและความสงบในการพูด แต่คำร้องของเธอกลับไม่มีการตอบรับ สิ่งที่เธอได้รับคือความเงียบที่กดดันและทำให้รู้สึกถึงการโดดเดี่ยวที่เพิ่มมากขึ้น

มีนาตื่นขึ้นมาจากการหลับลึกโดยรู้สึกถึงความเจ็บปวดและความเหนื่อยล้าที่แผ่ไปทั่วร่างกาย ความมืดยังคงอยู่รอบตัวเธอ แต่เมื่อลืมตาขึ้นมา เธอก็เริ่มรู้สึกถึงความจริงของสถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่

เธอพบว่าตัวเองนอนอยู่ในกรงขังไม้ที่มืดทึบ เสียงไม้ครูดและการเคลื่อนไหวที่เบาบางรอบตัวทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว เธอลุกขึ้นนั่งและมองไปรอบๆ สถานที่ที่เป็นกรงขังซึ่งถูกสร้างขึ้นอย่างหยาบๆ และแข็งแรง

กรงขังที่มีนาอยู่เต็มไปด้วยเฉลยที่นอนอยู่ในมุมต่างๆ พวกเขามีท่าทางที่เหนื่อยล้าและสิ้นหวัง เหล่าผู้ที่ถูกขังรวมตัวอยู่ในพื้นที่จำกัดทำให้บรรยากาศรู้สึกหนักหน่วงและน่าสะพรึงกลัว

มีนาเงยหน้าขึ้นและพยายามสังเกตสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย เธอเห็นแสงสลัวๆ ที่ลอดผ่านช่องกรงไม้ บางครั้งเสียงกระซิบและการเคลื่อนไหวของเฉลยที่มีอาการคล้ายๆ กันทำให้เธอรู้สึกถึงความเศร้าและความท้อแท้ที่ปกคลุมอยู่ในที่แห่งนี้

“นี่มันที่ไหน?” มีนาถามออกไปเสียงแผ่วเบา การถามคำถามนั้นเป็นเพียงความพยายามในการหาทางออกจากสถานการณ์ที่ไม่มีความหวัง เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังและความวิตกกังวลที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเธอเริ่มหันไปหาผู้ที่นอนอยู่รอบๆ เธอพบว่ามีคนบางคนเงยหน้าขึ้นมาและมองเธอด้วยความสงสัยและความเห็นใจ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยอยู่ในสถานการณ์เดียวกันมาก่อน

“เธอก็มาอยู่ที่นี่แล้ว” หนึ่งในผู้ที่ถูกขังพูดขึ้นด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความผิดหวัง “เหมือนกับพวกเรา”

เสียงของเขาเป็นการยืนยันถึงความจริงที่มีนาเพิ่งรู้สึกได้—เธอเป็นเพียงหนึ่งในกลุ่มคนที่ถูกขังอยู่ในกรงนี้ และสถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่นั้นมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความยากลำบาก

แสงอาทิตย์เริ่มแทรกผ่านช่องกรงไม้ สาดส่องเข้าสู่พื้นที่ที่เต็มไปด้วยความเศร้าและความท้อแท้ ความสว่างของยามเช้าตัดกับความมืดที่เกาะอยู่ในใจของมีนา เธอรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่เพิ่มมากขึ้นเมื่อเห็นความสว่างที่ส่องเข้ามาในกรงขัง

เธอเริ่มรู้สึกถึงความเหนื่อยล้าทางจิตใจที่กดทับอยู่ในตัวเอง น้ำตาเริ่มไหลลงมาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ เธอไม่สามารถยับยั้งความเศร้าและความหวาดกลัวที่ท่วมท้นหัวใจของเธอ

“พ่อ… ช่วยหนูด้วย…” เธอพูดเบาๆ กับตัวเองในขณะที่น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่หยุดยั้ง ความคิดถึงพ่อของเธอทำให้ความรู้สึกของเธอทวีความรุนแรงมากขึ้น

เสียงร้องไห้ของมีนาในความสะลัวของยามเช้าดูเหมือนจะกลายเป็นความหวังที่ห่างไกล เธอรู้ว่าพ่อของเธอคงไม่มีทางรู้ว่าลูกสาวของเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายนี้ แต่ความคิดถึงพ่อทำให้เธอรู้สึกถึงการถูกทิ้งอยู่ในที่ที่ไม่สามารถหนีได้

“พ่อ… ทำไมพ่อไม่มาที่นี่?” เธอร้องไห้ด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ความรู้สึกของการถูกทิ้งและการไม่รู้ว่าจะไปหันหน้าไปทางไหนทำให้เธอรู้สึกถึงความว่างเปล่าในใจ

น้ำตาของเธอไหลลงมาจนเปื้อนใบหน้า และเสียงสะอื้นของเธอก็เงียบลงในความเงียบของห้อง เมื่อการร้องไห้ของเธอหยุดลง 

ในขณะที่มีนานั่งร้องไห้อยู่ในมุมของกรงขังไม้ สาวชาวบ้านที่นอนอยู่ในอีกมุมหนึ่งของกรงขังเริ่มขยับตัวอย่างลุกลี้ลุกลน เธอแสดงออกถึงความวิตกกังวลอย่างชัดเจน และดูเหมือนจะพยายามเข้ามาใกล้มีนาอย่างระมัดระวัง

“คุณ!” เสียงของสาวชาวบ้านนั้นเบาและเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย เธอค่อยๆ เข้ามาหามีนาและยกมือขึ้นมาห้ามไม่ให้มีนาพูดเสียงดัง “อย่าเสียงดัง! เดี๋ยวพวกมันจะกลับมาทำร้ายเรา!”

สาวชาวบ้านมีท่าทางที่เหนื่อยล้าและเต็มไปด้วยความกลัว ดวงตาของเธอจับจ้องไปรอบๆ อย่างไม่สบายใจเพื่อให้แน่ใจว่าความเงียบสงบยังคงอยู่ในกรงขัง เธอเข้ามาใกล้จนมีนาแทบจะสัมผัสได้ถึงลมหายใจของเธอ

“พวกมัน...” สาวชาวบ้านกระซิบเสียงแผ่ว “พวกมันจะกลับมาอีกไม่นาน พวกมันไม่ชอบเสียงดัง คุณต้องพยายามเงียบไว้ อย่าให้พวกมันได้ยินเรา”

น้ำเสียงของสาวชาวบ้านเต็มไปด้วยความวิตกกังวลและความกลัว การพูดถึง "พวกมัน" ที่จะกลับมาทำให้มีนารู้สึกถึงความอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้ เธอพยักหน้าและพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของตัวเองให้เบาที่สุด

“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ฟังฉันเถอะ” สาวชาวบ้านกล่าวเสียงแผ่ว “เราต้องอดทนและหาทางออกจากที่นี่ให้ได้ พวกมันจะกลับมาเร็วๆ นี้”

        แสงอาทิตย์ส่องเข้ามาในกรงขังไม้ ทำให้ความมืดที่แผ่ปกคลุมเริ่มจางหายไป ความสว่างของยามเช้าส่งแสงผ่านช่องกรงไม้เผยให้เห็นภาพของตลาดที่คึกคักภายนอก

เมื่อมีนาเปิดตามองออกไป ภาพที่เห็นทำให้เธอรู้สึกถึงความตกตะลึงและความสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน กรงขังที่เธออยู่ตั้งอยู่ท่ามกลางตลาดที่คึกคักในขุนเขา มีชาวบ้านที่มานั่งขายของป่านานาชนิดเรียงรายอยู่รอบๆ

ตลาดนี้เต็มไปด้วยชีวิตชีวาและสีสัน มีพ่อค้าแม่ค้าที่ตะโกนเรียกลูกค้าและเสนอขายสินค้าท้องถิ่น เช่น สมุนไพรป่า ผลไม้แปลกๆ และเครื่องมือการเกษตรที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ เสียงพูดคุยของชาวบ้านผสมกับเสียงการแลกเปลี่ยนสินค้าทำให้บรรยากาศมีความคึกคักและเต็มไปด้วยชีวิต

ขณะที่มีนามองออกไปจากกรงขัง เธอเห็นผู้คนเดินผ่านไปมา ชาวบ้านที่มีท่าทางสุขสบายและใช้ชีวิตตามปกติ โดยไม่สนใจกรงขังที่ตั้งอยู่กลางตลาด ในขณะที่พวกเขาต่างยุ่งอยู่กับการซื้อขายและพูดคุยกัน

“ทำไมไม่มีใครช่วยเรา?” มีนาพูดกับตัวเองเสียงเบา เมื่อเห็นภาพที่ขัดแย้งกันระหว่างความปกติของชีวิตภายนอกและความทุกข์ทรมานที่เธอกำลังเผชิญอยู่ในกรงขัง

สาวชาวบ้านที่นั่งอยู่ใกล้ๆ หันมามองมีนาและกล่าวเสียงแผ่ว “พวกเขาอาจกลัวที่จะเข้ามายุ่งเกี่ยวกับพวกมัน”

หัวหน้าโจร: ยืนอยู่บนแท่นกลางสนามประมูล ตะโกนเสียงดัง "ฟังให้ดีๆ ทุกคน! ตอนนี้ถึงเวลาของจริงแล้ว! มาๆ กันเถอะ!"

เสียงฝูงชน: ส่งเสียงฮือฮาและกระซิบกันในฝูงชน "มาดูสิ! ของดีๆ มาแล้ว!"

หัวหน้าโจร: ตะโกนเสียงดัง "เราจะเริ่มการประมูลเดี๋ยวนี้แหละ! ของที่เรามีวันนี้มีค่าสูงลิบ! ไม่ควรพลาด!"

มีนา: ยืนอยู่ในมุมมืดของกรงขัง ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก "ประมูล? ฉันต้องถูกประมูลด้วยเหรอ?"

หัวหน้าโจร: ตะโกนอีกครั้ง "มาๆ ทุกคน! อย่าช้า! ของที่เรามีวันนี้มันเด็ดจริงๆ! 

      เสียงตะโกนของพ่อค้าและเสียงตบมือจากผู้ที่ชนะการประมูลดังลั่น ตลาดเริ่มมีความคึกคักอย่างผิดปกติ พร้อมกับเสียงร้องไห้และการขอความช่วยเหลือที่แทรกซ้อนอยู่ในความวุ่นวาย

มีนาสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดในอากาศเมื่อชาวบ้านในกรงขังทยอยถูกลากออกไปทีละคน การประมูลเริ่มขึ้นและเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดจากผู้ถูกจับกลายเป็นเพลงประสานกับเสียงการประมูล

“ปล่อยฉันไป!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้น “อย่าทำร้ายฉัน!”

เสียงคำขอความช่วยเหลือที่เจือด้วยความสิ้นหวังนั้นมาพร้อมกับการเคลื่อนไหวที่โกลาหลของสมุนโจร มีผู้คนมากมายรายล้อมอยู่รอบๆตลาดที่เข้ามาดูการประมูล พวกเขาหมายตาสิ้นค้าที่ว่าที่อยู่ในกรงไม้และการเลือกซื้อที่ไร้ความปรานี

“ช่วยฉันด้วย!” เสียงกรีดร้องของหญิงสาวที่ถูกลากออกไปดังขึ้น “ไม่! อย่า!”

การกระทำของพวกเขาเต็มไปด้วยความโหดร้าย สมุนโจรบางคนไม่ลังเลที่จะใช้กำลังในการควบคุมผู้ที่ต้านทาน การจับตัวและลากออกไปอย่างรุนแรงทำให้มีนารู้สึกถึงความหวาดกลัวที่ท่วมท้น

สาวชาวบ้านที่อยู่ข้างๆ มีนาพยายามพูดเสียงต่ำ แต่ไม่สามารถปกปิดความวิตกกังวลของเธอได้ “พวกมันจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนจะถูกขายออกไปหมด ถ้าพวกมันเห็นเราพูดเสียงดังหรือเคลื่อนไหว…”

เธอหยุดพูดเมื่อเสียงดังขึ้นจากการประมูลอีกครั้ง เสียงของพวกมันชัดเจนและดุดัน “หุบปาก!” เสียงของสมุนโจรคนหนึ่งตะโกน “ใครทำเสียงดังจะเชือดทั้งซะให้หมด!”

มีนาได้ยินเสียงปืนและเสียงแหลมของวัตถุต่างๆ ถูกทุบกระแทกลงบนพื้นอย่างไม่ปราณี สถานการณ์ในกรงขังนั้นเต็มไปด้วยความโหดร้ายและความไร้ความปรานี

เมื่อเสียงของคนที่ถูกซื้อไปจางลงและกลายเป็นความเงียบสงัดในกรงขัง 

มีนา: น้ำตาไหลและเสียงสั่น "ไม่! ฉันไม่ต้องการ! ขอร้องเถอะ... อย่าทำกับฉันแบบนี้ ติดต่อพ่อฉัน พ่อฉันมีเงิน"

หัวหน้าโจร: ยิ้มอย่างร้ายกาจ "ขอร้อง? ฮ่าฮ่า! ที่นี่ไม่มีที่ให้ขอร้องหรอก เธอจะต้องดูว่าใครจะจ่ายมากที่สุด!"

หัวหน้าโจร: ตะโกนสุดเสียง "เริ่มการประมูลเลย! ใครจะเป็นคนเสนอราคาสูงสุด? มาดูกัน!"

“เงียบ!” หัวหน้าโจรตะโกนด้วยเสียงที่ดังก้องไปทั่วตลาด เสียงของเขาดูเหมือนจะมีอำนาจเหนือเสียงอื่นๆ ทำให้ทุกคนต้องหยุดฟัง

        หัวหน้าใจรที่ยืนอยู่ร้องตะโกนเพื่อให้ทุกคนหยุดพูด เพื่อให้ความเงียบปกคลุม ก่อนที่เขาจะพูดต่อด้วยความมั่นใจ “วันนี้เรามีของดีสุดพิเศษ! สาวน้อยคนเมืองแสนสวย และที่สำคัญบริสุทธ์อยู่—เธอคือของที่ดีที่สุดที่เรามี!”

หัวหน้าโจรชี้ไปที่กรงขังที่มีนาอยู่ ความรู้สึกของความพอใจและความเหี้ยมโหดของมันแสดงออกชัดเจน เมื่อเห็นความหวาดกลัวและความสิ้นหวังบนใบหน้าของมีนา

“วันนี้จะเริ่มที่ห้าหมื่น!” เขาตะโกนด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ “ใครสนใจซื้อสาวสวยนี้ ขอให้เสนอราคาสูงที่สุด!”

เสียงการประมูลเริ่มต้นขึ้นทันที เสียงตะโกนของผู้ซื้อดังขึ้นในตลาด พวกเขาตั้งใจฟังการประกาศของหัวหน้าโจรและเตรียมตัวสำหรับการประมูล

“ห้าหมื่น!” เสียงของผู้ซื้อคนหนึ่งดังขึ้นในทันที

หัวหน้าโจรยิ้มเย้ยหยันและพยักหน้า “ใครจะให้สูงกว่านี้อีก!”

เสียงประมูลเริ่มรุนแรงขึ้น เสียงของผู้ซื้อที่เสนอราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ เริ่มสร้างความตึงเครียดในตลาด 

มีนาเฝ้าดูอย่างสิ้นหวังเมื่อเห็นตัวเลขราคาที่เพิ่มสูงขึ้น ความหวาดกลัวในใจของเธอเพิ่มขึ้นเมื่อเสียงการประมูลดังขึ้นเรื่อยๆ เสียงของเธอที่ขอความช่วยเหลือกลายเป็นเพียงเสียงที่แทรกอยู่ในความวุ่นวายของตลาด

“ปล่อยฉันไปเถอะ!” มีนาร้องไห้และขอความช่วยเหลือ “ฉันจะให้ทุกอย่าง!”

แต่เสียงของเธอกลับถูกกลบด้วยเสียงประมูลและเสียงหัวเราะชั่วร้ายของพ่อค้าที่สนใจในการซื้อเธอ

ทันใดนั้น เสียงทุ้มและทรงพลังจากผู้ที่ยืนอยู่ในมุมมืดของตลาดดังก้องขึ้น 

“สองแสน!”

เสียงของเสือเข้ม ดังก้องไปทั่วตลาด เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจและความน่ากลัว เมื่อเขายื่นเสนอราคาที่สูงจนทุกคนต้องหันไปมอง

หัวหน้าโจรมองไปยังที่มาของเสียงด้วยความสนใจและอารมณ์ที่เปลี่ยนไป “สองแสน!” เขาตะโกนด้วยความประหลาดใจและเคารพในข้อเสนอ “ใครจะท้าทายราคานี้? เสือเข้มเสนอราคาสูงเกินจะตามได้!”

เสียงประมูลเงียบลงในทันที การเสนอราคาสูงของเสือเข้มทำให้ตลาดตกอยู่ในความเงียบงัน

เสือเข้มยืนอยู่ในมุมมืดของตลาด ตั้งแต่เช้ามืด เขาได้เห็นมีนาผ่านช่องกรง และความงามของเธอทำให้เขาต้องการเธออย่างมาก 

“เอาละนะ นับ หนึ่ง สอง!”

“ห้าแสน!” เสียงของพรายรพีดังขึ้นอย่างทรงพลังและเต็มไปด้วยอำนาจ

ในช่วงเวลาแห่งความเงียบที่ตามมา ความรู้สึกของความเยือกเย็นและความดุดันเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อพ่อพรายรพีปรากฏตัวจากเงามืดของตลาด

ร่างสูงใหญ่ของพรายรพีเดินออกมาจากมุมมืด ชุดเสื้อผ้าของเขาดูหม่นหมอง แต่สะท้อนถึงความแข็งแกร่ง รอยสักยันต์ที่ปกคลุมร่างกายของเขาเป็นเครื่องหมายของอำนาจและความน่าสะพรึงกลัว ดวงตาของเขาคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกถึงความหนาวเย็น

พรายรพียืนกอดอกด้วยท่าทางที่แสดงถึงความมั่นใจและความท้าทาย ข้อมือที่ถือดาบยาวของเขาดูแข็งแกร่ง เสียงเหล็กกระทบกันจากการหมุนดาบในมือของเขาเป็นเสียงที่ทำให้ตลาดเงียบลง

จ้อย: ยืนอยู่ข้างๆ พรายรพี ดูเหมือนจะตกใจ "นาย นายจะเริ่มที่ห้าแสนเลยเหรอ?"

พรายรพี: ยิ้มเยาะ "แค่ห้าแสนเอง ไอ้จ้อย ข้าจะเริ่มที่ราคานี้แค่เพื่อให้ไอ้เข้มมันรู้ว่ามันไม่อาจมาเทียบกับเราได้ ข้าจะสนุกกับการเห็นมันพยายามเอาชนะเรา"

จ้อย: หัวเราะเบาๆ "ฮ่าฮ่า เข้าใจแล้วนาย ขนาดราคาแค่ห้าแสน ยังต้องการทำให้ไอ้เข้มมันเดือดร้อน"

เสียงฝูงชน: ส่งเสียงตื่นเต้นและคึกคัก

เข้ม: เดินเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว "ไอ้รพี! แกกล้าทำแบบนี้กับข้าหรอ?! ห้าแสน? แกจะเล่นอะไรกับข้าหะ?"

พรายรพี: หันไปมองเข้มด้วยความเย็นชา 

เข้ม: กร้าวเสียง "ไอ้รพี! แกคิดว่าจะแย่งของ ของข้าเหรอ

เข้ม: เดินเข้ามาพร้อมความโกรธ "ไอ้รพี! แกกล้าเหยียบย่ำข้าแบบนี้ได้ยังไง? ห้าแสนเหรอ? แกคิดว่าแกจะขัดขวางข้าได้ด้วยราคานี้?"

พรายรพี: ยิ้มอย่างสะใจ 

เข้ม: ขมวดคิ้วและโกรธจัด "ไอ้รพี! ข้าจะให้ราคาสูงกว่านี้! แกอย่าหวังว่าจะขัดขวางข้าได้ง่ายๆ!"

สมุนของเข้ม: กระซิบเข้าที่หูของเข้ม "พี่เข้ม พอเถอะ เรามีเงินไม่พอจะให้สูงกว่านี้ตอนนี้จริงๆ"

เข้ม: หันไปมองสมุนด้วยความไม่พอใจ "ห๊ะ อะไรนะ? เราไม่มีเงินได้ไงวะ?"

สมุนของเข้ม: ตอบด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความวิตกกังวล "นายใหญ่จำกัดเงินพี่เข้มไว้ตอนนี้ ลืมแล้วเหรอ?"

เข้ม: พ่นลมหายใจด้วยความหงุดหงิด "เชี่ย! ข้าลืมไปจริงๆ..

       เมื่อเสียงของพรายรพีดังก้องไปทั่วตลาด เสือเข้มก็ยอมแพ้และเลิกเสนอราคา ความเงียบที่ปกคลุมตลาดนั้นเผยให้เห็นความมั่นใจของพรายรพีที่ไม่มีใครกล้าท้าทาย

หัวหน้าโจรมองไปที่พรายรพีด้วยความเคารพและความหวาดกลัว “ห้าแสน! “การประมูลเสร็จสิ้นแล้ว!”

พรายรพีเดินไปยังโต๊ะประมูลพร้อมกับดวงตาที่แข็งแกร่งและอำนาจ เขาไม่แสดงอาการใดๆ ที่เกี่ยวกับความตื่นเต้นหรือความพอใจในการชนะ 

         เมื่อชนะเข้มด้วยความสะใจ พรายรพีหันหลังและเดินออกไปจากตลาดอย่างไม่รีบร้อน ความสง่างามและความดุดันของเขาสะท้อนออกมาในทุกย่างก้าว เขาไม่แม้แต่จะหันไปมองที่มีนา หรือสนใจสิ่งที่เขาเพิ่งประมูลได้

การเดินออกไปของพรายรพีทำให้ตลาดตกอยู่ในความเงียบงัน ความรู้สึกของความตกใจและความหวาดกลัวยังคงอยู่ในอากาศ เขาไม่แสดงออกถึงความรู้สึกหรือความสนใจในสิ่งที่เขาได้มาครอบครอง ความเย็นชาและความเถื่อนของเขายิ่งทำให้ผู้คนละแวกนั้นรู้สึกหนาวเย็นไปตามๆกัน

มีนายังคงอยู่ในกรงขังไม้ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านด้วยความกลัวและความสิ้นหวัง เมื่อเห็นพรายรพีเดินออกไปโดยไม่สนใจเธอเลย ความรู้สึกของการถูกทอดทิ้งและความอันตรายที่ยังคงอยู่ในชีวิตของเธอทำให้เธอรู้สึกถึงความสิ้นหวังอย่างมาก

       

      คืนที่ท้องฟ้ามืดครึ้มและเต็มไปด้วยหมอก พรายรพีกลับมาถึงกระท่อมที่อยู่บนยอดเขาในช่วงดึกของคืน เขาเดินด้วยความมั่นใจตามเส้นทางที่คุ้นเคย ร่างของเขากระทบกับแสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านต้นไม้หนาทึบ เสียงฝีเท้าของเขาดังสะท้อนในความเงียบของป่า

เมื่อพรายรพีเข้ามาถึงกระท่อม เขาเปิดประตูเข้าไป ภายในกระท่อมเป็นที่เงียบสงัดและมืดครึ้ม

ทันทีที่เขาเดินเข้าไปในกระท่อม เสียงเคลื่อนไหวเบาๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่งของกระท่อม การเคลื่อนไหวนี้  ทำให้พรายรพีหยุดเดินและตึงเครียด ร่างกายของเขาตื่นตัวอย่างรวดเร็ว

“ใครอยู่ที่นี่?” พรายรพีถามด้วยเสียงต่ำและดุดัน

เขาชะงักหูและมองไปรอบๆ สถานที่นั้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่เห็นสิ่งใดนอกจากเงามืดที่คุ้นเคย แต่เสียงเคลื่อนไหวที่ยังคงดำเนินต่อไปนั้นชัดเจนและดังกังวานในความเงียบ

พรายรพีเดินไปที่มุมของห้องอย่างระมัดระวัง มือของเขากุมดาบยาวคู่ใจไว้ในมือแน่น แต่เขาก็ไม่เห็นใคร นอกจากความเงียบสงัดที่ครอบคลุม

เสียงเคลื่อนไหวเริ่มชัดเจนขึ้น—ดูเหมือนว่าจะเป็นเสียงของสิ่งของที่เคลื่อนที่หรือบางสิ่งที่พยายามซ่อนตัว ในขณะที่เขาก้าวไปข้างหน้า 

“ออกมาเดี๋ยวนี้!” พรายรพีตะโกนอีกครั้งด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจ

เมื่อเสียงกุกกักดังขึ้นอีกครั้งในความมืดของกระท่อม พรายรพีไม่รอช้า ร่างสูงใหญ่ของเขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในความสลัว เขากระโจนเข้าไปหาผู้ที่เขาคิดว่าอาจจะเป็นภัยคุกคาม ร่างของเขาบิดตัวเพื่อควบคุมความเร็วและแรงในการกระโจน

พรายรพีเงื้อดาบขนาดใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะ ดวงตาของเขากวาดมองหาทิศทางที่มาจากเสียง 

แต่ก่อนที่ดาบของเขาจะถึงร่างตะคุ่มนั้น เสียงกรีดร้องของผู้หญิงดังขึ้นอย่างกระทันหัน ความหวาดกลัวในเสียงนั้นทำให้พรายรพีหยุดชะงัก เขาหยุดกลางอากาศและหันไปยังต้นเสียง

พรายรพี: มองไปที่มีนาด้วยสายตาที่สงสัยและไม่พอใจ "เธอเป็นใคร? มาที่นี่ได้ยังไง?"

มีนา: ตอบด้วยเสียงที่สั่น "ก..ก็ หัวหน้าโจรส่งฉันมาที่นี่... บอกว่าคุณคือนายคนใหม่ของฉัน"

พรายรพี: ยิ้มอย่างเยาะเย้ย "อ้อ 

มีนา: พยักหน้าอย่างสับสนและหวาดกลัว "ใช่ค่ะ... เขาบอกว่าฉันต้องมาที่นี่และทำตามคำสั่งของคุณ"

พรายรพี: มองไปที่มีนาด้วยความเย็นชา 

มีนา: เสียงสั่นและเริ่มร้องไห้ "ฉันขออยู่ที่นี่ด้วยได้ไหมคะ? ขอให้ฉันอยู่ที่นี่ก่อน... ฉันไม่รู้จะทำอย่างไร"

        มีนาถูกพาตัวมาจากตลาดมืดโดยหัวหน้าโจรที่ว่านั่นก็คือจ้อยลูกน้องพ่อพรายรพีนั่นเอง 

จ้อยได้บอกกับมีนาอย่างทารุณว่าเขาคือหัวหน้าโจรที่มีอำนาจและเงื่อนไขที่ไม่มีทางหนีได้ เขาเตือนมีนาว่า หากเธอพยายามหนีออกไปจากกระท่อมนี้โดยไม่มีพ่อพรายรพีอยู่ด้วย เธอจะตกไปเป็นเมียของทุกคนในรังโจรที่อยู่ใกล้ๆ 

“ถ้าเธอคิดจะออกไปจากที่นี่” จ้อยกล่าวเสียงแข็ง “เธอจะต้องกลายเป็นของเล่นของพวกเรา ไม่มีใครจะมาช่วยเธอจากที่นี่ได้”

คำพูดเหล่านี้ทำให้มีนาตกอยู่ในความหวาดกลัวและสิ้นหวัง เมื่อจ้อยพามาส่งที่กระท่อม

       เมื่อสายตาของพรายรพีปรับตัวได้ในความมืด พรายรพีก็เห็นหญิงสาวคนหนึ่งที่สั่นเทาอยู่มุมนึงของกระท่อม เธออยู่ในสภาพที่แทบจะไม่สามารถรู้ได้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร ร่างของเธอเต็มไปด้วยฝุ่น ใบหน้าของเธอถูกปกคลุมไปด้วยคราบโคลนที่แห้งกรัง เส้นผมยุ่งเหยิงและมีเศษดินติดอยู่ ชุดที่เธอสวมใส่ถูกฉีกขาดและเลอะเทอะด้วยสิ่งสกปรก

พรายรพี: ถอนหายใจอย่างหมดหนทาง "เอ๋า... ถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็อยู่ไปเถอะ แต่สภาพของเธอเป็นแบบนี้ ฉันคงต้องให้เธอไปอาบน้ำก่อน"

มีนา: มองพรายรพีด้วยความรู้สึกผสมผสานของความโล่งใจและความวิตก "จริงเหรอคะ? ขอบคุณค่ะ"

พรายรพี: พยักหน้า "ใช่ แล้วไปอาบน้ำให้สะอาด แล้วค่อยมาพบฉันหลังจากนั้น ฉันจะตัดสินใจต่อไปว่าเธอจะต้องทำอย่างไร"

      หลังจากที่จ้อยส่งมีนาไปยังกระท่อม เขาก็เดินออกไปอย่างเงียบๆ ร่างของเขาหายไปในความมืดและความเงียบของคืน

ในใจของเขาเต็มไปด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง ความคิดของเขากำลังหมกมุ่นอยู่กับความสำเร็จที่เขาได้รับ เขาเชื่อมั่นว่าแผนของเขาเริ่มบรรลุผลตามที่เขาต้องการ

"คราวนี้ละเว้ย นายกูจะได้มีเมียกับเขาเสียที" จ้อยคิดในใจพร้อมกับยิ้มอย่างพอใจ เสียงหัวเราะชอบใจ

          

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่อพรายรพี   ตอนจบ

    ในห้องที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นเมื่อไอ้อ้วนน้อยของพ่อได้เวลาฝากพี่เลี้ยงไว้แล้ว เขาหันไปหาภรรยาสุดที่รักของเขา พร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมาย “เมื่อไอ้อ้วนของพ่อไปกับพี่เลี้ยงแล้ว พ่อขอเวลาส่วนตัวกับแม่หน่อยนะ”แม่ยิ้มตอบกลับ ขอบตาของเธอเบิกบาน “ได้สิค่ะ พ่อ” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความรักและความเอื้ออาทร“พ่อคิดว่ามันเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วที่จะใช้เวลากับแม่” เขาพูดต่อ ดวงตาของเขาส่องแสงอ่อนโยน “เราไม่ได้มีเวลาส่วนตัวกันนานแล้ว”“ใช่ค่ะ แม่ก็รู้สึกแบบนั้น” แม่ตอบอย่างอบอุ่น ความรู้สึกที่เก็บไว้ในใจกลับมาร่วมกันอีกครั้ง “มีเรื่องที่พ่ออยากพูดหรือเปล่าคะ?”เขายิ้มกว้างขึ้น “พ่อแค่คิดว่าแม่ยังเป็นคนพิเศษในชีวิตพ่อเสมอ”“แม่ก็รักพ่อมากเหมือนกัน” เธอพูดพร้อมกับยิ้มออกมาพวกเขายิ้มให้กัน ดวงตาเต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ ความรู้สึกของการได้อยู่ด้วยกันในช่วงเวลาที่เงียบสงบนี้ทำให้หัวใจของพวกเขาอบอุ่นยิ่งขึ้น“มาหาเวลาที่จะทำให้แม่รู้สึกดีอีกครั้งดีกว่า” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหวานซึ้ง“ฉันจะยังรักเธอเสมอไม่ว่าเธอจะสาวหรือจะแก่ลง” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความจริงใจ เมื่อเขาจ้องมองไปที่เธอ ความรู้

  • พ่อพรายรพี   ลูกกินแล้วให้พ่อกินบ้าง

    เวลาผ่านไปจนมีนาได้คลอดลูกชายตัวน้อย ตอนนี้เขาอายุห้าเดือนแล้ว เด็กน้อยที่มีร่างอ้วนจ้ำม่ำ ทำให้ทุกคนในบ้านรู้สึกอบอุ่นใจเมื่อได้เห็นเขา ขณะที่เขานอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่ กำลังดูดนมอย่างมีความสุข เสียงจู๊บๆ ของเขานั้นทำให้มีนารู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจในบทบาทใหม่ของเธอรพีมักจะนั่งอยู่ข้าง ๆ มองดูลูกชายด้วยความรักและความภาคภูมิใจ เขาไม่สามารถละสายตาจากความน่ารักของลูกได้ และรู้สึกได้ถึงความรักที่เพิ่มพูนในครอบครัวนี้“ลูกของเราน่ารักมากเลยนะ” เขาพูดพร้อมรอยยิ้มอบอุ่น ขณะยื่นมือไปลูบหัวลูกชายอย่างเบา ๆ“ใช่ค่ะ ที่รัก เขาทำให้ชีวิตเรามีความหมายมากขึ้น” มีนาตอบกลับพร้อมยิ้มให้กับลูกน้อยในอ้อมแขนของเธอ ความรักในครอบครัวนี้กำลังเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีลูกชายเป็นศูนย์กลางของความสุขเด็กชายวัยห้าเดือนนอนอยู่ในอ้อมแขนของแม่ ขณะที่เขาดูดนมจากอกของเธออย่างหิวโหย ริมฝีปากน้อยๆ ของเขาดูดตุ้บๆ เป็นจังหวะ สร้างเสียงนุ่มๆ ที่แสดงถึงความอิ่มเอมและความสุข เด็กน้อยมีใบหน้ากลมอวบอิ่ม ดวงตาหลับสนิทเหมือนกำลังฝันดี ในขณะที่มือเล็กๆ ของเขายังคงจับเสื้อแม่ไว้แน่น แสดงถึงความอบอุ่นและความปลอดภัยทันใดนั้น ร่า

  • พ่อพรายรพี   คนท้องก็ทำได้นะ

    ในบ้านหลังใหญ่ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ รพีและมีนากลับมาจากฮันนีมูนที่น่าจดจำ หลังจากผ่านไปสามเดือน คู่รักหนุ่มสาวยังคงอยู่ในช่วงเวลาแห่งความรักและความสุขที่หวานชื่นเช้าวันหนึ่ง มีนานั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าขณะที่แสงแดดส่องผ่านหน้าต่าง เธอสวมเสื้อยืดหลวม ๆ และกางเกงขาสั้น รพีก้าวเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มกว้าง เขาใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่กระชับและกลิ่นอายของความเป็นชายที่ลอยมา ทำให้มีนารู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เห็นเขา“วันนี้เราจะทำอะไรดี?” มีนาถามเสียงหวาน ดวงตาของเธอเปล่งประกายด้วยความอยากรู้“ไปเที่ยวที่ทะเลกันไหม?” รพีเสนอต่ออย่างกระตือรือร้น “ฉันอยากให้เธอได้เห็นความงามของทะเลในฤดูร้อน”“ดีเลย! ฉันชอบทะเลมาก” มีนาตอบด้วยความตื่นเต้น ขณะเธอยิ้มกว้าง รู้สึกถึงความสุขที่ได้ใช้เวลาร่วมกันระหว่างที่พวกเขากินอาหารเช้า พูดคุยและหัวเราะด้วยกัน รพีไม่สามารถหยุดมองมีนาได้ เธอสวยงามในทุกมุมมอง จนเขารู้สึกว่าเขาโชคดีมากที่มีเธอในชีวิต“เราจะต้องเตรียมของไปด้วยนะ” รพีพูดอย่างคิดคำนวณ “และฉันจะต้องให้เธอสวมชุดว่ายน้ำใหม่ที่ฉันซื้อให้”มีนาหัวเราะออกมา “จะให้ฉันใ

  • พ่อพรายรพี   ฮันนีมูนร้อนๆกลางป่า4

    ที่ชานกระท่อม ท่ามกลางแสงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ รพียืนซ้อนกอดมีนาไว้จากด้านหลัง อ้อมแขนแข็งแรงโอบรัดเธอไว้แนบแน่น เขาโน้มตัวลงจูบเธออย่างดูดดื่มและลึกซึ้ง ราวกับต้องการมอบทุกความรู้สึกที่มีให้เธอในชั่วขณะนี้เมื่อริมฝีปากผละออก รพีค่อย ๆ ใช้มือประคองใบหน้าของมีนาให้ซบลงกับอกกว้างของเขา หัวใจของเขาเต้นหนักแน่นอยู่ข้างหูเธอ สองคนมองดูแสงดาวทอประกายระยิบอยู่บนท้องฟ้ากว้าง ความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ห่มคลุมพวกเขาไว้ ราวกับทั้งจักรวาลมีเพียงแค่สองคนนี้พ่อพรายรพีลูบเส้นผมของเธอเบา ๆ พึมพำแผ่ว ๆ ข้างหู "ดาวอาจจะสวย... แต่สำหรับฉันมันสวยน้อยกว่าเธอมาก”"มีนา..." รพีเอ่ยเรียกเสียงนุ่ม แต่น้ำเสียงแฝงไปด้วยความทะเล้น "เธอว่า... มีที่ไหนในป่านี่ที่เรายังไม่ได้เอากันบ้าง?"มีนาหน้าแดงก่ำ แม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด เธอหันไปมองเขาอย่างตื่นเต้นและขวยเขิน ก่อนจะยกมือขึ้นตีเบา ๆ บนแขนแข็งแรงที่โอบเธอจากด้านหลัง"พูดอะไรออกมาน่ะ!" เธอตอบพร้อมหัวเราะเขิน ๆรพีหัวเราะแผ่ว ๆ ในคอ โอบกระชับเธอแน่นขึ้น รอยยิ้มซุกซนประดับบนใบหน้า "ฉันหมายถึง... มีที่ไหนที่เรายังไม่ได้ชมวิวสวย ๆ ด้วยกันต่างหาก"มีนาหันมามองรพี

  • พ่อพรายรพี   ฮันนีมูนร้อนๆกลางป่า3

    เช้าวันใหม่ในกระท่อมร้อนรักรพีตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่อบอุ่น แสงแดดยามเช้าผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและมีชีวิตชีวา เขาหันไปมองมีนาที่นอนอยู่ข้างๆ เธอหลับใหลอย่างสงบ เส้นผมยาวสลวยกระจายไปบนหมอน ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงอีกครั้ง ความรู้สึกของความรักที่เขามีให้เธอแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น“น่าเสียดายที่ไม่สามารถอยู่ในอ้อมแขนเธอได้นานกว่านี้” เขากระซิบกับตัวเอง ก่อนที่จะลุกขึ้นไปเตรียมอาหารเช้าง่ายๆ สำหรับทั้งสองคนในครัวเล็กๆ รพีเริ่มทำไข่เบคอนในกระทะ โดยมีเสียงฉ่าและกลิ่นหอมของเบคอนทำให้เขารู้สึกดี การทำอาหารเช้านี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตร่วมกันที่เขาตั้งใจจะมอบให้มีนาเมื่อทุกอย่างพร้อม เขายกกาแฟกลิ่นหอมพร้อมกับจานไข่เบคอนเดินเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง มุมปากของเขายิ้มขึ้นเมื่อเห็นมีนาค่อยๆ ลืมตาขึ้นและยิ้มให้เขา“สวัสดีเช้านี้นะครับที่รัก” รพีทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ขณะที่วางจานอาหารลงบนโต๊ะข้างเตียง“ทำไมถึงทำอาหารเช้าให้ฉัน?” มีนาถามอย่างงัวเงีย ขยับตัวลุกขึ้นมานั่ง“เพราะว่าฉันอยากให้วันของเราเริ่มต้นด้วยความพิเศษ” เขาตอบพลางยิ้ม “วันนี้เราเป็นสามีภรรยากันอย่างเต็มตัวแล้

  • พ่อพรายรพี   ฮันนีมูนร้อนๆ กลางป่า2

    ภายใต้แสงดาวพราวฟ้าบนหุบเขาที่เงียบสงัด กระท่อมรักที่เคยเป็นสถานที่แห่งความทรงจำกลับมามีชีวิตอีกครั้ง รพี ยืนเด่นอยู่ใต้แสงจันทร์สีเงินงาม ส่องกระทบผิวกายกำยำของเขาจนดูดุดันและทรงพลัง สายลมเย็นพัดโชยมากระทบใบหน้า แต่สิ่งที่ร้อนแรงยิ่งกว่าคือสัมผัสจากมือใหญ่ของเขาที่ค่อย ๆ ลูบไล้ไปตามทรวงอกอวบอิ่มของมีนาเธอเงยหน้าขึ้นมองดวงตาของเขาที่เต็มไปด้วยความต้องการ ความเถื่อนดิบที่แฝงอยู่ในแววตาทำให้เธอไม่อาจหลบสายตาไปได้ รพีลูบไล้มือหนักหน่วงไปตามร่างกายของเธอ ปลายนิ้วไล่จากไหล่ลาดลงมาสู่ส่วนโค้งเว้าที่อกอวบที่เขาหลงใหล เขากดปลายนิ้วกับผิวเนื้อที่นุ่มนวลของเธออย่างแนบแน่น ขณะที่มีนาครางแผ่วอย่างอ่อนโยน"ที่รัก… เธอจำความรู้สึกนี้ได้ไหม?" รพีกระซิบอย่างดุดันข้างหูเธอ ก่อนจะกดริมฝีปากร้อน ๆ ลงบนเนื้ออ่อนที่หน้าอกของเธอ ขบกัดเบา ๆ ทำให้เธอสะดุ้งไหว ร่างกายของมีนาเริ่มตอบสนองต่อความสัมผัสดิบเถื่อนที่เธอคุ้นเคยเสียงครางเบา ๆ ของเธอหลุดออกมา ขณะที่รพีจับร่างเธอแน่นและกดลงกับกำแพงไม้ของกระท่อม ท่ามกลางเสียงใบไม้พลิ้วไหวและเสียงหายใจหนักหน่วง รพีทำให้ค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่แทรกซึมอยู่ในทุก

  • พ่อพรายรพี   งานวิวาห์ของพ่อพรายรพีกับมีนา

    เมื่อพิธีวิวาห์ของพ่อพรายรพีและมีนาเริ่มขึ้น ปางไม้ที่ถูกประดับด้วยดอกไม้สีชมพูอ่อนและขาว ไล่เฉดกันไปทั่วบริเวณ กลายเป็นทุ่งดอกไม้ที่งดงามเกินคำบรรยาย ทุกมุมมองเต็มไปด้วยกลิ่นอายของธรรมชาติและความบริสุทธิ์ราวกับภาพฝัน แม้มีนาจะขอให้จัดงานอย่างเรียบง่าย แต่ธรรมชาติที่รายล้อมกับความประณีตในการจัดเตรีย

  • พ่อพรายรพี   พ่อพรายสอนน้อง

    มือเรียวของมีนาลูบไล้ไปตามร่างกายของรพีอย่างช้า ๆ และมั่นคง ความร้อนจากผิวกายของเขาแผ่ซ่านขึ้นมาทำให้เธอรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วทั้งตัว ทุกสัมผัสที่เธอวาดผ่านกล้ามเนื้อแน่นตึงของเขาช่างลึกซึ้งและเต็มไปด้วยความหมาย นิ้วของเธอเลื้อยไล้ไปตามรอยสักที่สลับซับซ้อนบนแผ่นอกแข็งแรง เธอจับกุมทุกส่วนอย่างแนบแน่น ร

  • พ่อพรายรพี   ในอ้อมกอดของชายคนหนึ่ง

    พรายรพีจับมือมีนาอย่างมั่นคง ขณะที่พวกเขาก้าวออกจากที่ที่มีแต่ความทรงจำหวานซึ้งในคืนที่ผ่านมา ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องสว่าง มีนารู้สึกเหมือนเธอกำลังเดินเข้ามาสู่อาณาจักรของความรักและความอบอุ่น ในระหว่างทางกลับมาที่ปาง เสียงลมพัดผ่านทำให้เกิดเสียงหวีดหวิว แต่อารมณ์ของเธอกลับเบิกบาน เมื่อทั้งคู่เดินเข้

  • พ่อพรายรพี   การเดินทางของความรัก

    พ่อพรายรพีก้มลงมองร่างงามในอ้อมกอดด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและลึกล้ำอย่างที่แม้แต่เขาเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจ ร่างของเธอดูบอบบางและเปราะบางเหลือเกินในอ้อมแขนที่แข็งแกร่งของเขา เขารู้สึกถึงความอบอุ่นจากเธอที่ซึมซาบเข้ามาในหัวใจที่เคยเย็นชาของเขา เขาค่อยๆ ยื่นใบหน้าลงมาใกล้ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status