LOGIN"ปอร์เช่ไม่เหมาะกับเราหรอกปลายฟ้า เขาเป็นคนเงียบ ๆ ในขณะที่เราแม้กระทั่งใบไม้ไหวเราก็ยังสามารถพูดได้เป็นเรื่องเป็นราวได้"
"ฟ้าจะเป็นคนตัดสินใจเองค่ะ ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะ พี่ฝนก็แค่คอยเป็นห่วงอยู่ห่าง ๆ ก็พอ พี่ก็รู้ว่าฟ้าเป็นคนยังไง ในเมื่อเดินหน้าแล้ว ฟ้าก็ไม่อยากถอยหลังกลับ" ปลายฝนถอนหายใจออกมา คิดไว้ไม่มีผิดว่าน้องสาวคนเดียวของเธอจะต้องจริงจังกับคำพูดของแฟนหนุ่ม เมื่อครั้งที่เคยบอกว่าจะแนะนำเพื่อนให้รู้จัก แต่ทว่าเธอก็ไม่คิดว่าน้องจะจำได้ถึงขนาดนี้ ทำเอาเธอรู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันที "เราเพิ่งเจอเขาแค่วันเดียวเองนะ ทำไมถึงรู้สึกชอบเขาขนาดนี้" "....." "พี่ไม่เข้าใจเลยนะ บอกตรง ๆ ทำไมไม่ทำความรู้จักกันให้นานกว่านี้หน่อย รอดูไปสิ บางทีเขาอาจจะไม่ใช่สเปคเราก็ได้" "ตอนแรกก็อยากจะใจเย็นรอเหมือนอย่างที่พี่ฝนว่าเหมือนกัน แต่รู้ไหมคะ? ว่าเพราะคำพูดของเขา ทำให้ฟ้าอยากเอาชนะเขามาก อยากจะรู้นักว่าผู้ชายที่ปากแข็งขนาดนี้เวลาได้รักใครมันจะเป็นยังไง" "นี่เราไปพูดอะไรกับเขา?" ปลายฝนขมวดคิ้วถามน้องสาวด้วยความสงสัย เมื่อเช้าเธอก็จำได้ว่าทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก เพราะเธอเป็นคนไล่ให้น้องกลับไปหาเพื่อนก่อน แต่คำพูดของปลายฟ้ามันดูเหมือนมีอะไรมากกว่าที่เธอรู้ "ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ก็แค่เจอพี่เขาที่ลานจอดรถตอนจะกลับบ้าน ฟ้าก็แค่เข้าไปทักทายตามปกติ ตามประสาเพื่อนของพี่สาวก็แค่นั้นเอง แต่พี่เขาดูเหมือนจะกลัวฟ้ามากเลยนะคะ ทำอย่างกับว่าเขามีปมอะไรในใจอย่างนั้นแหละ มันกระตุกความสงสัยของฟ้ามากจนต้องขับรถมาถามพี่ที่นี่เลยค่ะ" "พี่บอกแล้วใช่ไหม ว่าอย่าไปวุ่นวายกับเขา ปอร์เช่เขาไม่ได้เหมือนพี่ธามนะ เขาไม่ได้เหมือนคนอื่น เขาออกจะเป็นคนเงียบ ๆ นอกจากธามเพื่อนสนิทของเขา พี่ก็ไม่เคยเห็นเขาคุยกับใครเลย ขนาดกับพี่ที่เรียนห้องเดียวกัน เราสองคนยังคุยกันนับคำได้เลย" ปลายฟ้าหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของพี่สาว ปกติถึงแม้เธอจะทำอะไรให้โดนดุอยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าก็ไม่มีครั้งไหนที่พี่สาวของเธอจะทำสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนี้ "กับบางคน เราก็ไม่ต้องไปอยากรู้เหตุผลที่เขาเป็นแบบนั้นหรอก มันเหนื่อยเปล่า เชื่อพี่สิ" "ฟ้าไม่ได้แค่อยากรู้เหตุผลอย่างเดียวสักหน่อย ฟ้าอยากจะเอาชนะผู้ชายคนนี้ด้วยค่ะ" "ชนะแล้วได้อะไร? ได้ความสะใจหรือว่าเราจะต้องเสียใจที่เราเอาชนะเขา แต่สุดท้ายมันก็เป็นหลุมพรางที่ทำให้เราตกลงไป ควรเป็นห่วงความรู้สึกตัวเองมากกว่านะปลายฟ้า" สุดท้ายแล้วเธอก็ไม่สามารถเอาชนะความคิดของพี่สาวตัวเองได้ จึงขอตัวกลับคอนโดของตัวเอง ระหว่างทางที่ขับรถกลับ ในหัวของเธอไม่ได้คิดถึงคำพูดของปลายฟ้าคนเป็นพี่สาว แต่กลับคิดไปถึงคำพูดของปอร์เช่มากกว่า เธอกำลังชั่งน้ำหนักอยู่ว่าระหว่างเชื่อฟังพี่สาวของตัวเองที่เตือนเธอด้วยความหวังดี กับเชื่อความคิดของตัวเองที่ตั้งมั่นแล้วว่าอยากจะเอาชนะผู้ชายคนนั้นให้ได้ อันไหนมันมีน้ำหนักมากกว่ากัน มือเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดส่งข้อความหาเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอคือใบข้าว ในระหว่างที่รถกำลังติดไฟแดงพอดี ปลายฟ้า: ไปดื่มกัน ข้อความได้รับการเปิดอ่านแทบจะทันที รอยยิ้มบางผุดขึ้นมา เธอรู้สึกดีใจที่รู้ว่าใบข้าวกำลังรอข้อความจากเธออยู่ ใบข้าว: ดื่มอะไรของมึง ไม่กลัวพี่ชายพี่สาวมึงว่าหรือไงว่ะ ปลายฟ้า: มึงก็อย่าให้เขารู้สิว่ะ เราไปกันสองคน มึงไม่พูดกูไม่พูด แล้วพี่ชายพี่สาวกูจะรู้ได้ยังไง ใบข้าว: ตามใจมึงแล้วกัน เกิดอะไรขึ้นอย่ามาโบ้ยให้กูก็แล้วกัน เวลาต่อมา ปลายฟ้าในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาว กางเกงยีนส์ขาสั้นโชว์เรียวขาสวย ขับรถมารอใบข้าวที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่ง เธอยังไม่กล้าถึงขนาดเข้าไปในผับ เพราะยังมีความกลัวว่าจะถูกพี่สาวและพี่ชายต่อว่าเธอ เพราะเพิ่งเข้าเรียนมหาลัยเธอก็อยากที่จะลองทานแอลกอฮอล์แล้ว นับว่านี่คือการมาร้านเหล้าครั้งแรกของเธอและใบข้าว พวกเธอทั้งสองคนเคยตกลงกันตั้งแต่ช่วงปิดเทอมว่าสิ่งแรกที่จะทำเมื่อเข้ามหาลัยคือการหัดลองลืมเครื่องดื่มมึนเมา "รถติดฉิบหายเลยว่ะ กว่ากูจะฝ่าด่านรถติดมาได้ เกือบสายเลย" ใบข้าวที่เพิ่งมาถึง ก็บ่นพึมพำยกใหญ่เรื่องรถติด เป็นเรื่องปกติของกรุงเทพฯ อยู่แล้ว แต่ไม่คิดว่าในช่วงเวลาเย็นย่ำขนาดนี้รถจะยังคงติดหนักขนาดนี้ ซึ่งคนได้ยินอย่างปลายฟ้าก็ทำเพียงหลุดขำออกมากับท่าทางของเพื่อน "มึงมานานแล้วเหรอว่ะ" "ไม่นานหรอก แต่กูสั่งเครื่องดื่มไว้ให้มึงแล้วนะ" เครื่องดื่มที่ปลายฟ้าว่าก็ถูกนำมาเสิร์ฟในอีกไม่กี่นาทีต่อมา เป็นค็อกเทลสีสันสดใสที่เธอเน้นย้ำกับพนักงานไปว่า ขอเป็นแบบสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มจะหัดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ "อี้~ ขม" ทันทีที่เธอยกแก้วขึ้นจิบเพียงแค่เล็กน้อย รสชาติขมเฝื่อนของแอลกอฮอล์ ก็แล่นเข้าลงสู่ลำคอทันที มันไม่ได้ถึงขั้นขมมากขนาดทนไม่ได้ แต่ทว่าก็ยังจัดว่าขมอยู่ "ตาย ๆ ๆ นี่มึงสั่งค็อกเทลชนิดไหนว่ะ ทำไมมันขมขนาดนี้ กูว่าไม่เกินแก้วนี้หรอก มึงกับกูได้คลานออกจากที่นี่แน่นอน" "เมาก็ดีสิ กูอยากเมาอยู่พอดี" "เป็นไรว่ะ ดูเครียด ๆ นะ หรือว่าเรื่องที่รุ่นพี่คนนั้นต่อว่ามึงเมื่อตอนเย็นเหรอว่ะ" ปลายฟ้าส่ายหน้ารัว เรื่องที่ปอร์เช่ต่อว่าเธอนั้นเทียบไม่ได้กับเรื่องที่เธอถูกพี่สาวตักเตือนเรื่องที่เธอจะเข้าหาปอร์เช่ก่อน เธอรู้สึกว่าหากตัวเองฝืนคำสั่งของพี่หรือไม่ปฏิบัติตาม ปลายฝนก็คงจะโกรธเธอไม่น้อยที่เธอทำแบบนั้น มันจึงทำให้เธอรู้สึกเครียดอยู่มาก ว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี เพราะใจเธอนั้นอยากเดินหน้าไปต่อ ซึ่งหากเป็นอย่างนั้นเธอคงจะไม่ให้คนเป็นพี่สาวรู้เด็ดขาดว่าเธอกำลังจะทำอะไร “พี่ฝนสั่งห้ามไม่ให้กูไปยุ่งกับพี่ปอร์เช่” “ทำไมว่ะ”ใบข้าวเอ่ยถามออกมา พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัย“พี่คนนั้นเลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ” “ไม่รู้สิ กูเองก็สงสัยเหมือนกัน แล้วมึงรู้อะไรไหมข้าว” “หืม? อะไร” “ยิ่งพี่สาวกูพูดแบบนี้ กูยิ่งอยากรู้เลยว่ะ ว่าพี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่” ใบข้าวกรอกตามองบน ก่อนจะพูดประโยคที่บ่งบอกว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนสนิทกับปลายฟ้ามากแค่ไหน เพราะรู้ใจกันไปหมดทุกอย่างขนาดนี้ “ไม่ใช่ว่าที่มึงอยากยุ่งกับพี่เขา เพราะมึงอยากท้าท้ายคำพูดของพี่สาวมึงหรอก แต่มึงชอบพี่เขาแล้วมากกว่าอีฟ้า”หลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการแพ้ท้องของปลายฟ้าค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไตรมาสที่สอง เธอเริ่มทานได้มากขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น แก้มเริ่มป่อง ท้องเริ่มกลมโตอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นสามียังคงดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่เธอเหนื่อย เขาจะนวดหลัง นวดขาให้ หรือแค่นั่งกอดเธอจากด้านหลัง มือลูบไล้ท้องกลมที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงเช้าตรู่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง เธอจับมือปอร์เช่แน่น “พี่คะ ฉันปวดท้องค่ะ”เสียงหวานสั่นเครือ เอ่ยปลุกคนเป็นสามี ที่แค่ได้ยินเสียงก็ลุกพรวดทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แต่พยายามทำใจให้นิ่งเข้าไว้ “เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล อดทนไว้ก่อนนะ” เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างรวดเร็ว หยิบข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับวันคลอด ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นรถ แล้วขับตรงไปโรงพยาบาลเอกชนที่เธอฝากครรภ์เอาไว้ ระหว่างทาง ปลายฟ้าส่งเสียงครางออกมาตลอดเวลา เธอปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ปวด ๆ หาย ๆ แต่ปวดมากจนต้องกัดฟันแน่น จับมือปอร์เช่จนเล็บจิกเนื้อ “ใจเย็นนะเมีย ใกล้ถึงแล้วนะ” เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าเธอสามารถคลอดธรรมชาติแบบที่ตั้งใจได้
ร่างเล็กพยักหน้า มือบางลูบไล้ตัวเองอย่างเชื่องช้า“ใช่ค่ะ...ฉันอยากให้พี่มีความสุข” ปอร์เช่ขึ้นคร่อมเธอทันที มือใหญ่จับข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ ก้มลงจูบเธอแรง ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธออย่างหิวกระหาย “เมียสวยเกินไปแล้วว่ะ”เขาครางในลำคอ ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขา ขึ้นไปตามต้นขา แล้วสอดเข้าใต้ชุดนอนบางเบา สัมผัสเนินอวบอิ่มที่ชุ่มฉ่ำ “อ๊ะ อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่ว ก่อนเขาจะถอดผ้าเช็ดตัวออก เอ็นร้อนแข็งคัดดีดเด้งออกมา เขาจับขาเธอกางออก แล้วสอดใส่เข้าไปลึกสุดด้ามในครั้งเดียว “อ๊าสสส” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ขยับสะโพกทันที ตามอารมณ์กระสันที่ถูกเธอยั่วยวนจนแตกกระเจิง กระแทกในจังหวะที่ทั้งดิบเถื่อนและรุนแรง ราวกับจะระบายทุกความต้องการที่สะสมมา “เธอเป็นเมียพี่แล้ว เป็นของพี่คนเดียวตลอดไป”เสียงทุ้มพึมพำคำหวานออกมาไม่หยุด ขณะที่สะโพกก็ยังรัวกระหน่ำอย่างเร่าร้อน “ค่ะ ฉันเป็นของพี่ อ๊ะ อ่ะ เสียวมาก”ปลายฟ้าจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายเกร็งตามจังหวะกระแทกของเขา ที่เคลื่อนไหวช่วงล่างเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างสูงกระแทกแรงสุดครั
สี่ปีผ่านไป หลังจากพิธีรับปริญญาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ปลายฟ้าในชุดครุยสีดำยังคงรู้สึกเหมือนฝัน เธอเดินออกมาจากหอประชุม มองเห็นปอร์เช่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำคันโปรดของเขา ร่างสูงยิ้มกว้างให้เธอ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับและกางเกงยีนส์สบาย ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์จนปลายฟ้าต้องหันไปมองบริเวณรอบ ๆ เพราะเริ่มมีผู้หญิงหลายคนหันมองเขา “พร้อมไปฉลองหรือยัง?”เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ “ไปไหนเหรอคะ?” “ไปพักผ่อนไง ไหนบอกอยากให้พี่พาไปทะเล” ปอร์เช่ตอบ ก่อนจะขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เกาะของทางใต้ เป็นการขับรถที่ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความสุข ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะทะเล ตลอดเวลาที่คบกันมา เราสองคนเที่ยวทะเลกันบ่อยที่สุด ยิ่งหลังจากเขาเรียนจบและเริ่มทำงาน เธอก็มักจะอ้อนให้เขาพาไปบ่อยครั้ง ทั้งสองคนมาถึงภูเก็ตเกือบรุ่งเช้า ก่อนจะนอนพักเอาแรงที่โรงแรมจนถึงตอนเย็น ปลายฟ้าจึงอ้อนให้ปอร์เช่พาเธอไปดูพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นโทนอมส้ม ปอร์เช่จอดรถบริเวณลานจอดที่แหลมพรหมเทพ เสียงคลื่นจ
ร่างสูงของปอร์เช่เดินจับมือไปกับร่างเล็กของปลายฟ้าตลอดทางเดินมาจากลานจอดรถที่ประจำ เขาเดินมาส่งเธอถึงโต๊ะที่มีใบข้าวเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ ซึ่งทันทีที่ใบข้าวเห็นก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดัง "อะไรยังไงค่ะเพื่อน เปิดตัวกันแล้วเหรอว่ะ" "เออ..กูมีแฟนแล้วนะ" ใบข้าวเบะปากใส่เพื่อนทันทีด้วยความอิจฉา"นี่มึงขิงกูเหรอว่ะ กูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ" "พี่ไปเรียนเถอะค่ะ ฉันจะนั่งกับใบข้าวตรงนี้แหละ" เธอหันไปเอ่ยบอกเขาเพราะว่าเขามีเรียนตอนเก้าโมงเช้า ร่างสูงจึงพยักหน้าให้กับเธอและเดินจากไปทันที ปอร์เช่เดินมาที่โต๊ะประจำที่มีธามนั่งรออยู่กับปลายฝน มองจากสายตาก็รู้ว่าสองคนนี้คงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา "เมื่อวานนายรู้หรือเปล่าว่าน้องฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง" "ฉันจะเข้าไปเองอยู่นะ แต่น้องเธอไม่ให้เข้าไป บอกว่าจะขอโทษทุกคนด้วยตัวเอง" "หลังจากนี้ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียใจอีกนะ ฉันจะเอาน้องฉันคืน นายจะไม่มีวันได้แก้ตัวอะไรอีก" ปลายฝนพูดคล้ายข่มขู่ปอร์เช่ ก่อนเธอจะหันไปเอ่ยลาแฟนหนุ่มและเดินไปหาเพื่อนสนิทของเธอ "มึง
ปลายฟ้าก้มหน้า น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง แต่เธอพยักหน้าอย่างยอมรับว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง “จริงค่ะ แต่ไม่ใช่แอบอีกแล้ว” เธอเงยหน้าขึ้น มองสบตาคนเป็นพี่ชายด้วยความสำนึกผิด เธอรู้ว่าที่พี่ชายไม่พอใจ อาจจะคิดว่าเธอยังเด็ก แต่ทว่าที่จริงแล้วเธอมั่นใจว่าตัวเองโตพอที่จะมีความรักได้ “พรุ่งนี้ฟ้าจะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังค่ะ รวมถึงพ่อกับแม่ ปู่ย่ายายด้วย” สกายชะงัก มองน้องสาวนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว หันไปมองปอร์เช่ด้วยสายตาที่ยังไม่เป็นมิตรนัก “ถ้ามึงทำให้น้องกูเสียใจอีกครั้ง แม้แต่ครั้งเดียว กูไม่ปล่อยมึงแน่ จำไว้” “ผมเข้าใจครับและผมสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก” สกายมองน้องสาวอีกครั้ง ที่เขาโมโหขนาดนี้เพราะมองจากสภาพก็รู้ว่าน้องสาวของเขากับผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว คงไม่ใช่แค่คบกันใส ๆ ทั่วไป "ขึ้นห้องไปได้แล้วแล้วก็เตรียมคำพูดไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ฟ้าก็รู้ว่าพ่อเป็นยังไง" สกายหันไปมองปอร์เช่อีกครั้ง“ส่วนมึง กลับไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันให้รู้เรื่อง” “เจอกันพรุ่งนี้นะ”เขาหันมามองปลายฟ้า สายตาอ่อนโยนลงกว่าที่เคยเป็นมา “ค่ะ พี่ขับรถดี ๆ นะคะ” วันต่อมา บ้านหลังใหญ่ของครอ
เธอเอ่ยท้าทายเขาออกไป ดวงตากลมโตมองเขากลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ยังไม่หมดลง "แน่ใจนะ เธออย่าร้องขอชีวิตก็แล้วกัน" มุมปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง พลิกตัวเธอให้หันหลัง แล้วดึงเธอให้ลุกตามขึ้นมาด้วยกัน ทั้งคู่ยืนเปลือยเปล่าตรงกลางห้อง ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร่างสูงยืนอยู่ด้านหลัง โอบเอวเธอแน่น มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบไล้ร่องรักที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมเป่งจากเมื่อครู่ อีกข้างยกขึ้นบีบอกอวบอิ่มที่ยังมีคราบน้ำรักของเขาเปรอะเปื้อน เขาก้มลงกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูเธอ แล้วกระซิบเสียงพร่า “ยืนดี ๆ นะ พี่จะเอาเธอแบบนี้” ปลายฟ้าพยักหน้าขึ้นลง เข้าใจความต้องการของเขาดี มือทั้งสองข้างยกขึ้นเกาะขอบหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้าเพื่อทรงตัว ขณะที่ปอร์เช่จับสะโพกเธอให้ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกดเอ็นร้อนแข็งขืนของตัวเองเข้าไปช้า ๆ จากด้านหลัง “อ๊าสสส พะ พี่”เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีเมื่อส่วนหัวร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดรัดแน่น เขาดันเข้าไปจนสุดลำ แล้วหยุดนิ่งให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า ถอนออกจนเกือบสุด แล้วกระแทกกลับ







