LOGIN“มึงรู้ใจกูที่สุดเลยอีข้าว กูรักมึง”
“แหวะ พอเหอะว่ะ กูจะอ้วก” ปลายฟ้าหลุดขำออกมากับท่าทางของเพื่อน เมื่อเธอยกมือขึ้นไปโอบบ่าเพื่อนและดึงเข้าหาตัวมากอดเพื่อแสดงความรัก“อีกหน่อยไม่มีกูให้กอดแล้วนะ” “มึงจะไปไหน?” “อ้าว ก็กูจะไปกอดผัวกูแล้วไงล่ะ” ใบข้าวถอนหายใจออกมา เธอก็นึกว่าเพื่อนจะไปไหนที่จะไม่ได้เจอกันอีก“มึงเมาแล้ว” “ไม่เมา" "....." "ค็อกเทลแค่นี้ทำอะไรกูไม่ได้หรอก” ถึงแม้จะเป็นครั้งแรกที่ดื่ม แต่ทว่าปลายฟ้าก็ยังไม่ได้รู้สึกเมามาก แค่รู้สึกเลือดลมไหลเวียนดี ร่างกายร้อนรุ่มขึ้นมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ทว่าเมื่อหมดแก้วที่สอง ดวงตากลมโตก็เริ่มพร่าเลือนมากขึ้น “กูเริ่มมึน ๆ แล้วว่ะ”ใบข้าวเองก็เริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมา เธอยกมือขึ้นทุบหัวตัวเองหลายครั้ง เพื่อเรียกสติที่ค่อย ๆ เลือนหายไปให้กลับมาเหมือนเดิม“กลับดีกว่า” “มึงจะรีบไปไหน ยังไม่หมดแก้วที่สองเลย” “เดี๋ยวขับรถกลับไม่ไหว” สุดท้ายแล้วทั้งสองคนก็ตัดสินใจกลับคอนโดเพราะร่างกายที่เริ่มรู้สึกไม่ไหวมากขึ้น อีกทั้งพรุ่งนี้ยังมีเรียนตั้งแต่เช้าอีกด้วย หลายวันต่อมา เหลือเวลาอีกแค่หนึ่งวันเท่านั้น สำหรับการตามหาพี่รหัสและสายรหัสของตัวเอง ซึ่งใบข้าวนั้นพอจะได้ข้อมูลพี่รหัสของตัวเองมาบ้างแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้ผิดไปจากที่ปลายฟ้าพูดนัก คือพี่รหัสของเธอเป็นมือกีต้าร์ของวงมหาลัยจริง ๆ ส่วนปลายฟ้านั้นจิตใจเธอก็ยังคงมุ่งมั่นว่าสายรหัสสุดหล่อนั้นคือปอร์เช่ไม่เปลี่ยนแปลง เธอพยายามเข้าหาเขาและถามว่าเขาเป็นสายรหัสของเธอหรือเปล่า ซึ่งอีกฝ่ายก็ปฏิเสธเสียงแข็งมาตลอด จนกระทั่งเธอได้เจอกับพี่รหัสตัวจริงก็คือพี่เท็นปีสอง ถึงได้รู้ว่าปอร์เช่ไม่ได้เป็นสายรหัสของเธอตามที่เขาบอก สุดท้ายแล้วเธอก็แห้วและผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ใช่เขา "กูหาพี่รหัสเจอแล้ว ก็เหลือแต่มึงข้าว เมื่อไหร่จะเข้าไปถามพี่เขา ว่าใช่พี่รหัสของมึงหรือเปล่า" "วันนี้แหละ กูจะลองไปถามพี่เขาดู" "ไม่ต้องลองหรอก กูมั่นใจว่าต้องเป็นพี่เขานั่นแหละ มีอยู่คนเดียวที่เป็นมือกีต้าร์วงของมหาลัยมันชัดอยู่แล้ว ไม่มีอะไรชัดไปกว่านี้แล้วค่ะ" ขนาดที่กำลังนั่งคุยกันเรื่องพี่รหัสอยู่ที่โต๊ะใต้อาคารเรียน สายตาของปลายฟ้าก็เหลือบไปเห็นปอร์เช่เดินอยู่คนเดียว เขากำลังเดินตรงมาฝั่งที่เธอนั่งพอดี ปลายทางของเขาน่าจะเป็นห้องน้ำที่หลังตึกคณะ "เดี๋ยวกูมานะ" "อีกแล้วอีฟ้า มึงไม่เหนื่อยบ้างเหรอว่ะ โดนพี่เขาไล่ไม่รู้กี่ครั้งแล้ว" ปลายฟ้าไม่ฟังเสียงทัดทานของเพื่อน เธอรีบก้าวตามคนตัวสูงไปทันที ด้วยความที่เขาเป็นคนขายาวทำให้เดินนำเธอไปไกล กว่าเธอจะไปถึงตัวเขาก็ถึงบริเวณหน้าห้องน้ำชายพอดี เห็นเขากำลังยืนสูบบุหรี่อยู่บริเวณนั้น ก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปพูดคุยกับเขา "พี่ทานข้าวหรือยังคะ" คนตัวสูงทำเพียงเหลือบตามามองร่างเล็กด้านข้าง แล้วก็หันกลับไป ทำราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ ก่อนจะพ่นควันบุหรี่ขาวคลุ้งออกมา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าคำพูดของเขาที่เคยพูดและยืนยันมาตลอด มันไม่เข้าหูเธอบ้างเลยหรือยังไง เธอถึงยังได้ตามตื๊อเขาไม่เลิกอยู่แบบนี้ "แค่ถามว่ากินข้าวเองนะ แค่นี้ก็ไม่ตอบ" "ที่ฉันไม่ตอบ เพราะฉันไม่ได้อยากพูดกับเธอ" ปลายฟ้าชะงักไปเล็กน้อย เมื่อได้ยินคำพูดของเขา ยอมรับว่าเธอค่อนข้างใจบางมาก เมื่อได้ยินประโยคพวกนี้ซ้ำ ๆ หลายครั้ง แต่ทว่าก็ยังคงส่งยิ้มไปให้เขาเหมือนเดิม ทำเหมือนว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกอะไร "แล้วเมื่อไหร่ พี่จะอยากพูดกับฉันบ้างล่ะคะ" "เธอนี่แปลกนะ เป็นลูกพ่อแม่เดียวกันหรือเปล่ากับปลายฝน ทำไมนิสัยถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวขนาดนี้" "ฉันก็คือฉันค่ะ จะให้ไปเหมือนพี่ฝนได้ยังไง อีกอย่างพี่ฝนก็ไม่ต้องวิ่งตามผู้ชายเพราะมีแฟนแล้ว แต่ว่าฉันยังโสด สามารถวิ่งตามผู้ชายคนไหนก็ได้ค่ะ" บุหรี่ในมือของปอร์เช่ถูกโยนทิ้งลงไปบนพื้น ก่อนเขาจะใช้เท้ากระทืบลงไปอย่างแรง ยอมรับว่าคำพูดของเธอมันทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย ว่าผู้หญิงคนไหนจะเป็นเหมือนเธอได้ขนาดนี้ "เธอไม่กลัวพี่สาวเธอรู้เหรอ ว่ามาวิ่งตามผู้ชายขนาดนี้" "ทำไมต้องกลัวค่ะ คงไม่มีอะไรน่ากลัวมากกว่าพี่แล้วค่ะ" "ถ้ารู้ว่าฉันน่ากลัว แล้วเธอจะมายุ่งกับฉันทำไมตั้งแต่แรก ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าเธอไม่มีวันที่จะสมหวังตามที่เธอต้องการ" พูดจบร่างสูงก็เดินจากไปทันที ทิ้งให้ปลายฟ้ามองตามแผ่นหลังของเขา นี่อาจจะเป็นครั้งที่ร้อย ตั้งแต่ที่เธอมาเรียนที่นี่และตามตื้อพูดคุยกับเขา ถึงแม้ว่าในความเป็นจริง เธอเพิ่งจะมาเรียนที่นี่ได้เพียงไม่กี่วัน แต่ทว่าทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าการทำให้ผู้ชายคนนี้ใจอ่อนลงให้เธอ มันถึงได้ยากขนาดนี้ เขาทำเหมือนมีปมเรื่องความรัก ไม่พร้อมจะเปิดใจให้ผู้หญิงคนไหน "เย็นนี้ไปแดกเหล้ากันดีกว่า" กลับมาที่โต๊ะปลายฟ้าก็เอ่ยชวนเพื่อนสนิทอย่างใบข้าวไปร้านเหล้าทันที ครั้งก่อนที่ไป เธอยังรู้สึกว่าดื่มยังไม่เต็มที่เท่าไหร่ เพราะเป็นการดื่มครั้งแรก "เอาจริง ๆ ตอนนี้กูท้อแทนมึงแล้วนะ กูเห็นเวลามึงออกไปคุยกับพี่เขา มึงก็กลับมาหน้าหงอยเป็นหมาอย่างนี้ทุกทีเลย แต่มึงก็ยังขยันที่จะเข้าไปคุยนะ กูล่ะเชื่อมึงเลยอีฟ้า" "....." "นี่ถ้ามีรางวัลของความพยายาม กูคิดว่ามึงต้องได้ที่หนึ่ง ผู้ชายคนนี้ไม่เห็นหัวเรา ทำไมมึงไม่ไปหาผู้ชายคนอื่น ผู้ชายที่ต้องการมึง เข้าหามึง มีเยอะมาก มึงมองไม่เห็นเหรอว่ะ" "....." "คนสวย ๆ แบบมึงไม่ควรลดค่าไปตามตื้อผู้ชายที่มันไม่เห็นค่าของเราขนาดนั้นหรอกว่ะ" ปลายฟ้านิ่งคิดตามที่เพื่อนพูด ยอมรับว่าความพยายามของเธอเริ่มอ่อนลงแล้วเหมือนกัน ที่เคยดื้อดึงอยากจะเอาชนะเขา มันยังคงมีอยู่ แต่ทว่าการปฏิเสธและท่าทางที่เฉยชาของเขา มันยิ่งทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ "ตอนนี้กูยังทนไหวอยู่ ขอลองอีกนิดนะ" ใบข้าวส่ายหน้าด้วยความระอา ไม่อยากเชื่อว่าปลายฟ้าที่เป็นลูกคุณหนู ขี้เหวี่ยงขี้วีน เอาแต่ใจ จะมีความอดทนมากขนาดนี้ "กูไม่อยากห้ามมึงเลยนะ ถ้าเขาเห็นมึงอยู่ในสายตาบ้าง แต่นี่อะไร เวลาเดินผ่านหรือสวนกัน มีแต่มึงนั่นแหละที่ยิ้มให้เขา ไม่เห็นเขาสนใจมึงสักนิด" "แล้วมึงจะย้ำทำไมนักหนา กูเห็นเหมือนมึงนั่นแหละ เข้าใจความหวังดีของมึงด้วย" "เข้าใจก็เลิกสนใจเขาสักที" ปลายฟ้าเม้มปากแน่น รู้ว่าครั้งนี้ใบข้าวคงสุดจะทนแล้วจริง ๆ ถึงได้พูดออกมา แต่เธอยังไม่อยากยอมแพ้ มันแค่ไม่กี่วันเองที่เธอเริ่มเข้าหาเขา เธอรู้ดีว่าลิมิตตัวเองทนได้แค่ไหน ถ้าถึงวันหนึ่งที่ทุกอย่างยังไร้ความหมาย เธอคงไม่ปล่อยให้ตัวเองจมปลักกับความทุกข์แน่นอน เธอยังคงเชื่อแบบนั้นหลายเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว อาการแพ้ท้องของปลายฟ้าค่อย ๆ ทุเลาลงในช่วงไตรมาสที่สอง เธอเริ่มทานได้มากขึ้น หน้าตาสดใสขึ้น แก้มเริ่มป่อง ท้องเริ่มกลมโตอย่างเห็นได้ชัด คนเป็นสามียังคงดูแลเธออย่างใกล้ชิด ทุกครั้งที่เธอเหนื่อย เขาจะนวดหลัง นวดขาให้ หรือแค่นั่งกอดเธอจากด้านหลัง มือลูบไล้ท้องกลมที่ใหญ่ขึ้นทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งในช่วงเช้าตรู่ ท้องฟ้ายังมืดครึ้ม ปลายฟ้าตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดท้องบิดเกร็ง เธอจับมือปอร์เช่แน่น “พี่คะ ฉันปวดท้องค่ะ”เสียงหวานสั่นเครือ เอ่ยปลุกคนเป็นสามี ที่แค่ได้ยินเสียงก็ลุกพรวดทันที ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือด แต่พยายามทำใจให้นิ่งเข้าไว้ “เดี๋ยวพี่พาไปโรงพยาบาล อดทนไว้ก่อนนะ” เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธออย่างรวดเร็ว หยิบข้าวของที่เตรียมเอาไว้สำหรับวันคลอด ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นรถ แล้วขับตรงไปโรงพยาบาลเอกชนที่เธอฝากครรภ์เอาไว้ ระหว่างทาง ปลายฟ้าส่งเสียงครางออกมาตลอดเวลา เธอปวดท้องบิดเกร็งเป็นพัก ปวด ๆ หาย ๆ แต่ปวดมากจนต้องกัดฟันแน่น จับมือปอร์เช่จนเล็บจิกเนื้อ “ใจเย็นนะเมีย ใกล้ถึงแล้วนะ” เมื่อถึงโรงพยาบาล ทีมแพทย์ตรวจแล้วบอกว่าเธอสามารถคลอดธรรมชาติแบบที่ตั้งใจได้
ร่างเล็กพยักหน้า มือบางลูบไล้ตัวเองอย่างเชื่องช้า“ใช่ค่ะ...ฉันอยากให้พี่มีความสุข” ปอร์เช่ขึ้นคร่อมเธอทันที มือใหญ่จับข้อมือเธอขึ้นเหนือศีรษะ ก้มลงจูบเธอแรง ๆ ลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับลิ้นเล็กของเธออย่างหิวกระหาย “เมียสวยเกินไปแล้วว่ะ”เขาครางในลำคอ ขณะที่มืออีกข้างเลื่อนลงไปลูบไล้เรียวขา ขึ้นไปตามต้นขา แล้วสอดเข้าใต้ชุดนอนบางเบา สัมผัสเนินอวบอิ่มที่ชุ่มฉ่ำ “อ๊ะ อื้อ~"เสียงหวานครางแผ่ว ก่อนเขาจะถอดผ้าเช็ดตัวออก เอ็นร้อนแข็งคัดดีดเด้งออกมา เขาจับขาเธอกางออก แล้วสอดใส่เข้าไปลึกสุดด้ามในครั้งเดียว “อ๊าสสส” เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ขยับสะโพกทันที ตามอารมณ์กระสันที่ถูกเธอยั่วยวนจนแตกกระเจิง กระแทกในจังหวะที่ทั้งดิบเถื่อนและรุนแรง ราวกับจะระบายทุกความต้องการที่สะสมมา “เธอเป็นเมียพี่แล้ว เป็นของพี่คนเดียวตลอดไป”เสียงทุ้มพึมพำคำหวานออกมาไม่หยุด ขณะที่สะโพกก็ยังรัวกระหน่ำอย่างเร่าร้อน “ค่ะ ฉันเป็นของพี่ อ๊ะ อ่ะ เสียวมาก”ปลายฟ้าจิกเล็บลงบนแผ่นหลังเขาแน่น ร่างกายเกร็งตามจังหวะกระแทกของเขา ที่เคลื่อนไหวช่วงล่างเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงจุดสุดยอดพร้อมกัน ร่างสูงกระแทกแรงสุดครั
สี่ปีผ่านไป หลังจากพิธีรับปริญญาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตาแห่งความภาคภูมิใจ ปลายฟ้าในชุดครุยสีดำยังคงรู้สึกเหมือนฝัน เธอเดินออกมาจากหอประชุม มองเห็นปอร์เช่ยืนรออยู่ข้างรถสปอร์ตสีดำคันโปรดของเขา ร่างสูงยิ้มกว้างให้เธอ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับและกางเกงยีนส์สบาย ๆ ดูเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์จนปลายฟ้าต้องหันไปมองบริเวณรอบ ๆ เพราะเริ่มมีผู้หญิงหลายคนหันมองเขา “พร้อมไปฉลองหรือยัง?”เขาเอ่ยถามเสียงนุ่ม ก่อนจะเปิดประตูรถให้เธอ “ไปไหนเหรอคะ?” “ไปพักผ่อนไง ไหนบอกอยากให้พี่พาไปทะเล” ปอร์เช่ตอบ ก่อนจะขับรถออกจากตัวเมือง มุ่งหน้าสู่เกาะของทางใต้ เป็นการขับรถที่ยาวนานกว่าสิบสองชั่วโมง แต่ทว่าเต็มไปด้วยความสุข ปลายฟ้าเป็นผู้หญิงที่ชอบการท่องเที่ยวมาก โดยเฉพาะทะเล ตลอดเวลาที่คบกันมา เราสองคนเที่ยวทะเลกันบ่อยที่สุด ยิ่งหลังจากเขาเรียนจบและเริ่มทำงาน เธอก็มักจะอ้อนให้เขาพาไปบ่อยครั้ง ทั้งสองคนมาถึงภูเก็ตเกือบรุ่งเช้า ก่อนจะนอนพักเอาแรงที่โรงแรมจนถึงตอนเย็น ปลายฟ้าจึงอ้อนให้ปอร์เช่พาเธอไปดูพระอาทิตย์ตก ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากสีครามเป็นโทนอมส้ม ปอร์เช่จอดรถบริเวณลานจอดที่แหลมพรหมเทพ เสียงคลื่นจ
ร่างสูงของปอร์เช่เดินจับมือไปกับร่างเล็กของปลายฟ้าตลอดทางเดินมาจากลานจอดรถที่ประจำ เขาเดินมาส่งเธอถึงโต๊ะที่มีใบข้าวเพื่อนสนิทนั่งรออยู่ ซึ่งทันทีที่ใบข้าวเห็นก็ถึงกับอ้าปากเหวอ ยกมือขึ้นปิดปากอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเสียงดัง "อะไรยังไงค่ะเพื่อน เปิดตัวกันแล้วเหรอว่ะ" "เออ..กูมีแฟนแล้วนะ" ใบข้าวเบะปากใส่เพื่อนทันทีด้วยความอิจฉา"นี่มึงขิงกูเหรอว่ะ กูก็คิดไว้แล้วล่ะว่ามันต้องเป็นแบบนี้ ตั้งแต่คืนนั้นที่ผับ" "พี่ไปเรียนเถอะค่ะ ฉันจะนั่งกับใบข้าวตรงนี้แหละ" เธอหันไปเอ่ยบอกเขาเพราะว่าเขามีเรียนตอนเก้าโมงเช้า ร่างสูงจึงพยักหน้าให้กับเธอและเดินจากไปทันที ปอร์เช่เดินมาที่โต๊ะประจำที่มีธามนั่งรออยู่กับปลายฝน มองจากสายตาก็รู้ว่าสองคนนี้คงมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขา "เมื่อวานนายรู้หรือเปล่าว่าน้องฉันต้องเจอกับอะไรบ้าง" "ฉันจะเข้าไปเองอยู่นะ แต่น้องเธอไม่ให้เข้าไป บอกว่าจะขอโทษทุกคนด้วยตัวเอง" "หลังจากนี้ถ้านายทำน้องสาวฉันเสียใจอีกนะ ฉันจะเอาน้องฉันคืน นายจะไม่มีวันได้แก้ตัวอะไรอีก" ปลายฝนพูดคล้ายข่มขู่ปอร์เช่ ก่อนเธอจะหันไปเอ่ยลาแฟนหนุ่มและเดินไปหาเพื่อนสนิทของเธอ "มึง
ปลายฟ้าก้มหน้า น้ำตาเอ่อขึ้นอีกครั้ง แต่เธอพยักหน้าอย่างยอมรับว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง “จริงค่ะ แต่ไม่ใช่แอบอีกแล้ว” เธอเงยหน้าขึ้น มองสบตาคนเป็นพี่ชายด้วยความสำนึกผิด เธอรู้ว่าที่พี่ชายไม่พอใจ อาจจะคิดว่าเธอยังเด็ก แต่ทว่าที่จริงแล้วเธอมั่นใจว่าตัวเองโตพอที่จะมีความรักได้ “พรุ่งนี้ฟ้าจะเล่าทุกอย่างให้ทุกคนฟังค่ะ รวมถึงพ่อกับแม่ ปู่ย่ายายด้วย” สกายชะงัก มองน้องสาวนานหลายวินาที ก่อนจะถอนหายใจยาว หันไปมองปอร์เช่ด้วยสายตาที่ยังไม่เป็นมิตรนัก “ถ้ามึงทำให้น้องกูเสียใจอีกครั้ง แม้แต่ครั้งเดียว กูไม่ปล่อยมึงแน่ จำไว้” “ผมเข้าใจครับและผมสัญญา ว่าจะไม่ทำร้ายเธออีก” สกายมองน้องสาวอีกครั้ง ที่เขาโมโหขนาดนี้เพราะมองจากสภาพก็รู้ว่าน้องสาวของเขากับผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว คงไม่ใช่แค่คบกันใส ๆ ทั่วไป "ขึ้นห้องไปได้แล้วแล้วก็เตรียมคำพูดไว้ให้ดี ๆ ล่ะ ฟ้าก็รู้ว่าพ่อเป็นยังไง" สกายหันไปมองปอร์เช่อีกครั้ง“ส่วนมึง กลับไปก่อน เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาคุยกันให้รู้เรื่อง” “เจอกันพรุ่งนี้นะ”เขาหันมามองปลายฟ้า สายตาอ่อนโยนลงกว่าที่เคยเป็นมา “ค่ะ พี่ขับรถดี ๆ นะคะ” วันต่อมา บ้านหลังใหญ่ของครอ
เธอเอ่ยท้าทายเขาออกไป ดวงตากลมโตมองเขากลับเต็มไปด้วยไฟปรารถนาที่ยังไม่หมดลง "แน่ใจนะ เธออย่าร้องขอชีวิตก็แล้วกัน" มุมปากหนายกยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนจะค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง พลิกตัวเธอให้หันหลัง แล้วดึงเธอให้ลุกตามขึ้นมาด้วยกัน ทั้งคู่ยืนเปลือยเปล่าตรงกลางห้อง ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นท้องทะเลกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ร่างสูงยืนอยู่ด้านหลัง โอบเอวเธอแน่น มืออีกข้างหนึ่งเลื่อนลงไปลูบไล้ร่องรักที่ยังคงชุ่มฉ่ำและบวมเป่งจากเมื่อครู่ อีกข้างยกขึ้นบีบอกอวบอิ่มที่ยังมีคราบน้ำรักของเขาเปรอะเปื้อน เขาก้มลงกัดเบา ๆ ที่ติ่งหูเธอ แล้วกระซิบเสียงพร่า “ยืนดี ๆ นะ พี่จะเอาเธอแบบนี้” ปลายฟ้าพยักหน้าขึ้นลง เข้าใจความต้องการของเขาดี มือทั้งสองข้างยกขึ้นเกาะขอบหน้าต่างที่อยู่ตรงหน้าเพื่อทรงตัว ขณะที่ปอร์เช่จับสะโพกเธอให้ยกขึ้นเล็กน้อย แล้วกดเอ็นร้อนแข็งขืนของตัวเองเข้าไปช้า ๆ จากด้านหลัง “อ๊าสสส พะ พี่”เสียงครางหวานหลุดออกมาทันทีเมื่อส่วนหัวร้อนผ่าวสอดแทรกเข้าไปในช่องทางรักที่ตอดรัดแน่น เขาดันเข้าไปจนสุดลำ แล้วหยุดนิ่งให้เธอปรับตัว ก่อนจะเริ่มขยับสะโพกอย่างเชื่องช้า ถอนออกจนเกือบสุด แล้วกระแทกกลับ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
