เข้าสู่ระบบ@มหาวิทยาลัย MRT
ผิงผิงถือเค้กก้อนเล็กเดินตรงไปยังโต๊ะประจำด้วยท่าทางอารมณ์ดี จนเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ก่อนหน้าพากันหันมามองทางเธออย่างพร้อมเพรียง ด้วยแววตาประหลาดใจ ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้นั่งลง ช็อปเปอร์ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอยากรู้ “มึงไปไหนมา” เพราะสีหน้าร่าเริงผิดสังเกตของเพื่อนสาวนั้นชวนให้สงสัยไม่น้อย “ไปเอาเค้ก” เธอตอบสั้นๆ พร้อมรอยยิ้ม “ผู้ชายให้?” เขาเลิกคิ้วถามกลับทันควัน ผิงผิงพยักหน้ารับเบาๆ อย่างไม่คิดอะไรนัก เพราะพนักงานที่มาส่งเป็นผู้ชาย ทันใดนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าเค้กที่วางอยู่บนโต๊ะมาถือไว้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยเสียงเข้ม “อ้าขา” คนตัวเล็กเบิกตากว้าง พลางจ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ “ห๊ะ!” “กูบอกให้มึงอ้าขา” เขาพูดย้ำเสียงแข็ง สายตาดุดันของชายหนุ่มทำให้เธอชะงัก ก่อนจะยอมแยกขาออกเล็กน้อยอย่างว่าง่าย แม้ในหัวจะเต็มไปด้วยคำถามมากมายก็ตาม ไม่รอช้า ช็อปเปอร์นำเค้กก้อนนั้นลอดหว่างขาของเพื่อนสาวทันที ผิงผิงขมวดคิ้วแน่น ความงุนงงฉายชัดบนใบหน้า แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร ไต้ฝุ่นก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน “มึงทำเชี่ยไรวะ” “มันรับของจากคนอื่นมาต้องลอดหว่างขาก่อน เดี๋ยวโดนทำของใส่” เขาตอบเสียงเรียบ “ไอ้เปอร์! กูไม่ได้รับของจากใครมา” เธอรีบเอ่ยขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกฝ่ายช้าๆ แววตาคมกริบเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความไม่ไว้ใจ ก่อนจะตอบกลับสั้นๆ “ก็มึงบอกว่าผู้ชาย” “พนักงานมาส่งเป็นผู้ชาย กูตอบผิดเหรอ?” เธอย้อนถามกลับทันควัน “ใครจะไปรู้วะ เห็นอารมณ์ดีนึกว่าโดนของเข้าแล้ว” เขาว่า ผิงผิงทำหน้ามุ่ยทันที ดวงตาคู่สวยเหลือบมองไปที่กล่องเค้กบนโต๊ะอย่างลังเล “แล้วกูจะยังกินได้ไหมเนี่ย เค้กเจ้าดังด้วย” “กินได้ดิ เดี๋ยวกูกินให้ดู” พูดจบ ช็อปเปอร์ก็แกะฝากล่องเค้ก แล้วหยิบช้อนตักเข้าปากตัวเองทันทีอย่างไม่คิดมาก ภาพตรงหน้าทำเอาคนตัวเล็กกะพริบตาปริบๆ แทบไม่อยากเชื่อว่าอีกฝ่ายจะกินของที่ลอดผ่านหว่างขาเธอ ทันใดนั้น เพลิงกัลป์ก็เอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ “ไอ้เปอร์ มึงเชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอวะ” “ครึ่งๆ กูสบายใจที่จะทำแบบนี้ มึงมีปัญหาอะไร” เขาตอบ พลางเหลือบมองเพื่อนสนิทเล็กน้อย “หึ! กูแค่ถาม หงุดหงิดเชี่ยไร” เพลิงกัลป์ว่า “อารมณ์เหมือนเมียกูตอนเป็นเมนส์เลยนะมึง” ไต้ฝุ่นพูดแทรกขึ้นพร้อมหัวเราะเบาๆ เพราะทุกครั้งที่แฟนสาวมีประจำเดือน ก็มักจะหงุดหงิดผิดปกติแบบนี้เช่นกัน ช็อปเปอร์ไหวไหล่เล็กน้อยโดยไม่ตอบอะไร ก่อนจะหันไปมองคนข้างๆ ที่นั่งกินเค้กอย่างเอร็ดอร่อย หลังจากที่ผิงผิงจัดการเค้กตรงหน้าจนหมดเรียบร้อย พวกเธอจึงพากันเดินตรงไปยังลิฟต์เพื่อขึ้นเรียนทันที เพลิงกัลป์ซึ่งเดินนำหน้าไปก่อน หันกลับมามองกลุ่มเพื่อนด้านหลัง แล้วพูดเสียงเรียบ “ลิฟต์เสียว่ะ” ร่างบางขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย สีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ห๊ะ! แล้วเสียวันที่กูกินอิ่มมากด้วยนะ” “ใครใช้ให้มึงกินเยอะ” ไต้ฝุ่นสวนกลับทันควัน “ก็พวกมึงนั่นแหละไม่ช่วยกูกิน กูกินสองคนกับไอ้เปอร์ โคตรอิ่ม” เธอตอบพลางทำหน้าตาบึ้งตึงอย่างไม่จริงจัง เพลิงกัลป์หัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหยอกเย้า “ลอดหว่างขาเพื่อนกูไม่กินเว้ย จะกินแค่หว่างขาเมียเท่านั้น” พูดจบ เขาก็ชำเลืองมองไปทางไต้ฝุ่นเล็กน้อย พร้อมกระตุกยิ้มมุมปากเบาๆ อย่างรู้กัน คำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเง้างอน “รังเกียจกูนะพวกมึง ไอ้เปอร์มันยังกินเลย กูก็เพื่อนมันเหมือนกัน” เพลิงกัลป์กับไต้ฝุ่นหันมามองหน้ากันเงียบๆ ยังไม่ทันได้ตอบอะไร เพื่อนสาวก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงน้อยอกน้อยใจ “พวกมึงคงไม่รักกูสินะ…” สิ้นเสียงหวาน ไต้ฝุ่นก็รีบตอบกลับแทบจะทันที “รักดิ แต่…กูคงรักมึงน้อยกว่ามัน” พูดจบ เขาก็หันไปมองทางช็อปเปอร์ พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่ม ผิงผิงยู่หน้าใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย ก่อนจะก้มลงมาเห็นว่าเชือกรองเท้าของตนกำลังจะหลุด จึงเอ่ยขึ้น “จิ๊! รอกูแป๊บ กูขอผูกเชือกรองเท้าก่อน” ในขณะที่เธอกำลังก้มลงไปนั้น จู่ๆ แขนเรียวก็ถูกใครบางคนรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็ว คนตัวเล็กหันขวับไปมองอีกฝ่ายทันที พลางขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างงุนงง ทว่าเธอยังไม่ทันได้เอ่ยถามอะไร ช็อปเปอร์ก็พูดขึ้นก่อน “เดี๋ยวกูผูกให้ มึงก้มทีเห็นหวอหมดพอดี” เพราะเธอสวมใส่กระโปรงทรงเอสั้นเพียงไม่กี่เซนติเมตร ยังไม่ทันที่ผิงผิงจะได้ตอบอะไร เขาก็ก้มลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเธอ แล้วจัดการผูกเชือกรองเท้าให้ด้วยท่าทีเงียบขรึม เพลิงกัลป์มองภาพตรงหน้าแล้วอดยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ได้ ก่อนจะดึงเชือกรองเท้าของตัวเองออก แล้วเอ่ยแซวขึ้น “เชือกรองเท้ากูก็หลุดว่ะ มึงผูกให้กูบ้างดิ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นไปมองอีกฝ่าย พลางสวนกลับทันควัน “มึงเป็นง่อยเหรอ?” “หึ! ทีไอ้ผิงรีบก้มไปผูกให้เชียวนะ” เขาไหวไหล่เล็กน้อยโดยไม่ตอบอะไร ก่อนจะผูกเชือกรองเท้าให้กับคนตรงหน้าต่อ ผิงผิงได้แต่เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ใบหน้าสวยค่อยๆ ขึ้นซับสีแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ไม่นานนัก ช็อปเปอร์ก็ผูกเชือกรองเท้าให้เธอเสร็จเรียบร้อย เขายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหันไปมองเพลิงกัลป์กับไต้ฝุ่นที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วพูดเสียงเรียบ “พวกมึงเดินนำไปก่อนเลย” ทว่ายังไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้ตอบอะไร เพื่อนสาวคนเดียวในกลุ่มก็เอ่ยขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ปะ! ไปกัน” เธอพูด พลางก้าวเท้าเดินออกไป ทันใดนั้น มือหนาก็คว้าแขนเรียวของเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “เดี๋ยวมึงค่อยเดินตามหลังพวกมันอีกที ให้มันนำขึ้นไปกันก่อน” คนตัวเล็กขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอกโดยไม่ถามอะไรเพิ่มเติม เมื่อผิงผิงเดินตามสองคนนั้นขึ้นบันไดไป ช็อปเปอร์จึงเดินตามหลังเธออีกทีหนึ่ง ราวกับตั้งใจจะบังสายตาคนด้านล่าง ไม่ให้มองเห็นเรียวขาของเพื่อนสาวคนสนิทสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







