Mag-log inตกดึก
หลังจากที่ผิงผิงอบบราวนี่เสร็จเรียบร้อย เธอจึงตัดบราวนี่เป็นชิ้นอย่างสวยงาม ก่อนจะจัดเรียงใส่ลงในกล่องกระดาษด้วยความตั้งใจ เพื่อนำไปให้รุ่นน้องที่อยู่ห้องข้างๆ เหมือนเช่นทุกครั้ง ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! หญิงสาวยืนเคาะบานประตูห้องของอีกฝ่ายสองสามครั้ง ไม่นานนัก เจ้าของห้องก็เดินออกมาเปิดให้กับเธอ แอร็ด! ทันทีที่ประตูอ้าออกกว้าง ดวงตาคู่สวยก็เบิกโพลงโตด้วยความตกใจ ก่อนจะอุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง “เปอร์…มึงมาอยู่ห้องป้องได้ไงอะ” “นี่ห้องกู” ช็อปเปอร์ตอบสั้นๆ พลางขมวดคิ้วแน่น แล้วย้อนถามกลับทันควัน “แล้วมึงมาห้องคนอื่นทำไมดึกดื่นแบบนี้” สายตาคมกริบจับจ้องไปยังเพื่อนสนิทตรงหน้าด้วยแววตาฉายความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด “กูเอาบราวนี่มาให้ป้องชิมอ่า” เธอตอบกลับ ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยน้ำเสียงสงสัย “แล้วนี่เป็นห้องมึงได้ไงเหรอ กูงง” “ไอ้ป้องมันปล่อยต่อให้กู มีปัญหาเรื่องเงินมั้ง” เขาตอบเสียงเรียบ คำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงชะงักไปเล็กน้อย หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่นกว่าเดิม พลางย้อนถามกลับอย่างไม่เข้าใจ “แล้วมึงก็เอาเหรอ? คอนโดเก่ามึงเช่าเป็นรายปีไม่ใช่หรือไง” ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ พลางตอบปัดๆ ออกไป “ถามเยอะว่ะ กูขี้เกียจตอบแล้วเนี่ย” สิ้นเสียงทุ้ม คนตัวเล็กก็ทำหน้ายู่ใส่เขาทันที คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่พอใจ ช็อปเปอร์ละสายตาจากใบหน้าสวย ชำเลืองมองไปยังกล่องบราวนี่ในมือของเธอ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “ในมือนั่น กูกินได้ไหม?” “อือ…กินแล้วคอมเมนต์ด้วยล่ะ” เธอพูด พร้อมยื่นกล่องขนมให้กับอีกฝ่าย จากนั้นเขาก็เปิดกล่อง หยิบขนมขึ้นมาชิมอย่างช้าๆ ก่อนจะเงียบไปครู่หนึ่ง เธอยืนมองคนตัวสูงเคี้ยวแก้มตุ้ยด้วยใจจดจ่อ พลางรอลุ้นกับคำตอบนั้น เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาได้ลิ้มลองขนมฝีมือของเธอ “อร่อยดี แต่กูว่าหวานไปนิด” ช็อปเปอร์ว่าเสียงเรียบ “ก็มึงไม่ชอบหวาน เดี๋ยวรอบหน้ากูลดหวานให้” เธอพูดอย่างเข้าใจ เพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่ชอบขนมหวานและรสชาติหวานสักเท่าไหร่ “อืม” เขาพยักหน้ารับเบาๆ รอยยิ้มบางผุดขึ้นตรงมุมปากหยักโดยไม่รู้ตัว ทั้งคู่มองสบสายตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ผิงผิงจะพูดขึ้น “งั้นกูไปนอนละนะ มึงกินให้หมดด้วยล่ะ” พูดจบ เธอก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องของตัวเองที่อยู่ข้างๆ ทันที ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังจะก้าวเท้าเข้าไปภายในห้อง เสียงทุ้มของเพื่อนสนิทก็ดังขึ้นก่อน ทำให้สองเท้าเล็กชะงักลงอย่างรวดเร็ว “มึงได้ใส่กางเกงข้างในไหม?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามเสียงเข้ม พลางจ้องมองเธออย่างรอคำตอบ เรียวขาอ่อนขาวเนียนของอีกฝ่ายที่โผล่พ้นชายเสื้อยืดตัวใหญ่ ทำให้เขาเผลอจ้องมองนานกว่าที่ตั้งใจไว้ ผิงผิงหันหน้ากลับมามองคนตัวสูงอีกครั้ง หัวคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจนัก ก่อนจะก้มลงมองตัวเองตามสัญชาตญาณ เสื้อยืดโอเวอร์ไซซ์ที่เธอสวมอยู่ยาวจนคลุมต้นขา ทำให้มองจากภายนอกแทบแยกไม่ออกว่าใส่กางเกงอยู่หรือไม่ “ใส่ดิ! มึงจะดูไหมล่ะ” เธอเลิกคิ้วถามด้วยน้ำเสียงยียวน คำพูดนั้น ทำเอาร่างสูงชะงักไปชั่วขณะ พลางรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อข่มอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ในอก เมื่อควบคุมตัวเองได้แล้ว เขาจึงหันกลับมามองเธอตรงๆ ช็อปเปอร์ก้าวเดินเข้าไปใกล้เพื่อนสนิทอย่างช้าๆ ทำให้ระยะห่างของทั้งคู่ลดลงจนแทบสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อน ทันใดนั้น เขาก็โน้มใบหน้าลงมาใกล้เธออีกนิด แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว “ต่อไปออกจากห้อง มึงใส่ขายาวด้วย” ทั้งสองมองสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ผิงผิงเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความประหม่า หัวใจดวงน้อยพลันเต้นโครมครามอย่างหนักหน่วง ตุบตับ…ตุบตับ… “ไม่อะ กูชอบใส่ขาสั้น” เธอรีบตอบเสียงเบา มือเล็กยกขึ้นผลักหน้าอกแกร่งให้ออกห่างทันที ก่อนจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็ว แล้วปิดประตูลงจนเกิดเสียงดังลั่น ปัง! ช็อปเปอร์ยืนมองประตูห้องของเพื่อนสาวที่ปิดสนิท พลางถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วส่ายหน้าไปมาช้าๆ อย่างเอือมระอา “ดื้อเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยว่ะ” อีกฟากฝั่ง หลังจากที่ผิงผิงกลับเข้ามาภายในห้อง เธอก็ยกมือขึ้นมาทาบทับหน้าอกตัวเองทันที เพื่อช่วยปลอบให้มันสงบลง “ไอ้เพื่อนบ้า! ขยันเล่นกับใจกูจังนะ” เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจเริ่มกลับมาเป็นปกติ คนตัวเล็กจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาไถฟีดเล่นเหมือนเช่นเคย ทันใดนั้น ข้อความตอบกลับจากสตอรี่ที่เธอเพิ่งลงไปไม่กี่นาทีก่อนหน้าก็เด้งขึ้นมา ป้อง : เสียดายเลย ต่อไปผมคงไม่มีวาสนากินขนมฝีมือพี่อีกแล้ว หลังอ่านจบ คิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็ว ผิงผิง : แล้วเรามีปัญหาเรื่องเงินเหรอ ลองหางานพาร์ทไทม์ทำเพิ่มดูไหม เดี๋ยวพี่ช่วยหาก็ได้ เพราะตั้งแต่เธอย้ายมาอยู่คอนโดแห่งนี้ได้สองปี ก็มีป้องนี่แหละที่คอยช่วยเหลือสารพัดเรื่อง เธอจึงมองเขาเป็นเหมือนน้องชายคนหนึ่ง ไม่นานนัก ข้อความจากอีกฝ่ายก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอ ป้อง : พี่ผิงใจเย็นๆ ก่อนนะ บ้านผมรวยขนาดนี้ เอาอะไรมามีปัญหาเรื่องเงินครับ เธอขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม ความสับสนฉายชัดในแววตา พลางพิมพ์ถามอย่างสงสัย ผิงผิง : แล้วเราปล่อยห้องให้เปอร์ทำไมอะ ไม่กี่วินาทีต่อมา ข้อความใหม่ก็ปรากฏบนหน้าจออีกครั้ง ป้อง : ตอนแรกผมก็ไม่ได้อยากปล่อยหรอก แต่พี่เขามีข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ผมก็เลยตกลง ไม่รอช้า เธอรีบพิมพ์สวนกลับไปทันที ผิงผิง : ข้อแลกเปลี่ยนอะไร? ป้อง : ความลับครับ คนตัวเล็กขมวดคิ้วแน่นยิ่งขึ้น ความสับสนและความงุนงงถาโถมเข้ามาพร้อมกัน เธอไม่อาจเข้าใจการตัดสินใจของเพื่อนสนิทได้เลย และมันจะมีเหตุผลอะไรที่เขาเลือกย้ายคอนโดในช่วงใกล้เรียนจบเช่นนี้ “คนเรามันต้องมีคอนโดสองที่เลยเหรอ?”สามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







