LOGINระหว่างเรียน เหล่านักศึกษานั่งฟังอาจารย์อภิปรายบทเรียนอย่างตั้งใจ ทว่าผิงผิงกลับก้มหน้ากดโทรศัพท์มือถืออยู่นาน จนคนข้างๆ อดสงสัยไม่ได้
ช็อปเปอร์ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น ก่อนจะเอาด้ามปากกาเคาะศีรษะของเธอเบาๆ ป๊อก! ป๊อก! คนตัวเล็กสะดุ้งโหยง พลางหันขวับไปมองอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความงุนงง พร้อมยกมือขึ้นมาลูบศีรษะตัวเองตามสัญชาตญาณ เธอมองเขาด้วยแววตาขุ่นเคืองเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกไป “มึงตีหัวกูทำไมอ่า” “คุยกับใคร?” เขาย้อนถามกลับทันควัน โดยไม่ตอบคำถามนั้นของเธอ ดวงตาคมกริบจ้องมองเพื่อนสนิทอย่างรอคำตอบ “เลย์! กูชวนมันไปเที่ยวอ่า แต่มันคืนดีกับแฟนแล้วอะดิ กูกำลังอ้อนมันอยู่เนี่ย” เธอตอบ พลางกดพิมพ์ข้อความส่งไปหาเพื่อนสาวต่างคณะต่อ ทว่ายังพิมพ์ไม่ทันจบประโยค ช็อปเปอร์ก็เอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน “เดี๋ยวกูไปส่ง ชวนไอ้สองตัวนี้ไปด้วย” พูดจบ เขาก็หันไปมองไต้ฝุ่นกับเพลิงกัลป์ที่นั่งอยู่ด้านข้าง ราวกับรอคำตอบจากทั้งคู่ ทันใดนั้น ไต้ฝุ่นก็ส่ายหน้าไปมาช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “กูไม่ได้ไปนะ พอดีมีนัดแล้วว่ะ” “กูก็นัดกับนับดาวไว้แล้วเหมือนกัน” เพลิงกัลป์พูดเสริม ผิงผิงทำหน้ามุ่ยลงเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่ ช็อปเปอร์ที่เหลือบมาเห็นสีหน้าเศร้าหมองของเพื่อนสาว จึงรีบเอ่ยขึ้น “ทำหน้าเศร้าทำไม มึงก็ไปกับกูไง” “มึงจะไม่เทกูใช่ไหม?” เธอย้อนถามกลับเสียงเบา ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหาแน่น ดวงตาคมกริบจ้องมองใบหน้าสวยนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามกลับเสียงเรียบ “กูเคยเทมึงด้วยเหรอ?” คนตัวเล็กยิ้มกว้างขึ้นทันที ความกังวลเมื่อครู่สลายหายไปในพริบตา เพราะตั้งแต่คบกันมาเกือบสี่ปี เขาไม่เคยเทหรือปฏิเสธเธอเลยสักครั้ง “งั้นกลับคอนโดก่อน เดี๋ยวกูค่อยซ้อนมึงไป” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส “อืม…เก็บโทรศัพท์ แล้วตั้งใจเรียน” สิ้นเสียงทุ้ม ผิงผิงก็พยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเก็บโทรศัพท์มือถือใส่ลงไปในกระเป๋าสะพายแบรนด์หรู แล้วหันไปมองอาจารย์ที่ยืนอยู่ด้านหน้าห้องเรียนอย่างช้าๆ หลังจากเลิกเรียน ทุกคนจึงแยกย้ายกันกลับคอนโดของตัวเองทันที @ตลาดนัดกลางคืน เมื่อทั้งคู่เดินทางมาถึงตลาดนัดยอดฮิตที่ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างสองมหาวิทยาลัยชื่อดัง ผิงผิงก็เดินไปยังโซนของกินอย่างรวดเร็ว โดยมีช็อปเปอร์คอยเดินตามอยู่ไม่ห่าง ไม่นาน คนตัวเล็กก็หยุดยืนอยู่ตรงหน้าร้านปลาหมึกย่าง ก่อนจะหันไปมองคนข้างกาย แล้วเอ่ยถามเสียงใส “กินปลาหมึกไหม?” “อืม เอาไข่ด้วยนะ” เขาตอบกลับทันควัน “อือ” เธอพยักหน้าหงึกๆ ก่อนจะหันไปเลือกปลาหมึกใส่จานอย่างคล่องแคล่ว จากนั้นผิงผิงก็ยื่นชามปลาหมึกให้กับป้าคนขาย พลางเอ่ยขึ้น “ราดน้ำจิ้มเลยนะคะ เอาน้ำจิ้มเผ็ดค่ะ” “ได้จ้ะ รอแป๊บนะ” คนขายตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะรับชามไปปิ้งย่างบนเตา ทั้งคู่ยืนรออยู่ข้างร้านสักพักหนึ่ง ไม่นานป้าคนขายก็ยื่นถุงปลาหมึกที่ปิ้งเสร็จแล้วมาให้เธอ คนตัวเล็กรับมาอย่างตื่นเต้น พลางคลี่ถุงออก แล้วหยิบไม้ปลาหมึกขึ้นมากินไปด้วย เดินไปด้วยตามประสาคนหิว เธออ้าปากกัดเนื้อปลาหมึกตรงปลายไม้ ก่อนจะออกแรงดึง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน เนื้อปลาหมึกก็ยังติดหนึบไม่ยอมหลุดออกมาสักที ช็อปเปอร์ขมวดคิ้วมองภาพตรงหน้า เมื่อเห็นเพื่อนสาวพยายามดึงไม้ออกจากปลาหมึกอย่างทุลักทุเล เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้น “เอามานี่ กูช่วย” “ไม่! กูกินเองได้” ผิงผิงตอบ พลางดึงต่ออย่างดื้อดึง ทันใดนั้น คนตัวสูงก็โน้มตัวลงมาใช้ฟันกัดปลาหมึกชิ้นเดียวกับเธอ ก่อนจะรูดเนื้อออกจากไม้เข้าปากตัวเองในพริบตา ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ พลางอ้าปากค้างอยู่แบบนั้น ราวกับสมองประมวลผลไม่ทันกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น แล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “มะ มึงกินน้ำลายกู…” เพราะเธอกัดปลาหมึกอีกฝั่งจนเปรอะไปด้วยคราบน้ำลาย “อืม” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะคว้าถุงปลาหมึกจากมือคนตัวเล็กไปถือไว้ แล้วจัดการรูดไม้ออกทีละไม้ด้วยท่าทีคล่องแคล่ว จนเหลือแต่เนื้อปลาหมึกกองอยู่ในถุง ช็อปเปอร์ยื่นถุงปลาหมึกคืนให้กับเธอ แล้วกำชับเสียงเรียบ “ค่อยๆ กินมันเผ็ด เดี๋ยวกูไปซื้อน้ำให้” พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินไปทางร้านน้ำอย่างรวดเร็ว ผิงผิงได้แต่มองตามแผ่นหลังของอีกฝ่าย พลางยกมือขึ้นมาทาบหน้าอกตัวเอง หัวใจดวงน้อยกลับเต้นโครมครามอย่างควบคุมไม่อยู่ “ใจเย็นๆ นั่นเพื่อน ท่องไว้ เพื่อน…” เธอพึมพำเสียงเบา พยายามสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะหันหลังให้กับเขา ทันใดนั้น ก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาทักเธอด้วยน้ำเสียงห่วงใย “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ” คนตัวเล็กเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางมองเขาอย่างงุนงง “หือ” “พี่เห็นเราหน้าแดง ร้อนเหรอครับ” อีกฝ่ายพูด พร้อมยกมือขึ้นมาพัดให้เธอเบาๆ ผิงผิงกำลังจะอ้าปากตอบ ทว่าจู่ๆ ไหล่เล็กของเธอกลับถูกใครบางคนโอบเอาไว้แน่น “ใคร?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามเสียงแข็ง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังผู้ชายตรงหน้า “เขาเห็นกูหน้าแดง ก็เลยเข้ามาทักเฉยๆ” เธอตอบเสียงเรียบ ปล่อยให้คนตัวสูงโอบไหล่อยู่อย่างนั้น เพราะปกติเขาก็มักทำแบบนี้เสมอ ทั้งโอบไหล่ ทั้งแตะเนื้อต้องตัว จนเธอคุ้นชินและไม่รู้สึกแปลกอะไร สิ้นเสียงหวาน ช็อปเปอร์ก็หันกลับมามองใบหน้าสวยชัดๆ มือหนาลูบแก้มเนียนแผ่วเบา พลางเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง “แล้วทำไมหน้าแดง เผ็ดหรือร้อน?” คนตัวเล็กใบหน้าร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ระ ร้อน” พูดจบ เธอก็คว้าแก้วน้ำมะพร้าวปั่นจากมือเขาขึ้นมาดูดอย่างรวดเร็ว เพื่อกลบอาการเขินอายทันที “งั้นไปโซนนู้นกัน” ช็อปเปอร์เอ่ยขึ้น ก่อนจะกุมมือเล็กแล้วพาเดินออกไปช้าๆ ในขณะที่ร่างสูงกำลังเดินสวนผู้ชายคนนั้น เขาก็ปรายตามองอีกฝ่ายอย่างไม่พอใจ ผิงผิงก้มมองมือของตัวเองที่ถูกจับไว้แน่น พลางเดินตามเขาไปอย่างเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร ทั้งที่หัวใจดวงน้อยเต้นกระหน่ำจนแทบจะทะลักออกจากอกสามปีต่อมาหลังจากที่ช็อปเปอร์พาผิงผิงไปฉีดยาคุมครั้งก่อน เธอก็เริ่มมีอาการแปลกๆ เพราะยาที่ฉีดเข้าไปนั้น ไม่ใช่ยาคุมกำเนิดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่กลับเป็นยาวิตามินบำรุงสำหรับการเตรียมตั้งครรภ์และแน่นอนว่า…เธอท้องโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้ทั้งคู่ได้แต่งงานกันแล้วเมื่อสามปีก่อน และมีเจ้าตัวน้อยด้วยกันหนึ่งคน เป็นเด็กผู้ชาย หน้าตาหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อเป๊ะ ชื่อว่าน้อง ปันคุณณ์ ปันคุณณ์อายุได้สองขวบกว่า มีพัฒนาการด้านร่างกายตอบสนองค่อนข้างดี แต่กลับยังมีการสื่อสารทางคำพูดค่อนข้างน้อย และมักจะเป็นเฉพาะตอนอยู่กับคุณพ่อเท่านั้นทุกวันผิงผิงจะคอยดูแลลูกและจัดการงานบ้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เธอสามารถทำหน้าที่เหล่านั้นได้เป็นอย่างดีโดยไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวยืนทำกับข้าวรอสามีอย่างมีความสุข ดวงตาคู่สวยชำเลืองมองไปยังกลางห้องโถงที่ลูกน้อยนอนหลับอยู่เป็นครั้งคราวไม่นานนัก อาหารที่เธอตั้งใจจัดเตรียมก็เสร็จเรียบร้อย พร้อมกับเสียงประตูถูกเปิดเข้ามาพอดีแอร๊ด!!“ลูกหลับอยู่เหรอ?” ช็อปเปอร์เอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นภรรยายืนอยู่ที่ครัวเพียงลำพังเธอหันขวับไปมองเขาทันที พลางยิ้มบางๆ แล้วรีบเช็ดมือเดิน
หลายเดือนต่อมาหลังจากเรียนจบ ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันไปทำงานตามบริษัทที่ตนเองสนใจ โดยบริษัทที่ผิงผิงทำงานอยู่นั้นตั้งอยู่ห่างจากช็อปเปอร์หลายร้อยกิโลเมตร ระยะทางอันแสนไกลนี้ ทำให้เขารู้สึกเครียดและไม่สบายใจอย่างมาก เพราะต้องห่างไกลจากแฟนสาว ทั้งที่ตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัย เขาไม่เคยต้องอยู่ห่างจากเธอเลยแม้แต่วันเดียวคนตัวเล็กนั่งพิงพนักหัวเตียง มือหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือส่องใบหน้าของตัวเอง พลางพูดคุยหัวเราะคิกคักกับแฟนหนุ่มเหมือนเช่นทุกวัน ทันใดนั้น เธอก็เหลือบเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของเขาบนหน้าจอ จึงเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง“คิดอะไรอยู่เหรอ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ” (เค้ากำลังคิดว่าจะขับรถไปรับเธอตอนนี้เลยดีไหม?) ช็อปเปอร์ตอบทันควัน ใบหน้าหล่อเหลาแสดงสีหน้าจริงจังอย่างชัดเจนคำพูดนั้น ทำเอาผิงผิงเบิกตากว้าง ก่อนจะรีบตอบกลับไปทันที“จะบ้าหรือไง นี่มันตั้งห้าทุ่มแล้วนะ พรุ่งนี้ค่อยมารับเค้าก็ได้” (ก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอนานๆ ไง) เขาว่า ดวงตาคมจ้องมองแฟนสาวผ่านทางหน้าจอมือถือด้วยสายตาเว้าวอนร่างบางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พร้อมสบตากับเขาตรงๆ แล้วเอ่ยขึ้น“ขยันขับรถเหรอ มารับเค้าทุกอาทิตย์
@คอนโด SLเมื่อกลับมาถึงคอนโด ช็อปเปอร์ก็ไม่รอช้า รีบผลักแฟนสาวชิดผนังห้องที่เย็นเฉียบทันทีโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะก้มลงไปจูบริมฝีปากบางอย่างดูดดื่ม“อื้อ~”ผิงผิงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะไม่คาดคิดว่าเขาจะจู่โจมเช่นนี้ เธอค่อยๆ หลับตาลงรับรสจูบจากคนตัวสูงอย่างเต็มใจ พลางเลื่อนฝ่ามือขึ้นไปโอบรอบลำคอแกร่งเอาไว้แน่นทั้งคู่จูบกันเนิ่นนานหลายนาที จนได้ยินเสียงน้ำลายเฉอะแฉะไปทั่วห้องมือหนาลูบไล้เรียวขาขาวเนียนแผ่วเบา ก่อนจะสอดแทรกเข้าไปในกระโปรงตัวสั้น แล้วลูบสัมผัสกลีบกุหลาบงามด้วยความมันเขี้ยว พร้อมใช้นิ้วกลางกดวนปุ่มกระสันแบบเน้นๆการกระทำนั้นสร้างความเสียดเสียวให้กับคนตัวเล็กได้เป็นอย่างดี เธอจึงกอดลำคอเขาแน่นขึ้น พลางจูบริมฝีปากหยักรุนแรงตามอารมณ์ความปรารถนาที่พลุ่งพล่านอยู่ภายในกาย“อื้อ~”เมื่อทั้งคู่จูบกันจนพึงพอใจ ช็อปเปอร์ก็ถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง ก่อนจะจุ๊บริมฝีปากบางอีกครั้งด้วยความคลั่งไคล้“โคตรเปียก เงี่ยนเหรอ หืม?” เขาเอ่ยถามเสียงเบา นิ้วหนายังคงสัมผัสกลีบกุหลาบงามผ่านทางกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่เปียกชื้นไปด้วยคราบน้ำหวานผิงผิงเม้มริมฝีปากเข้าหากันเล็กน้อย พลางตอบก
หลายเดือนต่อมาบรรยากาศภายในมหาวิทยาลัย MRT รายล้อมไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ต่างพากันมาร่วมแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ป้ายแดงที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาไปหมาดๆเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงบ่าย หลังจากเข้ารับปริญญาบัตรเสร็จสิ้น แก๊ง YOLO ก็ออกมาถ่ายภาพร่วมกันบริเวณหน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ ก่อนจะแยกย้ายกันไปเก็บภาพความประทับใจกับครอบครัวของตนเองในขณะที่ผิงผิงกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปนั้น ช็อปเปอร์ก็คว้าแขนเรียวเอาไว้อย่างรวดเร็วหมับ!“ถ่ายรูปคู่ด้วยกันก่อนสิ” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟนสาวอย่างคลั่งไคล้“อือ” เธอยิ้มกว้าง พร้อมพยักหน้ารับเบาๆทั้งสองคนยืนโพสท่าให้ช่างภาพที่จ้างมาคอยบันทึกภาพอย่างต่อเนื่อง พลางพูดคุยหยอกล้อกันด้วยการบีบแก้มเป็นครั้งคราว ทำให้เกิดเป็นภาพที่ดูน่ารักและเป็นธรรมชาติไม่นานนัก เสียงหวานใสของใครบางคนก็ดังขึ้น “พี่เปอร์!” แฟร์รี่ตะโกนเรียกชื่อพี่ชายมาแต่ไกลช็อปเปอร์หันขวับมองไปตามเสียงนั้นทันที ก่อนจะเห็นน้องสาวเดินเข้ามาพร้อมกับพ่อแม่ของตนเมื่อทั้งสามคนหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งคู่ ผิงผิงก็ยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม“คุณพ่อคุณแม่ สวัสดีค่ะ” ทั้งสองรับไหว
หลังจากที่ช็อปเปอร์ดันแก่นกายยักษ์เข้ามาในช่องทางรักของเธอจนสุดความยาว พลางเริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้าในจังหวะเนิบนาบ ก่อนจะเพิ่มความรัวเร็วในเวลาต่อมา“อ๊าา อื้อ~” ผิงผิงร้องครางออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่มือเล็กได้แต่ขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่นจนยับยู่ยี่ เพื่อระบายความวาบหวิวที่ได้รับชายหนุ่มจ้องมองคนใต้ร่างด้วยสายตาแพรวพราว พลางใช้นิ้วสะกิดปุ่มเซนซิทีฟของเธอเบาๆ ส่วนเอวสอบยังคงกระแทกกระทั้นเข้าใส่รูคับแคบอย่างต่อเนื่อง “ซี๊ด~” เขาครางอื้ออึงอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้นตามแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในกายคนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างแน่น พลางเอื้อมมือไปดันหน้าท้องแกร่งเพื่อให้ขยับออกห่างเล็กน้อยทว่าอีกฝ่ายกลับไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เขาคว้าข้อมือเล็กรวบขึ้นไปไว้เหนือศีรษะทันที“เสียวเหรอ หืม?” เธอพยักหน้ารับหงึกๆ อย่างไม่ปฏิเสธ ก่อนจะเอ่ยออกไปตามความต้องการ “อื้อ~ เสียว ขอจูบหน่อย”สิ้นเสียงหวาน คนตัวสูงก็ก้มลงมาประกบจูบริมฝีปากบางโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว“อื้อ~”ทั้งคู่จูบกันอย่างดูดดื่ม พลางขยับเอียงหน้าซ้ายและขวาเพื่อให้ริมฝีปากแนบชิดกันมากยิ่งขึ้น ส่วนเอวสอบยังคงถาโถมเข
ผิงผิงอยู่ในชุดนอนผีเสื้อสีดำสุดเซ็กซี่ เนื้อผ้าซีทรูบางเบาที่สามารถมองเห็นผิวเนื้อเนียนได้อย่างชัดเจนเธอสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะค่อยๆ แง้มประตูออกเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยกวาดมองไปยังทางเดินภายนอกห้องเมื่อเห็นว่าไม่มีผู้คนตรงโถงทางเดิน หญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวออกมา แล้วเดินไปเคาะประตูห้องข้างๆ ทันทีก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!“เปอร์! เปิดประตูให้เค้าหน่อย” เธอเอ่ยเรียกอีกฝ่าย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับเลยแม้แต่น้อยจากนั้น คนตัวเล็กจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” เธอพูด พลางขยับเอาใบหูแนบลงไปบนบานประตู เพื่อฟังเสียงความเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ด้านใน แล้วเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“ตอนนี้เค้าโคตรเซ็กซี่เลยนะ…”อีกฟากฝั่งหลังจากที่ช็อปเปอร์ได้ยินเสียงเคาะประตู เขาก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องคือใคร ชายหนุ่มยังคงทำกิจกรรมของตนต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ จนกระทั่งเธอพูดคำว่า“จะไม่เปิดจริงดิ เธอจะปล่อยให้คนอื่นมองเค้าแบบนี้เหรอ?” คำพูดนั้นทำให้เขาชะงักนิ่ง หัวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่นโดยอัตโนมัติ พลางก้าวเดิน







