تسجيل الدخول"หนูพิ้งไม่ต้องไปสนใจนะ ไม่ต้องไปฟังสิ่งที่ตาหมื่นลี้พูดฟังแค่แม่ก็พอ" ตอนนี้คุณนายเม็ดพลอยได้สถาปนาตัวเองเป็นแม่ของหญิงสาวไปเรียบร้อยแล้ว ก็เพราะว่าไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ชมพิ้งต้องมาเป็นลูกสะใภ้เธออยู่ดี จะเรียกตอนไหนก็มีค่าเท่ากัน
"ค่ะ" หญิงสาวที่ตอบออกไปเช่นนั้นก็เพราะไม่รู้จะตอบอะไรเพียงแค่นั้น เพราะคำที่หมื่นลี้พูดมันฝังลึกเข้าไปในหัวใจดวงน้อย ๆ นี่เสียแล้ว
"อยู่ดี ๆ ทำไมคุณแม่ถึงให้ชมพิ้งแต่งเข้าล่ะครับ" แสนปีถามขึ้นหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์อยู่นาน เช่นเดียวกับพันไมล์ที่อยากรู้แต่ไม่อยากถาม เพราะเกรงดาวเสาร์จะพุ่งมาหาเขาแทน
"ความจริงมันก็เป็นสัญญาที่มีมาตั้งนานแล้วอย่างที่แกรู้นั่นแหละ เพียงแค่ช่วงนี้บ้านของหนูชมพิ้งเกิดเรื่องขึ้น แม่เลยต้องยื่นมือเข้าไปช่วย"
คุณนายเม็ดพลอยได้เริ่มเล่าเรื่องความจำเป็นของที่บ้านหญิงสาวผู้น่าสงสารให้กับลูกชายอีกสองคนได้ฟัง หวังว่าเมื่อทั้งคู่รับรู้แล้วจะช่วยกันเกลี้ยกล่อมหมื่นลี้ให้ยอมแต่งงานแต่โดยดี โดยที่เธอไม่ต้องลงมือขั้นเด็ดขาด
เมื่ออาทิตย์ก่อนหลังจากที่ชมพิ้งกลับมาจากการจัดนิทรรศการภาพวาดของตัวเอง เธอก็ตรงดิ่งเข้ามาหาผู้เป็นบิดามารดาด้วยหัวใจที่พองโต หวังให้ทั้งสองท่านได้ร่วมยินดีในความสำเร็จของตัวเองเดิมทีมันก็ควรจะเป็นเช่นนั้น ทว่าตั้งแต่ที่ชมพิ้งเดินเข้ามาในบ้านก็ตะโกนเรียกพ่อแม่ไม่หยุดแต่ไม่ได้รับเสียงใดตอบกลับมาแม้แต่น้อย
ครั้งแรกเธอก็คิดว่านี่อาจจะเป็นแผนการเตรียมเซอร์ไพรส์เพราะปกติสองท่านก็ชื่นชอบที่จะทำให้เธอเช่นนั้นบ่อย ๆ ทว่าครั้งนี้มันกลับเป็นเซอร์ไพรส์ที่ชมพิ้งไม่คิดฝันมาก่อน
"คุณพ่อคะ คุณแม่คะ พิ้งกลับมาแล้วค่ะ" สองเท้าเรียวเล็กกำลังก้าวอย่างมั่นคงไปตามบันไดเรื่อย ๆ กระทั่งขึ้นมาที่ชั้นสองซึ่งเป็นห้องนอนของพ่อและแม่เธอแล้ว ยังไงซะการที่เธอเดินตามหามาทั้งบ้านที่นี่ก็คือที่สุดท้ายที่ทั้งสองควรจะอยู่
ใบหน้าสวยยกยิ้มเพียงครู่ก่อนจะเอื้อมไปจับที่ลูกบิดและเปิดออกด้วยความยินดี ทว่าสิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับทำให้เธอแทบสิ้นสติ
"กรี๊ดดดดดด คุณพ่อ คุณแม่" ชายหญิงวัยกลางคนทั้งสองนอนจมกองเลือดอยู่ที่เตียงนอนในห้องของตัวเอง และมือคนเป็นพ่อยังถือเจ้าปืนกระบอกสีดำขลับซึ่งชมพิ้งจำได้ดีว่ามันคือของบิดาเธอแน่นอน
สภาพห้องนอนไร้ร่องรอยการต่อสู้และมือของสองสามีภรรยาจับกันไว้แน่น จากหลักฐานทั้งหมดที่ค้นพบตำรวจก็สรุปให้เรื่องนี้เป็นเพียงการฆ่าตัวตายเพื่อให้หลุดพ้นจากนี้สินที่มากมายของบริษัท
ใช่ นั่นแหละคือสาเหตุที่แท้จริงของการฆ่าตัวตายครั้งนี้ ชมพิ้งมารู้ทีหลังว่าบริษัทของครอบครัวที่เดิมทีคิดว่าน่ากำลังไปได้สวยทำกำไรมหาศาล หากตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อนบริษัทของพวกเขาพบเจอการคอร์รัปชันจากคนภายในที่เชื่อใจ กว่าจะรู้ตัวก็เสียหายไปไม่น้อยแล้ว
หลังจากนั้นบริษัทนี้ก็ค่อย ๆ ประสบปัญหาทางการเงินเรื่อย ๆ จนสุดท้ายดูเหมือนพวกเขาจะไม่สามารถพยุงมันเอาไว้ได้อีกและตัดสินใจคิดสั้นในที่สุด ก่อนที่ทั้งสองจะจากไปนภาผู้เป็นแม่ของชมพิ้งได้ส่งข้อความไปหาเพื่อนสนิทของเธอเพื่อทวงคำสัญญาที่พวกเธอเคยให้เอาไว้ด้วยกัน แม้มันจะเป็นเพียงคำพูดเล่น ๆ เท่านั้นหากแต่ครั้งนี้เธอหวังเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะช่วยให้ลูกสาวเพียงคนเดียวมีที่พึ่งพาไม่ไร้ญาติขาดมิตรเมื่อเธอจากไป
"แม่ได้รับข้อความจากนภาก็เลยคิดอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องช่วยหนูชมพิ้งให้ได้ ถึงยังไงแม่ก็มองหนูชมพิ้งเป็นเหมือนลูกสาวคนหนึ่งอยู่แล้ว ก็บ้านเรามีแต่ผู้ชายนี่แม่ยังอิจฉานภาอยู่บ่อย ๆ ที่มีลูกสาวน่ารักแบบนี้ เห้ออ เสียดายก็แต่นภาเธอมาด่วนจากโลกนี้ไปเร็วนัก" เสียงของคนมีอายุพูดให้ลูกชายฟังทั้งหมดก่อนหันมากุมมือหญิงสาวที่ตอนนี้ปล่อยเสียงร้องไห้และน้ำตาใสอาบสองข้างแก้ม
"ผมเข้าใจเรื่องนี้นะครับ แต่หมื่นลี้เองก็ยังทำใจไม่ได้ เขาก็ต้องการมีชีวิตของตัวเอง เรื่องที่คุณแม่ไปบังคับน้องแบบนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ" แสนปีเสนอความคิดเห็นขึ้นมาเพื่อพูดแทนความรู้สึกของน้องชาย เรื่องนี้หากเป็นสถานการณ์ปกติเธอย่อมสงสารและเห็นใจลูกชายอยู่แล้ว
แต่เจ้าตัวดีนั่นก็นี่กระไร มีผู้หญิงเข้ามาหาที่บ้านพร้อมกับอ้างว่าอุ้มท้องลูกของหมื่นลี้นับไม่ถ้วน เรื่องนี้ทำให้คุณนายเม็ดพลอยทุกข์ใจเป็นอย่างมาก รายแรก ๆ เธอก็คิดว่าเป็นเรื่องจริง กระทั่งรอให้ครรภ์ถึงวัยที่สามารถตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอได้แล้วก็กลับไม่ใช่หลานของเธอเลยสักคน
ด้วยความที่เธอนั้นดีใจที่จะได้อุ้มหลานแต่ความหวังก็มาพังลง หลัง ๆ มาเธอก็เริ่มที่จะตามเกมผู้หญิงพวกนั้นทันเสียแล้ว แค่เพียงเสนอเงินให้ผู้หญิงพวกนั้นก็รีบคว้าเงินเอาไว้ก่อนเลย เพราะคงรู้ดีว่าเด็กที่อยู่ในท้องไม่ใช่ลูกของหมื่นลี้นั่นแหละ กำขี้ดีกว่ากำตด ผู้หญิงพวกนั้นพิสูจน์ให้คุณนายเม็ดพลอยเห็นมานักต่อนักแล้ว
"แล้วน้องแกอยู่กับร่องกับรอยเสียที่ไหนกัน เมื่ออาทิตย์ก่อนยังมีผู้หญิงอ้างว่าท้องกับน้องแกอยู่เลย" พอมาถึงจุดนี้แสนปีเองก็เริ่มเข้าใจจุดประสงค์หลักของคุณนายเม็ดพลอยแล้ว ก็ไอ้อาการคาสโนวาบอยของหมื่นลี้นั่นเลื่องลือไปทั่ว นึกมากถึงจุดนี้ก็ควรโดนเสียบ้างจริง ๆ
"แม่ก็เลยจะดัดนิสัยของพี่หมื่นลี้เหรอครับ" พันไมล์ถึงเวลาได้เปิดปากขึ้นมาบ้าง เพราะเขารับรู้แล้วว่ายังไงงานก็ไม่เข้าเขาอย่างแน่นอน
"แกก็อีกคนพันไมล์ ทำอะไรอย่าคิดว่าฉันไม่รู้" ซะที่ไหน คิดว่าจะหลบสายตาคนเป็นแม่พ้นเสียแล้วเชียว นี่แม่หรือสายสืบ รู้เก่งมาก พันไมล์ขอคารวะ
"ไม่ต้องห่วงนะหนูชมพิ้ง ไม่ต้องคิดมากอะไรแม่จะเป็นแม่ให้หนูเอง หนูไม่ได้ไม่เหลือใคร ทุกคนที่นี่พร้อมที่จะเป็นครอบครัวให้หนูอยู่แล้ว" แม้คำพูดที่สุดแสนจะสวยหรูของคุณนายเม็ดพลอย หากแต่เธอก็ไม่ได้ให้อะไรหญิงสาวมาแต่โดยง่าย ทุกอย่างย่อมมีการแลกเปลี่ยน มันเป็นเรื่องธรรมดา ยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเงินและชื่อเสียงมหาศาลเช่นนี้ด้วยแล้ว ต่อให้สนิทกันมากเพียงไหนก็คงไม่สามารถให้อะไรมาได้อย่างฟรี ๆ
หญิงสาวที่รับรู้สถานการณ์อย่างดีก็จำใจต้องยอมรับข้อเสนอนี้เพื่อพยุงกิจการของครอบครัวที่คนเป็นพ่อและแม่อุตส่าห์สร้างมันขึ้นมาด้วยกัน แม้ตอนนี้ทั้งสองจะละทิ้งมันไปแล้วก็ตามแต่ชมพิ้งจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น เธอต้องรักษาสิ่งที่พ่อแม่รักมากที่สุดเอาไว้ให้ได้
"ค่ะคุณแม่"
เต็มเดือนและน้ำฟ้ามาสังสรรค์กันกับเพื่อน ๆ ที่รู้จัก ก่อนหน้านั้นพวกเธอได้ชวนชมพิ้งแล้วแต่ด้วยความที่หญิงสาวมีอาการเหนื่อยล้าจากการทำงาน อีกทั้งปกติเธอก็ไม่ได้ชื่นชอบบรรยากาศของสถานที่เสียงดังแบบนี้ด้วยจึงไม่ได้ตอบรับหญิงสาวทั้งสองจำไม่ได้ว่าตัวเองต้องไปห้องวีวีไอพีที่เท่าไรจึงได้เปิดเข้าไปมั่ว ๆ และได้เจอกับผู้ได้ชื่อว่าสามีเพื่อนกำลังนัวกับผู้หญิง เช่นนั้นเธอก็ย่อมยอมไม่ได้อยู่แล้ว แม้ชมพิ้งจะบอกว่าให้ปล่อยไปแต่พวกเธอกลับรู้สึกว่าเพื่อนเธอไม่ได้รับความเป็นธรรมเห็นทีว่าต้องเอาคืน"แล้วเราจะเข้าไปในห้องนั้นยังไงวะ นั่นมันห้องวีวีไอพีนะ""นั่นสิ หรือว่าเราจะปลอมตัวเป็นเด็กเสิร์ฟเข้าไปกันดี""อย่าดูละครเยอะขอร้องเลยเพื่อน""กว่าพวกเราจะเข้าไปได้กูว่ามันเสร็จกันพอดี""เออจริง คนอะไรวะหน้าด้านชะมัด"หญิงสาวทั้งสองยืนเถียงกันอยู่ที่ทางขึ้นบันได ถึงอยากจะเอาคืนให้เพื่อนแต่กลับหาทางเข้าไปไม่เจอ พวกเธอรู้สึกหงุดหงิดแทนชมพิ้งจนกระทั่งถอดใจไปแล้ว ทั้งสองจึงได้พากันเดินไปที่ห้องวีวีไอพีที่จองไว้ แต่ทว่าจังหวะชุลมุนไม่ทันได้ระวังตัวเต็มเดือนหญิงสาวที่มาในชุดเดรสรัดรูปและรองเท้าส้นสูงก็ถูกใครสักค
"สวัสดีค่ะคุณหมื่นลี้ รอนานไหมคะ" หญิงสาวรูปร่างสะโอดสะองเดินเข้ามาหย่อนตัวลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามที่มีเจ้าของชื่อนั่งอยู่ก่อน"ไม่เลยครับคุณจา" เขาส่งยิ้มให้คนตรงข้ามและมองเธอด้วยสายตาของความเจ้าชู้เหมือนปกติที่ชอบทำวันนี้เขานั้นมีนัดสำหรับการเซ็นสัญญากับบริษัทหนึ่ง โดยปกติแล้วหมื่นลี้เป็นนักธุรกิจที่มีบุคลิกเฉพาะตัว และยังมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย อย่างที่รู้กันว่าโลกของธุรกิจนั้นไม่มีสูตรตายตัวหมื่นลี้เองก็เป็นคนที่พลิกแพลงได้เก่ง เขามองว่าเรื่องธุรกิจและเรื่องบนเตียงมันสามารถไปด้วยกันได้"สั่งอะไรมายังคะเนี่ย" จารุวรรณถามคนที่เอาแต่นั่งมองหน้าเธออยู่ไม่ขยับไปไหน หมื่นลี้เป็นชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหล่าและเมื่อถูกคนที่หล่อขนาดนี้จ้องหน้านาน ๆ เธอก็อดรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้ มือเล็กเรียวเล็กเก้งก้างไปหมดไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็แกล้งยกขึ้นมาเอาผมทัดหูเบา ๆ ซ่อนความเขินอาย"ยังเลยครับ ผมรอสั่งพร้อมคุณ" เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของผู้หญิงคือแพ้คนใส่ใจ ก็นะแกล้งทำนิด ๆ หน่อย ๆ ร้อยทั้งร้อยก็ไม่มีหลุดรอดทว่าเมื่อคิดมาถึงตรงนี้ใบหน้าสวยหวานของคนที่บ้านเขานั้นก็ลอยเข้ามาเสี
หมื่นลี้ขับรถยนต์คันหรูออกไปตามท้องถนนที่แสนจะกว้างใหญ่ด้วยอารมณ์ความโกรธและสับสน ตอนนี้ความรู้สึกตีรวนอยู่ในหัวอย่างยากจะแยกออก และถึงแม้ว่าเขาจะยังว้าวุ่นเพียงไหนแต่เขาก็มีจุดหมายที่จะไปแล้วในคืนนี้"ไงมึง ออกมาจนได้นะ" แซมทักทายหมื่นลี้ที่เดินหน้ามุ่ยเข้ามาที่ห้องวีวีไอพีบนคลับที่พวกเขามาประจำ ชายหนุ่มก็ไม่ได้ตอบอะไรเพื่อน เพียงแค่พยักหน้าให้และทิ้งตัวลงนั่งข้างกันอย่างคนอารมณ์ไม่ค่อยจะดี"อ้าว! มาแล้วเหรอมึง" อาร์ทที่เพิ่งกลับมาจากห้องน้ำก็ประหลาดใจไม่น้อยที่เห็นเพื่อนตัวเองมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เมื่อหัวค่ำพวกเขาคุยกันว่าจะมาปลดปล่อยที่นี่แต่หมื่นลี้ปฏิเสธไปโดยอ้างว่าเหน็ดเหนื่อยจากงานของบริษัทชมพิ้ง ซึ่งทั้งเขาและแซมก็เข้าใจและไม่คิดเซ้าซี้ให้มาสนุกด้วยกัน และตอนที่เขาไปส่งชมพิ้งรถยนต์ของหมื่นลี้ยังคงจอดอยู่ที่โรงรถในบ้าน ไม่คิดว่าเขามาถึงเพียงไม่นานเจ้าตัวดีก็โผล่หน้าตามเขามาติด ๆ เสียแล้ว"เออ" เขาตอบรับเพียงเท่านั้นก่อนรับแก้วน้ำสีอำพันจากมือของหญิงสาวที่พวกเขาเรียกมาไว้เพื่อนั่งสร้างบรรยากาศและกระดกเจ้าน้ำดีกรีแรงลงคอไปจนหมดเพียงรวดเดียว ทำเอาเพื่อนอีกาสองคนมองเป็นตาเดียว"หิ้วน้
"อยากเป็นเมียฉันมากเลยใช่ไหม ได้...งั้นคืนนี้ก็ทำหน้าที่ของเมียให้ดีแล้วกัน" ชายผู้ที่กักขังร่างเล็กบางไว้ในอ้อมแขนกระชับและลดระยะห่างเข้าไปเรื่อย ๆ"จะทำอะไร" ไรขนบางลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อรู้สึกถึงอันตรายที่ใกล้เข้ามา หญิงสาวที่เอ่ยถามอีกคนไปก็ไม่ได้รับคำตอบที่ทำให้กระจ่าง แต่สภาพเช่นนี้จะหลบก็ไม่ได้หนีก็ไม่พ้นทำได้เพียงใจดีสู้เสือก็เท่านั้น"วะ วันนี้พิ้งเหนื่อยมากเลยค่ะ พิ้งขอไปนอนก่อนนะคะ" ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มแสนหวานชนิดที่ว่าใครเห็นก็เป็นอันต้องหลง แต่มันยิ่งทำให้คนที่กำลังมองเธออยู่นั้นกลับยิ่งเพิ่มไฟโทสะมากขึ้นกว่าเดิม"ทำไม ไหนว่าอยากเป็นเมียฉันมากไง จะต้องเล่นตัวไปทำไม" ไม่ว่าเปล่าใบหน้าหล่อยังโน้มเข้าหาคนตรงหน้าเรื่อย ๆ กระทั่งปลายจมูกเฉียดกันไปมา ริมฝีปากแทบจะโดนกันอยู่รอมร่อ"อย่าทำแบบนี้" หญิงสาวที่ทนต่อสิ่งนี้ไม่ไหวก็หันหน้าไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการประชันหน้ากับหมื่นลี้ แต่มีหรือที่คนอย่างหมื่นลี้จะยอมง่ายดายเพียงเท่านั้น"หึ!" ชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นซอกคอขาวเนียนของหญิงสาว เพราะมันล่อตาล่อใจเขาเหลือเกินด้วยรูปร่างหน้าตาที่ความจริงก็ถือได้ว่าตรงสเปค หากไม่ติดที่หิวเงิน
"คิดจะอ่อยเพื่อนฉันอีกคนหรือไง" เสียงชายหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและความมืด ทำให้ผู้ที่เดินเข้ามานั้นสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ"คุณหมื่นลี้" ทันทีที่ดวงไฟภายในบ้านสว่างขึ้นหญิงสาวก็หันไปเจอกับเจ้าของน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวนั่นด้วยความหวาดหวั่นราวคนมีความผิดติดตัว"ว่ายังไงล่ะ เธอคิดจะอ่อยผู้ชายทุกคนบนโลกเลยหรือยังไง" คนที่เหนื่อยล้าทั้งกายและใจยังต้องมาเจอถ้อยคำทำร้ายจิตใจเช่นนี้อีก แต่เธอก็ไม่มีแรงมากพอจะโต้ตอบหรือแม้แต่จะอธิบายอะไรให้อีกคนเข้าใจคนตัวเล็กคิดจะเดินขึ้นไปชั้นบนโดยไม่สนใจหมื่นลี้หากแต่มือหนากลับเกี่ยวรั้งแขนเรียวเล็กไว้อย่างรุนแรงโดยไม่สังเกตเห็นรอยช้ำของแขนเล็กนั้น"โอ๊ย!!" ชมพิ้งร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เดิมร่างกายก็บอบช้ำจากเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว ยังต้องมาโดนอีกคนบีบแรง ๆ เช่นนี้อีก"สำออยเชียวนะ ตกลงเธอจะบอกได้หรือยังว่ามากับเพื่อนฉันได้ยังไง" ยิ่งคนตัวเล็กร้องโอดโอยมากเท่าไร หมื่นลี้กลับยิ่งเพิ่มแรงบีบที่แขนเล็กมากเท่านั้น"เจ็บ พิ้งเจ็บ" เธอร้องขอความเมตตาจากอีกคนทว่าชายหนุ่มก็ไม่สนใจการร้องขอนั้น ในใจของเขาไม่อาจทนเห็นผู้หญิงคนนี้แสร้งทำตัวน่าสงสารและอ่อยคนนู้นที
ติ้ง ๆ ๆ ๆเสียงแชตดังขึ้นที่มือถือของร่างบาง แต่มันก็ไม่สามารถปลุกให้คนที่หลับใหลไปนั้นตื่นขึ้นได้ หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีนอนหลับอยู่ที่ป้ายรถเมล์ดึงดูดความสนใจจากคนที่ผ่านไปผ่านมาได้อย่างมาก"สาวที่ไหนมาหลับอยู่ตรงนี้กันเนี่ย" ใครสักคนพูดขึ้นมาดังลั่นโทนเสียงดูจะไม่ปกติ ทว่ามันทำให้คนที่หลับใหลได้สติขึ้นมา แต่เธอยังคงแกล้งที่จะหลับต่อไปเพราะหวาดกลัวการลืมตาขึ้นมาเห็นสถานการณ์ที่อันตรายตรงหน้า"นั่นสิ สวยซะด้วย" ชายอีกคนส่งเสียงพูดคุยกับชายคนแรกโดยที่ชมพิ้งรู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ร่างกายของหญิงสาวก็เริ่มเกร็งขึ้นเมื่อรับรู้ถึงความไม่ปลอดภัยตื้อ ๆ ๆเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นชมพิ้งที่ตกใจก็รีบรับสายทันทีและลุกขึ้นเตรียมจะถอยหนีออกไปจากตรงนั้น"เต็ม ชะ ช่วยเราด้วย" น้ำเสียงที่ส่งไปยังปลายสายทำให้เจ้าของชื่อลุกขึ้นเต็มความสูง"เกิดอะไรขึ้น ตอนนี้มึงอยู่ที่ไหนเดี๋ยวกูจะรีบไป" เต็มเดือนที่ติดต่อชมพิ้งไม่ได้มาหลายชั่วโมงเกิดเป็นห่วงขึ้นมา เธอจึงโทรหาเพื่อนสนิทในเวลานี้ คิดไม่ถึงว่าชมพิ้งกำลังตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากเข้าพอดี"ป้ายรถเมล์หน้าบริษัท มีคนเมาสองคนรีบมานะเรากลั







