LOGIN"ฮัลโหลพินอิน นี่แกอยู่ที่ไหนเนี่ย รู้มั้ยฉันตามหาแกจนทั่ว ฉันเป็นห่วงแกมาก ๆ เลยนะ" ทันทีที่ปลายสายรับสายหญิงสาว ก็รัวคำถามใส่เธอเสียจนฟังแทบไม่ทัน"ใจเย็น ๆ ก่อนน้ำหวาน ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" พินอินหาจังหวะแทรกอีกคนไปเพื่อบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก และให้อีกคนเลิกถามไปก่อน"ได้ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหนล่ะ น้องพอร์ชด้วย ฉันจะไปรับแกเอง""แกไปถอนแจ้งความก่อนเถอะนะน้ำหวาน ตำรวจทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้หรอก" ในตอนที่แยกจากกันที่โรงพยาบาลแล้วน้ำหวานถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้พี่ชายของเธอหาเจอ น้ำหวานก็ตามหาอีกคนมาตลอด กระทั่งว่าติดต่อไปยังไงก็ไม่ติด อีกทั้งที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่เลย มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ สุดท้ายจึงได้เลือกวิธีการไปแจ้งความคนหายก็เพราะว่าเป็นห่วงสองแม่ลูกนั่นเกินไป อีกทั้งไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดมันซ้ำรอยเมื่อห้าปีก่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะไปแจ้งความ เอาแต่ตามหาด้วยตัวเองจนคลาดกันไปนานถึงเพียงนี้"ได้ยังไงกัน หมายความว่ายังไง คนพวกนี้คือพวกไหน มันทำร้ายเธอหรือเปล่า" ปลายสายยิ่งร้อนรน"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน้ำหวาน ตอนนี้ฉันอยู่กับพันไมล์น่ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง""อยู่กับพันไมล์นี่แหละน่าเป็น
เช้าของวันที่สามตั้งแต่ที่พินอินย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของพันไมล์ หากแต่รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ตลอดสามวันนี้เจ้าของบ้านไม่ค่อยจะอยู่ ก็เพราะว่ามีเรื่องที่ทำงานต้องจัดการ กว่าจะกลับมาอีกทีก็ในตอนที่สองแม่ลูกนั้นเข้านอนไปเสียแล้ว ทว่าวันนี้ไม่ใช่เช่นนั้น"พินอิน วันนี้เตรียมตัวออกไปที่สนามกับฉัน" ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหากแต่เขารู้สึกว่าไม่อยากจะให้สองแม่ลูกนั้นอยู่บ้านไปวัน ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ กับพินอินเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากแต่กับเจ้าเด็กพอร์ชนั่นเขายอมไม่ได้จริงๆ"แต่ว่า...""ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้ไปเธอก็ต้องไป""แล้วน้องพอร์ชล่ะคะ" หญิงสาวถามพร้อมกับใช้สายตามองไปยังลูกชายที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมา"ก็เอาไปด้วยทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ" เมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มก็จำต้องให้ไปทั้งแบบนั้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกว่าการที่มีเจ้าเด็กคนนี้อยู่ทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกเลย"ก็ได้ค่ะ" ว่าจบคนตัวเล็กก็ทำการปลุกเจ้าลูกชายของตัวเองให้ตื่น ส่วนพันไมล์นั้นก็แยกออกไปเตรียมตัวเช่นกัน"เรากำลังจะไปสนามแข่งรถจริง ๆ เหรอครับ สนามที่มีรถเยอะ ๆ เลย""ใช่ครับลูก ชอบไหม""น้องพอร์ชชอบค
สองแม่ลูกที่วิ่งออกมายังหน้าบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทว่าเพื่อให้ตัวเองหนีรอดเธอจึงกระโดดขึ้นรถของพันไมล์ที่มาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ไปแบบไม่ทันได้คิด"แม่อินครับเจ็บตรงไหนไหม น้องพอร์ชเป่าให้นะ อึก! หื้อออ" ถึงแม้ว่าตัวเองจะยังไม่หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้น หากแต่ความเป็นห่วงแม่ทำให้เขานั้นเข้ามาปลอบประโลมอย่างน่าสงสาร"แม่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ หยุดร้องนะคนเก่ง" เธอว่าพร้อมกับลูบหัวของลูกชายเบา ๆ"แม่ของนายไม่ได้เป็นอะไรหรอกถ้านายหยุดพูดน่ะ แต่ถ้านายไม่หุบปากก็ไม่แน่" พอร์ชหยุดร้องทันทีที่ถูกชายหนุ่มเจ้าของรถดุเข้า"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่าดุลูก!" พินอินว่าพร้อมส่งสายตาไม่พอใจ ร่างเล็กบางยังไม่ทันได้หายตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากแต่ความเป็นแม่ก็ยังคงต้องปกป้องลูกเสมอ"ผมก็บอกคุณแล้วไงว่าเป็นลูกคุณไม่ใช่ลูกผมสักหน่อย" ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าของสองแม่ลูกอย่างไม่พอใจ "เพราะถ้าเป็นลูกผมแล้วแล้วก็จะไม่มีใครทำกับเขาแบบนี้ได้แน่นอน"เขาพูดแล้วหันกลับไปขณะที่หญิงสาวได้ฟังก็ถึงกับสะอึก ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองไม่ได้มีความสามารถมากพอจะเลี้ยงลูกได้เลยด้วยซ้ำ กลับพรากเจ้าเด็กน้
"ใจเย็นก่อนมึง กูหาที่อยู่ของพินอินมาแล้ว เราไปดูที่บ้านก่อนเถอะ" ไป๋เดินเข้ามาในจังหวะที่พันไมล์กำลังก่นด่าลูกน้องไม่หยุด สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาต่างฝ่ายต่างรู้ ไม่มีเรื่องไหนปิดบังกันได้ มีก็เพียงแค่เรื่องของหญิงสาวคนนี้เท่านั้น มารู้เรื่องอีกทีก็ในตอนที่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว และสภาพของพันไมล์ตอนนั้นก็ดูแทบไม่ได้เลยด้วยเช่นกัน"พวกมึงออกไปตามหาสองแม่ลูกนั่นกลับมา อีกส่วนไปกับกู" พันไมล์สั่งลูกน้องด้วยความโกรธ ตอนนี้เขานั้นหวาดกลัวสุดหัวใจ สิ่งที่เขากลัวก็คือการทำพินอินหายไปเหมือนเมื่อครั้งห้าปีก่อน"รีบไป" ไป๋เดินนำเพื่อนตัวเองไปยังที่ที่เขาสืบมา โชคดีที่เกิดความสงสัยอีกคนไปอยู่ที่ไหนมา ไยตลอดห้าปีที่ผ่านมาทั้งเขาและพันไมล์ตามหาไม่เจอ คิดไม่ถึงว่าอยู่เพียงแค่ปลายจมูกแต่คลาดกันไปมาราวเส้นผมบังภูเขา.."มึงกลับมาได้สักทีนะอีอิน กูตามหามึงทั่วเลย" แทนที่เห็นว่าพินอินเดินเข้ามาในตัวบ้านก็เอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาวตกใจตัวโยน"พี่แทน พี่อยู่บ้านเหรอ แล้วทำไมไม่เปิดไฟ อยู่มืด ๆ ตกใจหมด" คนตัวเล็กพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามไม่ให้อี
"คุณลุงครับ" เสียงของเด็กน้อยคนที่เขาก็เกือบลืมไปแล้วว่าอยู่ในบ้านของเขาด้วยเรียกความสนใจของพันไมล์ให้ไปมอง ทว่าเขานั้นไม่อาจทำใจดีต่อเด็กคนนี้ได้ เขาเลือกจะเดินจากไปโดยไม่สนใจเด็กน้อยอีก"คุณลุงครับ" ทว่าเด็กน้อยนั้นไม่อาจยอมให้เป็นแบบนี้ ร่างเล็กป้อมเข้ามากอดที่ขาของชายหนุ่มทำให้เขานั้นหงุดหงิดที่เดินไปไหนไม่ได้ก็หันมาหาเจ้าตัวต้นเรื่อง ทว่าแววตาที่เจ้าเด็กนั่นมองเขาไม่รู้เพราะเหตุใดจึงทำเขาแม้อยากดุก็ดุไม่ลง"ปล่อยฉัน ฉันจะไปนอน" เขาขยับขาออกเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรรุนแรงมาก"คุณลุงครับ แม่อินของน้องพอร์ชล่ะครับ" ในเมื่อก่อนทั้งสองจะเข้าไปในห้องนั้นแม่ของเจ้าตัวบอกว่าจะเข้าไปคุยกับเจ้านาย ทว่าเมื่อเจ้านายออกมาแล้วหากแต่ไร้ซึ่งเสียงและเงาของผู้เป็นแม่ เช่นนี้แล้วพอร์ชก็เพียงแค่อยากเข้ามาถามอีกคนให้รู้เรื่องเท่านั้น"อยู่ในห้องทางนั้น ไปหาสิ" พันไมล์พูดจบร่างเล็กป้อมที่ขาเขาก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กหายไปจากการมองเห็น เขาทำได้เพียงมองแผ่นหลังเล็กนั่นจนลับตา คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าเด็กคนนี้เหมือนกับใครกันแน่ ในเมื่อไม่เหมือนแม่แล้วแทนก็ไม่ใช่พ่อเจ้าเด็กพอร์ชนี่อีก แล้วเหตุใดจึงดูคุ้นตามากเสียเหลื
ประโยคแรกพูดกับผู้หญิงตรงหน้า ส่วนประโยคถัดมาเขาสั่งลูกน้องที่เฝ้าอยู่หน้าห้องด้วยน้ำเสียงกร้าว เกรงว่าครั้งนี้พินอินอาจรู้ตัวแล้วว่าพันไมล์ไม่ใช่ผู้ชายคนที่เธอรู้จักแล้วจริง ๆ"จะทำบ้าอะไร อย่ามาทำอย่างนี้กับฉันนะ ฉันเป็นคนไม่ใช่หมูหมาจะมาขังฉันแบบนี้ไม่ได้" พินอินก็เสียงดังขึ้นมาไม่แพ้กัน เธอคิดว่าสิ่งที่อีกคนกำลังจะทำนั้นมันบ้ามากและไร้เหตุผล เขาเห็นว่ากฎหมายบ้านเมืองไม่มีอยู่หรืออย่างไร"ทำไมจะทำไม่ได้ ในเมื่อฉันแข่งรถแล้วได้ตัวเธอมา ไม่ว่าเธอจะเต็มใจหรือไม่เต็มใจแต่เธอก็ต้องมาอยู่กับฉัน เธอคงไม่อยากเดือดร้อนไปทั้งชีวิตหรอกนะ" พินอินแยกไม่ออกแล้วว่าการหนีไปกับการอยู่ที่นี่อันไหนจะเป็นการเดือดร้อนไปทั้งชีวิตกันแน่ รู้เพียงแค่การได้กลับมาเจอพันไมล์อีกครั้งคือการที่ชีวิตเธอกลับมาตกต่ำที่สุดแล้ว"ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว" พูดพร้อมกับเอามือถือขึ้นมากดหมายเลข 191 พินอินคิดว่ามันน่าจะข่มขู่อีกคนได้บ้าง ทว่าชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาเธอแล้วปัดเจ้าเครื่องมือถือราคาถูกที่เก็บเงินซื้อเอาไว้มานานร่วงลงไปกับพื้นอย่างรุนแรงจนมันแยกออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมามองพันไมล์ที่กำลั







