Masukพันไมล์ เจ้าของสนามแข่งรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศตัดสินใจลงแข่งรถเพราะว่าเห็น พินอิน ผู้หญิงที่คู่แข่งอีกฝั่งเอามาเป็นของเดิมพันก็อยากได้ทั้งที่รู้ว่าความสามารถตัวเองไม่ถึง สุดท้ายก็เลือกใช้กลโกงเพื่อให้ชนะและได้ตัวผู้หญิงคนนั้นมาเป็นของรางวัลก่อนจะพูดจาถากถางอีกคนอย่างคนที่โกรธเคืองกันมานาน “ตั้งแต่เลิกกับฉันไปคิดว่าจะไปได้ดีที่ไหนซะอีก ที่แท้ก็เป็นได้แค่เมียของไอ้ขี้ยานี่เอง” “ตอนนั้นเป็นคุณเองไม่ใช่เหรอที่อยากจะเลิกกับฉัน ตอนนี้ก็ทำเหมือนไม่เห็นแล้วปล่อยฉันกับลูกไปไม่ได้เหรอ?” “คิดว่าฉันจะปล่อยเธอไปง่าย ๆ เป็นครั้งที่สองงั้นเหรอ หลังจากนี้ไปเธอก็ไปอยู่กับฉันส่วนไอ้เด็กมารหัวขนนั่นก็ทิ้งมันไว้กับพ่อมันนั่นแหละ!!”
Lihat lebih banyakคนเราจะตกหลุมเดิมที่เคยตกมาเป็นครั้งที่สองได้หรือเปล่า?
ยามที่รถกำลังแล่นด้วยความเร็วคงที่อย่างที่ไม่คิดว่าต้องหยุด ไม่รู้ว่าเบื้องหน้ามีหลุมอยู่ เมื่อไม่อาจหลบทันได้แล้วก็จำต้องลงไปทั้งอย่างนั้น ทว่าเมื่อกลับมาเส้นทางเดิมหลุมนั้นยังคงอยู่ ทางเลือกก็มีแค่สองทางเท่านั้นคือหักหลบแล้วเลยผ่านมันไป กับอีกทางคือยอมตกลงไปในหลุมนั้นอีกครั้งทั้งที่รู้อยู่แล้ว ถ้าเป็นคุณจะเลือกทางไหน?
แต่สำหรับคนอย่างพันไมล์นั้นมีทางเลือกอยู่เพียงทางเดียว...
.
.
.
"ไมล์ คืนนี้จะกลับห้องหรือเปล่า เรารู้สึกไม่ค่อยสบายน่ะ จะฝากซื้อยาให้หน่อย" หญิงสาวกรอกเสียงลงไปในมือถือที่ปลายสายเพิ่งกดรับเมื่อครู่
"ก็บอกแล้วไงว่าเวลาออกมาเที่ยวกับเพื่อนอย่าโทรตามน่ะ" ทว่าสิ่งที่ปลายสายเอ่ยกับเธอมานั้นทำให้คนฟังถึงกับสะอึก ไม่ใช่เพียงแค่คำพูดที่ไม่ได้น่าฟังแต่น้ำเสียงที่ออกมานั้นบ่งบอกว่าเขากำลังรำคาญเธอมากขนาดไหน
"แต่ว่า...อินไม่สบายจริง ๆ ไมล์ช่วยกลับมาดูหน่อยได้ไหม" ร่างกายที่ประท้วงหนักมากทำให้เธอนั้นไม่มีแรงมากพอจะทำอะไรด้วยตัวเองได้จึงได้ขอร้องเขาอีกครั้งแต่ก็ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
"พินอินอย่างี่เง่าได้ไหม เอาเวลาที่โทรหาฉันไปโทรหาเพื่อนให้ไปดูแลไม่ดีกว่าเหรอ ฉันมาเที่ยวกับเพื่อนไม่รู้ว่าจะกลับหรือเปล่า" หญิงสาวเงียบไปเพราะไม่รู้ว่าควรต้องพูดอะไรต่อ ความรู้สึกบางอย่างตีตื้นขึ้นมากระทั่งปริ่มที่ขอบตาแล้ว ทว่ามันไม่ใช่เพียงแค่น้ำตาเท่านั้นที่ตีตื้นขึ้นมาหากแต่ยังมีบางอย่างด้วย
"อุบ อ้วกกกก!!!" ความคลื่นเหียนตีขึ้นมากระทั่งไม่อาจห้ามเอาไว้ได้ หญิงสาวรีบวิ่งไปยังห้องน้ำพร้อมกับอาเจียนออกมาด้วยความทรมาน ทว่าคนปลายสายที่ได้ยินเสียงนั้นก็ไม่ได้คิดจะสนใจแต่อย่างใด เขาเลือกที่จะกดวางสายไปโดยไม่คิดสนใจเธออีก
"เฮ้อออ!!!" เขาถอนหายใจยาวขนาดนั้นจนทำให้คนที่อยู่ด้านข้างถึงกับต้องถามออกมาอย่างเข้าอกเข้าใจ
"ทำไมเหรอ เมียโทรตามอีกแล้วใช่ไหม ออกมาได้แปบเดี๋ยวก็โทรตามแล้ว ฮ่า ๆ ๆ" คนฟังถึงกับขายหน้าเพราะมันเป็นอย่างนี้มาตลอด เป็นมาเสมอจนคนอื่น ๆ ที่มาเที่ยวกับเขานั้นรับรู้กันหมด มันทำให้ชายหนุ่มไม่พอใจเอามาก ๆ
"อืม กูเบื่อมาก ช่วงนี้ไม่รู้ทำไมพินอินทำตัวน่ารำคาญขนาดนี้" เขาพูดออกไปเพราะรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ มันเป็นแบบนี้มานานแล้ว เขาไม่รู้ว่าเริ่มมีความรู้สึกแบบนี้ตั้งแต่ตอนไหนที่เขานั้นเอาแต่ถอนหายใจทุกครั้งเวลาพูดถึงเธอ
"อะไรกันวะ เบื่อแล้วจะทนทำไม เป็นกูนะกูเลิกไปนานแล้วเนี่ย" คนอื่นคงไม่รู้ว่าความคิดนี้แล่นเข้ามาในหัวเขาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
"แล้วกูควรทำยังไงดีวะ" เขาถามออกไปพร้อมกับทิ้งสะโพกพิงที่เก้าอี้บาร์ก่อนยกแก้วของตัวเองขึ้นมาจิบเบา ๆ ทว่าเบื้องหน้าของพวกเขานั้นเป็นหมู่ผู้คนที่กำลังโยกย้ายไปตามเสียงเพลงและนั่นทำให้ชายที่อยู่ข้าง ๆ เขานั้นมีความคิดหนึ่งขึ้นมา
"ไหน ๆ ก็จะเลิกกับเมียอยู่แล้วมึงดูคนนั้นสิ นั่นน่ะน้องจีนเป็นดาวคณะปีนี้" พันไมล์มองไปตามทิศทางที่เพื่อนข้าง ๆ นั้นบอกก่อนจะเห็นว่าผู้หญิงคนที่ว่านั้นมีรูปร่างหน้าตาที่ใช้ได้ไม่น้อยเลย ก่อนจะพบว่าเธอเองก็มองเขาอยู่ก่อนแล้ว "กูเห็นว่า...เธอมองมึงมานานแล้วนะ"
ไม่นานนักชายหนุ่มที่ได้รับแรงยุยงจากคนเป็นเพื่อนเขาก็เลือกที่จะเดินเข้าไปทำความรู้จักกับหญิงสาวคนที่ว่า เพียงแค่ส่งยิ้มและชนแก้วกันเบา ๆ ก็ดูเหมือนว่าคืนนี้ของเขานั้นอาจมีอะไรให้ทำแล้ว
ขณะที่คนรักของตัวเองกำลังโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลงอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ทางด้านพินอินเพิ่งนั่งพิงกำแพงห้องน้ำจากการโก่งคออาเจียนเป็นครั้งที่สามแล้ว
"อื้อออ เป็นอะไรเนี่ย" เธอบ่นออกมาทั้ง ๆ ที่ยังลุกขึ้นจากห้องน้ำไม่ไหว หญิงสาวที่รอเพื่อนตัวเองซื้อยามาให้หลังจากที่เมื่อหลายนาทีก่อนนั้นโทรไปขอความช่วยเหลือแล้ว เธอก็เลือกที่จะโกหกไปว่าแท้จริงคนรักของตัวเองนั้นกำลังไปทำรายงานที่ห้องของเพื่อนจึงไม่ได้ซื้อยามาให้เธอ
แต่ดูเหมือนว่าอีกคนนั้นจะรู้จักนิสัยของคนรักเธอไม่น้อยเลย ไม่เพียงไม่เชื่อว่าเขานั้นจะทำรายงานกันจริงเท่านั้น เธอยังก่นด่าเขาเสียจนพินอินฟังไม่ได้เวียนหัวหนักกว่าเก่า แต่สุดท้ายอีกคนก็เอายามาให้เธอ
ก๊อก ๆ
"มาแล้วเหรอ"
"เป็นยังไงบ้างเนี่ย หน้าซีดมาก ๆ เลยนะ ฉันว่าไปหาหมอกันเถอะเดี๋ยวฉันพาไปเอง" เมื่อประตูเปิดออกน้ำหวานเห็นสภาพของเพื่อนตัวเองก็ทนแทบไม่ไหวแล้ว ใบหน้าของเธอนั้นซีดเผือดราวกับไม่มีเลือดไหลผ่าน อีกทั้งสีหน้าที่อ่อนล้าราวกับจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลานั่นอีก ยิ่งทำให้เธอเป็นห่วงมากกว่าเดิม
"ไม่เป็นไรหรอกน่า เดี๋ยวกินยานอนพักสักหน่อยก็หายแล้ว" พินอินว่าพร้อมหยิบซองยาจากมือเพื่อนแกะออกและใส่มันเข้าปากไปก่อนจะรับน้ำจากมือของคนข้าง ๆ มาดื่มอีกครั้ง
"ถ้างั้นมึงก็นอนพักเถอะเดี๋ยวกูอยู่เป็นเพื่อนเอง"
"ไม่เป็นไรหรอกมึง กูเกรงใจ เดี๋ยวไมล์ก็กลับมาแล้ว"
"อย่ามาทำพูด มึงอย่าคิดนะว่ากูไม่รู้ แฟนมึงไม่ค่อยกลับมาหลายวันแล้วน่ะ" เมื่อเห็นว่าเถียงไปก็ไม่มีประโยชน์ร่างเล็กบางเลือกที่จะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับมีน้ำหวานคอยนั่งไถมือถืออยู่ข้าง ๆ
ทว่าดูเหมือนพินอินจะไม่ได้พักผ่อนอย่างที่ตั้งใจไว้
"เฮ้ย!!! มึงลุกขึ้นมาดูนี่เร็ว" เสียงร้องของน้ำหวานทำให้หญิงสาวต้องลุกขึ้นมาทั้งอย่างนั้น แต่ภาพที่เธอเห็นกลับทำให้หัวใจของเธอบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก
"ไปมึง กูพาไปเอง" กว่าจะคิดอะไรได้ร่างเล็กบางทั้งสองก็มายืนอยู่หน้าสถานบันเทิงเสียแล้ว
"มึง กูไม่กล้าเข้าไป"
"ไม่สิพินอิน มึงต้องเข้าไปดูให้เห็นกับตานะ" ถึงจะเป็นแบบนั้นหากแต่ความจริงพินอินก็ยังไม่รู้เลยว่าถ้ามันเป็นอย่างที่เห็นขึ้นมาจริง ๆ แล้วเธอจะต้องทำยังไงต่อไป สุดท้ายความสงสัยและความอยากรู้ทั้งหมดก็ทำให้เธอหอบเอาร่างกายไม่ค่อยสมประกอบของตัวเองเข้ามาอยู่ข้างในนี้ และภาพที่เธอเห็นทำให้เธอรู้ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ภาวนามาตลอดทางนั้นมันไม่ได้ผล
"อึก! ไมล์ทำอย่างนี้กับอินได้ยังไง?" เสียงของหญิงสาวไม่ได้เบาไม่ได้ดังมาก หากแต่ก็ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังซุกไซ้ซอกคอขาวของหญิงสาวดาวมหาลัยอยู่นั้นต้องหันมามองเธอ
"ฮัลโหลพินอิน นี่แกอยู่ที่ไหนเนี่ย รู้มั้ยฉันตามหาแกจนทั่ว ฉันเป็นห่วงแกมาก ๆ เลยนะ" ทันทีที่ปลายสายรับสายหญิงสาว ก็รัวคำถามใส่เธอเสียจนฟังแทบไม่ทัน"ใจเย็น ๆ ก่อนน้ำหวาน ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" พินอินหาจังหวะแทรกอีกคนไปเพื่อบอกว่าตัวเธอนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก และให้อีกคนเลิกถามไปก่อน"ได้ แล้วตอนนี้แกอยู่ที่ไหนล่ะ น้องพอร์ชด้วย ฉันจะไปรับแกเอง""แกไปถอนแจ้งความก่อนเถอะนะน้ำหวาน ตำรวจทำอะไรคนพวกนี้ไม่ได้หรอก" ในตอนที่แยกจากกันที่โรงพยาบาลแล้วน้ำหวานถ่วงเวลาเพื่อไม่ให้พี่ชายของเธอหาเจอ น้ำหวานก็ตามหาอีกคนมาตลอด กระทั่งว่าติดต่อไปยังไงก็ไม่ติด อีกทั้งที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่เลย มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ สุดท้ายจึงได้เลือกวิธีการไปแจ้งความคนหายก็เพราะว่าเป็นห่วงสองแม่ลูกนั่นเกินไป อีกทั้งไม่อยากให้เรื่องราวทั้งหมดมันซ้ำรอยเมื่อห้าปีก่อนที่เธอไม่เคยแม้แต่จะไปแจ้งความ เอาแต่ตามหาด้วยตัวเองจนคลาดกันไปนานถึงเพียงนี้"ได้ยังไงกัน หมายความว่ายังไง คนพวกนี้คือพวกไหน มันทำร้ายเธอหรือเปล่า" ปลายสายยิ่งร้อนรน"ไม่ใช่แบบนั้นหรอกน้ำหวาน ตอนนี้ฉันอยู่กับพันไมล์น่ะ ปลอดภัยดีทุกอย่าง""อยู่กับพันไมล์นี่แหละน่าเป็น
เช้าของวันที่สามตั้งแต่ที่พินอินย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของพันไมล์ หากแต่รู้สึกว่าโชคดีเหลือเกินที่ตลอดสามวันนี้เจ้าของบ้านไม่ค่อยจะอยู่ ก็เพราะว่ามีเรื่องที่ทำงานต้องจัดการ กว่าจะกลับมาอีกทีก็ในตอนที่สองแม่ลูกนั้นเข้านอนไปเสียแล้ว ทว่าวันนี้ไม่ใช่เช่นนั้น"พินอิน วันนี้เตรียมตัวออกไปที่สนามกับฉัน" ไม่รู้ว่าเพราะอะไรหากแต่เขารู้สึกว่าไม่อยากจะให้สองแม่ลูกนั้นอยู่บ้านไปวัน ๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยแบบนี้ กับพินอินเขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากแต่กับเจ้าเด็กพอร์ชนั่นเขายอมไม่ได้จริงๆ"แต่ว่า...""ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น ฉันสั่งให้ไปเธอก็ต้องไป""แล้วน้องพอร์ชล่ะคะ" หญิงสาวถามพร้อมกับใช้สายตามองไปยังลูกชายที่ตอนนี้ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมา"ก็เอาไปด้วยทั้งแม่ทั้งลูกนั่นแหละ" เมื่อไม่มีทางเลือกชายหนุ่มก็จำต้องให้ไปทั้งแบบนั้น ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกว่าการที่มีเจ้าเด็กคนนี้อยู่ทำให้เขาทำอะไรไม่สะดวกเลย"ก็ได้ค่ะ" ว่าจบคนตัวเล็กก็ทำการปลุกเจ้าลูกชายของตัวเองให้ตื่น ส่วนพันไมล์นั้นก็แยกออกไปเตรียมตัวเช่นกัน"เรากำลังจะไปสนามแข่งรถจริง ๆ เหรอครับ สนามที่มีรถเยอะ ๆ เลย""ใช่ครับลูก ชอบไหม""น้องพอร์ชชอบค
สองแม่ลูกที่วิ่งออกมายังหน้าบ้านก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน ทว่าเพื่อให้ตัวเองหนีรอดเธอจึงกระโดดขึ้นรถของพันไมล์ที่มาจอดอยู่หน้าบ้านตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจรู้ได้ไปแบบไม่ทันได้คิด"แม่อินครับเจ็บตรงไหนไหม น้องพอร์ชเป่าให้นะ อึก! หื้อออ" ถึงแม้ว่าตัวเองจะยังไม่หยุดร้องไห้สะอึกสะอื้น หากแต่ความเป็นห่วงแม่ทำให้เขานั้นเข้ามาปลอบประโลมอย่างน่าสงสาร"แม่ไม่เป็นอะไรแล้วครับ หยุดร้องนะคนเก่ง" เธอว่าพร้อมกับลูบหัวของลูกชายเบา ๆ"แม่ของนายไม่ได้เป็นอะไรหรอกถ้านายหยุดพูดน่ะ แต่ถ้านายไม่หุบปากก็ไม่แน่" พอร์ชหยุดร้องทันทีที่ถูกชายหนุ่มเจ้าของรถดุเข้า"ฉันบอกคุณแล้วไงว่าอย่าดุลูก!" พินอินว่าพร้อมส่งสายตาไม่พอใจ ร่างเล็กบางยังไม่ทันได้หายตกใจจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หากแต่ความเป็นแม่ก็ยังคงต้องปกป้องลูกเสมอ"ผมก็บอกคุณแล้วไงว่าเป็นลูกคุณไม่ใช่ลูกผมสักหน่อย" ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าของสองแม่ลูกอย่างไม่พอใจ "เพราะถ้าเป็นลูกผมแล้วแล้วก็จะไม่มีใครทำกับเขาแบบนี้ได้แน่นอน"เขาพูดแล้วหันกลับไปขณะที่หญิงสาวได้ฟังก็ถึงกับสะอึก ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองไม่ได้มีความสามารถมากพอจะเลี้ยงลูกได้เลยด้วยซ้ำ กลับพรากเจ้าเด็กน้
"ใจเย็นก่อนมึง กูหาที่อยู่ของพินอินมาแล้ว เราไปดูที่บ้านก่อนเถอะ" ไป๋เดินเข้ามาในจังหวะที่พันไมล์กำลังก่นด่าลูกน้องไม่หยุด สองคนนี้เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทุกอย่างในชีวิตของพวกเขาต่างฝ่ายต่างรู้ ไม่มีเรื่องไหนปิดบังกันได้ มีก็เพียงแค่เรื่องของหญิงสาวคนนี้เท่านั้น มารู้เรื่องอีกทีก็ในตอนที่เรื่องทุกอย่างมันเกิดขึ้นไปแล้ว และสภาพของพันไมล์ตอนนั้นก็ดูแทบไม่ได้เลยด้วยเช่นกัน"พวกมึงออกไปตามหาสองแม่ลูกนั่นกลับมา อีกส่วนไปกับกู" พันไมล์สั่งลูกน้องด้วยความโกรธ ตอนนี้เขานั้นหวาดกลัวสุดหัวใจ สิ่งที่เขากลัวก็คือการทำพินอินหายไปเหมือนเมื่อครั้งห้าปีก่อน"รีบไป" ไป๋เดินนำเพื่อนตัวเองไปยังที่ที่เขาสืบมา โชคดีที่เกิดความสงสัยอีกคนไปอยู่ที่ไหนมา ไยตลอดห้าปีที่ผ่านมาทั้งเขาและพันไมล์ตามหาไม่เจอ คิดไม่ถึงว่าอยู่เพียงแค่ปลายจมูกแต่คลาดกันไปมาราวเส้นผมบังภูเขา.."มึงกลับมาได้สักทีนะอีอิน กูตามหามึงทั่วเลย" แทนที่เห็นว่าพินอินเดินเข้ามาในตัวบ้านก็เอ่ยขึ้น ทำเอาหญิงสาวตกใจตัวโยน"พี่แทน พี่อยู่บ้านเหรอ แล้วทำไมไม่เปิดไฟ อยู่มืด ๆ ตกใจหมด" คนตัวเล็กพยายามปรับน้ำเสียงและสีหน้าให้เป็นปกติ พยายามไม่ให้อี