Beranda / โรแมนติก / พ่ายรักเมียนิตินัย / บทที่ 1 หน้าสวยใจเสีย

Share

พ่ายรักเมียนิตินัย
พ่ายรักเมียนิตินัย
Penulis: ลภัสลัล

บทที่ 1 หน้าสวยใจเสีย

last update Tanggal publikasi: 2024-11-13 20:43:50

บางทีโลกนี้ก็ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลยทำไมคนเลว ๆ ที่ทำร้ายคนอื่นถึงยังใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ขณะที่คนถูกกระทำต้องจมอยู่กับความเจ็บปวด

"หึ"

นับดาว หญิงสาวเจ้าของใบหน้าสะสวย วัย 26ปี ในชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีแดงเค้นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยันกับความดราม่าของชีวิตตัวเอง ขณะที่สายตาจ้องมองภาพบิดา แม่เลี้ยง พี่สาวคนละแม่ และคู่หมั้นของพี่สาวนั่งคุยกันในห้องรับแขกอย่างมีความสุขด้วยแววตาเต็มไปด้วยความคับแค้นใจ

..พวกเขาต่างมีความสุข ความสุขที่เธอไม่เคยได้สัมผัสตั้งแต่มารดาจากไป..

เท้าเล็กบนรองเท้าส้นสูงไม่รอช้าเดินนวยนาดเข้าไปกลางวงสนทนา หย่อนก้นนั่งบนโซฟาตัวที่ยังว่างอยู่ แล้ววาดเรียวขาสวยขึ้นไขว้ห้างทำให้ชุดเดรสที่สั้นอยู่แล้วร่อนขึ้นไปอีกจนแทบเห็นแพนตี้

แต่เธอหาได้แคร์ใครหน้าไหนไม่เพราะจุดประสงค์คือต้องการขัดขว้างไม่ให้ทุกคนในที่นี้มีความสุขอยู่แล้ว และมันก็ได้ผลทุกคนต่างพากันเงียบอัตโนมัติ บรรยากาศอึมครึมลงในทันตา

ริมฝีปากอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงเผยรอยยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อเห็นสีหน้าของคนเป็นบิดาที่แสดงออกมาว่าไม่พอใจอย่างชัดเจนกับการกระทำของเธอ

"ทำตัวให้มันดี ๆ หน่อยนับดาว" ทนงศักดิ์ต่อว่าบุตรสาวอย่างเหลืออดทั้งที่ความจริงไม่อยากต่อว่าให้เธอขายหน้าคู่หมั้นของบุตรสาวคนโตอย่างนีรนุชเลยเลย

"แล้วนับทำตัวไม่ดีตรงไหนคะ" นับดาวตอบอย่างลอยหน้าลอยตาเผยรอยยิ้มร้ายออกมา ไม่ได้สะทกสะท้านสักนิด และไม่สนด้วยว่าใครจะคิดยังไงเพราะทุกวันนี้ทุกคนก็พากันมองเธอไม่ดีหมดแล้ว

เธอเป็นนางแบบชื่อดังที่มีข่าวฉาวโฉกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า เพราะฉะนั้นอย่าถามหาด้านดี ๆ ของเธอเลย สาเหตุที่เธอทำตัวแบบนี้ก็เพราะต้องการทำลายชื่อเสียงบิดานั่นเอง

"ฉันชักหมดความอดทนกับแกแล้วนะนับดาว ทำไมแกถึงมีนิสัยแบบนี้ รู้ไหมว่าฉันอายคนอื่นเขาแค่ไหนที่มีลูกอย่างแก" ทนงศักดิ์เอ่ยด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมนาทีนี้เขาไม่คิดอายคู่หมั้นบุตรสาวคนโตที่นั่งอยู่ด้วยสักนิด

เขาอดทนอดกลั้นกับบุตรสาวคนเล็กมามากพอแล้ว เขาเป็นถึงผู้พิพากษา แต่กลับมีลูกสาวที่ทำอาชีพโชว์เรือนร่าง หนำซ้ำมีข่าวเหม็นคาวไม่เว้นแต่ละวันเขาก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ทำไมบุตรสาวถึงได้กลายเป็นคนแบบนี้ไปได้ก็ไม่รู้

อะไรที่เขาห้ามบุตรสาวก็จะทำ ครั้งเมื่อเธอสอบเข้ามหาวิทยาลัยเขาบอกให้เรียนกฎหมายเพื่อจะได้เดินตามรอยตัวเองบุตรสาวก็เลือกเรียนนิเทศศาสตร์ พอเขาสั่งห้ามไม่ให้เป็นนางแบบเธอก็เป็นนางแบบ

"คุณพ่อใจเย็น ๆ นะคะ ค่อยพูดค่อยจากัน" นีรนุชรีบเอื้อมมือไปวางบนขาคนเป็นพ่อเพื่อให้ท่านใจเย็นลงเพราะกลัวโรคของท่านจะกำเริบ ก่อนจะเอ่ยกับน้องสาวต่างแม่ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหวังคลี่คลายสถาการณ์ตึงเครียดระหว่างพ่อลูก

"น้องนับอย่าโกรธคุณพ่อเลยนะคะ ท่านก็พูดไปแบบนั้นแหละ"

"นับเป็นลูกคนเดียวค่ะไม่มีพี่สาว อีกอย่างเลิกตอแหลทำเป็นแสนดีสักทีเถอะค่ะเห็นแล้วรำคาญ" นับดาวกลับมองว่านีรนุชแสแสร้งเหมือนแม่ของเธอนั่นแหละ ตอกกลับอย่างเจ็บแสบทำเอานีรนุชถึงกับหน้าเจื่อน แววตาเศร้าหมองลงฉับพลันพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเออคลอด้วยความเสียใจ

"ทำไมหนูนับต้องว่าพี่เขาแรง ๆ ด้วยจ๊ะ พี่เขาหวังดีกับหนูจริง ๆ นะ" นิ่มแม่เลี้ยงของนับดาวพูดขึ้นด้วยใบหน้าสลดทั้งที่ในใจอยากจะเข้าไปกระชากหัวลูกเลี้ยงปากดีอย่างนับดาวมาตบให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ต้องสะกดกลั้นความไม่พอใจเอาไว้แสดงเป็นแม่เลี้ยงที่แสนดีต่อหน้าทุกคน

และเหมือนทุกคนจะเชื่อสนิทใจ...

"ตอแหลทั้งแม่ทั้งลูกเลยนะคะ" นับดาวตวัดสายตามองแม่เลี้ยงหน้าเนื้อใจเสือนิ่ง ๆ กดเสียงพูดอย่างเย้ยหยัน รอยยิ้มร้ายผุดขึ้นประดับมุมปากหยักแวบหนึ่ง ก่อนหายไป "รางวัลตุ๊กตาทองคงต้องเข้าแล้วละคะ"

"พี่ว่าน้องนับดาวพูดจาแรงเกินไปแล้วนะครับ คุยกันดี ๆ ก็ได้ครับ" ติณณภัทรคู่หมั้นนีรนุชที่นั่งฟังเงียบ ๆ มานานพูดแทรกขึ้นเพราะทนไม่ไหวอีกต่อไปกับความร้ายกาจของนับดาวที่แผลงฤทธิ์ใส่ผู้หลักผู้ใหญ่ไม่เว้นแม้กระทั่งพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเอง

เขาเคยได้ยิน และได้เห็นข่าวในด้านเสีย ๆ หาย ๆ ของเธอตลอด แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีนิสัยก้าวร้าวด้วย ผู้หญิงอะไรร้ายกาจไม่มีที่ติขัดกับหน้าตาสิ้นเชิงแบบนี้หรือเปล่าที่เขาเรียกหน้าสวยแต่ใจเสีย

"ฉันว่าคุณนั่งเงียบ ๆ จะดีกว่านะคะ หรือไม่ก็ออกไปจากบ้านฉันได้แล้วนี่เป็นเรื่องภายในครอบครัว" นับดาวสวนกลับทันควันมองสบนัยน์ตาสีดำขลับของติณณภัทรโดยไม่หลบหลีก ถึงเขาจะเป็นแขกเธอก็ไม่คิดไว้หน้า เขาเป็นคู่หมั้นของนีรนุชก็ถือเป็นศัตรูกับเธอด้วย

"แกนี่มันเกินเยียวยาจริง ๆ นับดาว" ทนงศักดิ์ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา และเหลือทนกับนิสัยกร้าวร้าวของบุตรสาว ทว่านับดาวกลับไหวไหล่ให้ท่านอย่างไม่แยแสเธอชินกับคำต่อว่าของบิดาแล้วล่ะ

"ใครจะดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนลูกสาวสุดที่รักของคุณพ่อละคะ" อดไม่ได้จะตวัดสายตาไปพูดกระแหนะกระแหนนีรนุชที่บิดามักชมว่าดีนักดีหนา ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วพูดต่อ "เชิญตามสบายเลยค่ะนับขอตัวก่อนอยู่ใกล้ ๆ พวกตอแหลนาน ๆ กลัวจะติดเชื้อตอแหลไปด้วย"

ว่าจบเธอก็ลุกเดินสะบัดตูดออกจากบ้านไปอีกครั้งทั้งที่เพิ่งกลับมาทิ้งให้ทุกคนมองตามหลังด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป

ติณณภัทรลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เกิดมาเขาไม่เคยพบผู้หญิงคนไหนที่นิสัยแย่เท่านับดาวมาก่อน เขาเป็นคนนอกยังสุดจะทนขนาดนี้คนเป็นพ่ออย่างทนงศักดิ์คงไม่ต้องพูดถึง คิด ๆ แล้วก็น่าเห็นใจเหมือนกัน

ใครได้นับดาวไปเป็นเมียคงดวงซวยสุด ๆ ...

ภายในห้องรับแขกถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบนานนับนาที ก่อนนีรนุชจะหันไปเอ่ยกับแฟนหน่มด้วยน้ำเสียงนุ่ม เพื่อทำลายบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ "นุชขอโทษแทนน้องนับด้วยนะคะ ภัทรอย่าถือสาน้องเลยนะคะ"

"ลูกก็เป็นแบบนี้ตลอดยอมน้องไปหมด น้องพูดจาทำร้ายจิตใจขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์ปกป้องน้องอีก" นิ่มเอ็ดบุตรสาวเบา ๆ บางทีเธอก็นึกขัดใจบุตรสาวไม่น้อยที่แสนดีเหลือเกิน อะไรก็ยอมนับดาวไปหมดราวกับนางเอกละครน้ำเน่าก็ไม่ปราน

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะแม่ นุชเข้าใจน้อง" นีรนุชส่งสายออดอ้อนมารดาที่ทำหน้าคว่ำใส่เธอพร้อมกับระบายยิ้มให้บาง ๆ

"ถ้านับดาวนิสัยได้สักครึ่งหนึ่งของลูกนุชก็คงดี พ่อคงเบาใจขึ้นเยอะ" ทนงศักดิ์มองบุตรสาวคนโตอย่างชื่นชม เด็กสาวไม่เคยทำให้เขาทุกข์ใจเลยสักครั้งต่างจากอย่างนับดาวสิ้นเชิงพอคิดถึงก็รู้สึกอ่อนใจเอามาก ๆ

คำพูดที่ทนงศักดิ์พูดนับดาวได้ยินหมดเพราะเธออยากจะรู้ว่าทั้งสามพูดอะไรกันบ้างหลังจากเธอไม่อยู่จึงแอบยืนฟังริมประตู

เธอแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหมุนตัวเดินไปขึ้นรถด้วยใบหน้าราบเรียบไม่แสดงอาการใด ๆ ออกมาให้เห็น

เธอชินแล้วล่ะเพราะบิดามักต่อว่าเธอด้วยคำพูดแรง ๆ เสมอ อีกทั้งยังชอบเปรียบเทียบเธอกับนีรนุชอีก ในสายตาท่านเธอมันก็แค่ลูกนิสัยไม่ดีเท่านั้นเอง

แต่หากจะโทษก็ต้องโทษบิดาที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนร้ายกาจแบบนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 59 โชคดีที่มีเธอ (จบ)

    นับดาวให้กำเนิดบุตรสาวในวันเกิดของตัวเองพอดิบพอดีเพียงแต่คนละเวลากันเท่านั้น วันเกิดเธอปีนี้จึงกลายเป็นสุขสันต์วันคลอดแทนทุกคนต่างปลื้มปิติ โดยเฉพาะติณณภัทรวินาทีที่ได้เห็นหน้าบุตรสาวถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่"ได้เจอกันสักทีนะลูกสาวพ่อ" ก้มจูบบนฝ่าเท้าน้อย ๆ ของบุตรสาวด้วยความรักใคร่ ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าจิ้มลิ้มอย่างพินิศ คิ้วเข้มขมวดชนกันเล็กน้อยเพราะทุกส่วนบนใบหน้าบุตรสาวเหมือนผู้เป็นแม่ไม่มีผิด แทบไม่มีส่วนไหนที่ได้เขามาเลยมันน่าน้อยใจชะมัด"นับคุณดูสิลูกลำเอียงชะมัดเลย คิ้วก็เอาของแม่มา ตาก็เอาของแม่มา จมูกก็เอาของแม่มา ปากก็เอาของแม่มาไม่มีส่วนไหนที่เหมือนผมเลย อุตส่าห์ทำแทบตาย" เขาแหงนหน้าขึ้นเอ่ยกับเมียสาวทีเล่นทีจริงทำเอาทุกคนอดยิ้มตามไม่ได้"แสดงว่าลูกรักแม่มากกว่าพ่อไงคะ" นับดาวตอบกลับยิ้ม ๆ อีกคนหาได้ยอมน้อยหน้าไม่เอ่ยประกาศเสียงกร้าว เชิดหน้าขึ้นอย่างมาดหมาย "แบบนี้ยอมไม่ได้นะ ลูกคนต่อไปต้องเหมือนผมแล้วแหละ"คำพูดของชายหนุ่มเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนได้อีกระลอกหนึ่ง คงจะมีแต่แบงค์ที่ต้องกลำกลืนฝืนทนมองภาพทั้งสองหยอกล้อกันทั้งที่ในใจมันชอกช้ำอย่างหนัก ส้มซึ่งรู้ดีทำได

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 58 สุขสันต์วันคลอด

    แสงแดดสีทองยามสี่โมงเย็นตกกระทบผิวน้ำทะเลสีเขียวมรกตทอประกายระยิบระยับ สายลมเอื่อย ๆ พัดโชยพากลิ่นอายทะเลลอยตลบอบอวลทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกผ่อนคลาย"อากาศดีจังเลยค่ะ นานแล้วสิที่ไม่ได้พักผ่อนแบบนี้" นับดาวหันบอกกล่าวกับร่างสูงที่เดินเคียงข้าง จับมือพากันเดินเลียบไปตามแนวชายหาดด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้ม ไม่รู้ว่านานแค่ไหนแล้วที่เธอไม่ได้มาเที่ยวทะเล และดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบนี้ต้องขอบคุณผู้ชายข้าง ๆ ที่ทำให้เธอได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้อีกครั้งด้วยความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อนสิ้นเชิงทุกครั้งที่มาเที่ยวทะเลเธอจะมาเพราะต้องการแก้เบื่อแก้เซ็ง มาด้วยอารมณ์โดดเดี่ยว แต่ครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความสุขจนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้"ใช่ครับ" ติณณภัทรระบายยิ้มตอบเขาเองก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน ได้มาเที่ยวพักผ่อนแบบนี้กับคนที่รักจึงมีความสุขไม่น้อย "ได้มาพักผ่อนกับคนที่รักมันดีกว่าคนเดียวเป็นไหน ๆ เลยว่าไหม""ใช่ค่ะ นับไม่เคยรู้เลยว่าการมีความรัก มีครอบครัวมันดีขนาดนี้ต้องขอบคุณคุณนะคะที่เข้ามาในชีวิตของนับ" เสียงหวานเอื้อนเอ่ยมาจากก้นบึ้งของหัวใจ"ผมก็ขอบคุณคุณเช่นกันที่เข้ามา

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 57 ความสุข

    วันต่อมาหลังจากเรื่องร้าย ๆ ผ่านไปวันนี้ติณณภัทรจึงตั้งใจพานับดาวไปทำบุญ และไหว้แม่ของเธอ"จะไปไหนกันฮึสองคนนี้" อรอินเอ่ยทักบุตรชายกับลูกสะใภ้ที่เดินเข้ามานั่งบนโต๊ะอาหารด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มเพราะดูจากการแต่งตัวแล้วเหมือนจะออกไปไหนกัน"ผมกับนับจะไปทำบุญกันครับ" ติณณภัทรตอบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ก่อนจะหันมองหน้าเมียสาวพร้อมยื่นมือไปกอบกุมมือเรียวไว้หลวม ๆ นับดาวส่งยิ้มหวานให้คนเป็นสามีบาง ๆ "ก็ดีเหมือนกันนะจะได้เป็นมงคลให้กับชีวิต แม่ขอให้ชีวิตคู่หลังจากนี้ของลูกทั้งสองพบแต่ความสุขนะ" อรอินเห็นดีเห็นงามด้วย และก็อวยพรให้เด็กทั้งสองพบเจอแต่ความสุขในชีวิตคู่หลังจากที่ผ่านเรื่องราวร้าย ๆ มามากมาย"พ่อก็ขอให้ลูกทั้งสองมีความสุขมาก ๆ นะ จะเป็นพ่อแม่คนแล้วทำอะไรก็นึกถึงจิตใจกันและกันให้มาก ๆ อย่าเอาอารมณ์เข้าว่า อย่าละเลยความรู้สึกกัน รักและดูแลกันให้เหมือนวันแรกที่รักกัน ความสม่ำเสมอและเสมอต้นเสมอปลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่มาก พ่อหวังว่าลูกทั้งสองคนจะมีชีวิตคู่ที่มีความสุขไปจนแก่จนเฒ่า" พิภพอวยพรเด็กทั้งสองต่อหลังจากภรรยาเอ่ยจบ และไม่ลืมจะให้ข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่กับทั้งสองด้วย"ขอบคุณคุ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 56 คิดถึง โหยหา

    นับดาวกำแหวนในมือแน่น แล้วเดินกลับไปยังห้องชายหนุ่มอีกครั้ง คาดว่าตอนนี้เขาคงขึ้นมาจากชั้นล่างแล้ว ยืนรวบรวมความกล้าข่มความตื่นเต้นอยู่หน้าห้องนานนับนาที ก่อนค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปเสียงเปิดประตูทำให้ติณณภัทรที่ทำท่าจะตามหาหญิงสาวหลังจากเข้ามาในห้องแล้วไม่พบเธอรีบหันไปมอง ครั้นเห็นคนตัวเล็กก็รีบเดินเข้าไปถามไถ่ "ไปไหนมาฮึ""ฉันมีอะไรจะมอบให้คุณค่ะ" นับดาวไม่ได้ตอบคำถามของชายหนุ่ม แต่กลับจับมือข้างซ้ายของเขาขึ้นมา แล้วจัดการเอาแหวนที่กำไว้บรรจงสวมบนนิ้วนางของเขา "คุณมอบแหวนแต่งงานให้ฉันแล้ว ถึงคราวฉันมอบแหวนแต่งงานให้คุณบ้างแล้ว แหวนวงนี้แทนความรักจากฉันนะคะ""นะ..นี่มันอะไรกัน เธอความทรงจำกับมาแล้วเหรอ" ติณณภัทรถึงกับประมวลผลไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกในตอนนี้คือทั้งดีใจ สับสนงุนงง และไม่เข้าใจ ดวงตาคมกริบปริ่มไปด้วยน้ำสีใสจ้องมองใบหน้าสวยเชิงตั้งคำถาม "ฉันรักคุณนะคะ" นับดาวตอบคำถามของเขาแทนด้วยการบอกความรู้สึกออกไปพร้อมกับก้มจูบหลังมือของเขา ก่อนจะเลื่อนมือขึ้นไปคล้องลำคอแกร่งเอาไว้หลวม ๆ แล้วเขย่งเท้าขึ้นประทับริมฝีปากจูบริมฝีปากหนาติณณภัทรไม่ได้ปฏิเสธถึงแม้ตอนนี้จะยั

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 55 แทนความรัก

    หลังจากนับดาวฟื้นขึ้นมาหมอก็ให้นอนดูอาการอีกสองวันจึงอนุญาตให้กลับบ้านได้เพราะร่างกาย และผลการสแกนสมองปกติดีทุกอย่าง ส่วนเรื่องที่เธอจำอะไรไม่ได้หมอประเมินว่าอาจเป็นอาการความทรงจำหายไปชั่วคราว อีกไม่นานความทรงจำน่าจะกลับมาเหมือนหลาย ๆ เคสที่ผ่านมา"บ้านของเราจำได้ไหม" ติณณภัทรเอ่ยถามคนที่นั่งข้าง ๆ ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเมื่อรถจอดลงหน้าบ้านอัครกุลสิ้นเสียงทุ้มนับดาวก็ทอดสายตามองเข้าบ้านหลังใหญ่โตตรงหน้า คิ้วสวยขมวดเป็นปมคล้ายกับว่าจำอะไรไม่ได้เลย"ฉันจำไม่ได้เลย" เปล่งเสียงตอบด้วยใบหน้าเศร้า แววตาหม่นหมองจนติณณภัทรต้องรีบรั้งเธอมากอดใช้มือลูบศีรษะเล็กทุยปลอบประโลม "จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวก็จำได้เองไม่ต้องรีบร้อน""ค่ะ""เข้าบ้านกันดีกว่าป่านนี้พ่อกับแม่คงรออยู่ ท่านดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าเธอได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว" "ค่ะ" คนที่อิงแอบหน้ากับไหล่กว้างพยักรับ แล้วผละตัวออกจากอ้อมกอดคนตัวโต ซึ่งติณณภัทรก็รีบเปิดประตูลงจากรถเดินอ้อมาเปิดประตูให้เธอ"เชิญครับ" บอกกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มพลางยื่นมือไปให้เธอจับ อีกคนยื่นมือไปวางบนมือหนาแล้วพาตัวลุกจากรถโดยไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณคนตัวโต "ขอบคุณนะคะ

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 54 แหวนแต่งงานของเธอคนเดียว

    วันต่อมาวันนี้ติณณภัทรตั้งใจว่าจะสวมแหวนแต่งงานให้นับดาวถึงแม้เธอจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม เขาโทรไปยังร้านดอกไม้สั่งให้ทางร้านจัดช่อดอกกุหลาบสีแดงซึ่งเป็นดอกไม้ที่เธอชอบจำนวนหนึ่งร้อยดอก แล้วให้นำมาส่งที่โรงพยาบาลหลังจากได้รับช่อดอกไม้เขาก็นำมันไปวางข้างเตียงหญิงสาว เอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มองใบหน้าสวยอย่างสื่อความหมาย "ฉันเอาดอกไม้ที่เธอชอบมาให้ตื่นมาดูสิสวยมากเลยนะ และวันนี้ฉันก็มีบางอย่างจะให้เธอด้วยนะ"เขาว่าแล้วนิ่งเงียบไป ก่อนล้วงกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาจากกระเป๋ากางเกงเปิดออกแล้วหยิบแหวนมาถือไว้ "แหวนวงนี้เป็นแหวนที่ฉันตั้งใจสั่งทำเป็นพิเศษเพื่อเป็นแหวนแต่งงานสำหรับเธอเลยนะ หวังว่าเมื่อตื่นขึ้นมาเห็นเธอจะชอบมันนะ"ว่าจบก็จับมือด้านซ้ายของเธอมาบรรจงสวมแหวนเพชรลงบนนิ้วนาง จากนั้นก็ประทับจูบลงบนหลังมือนิ่มแช่ค้างไว้แบบนั้นและในจังหวะนั้นเองนิ้วเรียวทั้งห้าก็ขยับขึ้นเบา ๆ ทำให้ติณณภัทรต้องรีบผละดูให้แน่ใจว่าไม่ได้คิดไปเอง และใช่นิ้วของเธอขยับจริง ๆ เขาค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าสวยด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ๆ ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยลุ้น และตื่นเต้นกับอะไรเท่านี้มาก่อนเลย"

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 13 ไหว้พ่อแม่สามี

    วันต่อมาหลังจากทำธุรส่วนตัวเสร็จนับดาวก็หยิบโทรศัพท์มาต่อสายหาติณณภัทรทันทีเพื่อบอกล่าวว่าเธอจะไปหาพ่อแม่เขาที่บ้าน ถือสายรอไม่นานปลายสายก็กดรับ(มีอะไร)"เมียแค่จะโทรมาบอกสามีนะคะ ว่าตอนนี้กำลังจะขับรถไปไหว้พ่อกับแม่สามีที่บ้าน พร้อมกับขนเสื้อผ้าไปอยู่กับสามีแล้ว" เธอเอ่ยบอกปลายสายอย่างอารมณ์ดี(ห

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 12 สามีสุดที่เกลียด

    @คอนโดนับดาวนับดาวทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอย่างหมดเรี่ยวแรงทันทีที่มาถึงคอนโดที่ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพ ทว่าเธอหลับตาลงได้ไม่ทิ้งห้านาทีก็ต้องสะดุ้งด้วยความตกใจกับเสียงโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังขึ้นระรัว รีบเอื้อมมือไปหยิบมาดูปรากฏว่าเป็นเบอร์ส้มจึงกดรับสาย(เห็นข่าวตัวเองรึยังนับ ตอนนี้เต็มโซเชียลไปหมด แล้ว

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 11 จดทะเบียนสมรส

    วันต่อมานับดาวเดินฮั่มเพลงลงมาจากชั้นบนของบ้านอย่างสบายใจ เดินเข้าไปหย่อนก้นนั่งบนโต๊ะอาหารที่มีบิดา แม่เลี้ยงใจยักษ์ และนีรนุชนั่งอยู่ด้วยใบหน้าเคลือบรอยยิ้มแสดงให้เห็นว่าเธอกำลังมีความสุขมากแค่ไหน เธอมองหน้าแม่เลี้ยงใจยักษ์พร้อมกับแสยะยิ้มมุมปากให้อย่างผู้ชนะ ก่อนเลื่อนสายตาไปบอกกล่าวกับบิดาเสี

  • พ่ายรักเมียนิตินัย   บทที่ 10 ว่าที่คุณสามี

    @บ้านอัครกุลติณณภัทรทิ้งเตียงตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงนุ่ม หลับตาลงด้วยอาการหนักอึ้งในสมองเพราะคิดไม่ตกกับเรื่องในวันนี้ นี่เขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงร้ายกาจอย่างนับดาวจริงหรือแค่คิดก็หนักใจตั้งไว้แล้ว ไม่รู้ว่าหลังจากนี้ต้องเจอกับอะไรอีก ไหนจะนีรนุชที่ยังไม่ได้คุยกันสักนิด เธอคงโกรธและเกลียดเขามากขนา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status