Masuk“แก้ว ทางนี้ ๆ”
ต้องตาลุกจากเก้าอี้ แล้วโบกไม้โบกมือให้เพื่อนที่กำลังลากกระเป๋าเดินทางใบย่อมออกมาจากส่วนผู้โดยสารขาเข้าภายในประเทศ เจ้าตัวยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพื่อนสาวคนสนิทกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาด้วยอาการดีใจไม่ต่างกัน “ต้อง” แก้วกานดาเรียกชื่อเพื่อนพลางกางแขนตั้งรับต้องตาที่โผเข้ากอดอย่างเต็มรัก “คิดถึงแกจังเลยยายแก้ว” ต้องตาผละออกมา แล้วแกว่งแขนเพื่อนเล่นอย่างที่เคยชอบทำเมื่อครั้งที่เรียนมัธยมด้วยกัน แก้วกานดากับต้องตาเป็นเพื่อนสนิทกันมายาวนาน เพราะเรียนมัธยมมาด้วยกันถึงหกปีเต็ม ก่อนแก้วกานดาจะสอบเข้าเรียนคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพราะต้องย้ายตามบิดาที่ขอทำเรื่องกลับมารับราชการทหารในช่วงบั้นปลายที่จังหวัดบ้านเกิด ในขณะที่ต้องตานั้นเลือกเรียนวิศวะฯ มหาวิทยาลัยมีชื่อในกรุงเทพฯ “ฉันก็คิดถึงแกเหมือนกันแหละ ไม่เห็นขึ้นไปเยี่ยมฉันที่เชียงใหม่บ้างเลยไหนบอกว่าจะไปหาบ่อย ๆ” แก้วกานดาพูดกับเพื่อนอย่างกระตือรือร้น ก่อนจะจูงมือพากันเดินออกจากสนามบินเพื่อไปขึ้นรถที่ต้องตาขับมารับ “ก็อยากจะไปอยู่หรอกนะ แต่งานก็รัดตัวเหลือเกิน ว่าแต่แกเถอะหิวรึเปล่าแก้ว ก่อนมานี่กินอะไรมารึยัง ฉันจะได้แวะร้านอาหารก่อนเข้าบ้านให้” ต้องตาหันไปถามเพื่อนหลังจากที่คาดเข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว “เริ่มหิวแล้ว แต่เรากลับไปกินที่บ้านแกดีกว่า ฉันเอาน้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่วกับแคบหมูมาฝากด้วยนะ อยู่ในกระเป๋านั่นแหละ” แก้วกานดาบอกเพื่อนตาเป็นประกาย รู้ดีว่าเพื่อนรักชอบไส้อั่วร้านดังของเมืองเชียงใหม่มากจึงซื้อมาฝากเสียเยอะ ซึ่งของฝากโดยเฉพาะที่เป็นอาหารนั้น กินพื้นที่ในกระเป๋าของเธอเกือบครึ่งเลยทีเดียว “ว้าย...เจ้านั้นรึเปล่า ฉันรักแกที่สุดในโลกเลยแก้ว มาหอมทีมา” ต้องตาทำท่าจะยื่นหน้ามาหอมทั้งที่มือยังจับพวงมาลัยอยู่ ทำเอาคนจะถูกหอมหัวเราะคิกคัก “ขับรถไปเถอะ แหม...พอเป็นของกินนี่ตาวาวเชียว” ยิ่งใกล้บ้านของต้องตา แก้วกานดาก็รู้สึกใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น นานมากแล้วที่เธอไม่ได้มาบ้านหลังนี้ ตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลายเลยก็ว่าได้ เมื่อก่อนเธอมาติวหนังสือกับต้องตา และมานอนค้างที่นี่บ่อยจนเข้านอกออกในบ้านของต้องตาได้ราวกับเป็นลูกสาวอีกคนของบ้าน แต่เธอรู้ดีว่าอาการใจเต้นแรงนี้ สาเหตุไม่ได้มาจากเพราะห่างไปนาน แต่เป็นเพราะใครคนหนึ่งที่เธอแอบเก็บเขาไว้ในซอกหัวใจลึก ๆ และแอบเอาเขาไปเฝ้าฝันถึงอยู่บ่อย ๆ ตามประสาเด็กวัยรุ่นช่างฝัน เมื่อครั้งที่เรียนจบมัธยมปลายแล้วกลับไปอยู่บ้านที่เชียงใหม่ตามบิดามารดา เธอคิดว่าความรู้สึกเหล่านั้นคงค่อย ๆ หายไปเองตามกาลเวลา และคิดเอาว่าเธอก็คงแค่ปลื้มเขาเหมือนที่ปลื้มนักร้องเกาหลีทั่วไป แต่เปล่าเลย...มันไม่ใช่ เธอไม่สามารถลบภาพเขาออกไปจากใจได้แม้กระทั่งในตอนนี้ก็ตาม ทุกวันนี้เขาก็ยังคงอยู่ในที่ที่เธอซุกซ่อนเขาเอาไว้อย่างมิดชิดไม่ให้ใครได้รับรู้ โดยเฉพาะต้องตา เธอจะให้เพื่อนรักรู้ไม่ได้อย่างเด็ดขาดว่า เพื่อนสนิทอย่างเธอแอบหลงรักพี่ชายคนรองของบ้านนี้...ต่อตระการ รถเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านที่แสนคุ้นเคย เมื่อห้าปีก่อนเป็นอย่างไร วันนี้ก็ยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดไปจากเมื่อก่อนมากนัก แก้วกานดาเผลอบีบมือเข้าหากันเมื่อก้อนเนื้อข้างซ้ายเริ่มรัวกระหน่ำขึ้นมาอีกรอบ “มีใครอยู่ที่บ้านบ้างน่ะต้อง” หญิงสาวพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงของตนเองสั่นตอนถามเพื่อน โชคดีที่ต้องตาไม่ทันได้สังเกตอะไรมากนักเพราะกำลังขับรถอย่างตั้งใจ “วันนี้คงมีฉันอยู่คนเดียวน่ะ เพราะพ่อกับแม่ไปฮันนีมูนรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่อิตาลี พี่ต้นไปสัมมนาที่ภูเก็ต พี่ต่อก็คงนอนที่คอนโดฯ ไม่กลับมานอนที่บ้านแน่นอน ส่วนพี่ไตรก็ติดเดินสายทัวร์คอนเสิร์ตตามต่างจังหวัด” ต้องตาสาธยายให้เพื่อนรักฟังถึงธุระของแต่ละคน ครอบครัวของเธอมีพี่น้องด้วยกันทั้งหมดสี่คน ซึ่งต้องตาเป็นคนสุดท้อง และเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของบ้านนี้ ต้องตาห่างจากพี่ชายคนโตแปดปี คนรองห้าปี และพี่ชายคนสุดท้องสองปี ด้วยความที่เป็นน้องสาวคนเล็กของบ้าน พี่ชายทั้งสามจึงหวงราวกับไข่ในหิน ทั้งที่เจ้าตัวเลือกเรียนสายวิศวะฯ ทั้งยังค่อนไปทางห้าวนิด ๆ แต่บรรดาพี่ชายทั้งหลายของต้องตาก็ยังมิวายคอยตามรับตามส่ง โดยเฉพาะพี่ชายคนรอง หรือต่อตระการ ต้นตระกูล พี่ชายคนโตรับหน้าที่สืบทอดธุรกิจรับสร้างบ้านต่อจากครอบครัว โดยมีต่อตระการ บุตรชายคนรองช่วยดูแลในส่วนของการออกแบบ เพราะเรียนจบมาทางด้านสถาปัตยกรรม ส่วนบุตรชายคนสุดท้อง ไตรภัทร เป็นศิลปินชื่อดัง เป็นนักร้องแนวป็อปร็อกที่กำลังโด่งดังมากที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้เลยก็ว่าได้ และต้องตา น้องเล็กของบ้านเป็นวิศวกรควบคุมระบบอยู่ในบริษัทมหาชนแห่งหนึ่ง แก้วกานดาลอบถอนหายใจ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ยังไม่พร้อมจะเจอหน้าพี่ชายของเพื่อนรักที่ชื่อต่อตระการ กลัวเหลือเกินว่าตนจะแสดงความรู้สึกออกไปให้เขารับรู้ แล้วเขาจะหัวเราะเยาะเอาได้ เธออับอายเกินกว่าจะสู้หน้า เพราะแอบรักเขาแบบลับ ๆ มาตั้งหลายปีโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้เรื่องอะไรด้วยเลย และเขาเองก็คงเห็นเธอเป็นเพียงน้องสาวคนหนึ่งไม่ต่างจากต้องตา คิดมาถึงตรงนี้แก้วกานดาก็ยิ่งตะขิดตะขวงใจหนักกว่าเก่า ต้องตาจะรู้บ้างหรือไม่ ว่าเพื่อนสนิทแอบคิดไม่ซื่อเสียแล้ว “ถึงแล้วจ้ะ คุณเพื่อน” ต้องตาบอกเพื่อนเสียงใส ขณะที่คนนั่งข้าง ๆ สะดุ้งเล็กน้อยเพราะเพิ่งตื่นจากภวังค์ แก้วกานดาปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยก่อนเปิดประตูรถก้าวตามเพื่อนลงไปเพื่อหยิบกระเป๋าสัมภาระที่อยู่กระโปรงหลัง “แกน่าจะมาอยู่บ้านฉันนะแก้ว นอนห้องเดียวกับฉันก็ได้ ดีเสียอีกฉันจะได้มีเพื่อนไว้เมาท์ตอนกลางคืน นี่อะไรกันมานอนแค่คืนเดียวเอง ไม่ได้ใจเพื่อนเลย” ต้องตาบ่นให้เพื่อนไม่จริงจังนัก แต่ท่าทางทำปากยื่นออกมาราวกับเด็กถูกขัดใจนั้น ทำเอาแก้วกานดาอดหมั่นไส้ไม่ได้ “นี่ เด็กทำก็น่ารักอยู่หรอกนะยายต้อง แต่ผู้ใหญ่ทำมันมองดูแล้วน่าตีมากกว่า” “ยายแก้วบ้า! เข้าบ้านไปเลยไป ฉันหิวแล้วอยากกินไส้อั่ว” ต้องตาทำเสียงสะบัดใส่ ก่อนจะเดินนำเพื่อนรักเข้าไปในบ้านอย่างรีบเร่งเพราะเริ่มจะหิวขึ้นมาจริง ๆ เนื่องจากเลยเวลาอาหารเย็นมาได้หนึ่งชั่วโมงแล้ว แม่บ้านที่ทำงานประจำที่นี่เดินเร็ว ๆ ออกมาจากด้านหลัง เห็นสองสาวกำลังหอบหิ้วของพะรุงพะรังจึงรีบยื่นมือมาเพื่อช่วยถือ แต่ต้องตาโบกมือห้ามไว้ เพราะตั้งใจว่าจะทำกินกันเองกับแก้วกานดา “ไม่เป็นไรจ้ะน้าเนียม เดี๋ยวต้องกับแก้วอุ่นกินกันเอง น้าเนียมไปพักเถอะ” ต้องตาหยิบถุงใส่อาหารที่เป็นของฝากจากเมืองเหนือขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่แม่บ้านวัยกลางคนเอ่ยทักแขกอย่างไม่แน่ใจนัก “นี่ใช่หนูแก้ว ที่เมื่อก่อนเคยมาติวหนังสือกับหนูต้องบ่อย ๆ ใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะน้าเนียม แหม...นึกว่าจะจำแก้วไม่ได้ซะแล้ว สวัสดีค่ะ” แก้วกานดาเผยรอยยิ้มกว้างพลางกระพุ่มมือไหว้แม่บ้านเก่าแก่ของบ้าน “จำได้สิคะ โธ่...ก็เล่นสวยขึ้นเป็นกองขนาดนี้ น้าก็ต้องถามให้แน่ใจเท่านั้นเองค่ะ” แม่เนียมเอื้อมไปจับมือของหญิงสาวที่ยกขึ้นไหว้อย่างน่ารักมาบีบเบา ๆ พลางเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าสวยหวานตรงหน้าอย่างชื่นชม “ขอบคุณค่ะน้าเนียม แก้วมีของฝากมาให้น้าเนียมกับลุงสุขด้วยนะคะ อยู่ในกระเป๋าค่ะ เดี๋ยวแก้วหยิบให้” หญิงสาวกุลีกุจอเปิดกระเป๋าเดินทางของตนแล้วหยิบถุงพลาสติกที่มัดอย่างแน่นหนาห่อขนาดกลาง ๆ ออกมายื่นให้ “ไส้อั่ว แคบหมูกับน้ำพริกหนุ่มที่อร่อยที่สุดในโลกค่ะ” “ขอบคุณมากค่ะ ไม่เห็นต้องลำบากเลยหนูแก้ว แล้วนี่จะมาพักที่นี่ใช่ไหมคะ” แม่เนียมหันไปถามต้องตาที่กำลังแกะถุงแคบหมูเพื่อเอามากินเล่นอย่างอดใจไม่ไหว “นอนคืนนี้คืนเดียวเองน้าเนียม พรุ่งนี้เช้าแก้วมันก็ต้องไปนอนคอนโดฯ ของตัวเองแล้ว” ต้องตาตอบพลางหยิบแคบหมูเข้าปากเคี้ยวกรุบกรับ “อ้อ...ค่ะ ถ้างั้นน้าไปพักก่อนนะคะ ท่าทางหนูต้องจะหิวแล้ว ว่าแต่ให้น้าอุ่นให้ดีกว่าไหม” แม่เนียมถามอย่างเอาใจ แต่ต้องตาส่ายหน้าปฏิเสธต่อตระการมักชอบเรียกบุตรสาวของตนเองว่า “แก้วจูเนียร์” อยู่เสมอ เพราะแม่ลูกเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยนทั้งหน้าตาและนิสัยใจคอ เขาจึงรัก และตามใจลูกสาวคนเล็กมาก เวลาที่เจ้าตัวออดอ้อนอยากได้อยากกินอะไร เขามักจะรีบไปหามาให้ทันทีเพราะเป็นลูกสาวคนโปรด“เฮ้ย...เจ้าตัวแสบ แกล้งน้องอีกแล้วหรือ”เสียงทุ้มของต่อตระการที่เดินลงมาจากชั้นบนพร้อมแก้วกานดา ทำให้เด็กหญิงตัวน้อยรีบลุกจากตักผู้เป็นยายแล้วปรี่เข้าไปหาบิดา พร้อมกับกางแขนอ้ากว้างให้อุ้ม ต่อตระการย่อตัวลงอุ้มร่างเล็กของลูกสาว“ฮึบ! โอ้โหลูกสาวพ่อตัวหนักแล้วนะเนี่ย”พอเห็นหน้าผู้เป็นพ่อ เด็กหญิงตัวน้อยก็ชี้ไปทางพี่ชายแล้วทำเสียงอืออาเป็นการฟ้องทันที จับใจความได้แต่ จ้าน...จ้าน เนื่องจากยังเรียกชื่อพี่ชายได้ไม่ชัดเท่าไรนัก ในขณะที่เด็กชายก็รีบวิ่งมาเกาะขาบิดาเช่นกัน แล้วนั่งลงบนหลังเท้าของผู้เป็นพ่อ เพื่อเวลาที่พ่อเดิน เขาก็จะเหมือนกับลอยขึ้นลอยลงไปด้วย ซึ่งพอผู้เป็นบิดาเริ่มออกเดิน ร่างเล็กจ้อยที่เกาะขาอยู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากขึ้นมาทันทีแก้วกานดามองภาพนั้นแล้วยิ้มอย่างมีความสุข
ต่อตระการเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเพียงน้อยนิดที่มุมปากของท่านนายพล ผิดกับแววตาที่ฉายประกายความยินดีออกมาให้เห็น“เป็นอย่างงั้นก็ดีสิลูก แก้วจะได้อยู่ที่นี่ไม่ต้องอยู่ไกลถึงกรุงเทพฯ พ่อกับแม่ก็จะได้ไม่เหงา”กัลยายิ้มหน้าบานเมื่อรู้ว่าลูกเขยตัดสินใจจะตั้งรกรากอยู่เชียงใหม่แทนที่จะกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ ตามเดิม ยิ่งตอนนี้แก้วกานดากำลังตั้งท้องอ่อน ๆ ก็ยิ่งไม่อยากให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา เพราะแค่นึกภาพว่าในบ้านมีเด็กตัวเล็ก ๆ คลานต้วมเตี้ยมไปมาก็มีความสุขแล้วหลังจากรับประทานมื้อเช้ากันเสร็จเรียบร้อย ต่อตระการก็เตรียมตัวขับรถไปส่งแก้วกานดาไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติเช่นทุกวัน แล้วค่อยเลยไปไซต์งานก่อสร้างเมื่อขึ้นมานั่งบนรถ แก้วกานดาวางมือบนหน้าขาของเขาพร้อมกับบีบนวดเบา ๆ“ขอบคุณนะคะพี่ต่อ”ต่อตระการหันมองหน้าภรรยา มือวางทาบกับมือเธอแล้วยกขึ้นแตะริมฝีปากก่อนจะสอดนิ้วมือประสานกันไว้“พ่อแม่แก้วก็เหมือนพ่อแม่พี่ พี่รู้ว่าแก้วก็ห่วงพวกท่านไม่อยากทิ้งให้ท่านอยู่ที่บ้านกันลำพังสองคนตายาย พี่ก็เลยย้ายตัวเองมาอยู่ที่นี่แทน เพร
ห้าเดือนต่อมาเสียงโอ้กอ้ากจากห้องน้ำอันเป็นเสียงที่ดังขึ้นเป็นประจำทุกเช้าปลุกให้คนที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงรีบเด้งตัวผุดลุกขึ้นพร้อมกับวิ่งไปห้องน้ำทันที เขาเอื้อมมือไปลูบหลังให้ สีหน้าแสดงความห่วงใยอย่างชัดเจน“ไหวไหมแก้ว วันนี้หยุดงานดีกว่านะพี่ว่า แพ้ขนาดนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอก พี่เป็นห่วง”ต่อตระการหาผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตาให้ภรรยา ซึ่งขณะนี้กำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว“หยุดไม่ได้หรอกค่ะ วันนี้เป็นวันหยุดของกชกร แล้วเขาก็ต้องไปทำธุระที่เชียงราย แก้วไม่อยากเอาเปรียบเพื่อน”ต่อตระการถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เขารู้ว่าแก้วกานดาห่วงงานมาก แม้ว่าร่างกายไม่ค่อยสมบูรณ์ดีเท่าไร แต่เจ้าตัวก็ยังแบกสังขารไปทำงานได้ทุกวัน“พี่บอกแล้วว่าให้ลาออกเถอะ ออกมาอยู่บ้านเฉย ๆ บำรุงร่างกายให้แข็งแรงดีกว่า ลูกเราจะได้ออกมาสมบูรณ์แข็งแรงไงแก้ว เมียคนเดียวพี่เลี้ยงได้อยู่แล้ว”ชายหนุ่มยังคงหว่านล้อมภรรยาในเรื่องเดิม ๆ เขาคุยเรื่องนี้กับแก้วกานดามาหลายครั้งแล้ว เพราะอยากให้เธอพักผ่อนอยู่บ้านสบ
โกหกทั้งทางบ้านของตัวเอง และพ่อแม่ของแก้วว่าเขามีแฟนที่คบหากันมานานอยู่แล้ว เลยอยากถอนหมั้นกับแก้วน่ะ พี่กับคุณหมอเข้าไปคุยกับท่านพร้อมกันเพื่อจะบอกว่าเขาไม่อยากทำให้แฟนเขาเสียใจ และก็ช่วยพูดว่าพี่กับแก้วรักกันจริง ๆ สุดท้ายท่านก็เลยยอม หลังจากนั้นคุณหมอเขาก็จะพาแก้วออกไปเที่ยวข้างนอก เพื่อให้พี่พาพี่ต้นกับคุณพ่อคุณแม่ของพี่เข้ามาพูดจาทาบทามสู่ขอให้”“ยายต้องก็ปิดปากเงียบเลย น่าโมโหจริง ๆ” หญิงสาวบ่นไปถึงเพื่อนรัก ต่อตระการจึงอดยิ้มขันไม่ได้“กว่าพี่จะอ้อนวอนเจ้าต้องให้ช่วยจัดการเรื่องการ์ด และเพื่อนฝูงของแก้วได้นะใช้เวลาตั้งหลายวัน แถมพี่ต้องซื้อนาฬิกาโรเล็กซ์สองกษัตริย์หน้าปัดเพชรไปเซ่นมันด้วยนะจะบอกให้ มีการบอกด้วยนะว่าถ้าไม่เห็นแก่สารรูปที่เหมือนซอมบี้เดินได้ของพี่ มันก็ไม่คิดช่วยหรอก” ชายหนุ่มเล่าไปขำไป ตอนที่นึกถึงน้องสาวคนสุดท้องจอมแสบ“ทุกคนเลยรู้เรื่องนี้กันหมด มีแก้วคนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย”คิดแล้วก็รู้สึกโกรธไม่หาย ถึงว่าสิ ว่าทำไมต้องตาถึงพูดกับเธอแปลก ๆ แล้วไหนจะการกระทำแปลก ๆ ของคุณหมอวรั
แก้วกานดาพูดเสียงแผ่วในประโยคสุดท้าย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตนกำลังหวั่นไหวแค่ไหนเมื่อนึกถึงเหตุการณ์วันนั้น“พี่...พี่เคยรักเขา” ต่อตระการสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกกำลังใจ และให้เวลาตนเองรวบรวมคำพูดที่เหมาะสม“แก้วคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนพี่ชอบแก้วมาก ทุกครั้งเวลาที่แก้วมาติวหนังสือกับยายต้อง พี่จะแอบไปด้อม ๆ มอง ๆ ตลอด แต่แก้วก็ชอบหลบหน้าพี่เหมือนกลัวพี่ยังไงก็ไม่รู้ ทั้งที่กับพี่ต้นกับเจ้าไตร แก้วไม่เห็นมีอาการอย่างนี้เลย พี่ก็เลยคิดว่าแก้วน่าจะมีใจให้พี่บ้าง ถ้าแก้วจำตอนนั้นได้ แก้วจะนึกออกทันทีว่าทำไมพี่ถึงได้ชอบแกล้งชอบแหย่แก้วนัก นั่นก็เพราะพี่หาเรื่องคุย หาเรื่องเข้าหาแก้วโดยไม่ให้ตัวเองต้องเสียฟอร์ม”แก้วกานดาแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่ได้ยินอะไรแบบนั้นจากปากของเขา หญิงสาวเลิกคิ้วขึ้น อ้าปากค้างเล็กน้อย สีหน้างุนงงสับสนจนชายหนุ่มต้องรีบพูดต่อเพื่อขยายความ“บอกตามตรงว่าเมื่อก่อนพี่ฟอร์มจัดไปหน่อย แอบชอบแก้วแต่ไม่กล้าจีบตรง ๆ เพราะแก้วยังเด็กแต่พี่เรียนจบแล้ว พอตั้งใจว่าจะลองจีบดูสักตั้ง ถึงได้รู้ว่าแก้วกลับไปเรียนต่อที่เ
“ไม่เอาค่ะ แก้วอยากนอนแช่คนเดียว พี่ต่อออกไปรออาบทีหลังแก้วก็แล้วกันนะคะ”หญิงสาวหยิบเอาผ้าขนหนูที่อยู่บนชั้นวางตรงเคาน์เตอร์หินอ่อนยื่นส่งให้เขา ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ในมือ แต่กลับเอาไปวางบนเคาน์เตอร์ตรงหน้าแทน จากนั้นสานต่อสิ่งที่ทำค้างไว้เมื่อครู่จนกระทั่งกางเกงในสีเนื้อไปกองอยู่ที่ปลายเท้า“พี่ต่อ!” แก้วกานดาร้องเรียกเขาอย่างขัดใจพลางหันหลังให้ทันที แต่คนตัวเปล่าเปลือยกลับไม่นำพากับท่าทางของเธอแต่อย่างใด เขาตรงเข้าสวมกอดเธอจากทางด้านหลัง กระซิบชิดริมหูอย่างออดอ้อน“พี่อยากอาบน้ำกับแก้วนี่นา เราไม่ได้อาบด้วยกันนานมากแล้วนะ แก้วไม่คิดถึงพี่บ้างหรือ พี่คิดถึงแก้วใจจะขาดอยู่แล้วรู้รึเปล่า หายโกรธพี่เถอะนะแก้ว”จมูกโด่งเฝ้าวนเวียนซุกไซ้อยู่ตามหลังใบหูและซอกคอ ซึ่งมีแต่เขาเท่านั้นที่รู้ว่าตรงนี้คือจุดอ่อนของเธอ มือไม้ก็ปัดป่ายเปะปะไปทั่วเนินอกอิ่มก่อนจะวกกลับมายังซิปที่ซ่อนอยู่ในชุดเจ้าสาวแล้วจัดการรูดมันลงอย่างทุลักทุเล เพราะคนในอ้อมกอดดิ้นขลุกขลักอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งชุดของหญิงสาวไปกองอยู่ที่พื้นเช่นเดียวกันเมื
...เพราะหัวใจ และความรู้สึกมันสั่งกันไม่ได้แก้วกานดาค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมาทีละนิด หญิงสาวมองไปโดยรอบด้วยความงุนงงสงสัย คนที่เฝ้ามองอยู่ เมื่อเห็นคนเพิ่งตื่นที่ทำหน้าเหมือนสติยังกลับมาไม่ครบถ้วนก็ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู“ที่ไหนคะเนี่ย” หญิงสาวเปิดปากถามขึ้นหลังจากหายงัว
วันนี้แก้วกานดาตื่นแต่เช้าเพราะต้องเตรียมจัดงานหมั้นระหว่างตนกับนายแพทย์วรัถ บุตรชายของพลโทสมภพ ที่บ้านของหญิงสาวตอนนี้จึงมีแต่ทหารเกณฑ์มากมายที่มาช่วยจัดการเรื่องสถานที่ และดูแลความเรียบร้อยให้ทั้งหมด โดยอาศัยพื้นที่สนามหญ้าข้างบ้าน และพื้นที่ว่างตรงที่จอดรถเพื่อใช้ในการวางโต๊ะแ
“เฮ้ย! เป็นไปไม่ได้ ยายแก้วเปลี่ยนเบอร์หรือ ถ้าเปลี่ยนก็ต้องบอกต้องสิ” ต้องตาทำหน้าง้ำ ก่อนจะส่งข้อความเข้าไปหาเพื่อนทางแชตไลน์ ต่อตระการแอบมองที่หน้าจอโทรศัพท์ของน้องสาว เผื่อว่าแก้วกานดาจะอ่านข้อความแล้วตอบกลับมา ทว่าทุกอย่างยังคงเงียบกริบ“มีเบอร์บ้านแก้วที่เชียงใหม่รึ
ความสับสนเริ่มเข้ามาโจมตีเขาเป็นระลอก ด้วยเพราะเขาตอบตนเองไม่ได้ว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไรที่วิวัลลากลับมาหาเขาแล้ว แต่ที่รู้แน่ ๆ นั่นก็คือเขาไม่ได้รู้สึกดีใจอย่างที่เขาเคยคิดแก้วกานดาเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาที่ติดอยู่กับฝาผนัง สองทุ่มกว่าแล้ว แต่ต่อตระการยังไม่







