LOGINไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ ด้วยอายุครรภ์เพียงแปดเดือน ชายาของฉู่อ๋องคนปัจจุบัน ก็คลอดบุตรคนสุดท้องออกมาในอีกสองวันต่อจากนั้น หนึ่งเดือนให้หลังประมุขสี่สกุลต่างมาร่วมแสดงความยินดี แม้แต่ประมุขเผ่าซีเซี่ยอย่างเค่อตัว และ พระชายาจินซาก็มาด้วย เค่อตัวท่าทีผึ่งผาย ในอ้อมแขนมีหมิงจูตัวน้อยวัยสองเดือนนอนหลับฝันห
หลายเดือนผ่านไป เผ่าซีเซี่ยก็มีข่าวดี ชายาของข่านซีเซี่ยได้ให้กำเนิดบุตรสาวคนสุดท้อง เนื่องจากเกิดในช่วงอรุณรุ่ง ดวงอาทิตย์งดงามดั่งไข่มุกเหนือท่าสัตตบงกช เค่อตัวจึงตั้งชื่อเด็กหญิงตัวน้อยว่า หลัวหมิงจู หยวนเพ่ยได้ยินครั้งแรกก็อดชื่นชมไม่ได้ว่าเค่อตัวนั้นพอแก่ตัวลงพรสวรรค์ในการตั้งชื่อนั้นกลับแหลมคม
หลังจากพักผ่อนอิริยาบถอยู่ที่ศาลาริมน้ำอยู่จนถึงบ่ายคล้อย สมาชิกทั้งหมดของฉู่หวางและข่านซีเซี่ยต่างยกโขยงไปที่เหลาที่ได้สัญญากับเจ้าของร้านไว้เพื่อรับประทานอาหารเย็นร่วมกัน บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างครึกครื้นสุขสันต์ แม้มีบางคราที่เด็กๆต้องรั้งไม่ให้เค่อตัวเอาแส้ไล่ฟาดหยวนเพ่ยเพราะโดนแดกดัน กับรั้งตั
เมื่อมาถึงหน้าประตูสกุลเจียง ครอบครัวของฉู่หวังที่ประกอบด้วยสมาชิกสี่คนก็ต้องพบกับประมุขแห่งเผ่าซีเซี่ยยืนรอเขาอยู่แล้ว ท่าทีกระหยิ่มยิ้มย่องใส่ฉู่หวางมาแต่ไกลจนนึกจะทำอย่างไรก็ได้ให้คนๆนี้ไปให้พ้นๆหน้า"ในที่สุดพวกเจ้าก็มาถึง ระหว่างทางมานี้พวกเจ้าได้กินข้าวต้มกับน้ำแกงรากบัวที่ข้าตั้งโรงทานเอาไว้ห
เมื่อสองผู้สูงศักดิ์ได้ผลแน่ชัดแล้วว่า ฟู่หยวนเพ่ย ชายาของฉู่หวางที่เป็นพระอนุชาคู่พระทัยของฮ่องเต้ จินซา ชายาของข่านซีเซี่ยผู้ทรงอิทธิพลในเส้นทางสายไหมคนปัจจุบัน ทั้งสองต่างตั้งครรภ์ในระยะเวลาที่ไล่เลี่ยกัน บรรยากาศทั้งสองสำนักนับได้ว่าชื่นมื่นอย่างยิ่งหยวนเพ่ยตั้งครรภ์เข้าเดือนสี่ นับว่าครรภ์แข็ง
ท่ามกลางความวุ่นวายจอแจในห้องเล็กๆนั้น เด็กสาวคนหนึ่งเพียงนั่งเท้าคางมอง ท่าทีสบายๆกึ่งเกียจคร้านอย่างยิ่ง แต่ก็มิทำให้ความงามของนางลดน้อยถอยลง ซินฉีที่เพิ่งว่างจากการจดบันทึกเดิมพัน(?) โดยทิ้งให้จื่อซินกับซูเฟยเดินทางไปยังที่พำนักของข่ายซีเซี่ยในเมืองหลวง จึงค่อยๆเบียดกระแซะเข้าไปหา "อาเหยา อาเหยาค
หยวนเพ่ยนั้นตื่นนอนตั้งแต่ย่ำรุ่ง นางหันไปมองเป็นอันดับแรกว่าบุรุษที่นอนอยู่เคียงข้างยังคงหลับสนิท นางจึงลุกออกจากที่นอนอย่าเงียบเชียบ แม้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศยังเย็นอยู่มาก นางจึงไม่ลืมที่จะสอดริมผ้าห่มเพื่อไม่ให้ลมหนาวเข้ามาได้หลังจากดูแลความเรียบร้อยของตนเอง ล้างหน้า สางผมเกล้ามวยเสียใหม่
นับจากคืนแต่งงาน หยวนเพ่ยและฉู่หวางใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยาล่วงผ่านไปสองเดือน แม้ไม่มีสัมพันธ์ทางกาย แต่เขากับนางก็เข้ากันได้ดีอย่างน่าประหลาด อาจเป็นเพราะมีอุปนิสัยใจคอที่คล้อยตามไปในทิศทางเดียวกัน แม้มีบางเรื่องที่ไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ทั้งสองก็ชี้แจงกันด้วยเหตุผล โชคดีที่ทั้งสองไม่ใช่คนอารมณ์ร้อ
“ฟู่หยวนเพ่ยน่ะหรือ? นางแต่งเป็นชายารองของฉู่หวางไปแล้ว มีเรื่องอันใดให้น้องหญิงกังวลหรือ?” เซียวซูเฟยเอ่ย ในขณะที่ที่เหลือลอบถอนใจด้วยระอาใจกับพฤติกรรมเสแสร้งของอีกฝ่าย รู้ทั้งรู้ว่าที่หยวนเพ่ยออกจากวังเพื่อเสกสมรสกับฉู่หวางนั้นเป็นเพราะผู้ใด ยังมาทำท่าทีสงสารเห็นใจอีก...ตบศีรษะจนระบมแล้วค่อยลูบหลั
กว่าที่ฉู่หวางจะมายังห้องหอก็เป็นยามจื่อ (ประมาณห้าทุ่ม)ชายหนุ่มเดินตัวตรงเข้ามาในห้อง แม้จะดื่มเหล้าเข้าไปมาก แต่สติสัมปชัญญะยังคงแจ่มใส นางกำนัลที่รออยู่ข้างเตียงเป็นเพื่อนหยวนเพ่ย ยื่นถาดที่มีคันชั่งส่งให้ เขารับมันมา จากนั้นจึงใช้มันปัดม่านมุกให้พาดอยู่กับมงกุฎหงส์ เผยให้เห็นใบหน้างดงามของนาง ป







