ログインคนอื่นทะลุมิติได้สามีคลั่งรัก แต่ข้าทะลุมิติได้ ผัวพิการ ที่ทั้งเย็นชา ทั้งใกล้ตาย และได้สมบัติเป็นจวนร้าง โชคดีที่ข้ามี ตาทิพย์ มองทะลุมองทะลุได้ทั้งคน ทั้งชะตา และมองเห็นความลับที่ซ่อนอยู่ทุกอย่างได้ จึงอาศัยการพนันและการซื้อของมีค่าหรือของเก่าเลี้ยงชีพ รวมทั้งมองเป็นความลับของบุรุษผู้ถูกเรียกว่าอ๋องกบฏในเมื่อหนีก็ไม่ได้ งั้นก็ขอใช้สามีคนนี้พลิกชีวิตตัวเองให้รวยล้นแผ่นดินก็แล้วกัน
もっと見るหญิงสาวในอาภรณ์สีจางนั่งอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาที่สะท้อน…ซีดเซียวราวกับคนใกล้ตายดวงตาแดงก่ำ รอยน้ำตายังไม่ทันแห้ง
“ข้า…ไม่อยากแต่ง”
เสียงแผ่วแหบแห้งเหมือนลมหายใจสุดท้ายมือที่กำชายกระโปรงแน่น“ไม่อยาก”
เสียงทุ้มเย็นดังขึ้นจากด้านหลังเพียงคำเดียว
“กล้าขัดคำสั่งข้าหรือ”
นางค่อยๆ หันกลับไปบุรุษวัยกลางคนในชุดขุนนางยืนอยู่ตรงประตู ใบหน้าเคร่งขรึม…ไร้แววเมตตา
เสิ่นจื้อเหยียนบิดาของเสิ่นหนิงอันข้างกายเขาคือสตรีงดงามในอาภรณ์หรูหรา หลินซูเหยาแม่เลี้ยงผู้มีรอยยิ้มอ่อนโยน…แต่ดวงตาเย็นชาเหมือนน้ำแข็ง
และด้านหลังพวกเขา เสิ่นอวี้หรู น้องสาวต่างมารดา งดงามอ่อนหวานไม่ต่างกันทว่าอีกคนกลับมีแววตาเศร้าโศกกว่าเสิ่นอวี้หรูผู้มีชะตาชีวิตสูงส่งกว่าเสิ่นหนิงอันตั้งแต่เกิด
“เจ้าคิดว่าตนมีสิทธิ์เลือกหรือ ข้ายังไม่กล้าชัดบัญชา” เสิ่นจื้อเหยียนเอ่ยเสียงแข็ง
“ท่านพ่อ…อ๋องผู้นั้นเขาพิการและเขายังโหดเหี้ยม ฆ่าชายาหลายคนที่ไทเฮาส่งไป ข้ากลัว”
เพี๊ยะ แรงตบฟาดลงมาอย่างไม่ลังเลใบหน้าของนางหันไปอีกด้าน เสียงก้องดังในหู เลือดไหลซึมที่ริมฝีปาก
“สำคัญตรงไหนกัน เจ้าก็แค่ไม่ทำให้เขาโกรธซึ่งเจ้าก็ต้องทำได้” หลินซูเหยาพูดเสียงเนิบนาบ ราวกับกำลังสนทนาเรื่องเล็กน้อย
“นายหญิงได้โปรด ข้าสัญญาจะทำตัวดีดี รับใช้ท่านที่นี่อย่าให้ข้าไปเลย”
“เจ้าทำตัวดีหรือไม่มันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือ…ต้องมีคนไปแต่ง หากไม่ไปเท่ากับขัดบัญชาฮ่องเต้กับไทเฮา”
สายตาค่อยๆเลื่อนไปยังเสิ่นอวี้หรู น้องสาวร่วมบิดาหลบสายตาเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมาเบาๆ
“ท่านไม่ต้องมามองข้า ข้าไม่แต่ง…ข้าไม่ไป ท่านแม่ พี่สาวนางกดดันข้า” เสิ่นอวี้หรูพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเสียงสั่น…แต่ไม่ใช่เพราะกลัว
“เจ้านั่นแหละจะต้องไป น้องเจ้ายังเด็ก นางจะรับมือไหวได้อย่างไรกัน”
“ท่านพ่อ ข้าไม่อยากใช้ชีวิตกับคนพิการ”
เสิ่นจื้อเหยียนหันกลับมามองนางแววตาเย็นเฉียบ
“เจ้าคือลูกอนุ ข้าให้เจ้ามีชีวิตที่ผ่านมาก็ดีแค่ไหนแล้ว ชีวิตเจ้ามีค่าแค่…ใช้แทนน้องสาวเจ้า”
เขาพูดช้าๆทีละคำเหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจไม่มีอะไรเหลือ…แม้แต่ความหวัง
“ถ้าขืนเจ้ายังดื้อดึง…” หลินซูเหยาเอ่ยต่อ รอยยิ้มบางยังคงประดับอยู่บนใบหน้า
“แม่เจ้าที่นอนป่วยอยู่…คงไม่ต้องรักษาอีกต่อไป”
ดวงตาของนางเบิกกว้างทันที
“ได้โปรดนายหญิง ท่านพ่อ อย่าใจร้ายกับท่านแม่ ข้ายอมแล้ว”
มือที่สั่นอยู่ก่อนแล้ว…หยุดนิ่งเหมือนถูกบีบคอทุกอย่างจบแล้วไม่มีทางเลือก
“ดี” เสิ่นจื้อเหยียนพยักหน้า
“พรุ่งนี้เมื่อเกี้ยวมารับ เจ้าจะต้องขึ้นเกี้ยวไปจวนอ๋อง”
ประตูปิดลง
หัวใจแตกสลายเป็นผุยผงเสิ่นหนิงอันสะอื้นอย่างหนัก นั่งกอดเข่าน้ำตาไหล ไม่หยุด
“ทำไมต้องเป็นข้า…”
ไม่มีคำตอบมีเพียงลมหนาวที่พัดผ่านเหมือนเสียงหัวเราะของโชคชะตา เสียงกลองดังสนั่น ผู้คนยิ้มแย้ม ราวกับเป็นงานมงคลที่ยิ่งใหญ่
ถ้วยชาถูกยื่นมา
“ดื่มเสีย” สาวใช้กล่าว
นางจ้องมันครู่หนึ่งแล้วก็ยกขึ้นดื่ม ขม ขมจนเหมือนกลืนความสิ้นหวังลงไปทั้งชีวิต
“ทำไมต้องดื่ม”ภาพเบื้องหน้าพร่าเลือนเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหู
“พี่หญิง…ไปดีนะ”
ร่างกายทรุดลงช้าๆในเกี้ยว ลมหายใจแผ่วเบาความมืดกลืนกินทุกสิ่งและความคิดสุดท้ายของนางคือ ชีวิตนี้…ข้าไม่เคยมีค่าเลย ท่านแม่หนิงอันลาก่อน
“เฮือก”ลมหายใจถูกกระชากกลับมาอย่างรุนแรงดวงตาเปิดกว้าง
หนิงอันลุกขึ้นทันที
“เอ้านี่ฉันทะลุมิติมาหรือ ทำไมฉันยังไม่ตายหะ”
“นี่มัน”ความทรงจำสองชุดปะทะกันในหัวโลกหนึ่ง…ทันสมัย
อีกโลกหนึ่ง โหดร้าย“คนอะไรจะซวยขนาดนั้น ลำบากมาตลอดชีวิตแล้วยังโดนวางยา”เงียบหนิงอันก็เอามือกุมหัว
“โชดดีที่เป็นข้านะนั่น”
เสียงนั้นดังจนทุกคนหยุดหัวเราะพร้อมกัน ก่อนหันไปทางประตูสวน“ใครมาครับแล้วใครสั่งอะไรครับวันนี้เราบอกแล้วว่างดงรับแขก” ลั่วจิ่งหยาพูดขึ้นดังๆประตูค่อยๆ เปิดออก ชายหนุ่มในชุดสูทเรียบหรูเดินเข้ามา พร้อมกล่องไม้หลายใบที่คนติดตามช่วยกันถือ เขาหยุดอยู่กลางสวนแล้วหัวเราะ "ของฝากจากเป่ยโจวครับ"หนิงอันเบิกตากว้าง ก่อนรอยยิ้มจะกว้างขึ้นกว่าเดิม "หลี่เฉวียนเฉิง"เซียวอวี้เฉินมองอีกฝ่ายแล้วหัวเราะเบาๆ "มาช้ากว่าที่คิดแฮะ"หลี่เฉวียนเฉิงยักไหล่ "ทางไกลนิดหน่อยครับ แต่ผมตั้งใจว่าจะมาให้ทันงานเลี้ยง พอดี"แต่คนที่ไม่สนใจบทสนทนาเหล่านั้นเลยกลับเป็นหลี่ชิงหลวน หญิงสาวลุกพรวดจากเก้าอี้ดวงตาแดงเรื่อขึ้นทันที"พี่ชาย..."หลี่เฉวียนเฉิงอ้าแขนรับน้องสาวที่วิ่งเข้ามา ก่อนหลี่ชิงหลวนจะโผเข้ากอดเขาแน่น น้ำตาไหลออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังอีกแล้ว"พี่ยอมมาแล้วจริงๆ"หลี่เฉวียนเฉิงกอดน้องสาวกลับ มือใหญ่ลูบศีรษะของเธอเบาๆ "พี่มาแล้วจะขาดพี่ไปได้อย่างไรในเมื่อทุกคนอยู่ที่นี่สนุกกันขนาดนี้"หลี่ชิงหลวนหัวเราะทั้งน้ำตา "ฉันคิดถึงพี่""พี่ก็คิดถึง"มันคือความคิดถึงของคนที่เคยอยู่ห่างกันคนละกาลเวลาและวันนี้… พวกเขาได้
ยามบ่ายของวันนั้นหนิงอันเดินทางมาถึงสุสานเล็กๆ นอกเมืองพร้อมเซียวอวี้เฉินและลั่วจิ่งเหยา บริเวณโดยรอบเงียบสงบ มีเพียงต้นไม้เก่าแก่เรียงรายอยู่สองข้างทาง หลังจากเดินขึ้นเนินมาได้ครู่หนึ่ง หนิงอันก็หยุดอยู่หน้าหลุมศพแห่งหนึ่งป้ายหินเรียบง่ายตั้งอยู่ใต้ต้นเหมยเก่า บนแผ่นหินสลักชื่อของชายชราที่เธอคุ้นเคยที่สุดในช่วงชีวิตปัจจุบันเสิ่นเซิ่นหนิงอันยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่หนึ่ง ก่อนค่อยๆ เดินเข้าไปคุกเข่าลงหน้าแท่นหิน ลั่วจิ่งเหยากับเซียวอวี้เฉินไม่ได้ตามเข้าไปใกล้ เพียงยืนอยู่ด้านหลังอย่างเงียบๆ ปล่อยให้เธอมีเวลาอยู่กับคุณปูเซิ่นผู้จากไปตามลำพังหนิงอันวางดอกเหมยช่อเล็กลงหน้าหลุมศพ ก่อนยิ้มบางๆ "คุณปู่ หนูกลับมาเยี่ยมแล้วนะคะ" เธอหยุดไปครู่หนึ่ง พลางมองชื่อบนแผ่นหิน "ครั้งนี้หนูจำได้แล้วว่าคุณปู่เคยดูแลหนูอย่างไรบ้าง"สายตาของหนิงอันค่อยๆ อ่อนลง "ตอนนั้นหนูไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมคุณปู่ถึงใจดีกับหนูขนาดนั้น ทั้งที่หนูเป็นแค่เด็กที่เดินเข้าไปในร้านของเก่า แล้วเอาแต่ถามโน่นถามนี่ กินขนมของคุณปู่จนหมด แถมยังทำของในร้านเกือบตกแตกตั้งหลายครั้ง" รอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้า "แต่คุณปู่ก็ไม่เคยไล่
คนของเซียวกรุ๊ปทยอยลงมาถึงห้องลับพร้อมอุปกรณ์สำหรับขนย้ายสมบัติ เมื่อเห็นจำนวนหีบที่เรียงรายอยู่เต็มห้อง ทุกคนก็รีบแบ่งหน้าที่กันทันที หีบที่มีตราราชสำนักถูกตรวจสอบและถ่ายภาพก่อนขนขึ้นไป ส่วนหีบที่บรรจุเครื่องประดับ ทองคำ หยก และของโบราณล้ำค่าต่างถูกห่อด้วยวัสดุป้องกัน แล้วทยอยลำเลียงออกจากห้องทีละใบ เสียงกำชับให้ระวังไม่ให้หีบเก่ากระแทกดังสลับกับเสียงฝีเท้าที่เดินเข้าออกไม่ขาดสายท่ามกลางความวุ่นวาย หนิงอันกลับสนใจเพียงหีบใบเล็กบนแท่นหิน หีบที่มีชื่อของเธอสลักอยู่บนฝาอย่างชัดเจนเซียวอวี้เฉินเดินเข้ามาหยุดข้างกาย ก่อนถามสั้นๆ ว่า "จะเปิดไหม"หนิงอันพยักหน้า "เปิดสิคะฉันเองก็อยากรู้ว่าข้างในมีอะไร"เธอค่อยๆ ยกฝาหีบขึ้น ภายในไม่ได้มีทองคำหรือหยกหายาก แต่เป็นกลีบดอกเหมยแห้งจำนวนหนึ่ง กลีบสีขาวอมชมพูถูกจัดเรียงไว้อย่างประณีต บางกลีบยังคงมีสีเดิมหลงเหลืออยู่ แม้เวลาจะผ่านมานานนับพันปีหนิงอันหยิบกลีบดอกหนึ่งขึ้นมา และภาพจากอดีตก็ปรากฏขึ้นในทันที สวนดอกเหมยในวันวาน เด็กสาวคนหนึ่งกำลังเด็ดดอกเหมยจากกิ่ง ก่อนยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้า "ให้เจ้า ข้าเห็นเจ้าชอบดอกเหมย" หลี่กวงเหว่ยรับมันไปพร้อมร
พูดจบ หนิงอันก็เสียบปลายปิ่นลงในร่องเล็กๆ ตรงขอบแผ่นหิน แล้วหมุนเบาๆกึกเสียงกลไกดังขึ้นจากใต้พื้นกึก... กึก... ครืดดด...แผ่นหินค่อยๆ เลื่อนออก เผยบันไดหินแคบๆ ที่ทอดลงไปในความมืด กลิ่นหอมลอยขึ้นมา แต่กลับไม่มีความเหม็นอับอย่างที่ควรเป็น มีเพียงกลิ่นไม้เก่าและน้ำมันรักจางๆลั่วจิ่งเหยาชะโงกหน้าลงไปมอง "โอ้โห...มีห้องลับจริงด้วย"เซียวอวี้เฉินมองบันไดที่ทอดลงไป ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ "ระวังตัว"กู้ฉางอันเปิดไฟฉายแรงสูง "ผมลงไปก่อนดีกว่า"หนิงอันรีบยกมือห้าม "อย่าเพิ่ง"ทุกคนหันกลับมามองหนิงอันชี้ไปยังขั้นบันไดขั้นแรก "มีสลัก"กู้ฉางอันส่องไฟตามทันที บนขอบขั้นหินมีรูเล็กๆ เรียงกันหลายรู หากไม่สังเกตแทบมองไม่เห็นลั่วจิ่งเหยาถึงกับถอยหลัง "ผมขอถอนคำพูดครับที่เมื่อครู่ผมบอกว่ามีสมบัติ"กู้ฉางอันหันมามอง "อะไรครับ"ลั่วจิ่งเหยากลืนน้ำลาย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง "ตอนนี้ผมเริ่มสงสัยแล้วว่าเจ้าของสมบัติอยากให้เราเข้าไปเอา หรืออยากฆ่าเรามากกว่ากัน"หนิงอันหัวเราะ "ไม่ต้องกลัวน่าสมบัติในนั้นคุ้มไม่น้อย"เธอก้มลงเก็บก้อนหินเล็กๆ จากพื้น ก่อนโยนลงไปบนขั้นแรกแกร๊ก ฉับพลันนั้น เสียงกลไกหล
กู้ฉางอันถอนหายใจออกมายาวๆ ก่อนจะก้มลงเก็บซาลาเปาที่ตกอยู่“พระชายา”เสียงของขันทีหนุ่มเบาลง“อย่าถือสาท่านอ๋องเลยนะขอรับ”หนิงอันเงยหน้ามองเขากู้ฉางอันยิ้มจางๆแต่ในแววตากลับมีความเหนื่อยล้าลึกซ่อนอยู่“เรื่องราวที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันเกินกว่าจะทำให้ท่านอ๋องยิ้มได้หรือมองในด้านดีดีได้อีกแล้ว”สายต
“ท่านซื้อมาเยอะเกินไปแล้ว” หนิงอันหันมามองทันที“เยอะตรงไหน” นางยกนิ้วนับอย่างจริงจัง“เป็ดย่างหนึ่งตัว ไก่อบหนึ่งห่อ ซาลาเปาสิบลูก…”ลั่วจิ่งเหยาถอนหายใจยาว“นี่ท่านจะเลี้ยงคนทั้งจวนหรือ”หนิงอันพยักหน้าอย่างภูมิใจ“ใช่ เราต้องอาศัยชายคาเขาก็ควรดีกับเขาหน่อยในเมื่อเราหาเงินได้ด้วยตัวเอง”ลั่วจิ่งเ
“กลับบ้านสิ ใครบอกว่าแยกย้ายเจ้าเป็นทาสของข้าแล้ว”ลั่วจิ่งเหยาชะงัก ..บ้านหนิงอันเดินนำออกไปแล้วก่อนจะโบกมือแบบนายหญิงเต็มตัว“ต่อไปเจ้าคือคนรับใช้ของข้า คนรับใช้ก็ต้องเดินตามนายหญิง เข้าใจไหม”ลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่นชีวิตเขาจากนี้จบสิ้นแล้วจริงๆ ลั่วจิ่งเหยาเดินตามช้าๆสีหน้าซับซ้อนราวกำลังตั้ง
บรรยากาศรอบวงเงียบกริบลั่วจิ่งเหยากัดฟันแน่น ก่อนจะเปิดถ้วยออกอย่างแรงปึง ลูกเต๋าสามลูกปรากฏต่อหน้าทุกคนหก หก หก สูงสุดจริงๆทั้งโรงน้ำชาเงียบไปสองวินาทีก่อนจะระเบิดเสียงดังลั่น“แม่นางน้อยชนะอีกแล้ว”“นางชนะจริงๆ”“สวรรค์ นี่มันเซียนพนันชัดๆ” หนิงอันหัวเราะออกมาทันที“ฮ่าๆๆ รวยแล้วโว้ย” นางรีบก












レビューもっと