Masukบทที่ 8
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอันโหดร้ายและการเผชิญหน้ากับความยากลำบากที่ไม่คุ้นเคย น่านน้ำหลับลึกไปจนถึงเช้า
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นดี แสงสีทองอ่อนๆยังไม่สาดส่องเข้ามาในห้อง เสียงกุกๆกักๆก็เริ่มดังขึ้นในห้องอาคารไม้เก่า จนน่านน้ำรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนรอบตัวก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“ตื่นแล้วเหรอวะ... คุณหนู” ภัทรเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ขณะที่มือก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บพับถุงนอนของตัวเอง
“อือ! พวกมึงเสียงดังขนาดนี้ กูคงหลับต่อลงมั้ง!” น่านน้ำตอกกลับด้วยความปากหมาที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ลืมตาตื่น แม้ความเย็นของอากาศยามเช้าจะช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อวานอยู่บ้างก็ตาม
“ครับ! พวกกูมาทำงานครับ! ไม่ได้มาพักร้อนหนีรักแบบมึง!” ภัทรตอกกลับเข้าจุดตายทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ ทำเอาน่านน้ำถึงกับเซ็งที่โดนจี้ปมความจริงที่เขาพยายามจะลืม
เขาไม่คิดจะเถียงต่อให้เสียเวลา แต่ตัดสินใจขยับกายลุกขึ้นสะบัดถุงนอนทิ้งทันที เพราะการจะนอนเอกเขนกต่อในบรรยากาศที่คนรอบข้างตื่นขึ้นมาทำหน้าที่กันหมดแล้ว มันก็ดูเลวแบบโจ่งแจ้งไปสะหน่อยสำหรับน่านน้ำ
หลังจากจัดการล้างหน้าแปรงฟันด้วยน้ำสะอาดจากขวดที่คณะหมอพกติดตัวมา น่านน้ำก็กลับมาดูสะอาดสะอ้านและคืนฟอร์มความหล่อเหลาระดับเต็มสิบอีกครั้ง
วันนี้เขาตั้งใจว่าจะสลัดภาพความงอแงเมื่อวันวานทิ้งไป แล้วขยับตัวทำประโยชน์ให้สมกับฐานะแขกรับเชิญเสียหน่อย ความจริงเขาก็เป็นคนรู้กาลเทศะอยู่พอตัว เพียงแต่เมื่อวานอาการเวียนหัวมันเล่นงานจนคุมทรงไม่อยู่ไปนิด
ด้วยอาชีพนักบินที่ทำอยู่ หล่อหลอมให้เขาเป็นคนมีระเบียบวินัยและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเหลือกัน น่านน้ำเลยตัดสินใจในใจว่า วันนี้เขาจะยอมเป็นลูกมือที่ดีและทำตามทุกอย่างที่ภัทรสั่งโดยไม่เกี่ยงงอน
ทางด้านภัทรที่กำลังเร่งมือขนข้าวของกองสุดท้ายออกมาจากโรงเรียนเก่า ถึงกับชะงักและมองเพื่อนรักด้วยความประหลาดใจระคนโล่งอก เมื่อเห็นไอ้คุณชายมันยอมละทิ้งที่นอน เดินเสยผมโชว์ความหล่อก้าวฉับๆ ออกมาเตรียมพร้อมลุยงานเสียที
“มาก็ดี! งั้นมึงช่วยจัดของบริจาคที่เหลือให้กูหน่อย”
“แยกเป็นชุดๆตามรายการนี้ แล้วเดี๋ยวช่วง11โมง จะเริ่มแจกจ่ายให้ทุกครอบครัว”
น่านน้ำรับกระดาษรายการของบริจาคมาไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มลงมือทำงานที่เขาปรามาสในใจว่าไร้สมองที่สุดในชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเผลอใช้ทักษะความแม่นยำและการคำนวณแบบนักบินมาปรับใช้ในการนับจำนวนของบริจาคอยู่ดี
เขาจัดแยกของแต่ละประเภทออกมาเป็นกองอย่างละเอียดลออ แยกผ้าห่มเด็กไว้กองหนึ่ง เสื้อกันหนาวผู้ใหญ่อีกกอง และแยกพวกเครื่องปรุงอาหารตามรายการที่ภัทรเขียนไว้อย่างไม่มีตกหล่น มือที่เคยจับคันบังคับเครื่องบินพาณิชย์ลำยักษ์ บัดนี้กำลังทำหน้าที่จัดเรียงถุงเกลือและซองผงชูรสให้ขนานกันทุกชุดอย่างมีระเบียบวินัยขั้นสุด
ใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านนั้นดูเคร่งเครียดและจริงจัง ราวกับว่าเขากำลังคำนวณปริมาณน้ำมันสำหรับเที่ยวบินข้ามทวีปก็ไม่ปาน
“โห! มึงจัดของยังกับจัดเอกสารเตรียมบินเลยนะไอ้ห่า” ภัทรเดินเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ “เป๊ะทุกถุง ไม่เหลือช่องว่างให้กูต้องเช็กซ้ำเลยว่ะ”
“งานเด็กปฐมป่ะว่ะ” น่านน้ำตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“ทำอะไรก็ต้องทำให้มันดีๆ ไม่ใช่ทำแบบขอไปที”
“ครับๆ พ่อคนเนี้ยบ... มึงนี้สะอาดแต่ตัวเนอะ ปากแม่งสกปรกเหมือนเดิม” ภัทรบ่นอย่างปลงตก
“ก็กูเป็นแบบนี้” น่านน้ำยักไหล่อย่างหยิ่งยโส พลางกอดอกมองกองของบริจาคที่ถูกจัดเรียงอย่างสมบูรณ์แบบที่เขาเพิ่งทำเสร็จ
แสงแดดยามเช้าเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เวลากำลังเดินไปหา11โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาแจกจ่าย
“เอาล่ะ11โมงแล้ว” ภัทรหันไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านที่กำลังเดินเข้ามา
“เดี๋ยวเราจะเริ่มแจกของแล้วนะครับ”
น่านน้ำยังคงยืนอยู่ที่กองของบริจาคอย่างสง่างาม ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มทยอยกันเข้ามาที่ลานกว้าง...
คณะหมอของภัทรแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน กลุ่มที่เริ่มไปทำหมันหมาซึ่งต้องเตรียมอุปกรณ์และดูแลความสะอาดอย่างเข้มงวด และกลุ่มที่มาแจกของซึ่งประจำการอยู่ตามกองของบริจาคต่างๆ ซึ่งแต่ละคนประจำกันคนละแถวเพื่อให้ชาวบ้านมาต่อคิวรับของไปทีละชุด
น่านน้ำได้รับมอบหมายให้ดูแลแถวของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าที่เขาเพิ่งจัดเรียงเสร็จอย่างพิถีพิถัน และแน่นอนว่าแถวน่านน้ำคือแถวที่ยาวที่สุด!
“โหย! อะไรวะ! ทำไมแถวกูยาวกว่าชาวบ้านเขา” น่านน้ำบ่นอุบเสียงเบาอย่างไม่เข้าใจ ขณะมองปริมาณคนที่มาอัดแน่นอยู่หน้าเขา
ภัทรที่ประจำอยู่แถวข้างๆ หลุดยิ้มพลางหัวเราะร่าอย่างขำขัน
“ก็คนมันหล่ออะเนอะ! ใครๆก็อยากมามองหน้าพ่อคุณนักบินไงครับ!!”
น่านน้ำเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ยอมรับความจริงข้อนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดนาน การตกเป็นเป้าสายตาคือธรรมชาติที่เขาคุ้นชิน ไม่ว่าจะอยู่ในเครื่องแบบนักบินสุดเนี้ยบหรือเสื้อยืดเปื้อนฝุ่นบนดอยแห่งนี้ เพราะบรรดาแม่บ้านและสาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็ส่งสายตาเคลิบเคลิ้มมาให้เขา ไม่ต่างจากที่มะอูทำเมื่อคืนเลยสักนิด
เขาหยัดกายยืนประจำตำแหน่งด้วยท่วงท่าสง่างามตามสัญชาตญาณ พลางยื่นถุงบริจาคให้ชาวบ้านทีละคนด้วยจังหวะที่เป๊ะไม่มีสะดุด โดยไม่ลืมที่จะหันมาเสยผมเป็นระยะอย่างไม่ได้เจตนาแต่มือมันไปเอง
ทว่าในระหว่างที่เขากำลังส่งมอบถุงบริจาคอย่างต่อเนื่องนั้น สัญชาตญาณการสังเกตการณ์ที่ถูกฝึกฝนมาในอาชีพนักบินก็ยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นคนประเภทที่มองเห็นความผิดปกติรอบตัวได้ไวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ซึ่งในขณะนี้ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่กำลังต่อแถวกันอย่างกระตือรือร้น น่านน้ำกลับสังเกตเห็นร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูแปลกแยกออกไป เธอไม่ได้มาร่วมขบวนแถวเหมือนคนอื่น แต่กลับทำท่าทางลับๆ ล่อๆ คอยมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ในอ้อมแขนนั้นโอบกอดห่อผ้าขนาดเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหลบหายไปทางหลังอาคารเก่า... จุดเดียวกับที่เขาไปใช้ห้องน้ำอ้วกเมื่อวาน
น่านน้ำหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองให้ชัด...
นั่นมันน้องผ้าเช็ดหน้าขาวนี่หว่า...
เขาจำหญิงสาวที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเมื่อวานได้แม่นยำ เพราะใบหน้าหวานๆ กับดวงตากลมโตคู่นั้นมันโดดเด่นสะดุดตาไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือทำไมเธอถึงไม่มาเข้าแถวรับของแจกเหมือนคนอื่น? แล้วทำไมต้องอุ้มห่อผ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนกำลังหนีอะไรแบบนั้นด้วย?
ความสงสัยตามสัญชาตญาณของนักบินเข้าครอบงำเขาในทันที จนเผลอละสายตาจากการแจกของไปชั่วขณะ
หนีตามผู้ชายปะว่ะ น่านน้ำคิดในใจอย่างรวดเร็ว สาวๆบ้านดอยใจกล้าทุกคนสินะ ประสบการณ์จากน้องมะอูเมื่อคืนทำให้เขามองสาวๆบนดอยในมิติใหม่ เขาพยายามสะบัดความคิดไร้สาระทิ้งแล้วดึงสายตากลับมาจดจ่อกับการแจกของต่อ พยายามสวมวิญญาณนักบินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องนักบินอย่างเคร่งครัดที่สุด
การแจกของดำเนินไปจนล่วงเลยเข้าช่วงเที่ยงวันและใกล้จะเสร็จสิ้นลง ขณะที่เขากำลังส่งมอบถุงบริจาคชุดสุดท้ายให้กับหญิงชราคนหนึ่ง กลุ่มชายฉกรรจ์ชาวบ้าน 2-3 คนก็เดินมากระซิบกระซาบกันด้วยท่าทางมีพิรุธอยู่ไม่ไกลนัก
ร่างสูงผู้มีสัญชาตญาณการสังเกตการณ์อันเฉียบคมหันไปมองและเงี่ยหูฟังในทันที น่านน้ำบอกตัวเองว่านี่มันคือสัญชาตญาณของคนที่ต้องคอยระแวดระวังภัยล้วนๆ ไม่ใช่เพราะเป็นคนขี้เสือกแต่อย่างใด!
“แม่คำปัณขอให้มาช่วยตามหามะลิ”
น่านน้ำเงี่ยหูฟังเสียงของชายผิวคล้ำร่างเล็กแต่ดูแข็งแกร่งคนหนึ่งที่โพล่งขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“อ้าวมะลิมันไปไหนล่ะ??” อีกคนเอ่ยถามอย่างสงสัย
“มะลิมันหนีไปแล้ว!!”
“ห๊ะ! หนีเหรอ งั้นก็ไปสิ ป่ะ ตามหา!!” ชายวัยกลางคนตอบรับอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันสาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
สมองระดับนักบินของน่านน้ำทำการเชื่อมโยงเหตุการณ์ในหัวทันที หญิงสาวเจ้าของผ้าเช็ดหน้าขาวที่วิ่งลับๆ ล่อๆ อุ้มห่อผ้าไปทางหลังอาคารเมื่อตอนสายต้องเป็น ‘มะลิ’ แน่ๆ และที่สำคัญคือเธอกำลังหนี!
ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งทะยานเข้าครอบงำเขาจนหยุดไม่อยู่ น่านน้ำรีบเร่งมือแจกของที่เหลือในแถวของตัวเองให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วชนิดที่แทบจะโยนถุงบริจาคใส่มือชาวบ้าน
สายตาคมหรี่มองตามกลุ่มชาวบ้านที่วิ่งวุ่นตามหาสาวน้อยที่ชื่อมะลิด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ คนพวกนี้ก็นะ... ถ้าสาวเขาจะหนีไปกับผู้ชาย จะไปตามรั้งไว้ทำไมวะ! จะให้น้องเขาติดแหง็กอยู่บนดอยจนแก่ตายเลยหรือไง! เขาแอบรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังรักษาระยะห่าง ไม่คิดจะเอาตัวเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในของชาวบ้านให้ยุ่งยาก
ทว่ายังไม่ทันจะได้ขยับตัวหนีไปไหน เสียงหวานที่เริ่มจะคุ้นหูเป็นพิเศษก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ไตคำจ๊ะ เหนื่อยไหม มะอูเอาน้ำมาให้”
น้องมะอูคนเดิมเพิ่มเติมคือความพยายาม หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาพร้อมขันน้ำเย็นฉ่ำ ดูท่าว่าเธอจะไม่ยอมลดละความพยายามในการเอาชนะใจชายหนุ่มที่หล่อลากดินที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตง่ายๆเสียแล้ว
น่านน้ำหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องลอบอุทานในใจ... โอ้โห... นม!
เสื้อพื้นเมืองที่มะอูจงใจสวมมาในวันนี้มันคว้านลึกเสียจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหน ลึกกว่าเมื่อคืนหลายเท่าตัวจนน่านน้ำอยากจะถามออกไปจริงๆ ว่า น้องไม่หนาวเหรอจ๊ะ! เขาต้องใช้พลังใจอย่างมหาศาลในการกระชากสติที่เกือบจะหลุดลอยไปกับก้อนเนื้อที่เย้ายวนตรงหน้าให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง
“เอ่อ... โทษที ดื่มน้ำจากขวดเท่านั้นอ่ะ”
เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูสุภาพแต่แฝงความเย็นชาไว้ในที พร้อมกับชูขวดน้ำพลาสติกที่เหลืออยู่ครึ่งขวดขึ้นมาเป็นหลักฐานยืนยันประกอบคำพูดให้น้องมะอูดูแบบชัดๆ
มะอูถึงกับชะงักกึก ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นงงงันทำตัวไม่ถูก ทำไมชายคนเมืองคนนี้เล่นตัวจังวะ! ปกติเสื้อคอกว้างตัวเก่งตัวนี้ของมะอูไม่เคยพลาดเป้า ใช้ได้ผลกับบุรุษเพศทุกคนที่ผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน แม้แต่คุณตำรวจที่แวะเวียนมาตรวจงานทุกเดือนก็ไม่เคยมีใครรอดพ้นนมมะอูไปได้สักรายเดียว!
น่านน้ำจ้องมองแก้วน้ำในมือมะอูด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความเสี้ยนระคนรำคาญใจ
น้องมีถุงยางไหมล่ะ! เขาตะโกนก้องอยู่ในใจแบบเหลืออด ถ้าน้องมีก็ไปกัน!
แต่สำหรับคนหล่อที่ยึดมั่นในความปลอดภัยและรักษาฟอร์มเป็นที่หนึ่งอย่างเขา การจะให้โพล่งถามออกไปตรงๆ มันก็ดูจะเสียเชิงชายเกินไปหน่อย อีกอย่างใช่ว่าเขาจะอดอยากปากแห้งจนหน้ามืดตามัว ขนาดที่จะยอมกินเรี่ยราดแบบไม่ใส่เครื่องป้องกัน ความต้องการทางเพศที่พุ่งพล่านจึงถูกกดไว้ด้วยสติและหลักการเพลย์เซฟที่เคร่งครัด
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวินาทีนั้น!
น่านน้ำลอบมอง 'นม' อีกครั้งเป็นการส่งท้ายแบบตัดอกตัดใจ ของดีที่ถูกหลักอนามัยต้องมาก่อนเว้ย! ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอย่างเย็นชาชาติตระกูลสูง ไม่สนใจความผิดหวังที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของมะอู
“ภัทร! กูไปดูอะไรตรงโรงเรียนหน่อยนะ”
เขาตะโกนบอกเพื่อนอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้มะอูได้อ้าปากรั้งหรือนำเสนอโปรโมชั่นอะไรอีก ร่างสูงก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังอาคารเก่าที่เขาจำได้แม่นยำว่าเห็น น้องผ้าเช็ดหน้าขาว ทำตัวลับๆล่อๆมาตั้งแต่เมื่อวาน ต่อมความอยากรู้อยากเห็นหรือที่เขาปลอบใจตัวเองว่าเป็นนิสัยของผู้สังเกตการณ์ที่ดี กำลังทำงานอย่างเต็มกำลังจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ร่างสูงเดินอ้อมผ่านผนังไม้ผุพังจนถึงพื้นที่รกร้างด้านหลังห้องน้ำเก่า เขาหรี่ตามองไปยังบริเวณพงหญ้าที่น้องคนนั้นเคยก้มๆเงยๆในตอนที่เขาเพิ่งจะโก่งคออ้วกเสร็จเมื่อวาน
แล้วเขาก็เจอเธอจริงๆ!
ร่างเล็กในชุดพื้นเมืองสีสะอาดตากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแต่กลับเร่งขุดพื้นดินตรงหน้าอย่างไม่ลดละ มือเล็กๆทั้งสองข้างที่ควรจะนุ่มนิ่มกลับใช้คุ้ยดินอย่างเอาเป็นเอาตาย จนใบหน้าหวานที่เคยผุดผ่องและปลายนิ้วเรียวสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินสีดำจนมอมแมมไปหมด
น่านน้ำยืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่งปนสงสัย แวบหนึ่งเขาแอบคิดไปว่าเธออาจจะกำลังขุดหาสมบัติโบราณหรือซ่อนของผิดกฎหมายอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ เพราะท่าทางรนรานและตั้งใจขุดขนาดนั้นมันดูขัดกับหน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูของเธอเหลือเกิน
ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปซ้อนข้างหลังเธออย่างเงียบกริบ ความสูงถึง188เซนติเมตรของเขาทำให้เกิดเงาทอดทับบดบังแสงแดดที่ส่องลงมายังร่างเล็กพอดี
“น้อง... ชื่อ มะลิ ป่ะ?” น่านน้ำถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
น้องนางสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะหงายหลังล้ม เธอรีบหันขวับกลับมามองทันที ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดของไตคำที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
“ตะ... ตะ... ไตคำ!” น้องพูดปากสั่น เสียงของเธอแทบจะกลืนหายไปกับสายลม
บทที่ 41ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น.....มะลิที่เดินออกมาพร้อมกองหนังสือในอ้อมแขน ได้ยินคำพูดนั้นพอดีจนแอบยิ้มในใจ เธอดีใจ... ดีใจมากกว่าตอนที่ได้มือถือแพงๆเสียอีก กุนอาจจะไม่ได้พูดคำสวยหรูแต่ใจความก็บอกชัดว่าเขาต้องการให้เธออยู่ แค่ให้เธออยู่ทำอาหารให้กินก็ยังดี อะไรก็ได้ขอแค่มีประโยชน์สำหรับเขาแค่นั้นก็พอแล้วรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านของน่านฟ้า มะลิวางกองหนังสือเรียนและข้าวของไว้ที่เบาะหลังอย่างเรียบร้อย
บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ
บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ
บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้
บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง
บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม







