LOGINบทที่ 8
ด้วยความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางอันโหดร้ายและการเผชิญหน้ากับความยากลำบากที่ไม่คุ้นเคย น่านน้ำหลับลึกไปจนถึงเช้า
พระอาทิตย์ยังไม่ทันขึ้นดี แสงสีทองอ่อนๆยังไม่สาดส่องเข้ามาในห้อง เสียงกุกๆกักๆก็เริ่มดังขึ้นในห้องอาคารไม้เก่า จนน่านน้ำรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนรอบตัวก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย
“ตื่นแล้วเหรอวะ... คุณหนู” ภัทรเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาท ขณะที่มือก็กำลังง่วนอยู่กับการเก็บพับถุงนอนของตัวเอง
“อือ! พวกมึงเสียงดังขนาดนี้ กูคงหลับต่อลงมั้ง!” น่านน้ำตอกกลับด้วยความปากหมาที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ลืมตาตื่น แม้ความเย็นของอากาศยามเช้าจะช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้นกว่าเมื่อวานอยู่บ้างก็ตาม
“ครับ! พวกกูมาทำงานครับ! ไม่ได้มาพักร้อนหนีรักแบบมึง!” ภัทรตอกกลับเข้าจุดตายทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ ทำเอาน่านน้ำถึงกับเซ็งที่โดนจี้ปมความจริงที่เขาพยายามจะลืม
เขาไม่คิดจะเถียงต่อให้เสียเวลา แต่ตัดสินใจขยับกายลุกขึ้นสะบัดถุงนอนทิ้งทันที เพราะการจะนอนเอกเขนกต่อในบรรยากาศที่คนรอบข้างตื่นขึ้นมาทำหน้าที่กันหมดแล้ว มันก็ดูเลวแบบโจ่งแจ้งไปสะหน่อยสำหรับน่านน้ำ
หลังจากจัดการล้างหน้าแปรงฟันด้วยน้ำสะอาดจากขวดที่คณะหมอพกติดตัวมา น่านน้ำก็กลับมาดูสะอาดสะอ้านและคืนฟอร์มความหล่อเหลาระดับเต็มสิบอีกครั้ง
วันนี้เขาตั้งใจว่าจะสลัดภาพความงอแงเมื่อวันวานทิ้งไป แล้วขยับตัวทำประโยชน์ให้สมกับฐานะแขกรับเชิญเสียหน่อย ความจริงเขาก็เป็นคนรู้กาลเทศะอยู่พอตัว เพียงแต่เมื่อวานอาการเวียนหัวมันเล่นงานจนคุมทรงไม่อยู่ไปนิด
ด้วยอาชีพนักบินที่ทำอยู่ หล่อหลอมให้เขาเป็นคนมีระเบียบวินัยและพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัดเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องช่วยเหลือกัน น่านน้ำเลยตัดสินใจในใจว่า วันนี้เขาจะยอมเป็นลูกมือที่ดีและทำตามทุกอย่างที่ภัทรสั่งโดยไม่เกี่ยงงอน
ทางด้านภัทรที่กำลังเร่งมือขนข้าวของกองสุดท้ายออกมาจากโรงเรียนเก่า ถึงกับชะงักและมองเพื่อนรักด้วยความประหลาดใจระคนโล่งอก เมื่อเห็นไอ้คุณชายมันยอมละทิ้งที่นอน เดินเสยผมโชว์ความหล่อก้าวฉับๆ ออกมาเตรียมพร้อมลุยงานเสียที
“มาก็ดี! งั้นมึงช่วยจัดของบริจาคที่เหลือให้กูหน่อย”
“แยกเป็นชุดๆตามรายการนี้ แล้วเดี๋ยวช่วง11โมง จะเริ่มแจกจ่ายให้ทุกครอบครัว”
น่านน้ำรับกระดาษรายการของบริจาคมาไล่สายตาอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มลงมือทำงานที่เขาปรามาสในใจว่าไร้สมองที่สุดในชีวิต แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังเผลอใช้ทักษะความแม่นยำและการคำนวณแบบนักบินมาปรับใช้ในการนับจำนวนของบริจาคอยู่ดี
เขาจัดแยกของแต่ละประเภทออกมาเป็นกองอย่างละเอียดลออ แยกผ้าห่มเด็กไว้กองหนึ่ง เสื้อกันหนาวผู้ใหญ่อีกกอง และแยกพวกเครื่องปรุงอาหารตามรายการที่ภัทรเขียนไว้อย่างไม่มีตกหล่น มือที่เคยจับคันบังคับเครื่องบินพาณิชย์ลำยักษ์ บัดนี้กำลังทำหน้าที่จัดเรียงถุงเกลือและซองผงชูรสให้ขนานกันทุกชุดอย่างมีระเบียบวินัยขั้นสุด
ใบหน้าหล่อเหลาที่สะอาดสะอ้านนั้นดูเคร่งเครียดและจริงจัง ราวกับว่าเขากำลังคำนวณปริมาณน้ำมันสำหรับเที่ยวบินข้ามทวีปก็ไม่ปาน
“โห! มึงจัดของยังกับจัดเอกสารเตรียมบินเลยนะไอ้ห่า” ภัทรเดินเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยแล้วก็อดทึ่งไม่ได้ “เป๊ะทุกถุง ไม่เหลือช่องว่างให้กูต้องเช็กซ้ำเลยว่ะ”
“งานเด็กปฐมป่ะว่ะ” น่านน้ำตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
“ทำอะไรก็ต้องทำให้มันดีๆ ไม่ใช่ทำแบบขอไปที”
“ครับๆ พ่อคนเนี้ยบ... มึงนี้สะอาดแต่ตัวเนอะ ปากแม่งสกปรกเหมือนเดิม” ภัทรบ่นอย่างปลงตก
“ก็กูเป็นแบบนี้” น่านน้ำยักไหล่อย่างหยิ่งยโส พลางกอดอกมองกองของบริจาคที่ถูกจัดเรียงอย่างสมบูรณ์แบบที่เขาเพิ่งทำเสร็จ
แสงแดดยามเช้าเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เวลากำลังเดินไปหา11โมงเช้าซึ่งเป็นเวลาแจกจ่าย
“เอาล่ะ11โมงแล้ว” ภัทรหันไปคุยกับผู้ใหญ่บ้านที่กำลังเดินเข้ามา
“เดี๋ยวเราจะเริ่มแจกของแล้วนะครับ”
น่านน้ำยังคงยืนอยู่ที่กองของบริจาคอย่างสง่างาม ในขณะที่ชาวบ้านเริ่มทยอยกันเข้ามาที่ลานกว้าง...
คณะหมอของภัทรแบ่งออกเป็นสองกลุ่มอย่างชัดเจน กลุ่มที่เริ่มไปทำหมันหมาซึ่งต้องเตรียมอุปกรณ์และดูแลความสะอาดอย่างเข้มงวด และกลุ่มที่มาแจกของซึ่งประจำการอยู่ตามกองของบริจาคต่างๆ ซึ่งแต่ละคนประจำกันคนละแถวเพื่อให้ชาวบ้านมาต่อคิวรับของไปทีละชุด
น่านน้ำได้รับมอบหมายให้ดูแลแถวของใช้ส่วนตัวและเสื้อผ้าที่เขาเพิ่งจัดเรียงเสร็จอย่างพิถีพิถัน และแน่นอนว่าแถวน่านน้ำคือแถวที่ยาวที่สุด!
“โหย! อะไรวะ! ทำไมแถวกูยาวกว่าชาวบ้านเขา” น่านน้ำบ่นอุบเสียงเบาอย่างไม่เข้าใจ ขณะมองปริมาณคนที่มาอัดแน่นอยู่หน้าเขา
ภัทรที่ประจำอยู่แถวข้างๆ หลุดยิ้มพลางหัวเราะร่าอย่างขำขัน
“ก็คนมันหล่ออะเนอะ! ใครๆก็อยากมามองหน้าพ่อคุณนักบินไงครับ!!”
น่านน้ำเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ยอมรับความจริงข้อนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องคิดนาน การตกเป็นเป้าสายตาคือธรรมชาติที่เขาคุ้นชิน ไม่ว่าจะอยู่ในเครื่องแบบนักบินสุดเนี้ยบหรือเสื้อยืดเปื้อนฝุ่นบนดอยแห่งนี้ เพราะบรรดาแม่บ้านและสาวน้อยสาวใหญ่ต่างก็ส่งสายตาเคลิบเคลิ้มมาให้เขา ไม่ต่างจากที่มะอูทำเมื่อคืนเลยสักนิด
เขาหยัดกายยืนประจำตำแหน่งด้วยท่วงท่าสง่างามตามสัญชาตญาณ พลางยื่นถุงบริจาคให้ชาวบ้านทีละคนด้วยจังหวะที่เป๊ะไม่มีสะดุด โดยไม่ลืมที่จะหันมาเสยผมเป็นระยะอย่างไม่ได้เจตนาแต่มือมันไปเอง
ทว่าในระหว่างที่เขากำลังส่งมอบถุงบริจาคอย่างต่อเนื่องนั้น สัญชาตญาณการสังเกตการณ์ที่ถูกฝึกฝนมาในอาชีพนักบินก็ยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา เขาเป็นคนประเภทที่มองเห็นความผิดปกติรอบตัวได้ไวเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม ซึ่งในขณะนี้ท่ามกลางกลุ่มชาวบ้านที่กำลังต่อแถวกันอย่างกระตือรือร้น น่านน้ำกลับสังเกตเห็นร่างเล็กของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดูแปลกแยกออกไป เธอไม่ได้มาร่วมขบวนแถวเหมือนคนอื่น แต่กลับทำท่าทางลับๆ ล่อๆ คอยมองซ้ายมองขวาอย่างระแวดระวัง ในอ้อมแขนนั้นโอบกอดห่อผ้าขนาดเล็กเอาไว้แน่น ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนวิ่งหลบหายไปทางหลังอาคารเก่า... จุดเดียวกับที่เขาไปใช้ห้องน้ำอ้วกเมื่อวาน
น่านน้ำหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองให้ชัด...
นั่นมันน้องผ้าเช็ดหน้าขาวนี่หว่า...
เขาจำหญิงสาวที่ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้เขาเมื่อวานได้แม่นยำ เพราะใบหน้าหวานๆ กับดวงตากลมโตคู่นั้นมันโดดเด่นสะดุดตาไม่เหมือนใคร แต่สิ่งที่น่าสงสัยคือทำไมเธอถึงไม่มาเข้าแถวรับของแจกเหมือนคนอื่น? แล้วทำไมต้องอุ้มห่อผ้าทำตัวลับๆ ล่อๆ เหมือนกำลังหนีอะไรแบบนั้นด้วย?
ความสงสัยตามสัญชาตญาณของนักบินเข้าครอบงำเขาในทันที จนเผลอละสายตาจากการแจกของไปชั่วขณะ
หนีตามผู้ชายปะว่ะ น่านน้ำคิดในใจอย่างรวดเร็ว สาวๆบ้านดอยใจกล้าทุกคนสินะ ประสบการณ์จากน้องมะอูเมื่อคืนทำให้เขามองสาวๆบนดอยในมิติใหม่ เขาพยายามสะบัดความคิดไร้สาระทิ้งแล้วดึงสายตากลับมาจดจ่อกับการแจกของต่อ พยายามสวมวิญญาณนักบินที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในห้องนักบินอย่างเคร่งครัดที่สุด
การแจกของดำเนินไปจนล่วงเลยเข้าช่วงเที่ยงวันและใกล้จะเสร็จสิ้นลง ขณะที่เขากำลังส่งมอบถุงบริจาคชุดสุดท้ายให้กับหญิงชราคนหนึ่ง กลุ่มชายฉกรรจ์ชาวบ้าน 2-3 คนก็เดินมากระซิบกระซาบกันด้วยท่าทางมีพิรุธอยู่ไม่ไกลนัก
ร่างสูงผู้มีสัญชาตญาณการสังเกตการณ์อันเฉียบคมหันไปมองและเงี่ยหูฟังในทันที น่านน้ำบอกตัวเองว่านี่มันคือสัญชาตญาณของคนที่ต้องคอยระแวดระวังภัยล้วนๆ ไม่ใช่เพราะเป็นคนขี้เสือกแต่อย่างใด!
“แม่คำปัณขอให้มาช่วยตามหามะลิ”
น่านน้ำเงี่ยหูฟังเสียงของชายผิวคล้ำร่างเล็กแต่ดูแข็งแกร่งคนหนึ่งที่โพล่งขึ้นมาด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“อ้าวมะลิมันไปไหนล่ะ??” อีกคนเอ่ยถามอย่างสงสัย
“มะลิมันหนีไปแล้ว!!”
“ห๊ะ! หนีเหรอ งั้นก็ไปสิ ป่ะ ตามหา!!” ชายวัยกลางคนตอบรับอย่างเร่งรีบ ก่อนที่ทั้งคู่จะพากันสาวเท้าเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
สมองระดับนักบินของน่านน้ำทำการเชื่อมโยงเหตุการณ์ในหัวทันที หญิงสาวเจ้าของผ้าเช็ดหน้าขาวที่วิ่งลับๆ ล่อๆ อุ้มห่อผ้าไปทางหลังอาคารเมื่อตอนสายต้องเป็น ‘มะลิ’ แน่ๆ และที่สำคัญคือเธอกำลังหนี!
ความอยากรู้อยากเห็นพุ่งทะยานเข้าครอบงำเขาจนหยุดไม่อยู่ น่านน้ำรีบเร่งมือแจกของที่เหลือในแถวของตัวเองให้เสร็จสิ้นอย่างรวดเร็วชนิดที่แทบจะโยนถุงบริจาคใส่มือชาวบ้าน
สายตาคมหรี่มองตามกลุ่มชาวบ้านที่วิ่งวุ่นตามหาสาวน้อยที่ชื่อมะลิด้วยความรู้สึกขัดแย้งในใจ คนพวกนี้ก็นะ... ถ้าสาวเขาจะหนีไปกับผู้ชาย จะไปตามรั้งไว้ทำไมวะ! จะให้น้องเขาติดแหง็กอยู่บนดอยจนแก่ตายเลยหรือไง! เขาแอบรู้สึกถึงความไม่ยุติธรรมอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังรักษาระยะห่าง ไม่คิดจะเอาตัวเข้าไปแทรกแซงเรื่องภายในของชาวบ้านให้ยุ่งยาก
ทว่ายังไม่ทันจะได้ขยับตัวหนีไปไหน เสียงหวานที่เริ่มจะคุ้นหูเป็นพิเศษก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเสียก่อน
“ไตคำจ๊ะ เหนื่อยไหม มะอูเอาน้ำมาให้”
น้องมะอูคนเดิมเพิ่มเติมคือความพยายาม หญิงสาวเดินตรงเข้ามาหาพร้อมขันน้ำเย็นฉ่ำ ดูท่าว่าเธอจะไม่ยอมลดละความพยายามในการเอาชนะใจชายหนุ่มที่หล่อลากดินที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิตง่ายๆเสียแล้ว
น่านน้ำหันไปตามเสียงเรียกแล้วก็ต้องลอบอุทานในใจ... โอ้โห... นม!
เสื้อพื้นเมืองที่มะอูจงใจสวมมาในวันนี้มันคว้านลึกเสียจนเห็นอะไรต่อมิอะไรไปถึงไหนต่อไหน ลึกกว่าเมื่อคืนหลายเท่าตัวจนน่านน้ำอยากจะถามออกไปจริงๆ ว่า น้องไม่หนาวเหรอจ๊ะ! เขาต้องใช้พลังใจอย่างมหาศาลในการกระชากสติที่เกือบจะหลุดลอยไปกับก้อนเนื้อที่เย้ายวนตรงหน้าให้กลับมาเข้าที่เข้าทาง
“เอ่อ... โทษที ดื่มน้ำจากขวดเท่านั้นอ่ะ”
เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูสุภาพแต่แฝงความเย็นชาไว้ในที พร้อมกับชูขวดน้ำพลาสติกที่เหลืออยู่ครึ่งขวดขึ้นมาเป็นหลักฐานยืนยันประกอบคำพูดให้น้องมะอูดูแบบชัดๆ
มะอูถึงกับชะงักกึก ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มเปลี่ยนเป็นงงงันทำตัวไม่ถูก ทำไมชายคนเมืองคนนี้เล่นตัวจังวะ! ปกติเสื้อคอกว้างตัวเก่งตัวนี้ของมะอูไม่เคยพลาดเป้า ใช้ได้ผลกับบุรุษเพศทุกคนที่ผ่านเข้ามาในหมู่บ้าน แม้แต่คุณตำรวจที่แวะเวียนมาตรวจงานทุกเดือนก็ไม่เคยมีใครรอดพ้นนมมะอูไปได้สักรายเดียว!
น่านน้ำจ้องมองแก้วน้ำในมือมะอูด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความเสี้ยนระคนรำคาญใจ
น้องมีถุงยางไหมล่ะ! เขาตะโกนก้องอยู่ในใจแบบเหลืออด ถ้าน้องมีก็ไปกัน!
แต่สำหรับคนหล่อที่ยึดมั่นในความปลอดภัยและรักษาฟอร์มเป็นที่หนึ่งอย่างเขา การจะให้โพล่งถามออกไปตรงๆ มันก็ดูจะเสียเชิงชายเกินไปหน่อย อีกอย่างใช่ว่าเขาจะอดอยากปากแห้งจนหน้ามืดตามัว ขนาดที่จะยอมกินเรี่ยราดแบบไม่ใส่เครื่องป้องกัน ความต้องการทางเพศที่พุ่งพล่านจึงถูกกดไว้ด้วยสติและหลักการเพลย์เซฟที่เคร่งครัด
เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดในวินาทีนั้น!
น่านน้ำลอบมอง 'นม' อีกครั้งเป็นการส่งท้ายแบบตัดอกตัดใจ ของดีที่ถูกหลักอนามัยต้องมาก่อนเว้ย! ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอย่างเย็นชาชาติตระกูลสูง ไม่สนใจความผิดหวังที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของมะอู
“ภัทร! กูไปดูอะไรตรงโรงเรียนหน่อยนะ”
เขาตะโกนบอกเพื่อนอย่างรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้มะอูได้อ้าปากรั้งหรือนำเสนอโปรโมชั่นอะไรอีก ร่างสูงก้าวฉับๆ มุ่งหน้าไปยังอาคารเก่าที่เขาจำได้แม่นยำว่าเห็น น้องผ้าเช็ดหน้าขาว ทำตัวลับๆล่อๆมาตั้งแต่เมื่อวาน ต่อมความอยากรู้อยากเห็นหรือที่เขาปลอบใจตัวเองว่าเป็นนิสัยของผู้สังเกตการณ์ที่ดี กำลังทำงานอย่างเต็มกำลังจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ร่างสูงเดินอ้อมผ่านผนังไม้ผุพังจนถึงพื้นที่รกร้างด้านหลังห้องน้ำเก่า เขาหรี่ตามองไปยังบริเวณพงหญ้าที่น้องคนนั้นเคยก้มๆเงยๆในตอนที่เขาเพิ่งจะโก่งคออ้วกเสร็จเมื่อวาน
แล้วเขาก็เจอเธอจริงๆ!
ร่างเล็กในชุดพื้นเมืองสีสะอาดตากำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นดิน เธอไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างแต่กลับเร่งขุดพื้นดินตรงหน้าอย่างไม่ลดละ มือเล็กๆทั้งสองข้างที่ควรจะนุ่มนิ่มกลับใช้คุ้ยดินอย่างเอาเป็นเอาตาย จนใบหน้าหวานที่เคยผุดผ่องและปลายนิ้วเรียวสวยเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินสีดำจนมอมแมมไปหมด
น่านน้ำยืนมองภาพนั้นด้วยความทึ่งปนสงสัย แวบหนึ่งเขาแอบคิดไปว่าเธออาจจะกำลังขุดหาสมบัติโบราณหรือซ่อนของผิดกฎหมายอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ เพราะท่าทางรนรานและตั้งใจขุดขนาดนั้นมันดูขัดกับหน้าตาจิ้มลิ้มน่าเอ็นดูของเธอเหลือเกิน
ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปซ้อนข้างหลังเธออย่างเงียบกริบ ความสูงถึง188เซนติเมตรของเขาทำให้เกิดเงาทอดทับบดบังแสงแดดที่ส่องลงมายังร่างเล็กพอดี
“น้อง... ชื่อ มะลิ ป่ะ?” น่านน้ำถามออกไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
น้องนางสะดุ้งสุดตัวจนแทบจะหงายหลังล้ม เธอรีบหันขวับกลับมามองทันที ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างด้วยความตกใจและแฝงไปด้วยความหวาดระแวงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาขาวสะอาดของไตคำที่ยืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าในระยะประชิด
“ตะ... ตะ... ไตคำ!” น้องพูดปากสั่น เสียงของเธอแทบจะกลืนหายไปกับสายลม
ตอนพิเศษ4 การเดินผจญภัยครั้งที่สองของดาวฝันสวัสดีค่ะหนูชื่อ ‘ดาวฝัน’ จุนยาย จุนป้า คงจะพอคุ้นหน้าคุ้นหูหรือรู้จักหนูผ่านคำบอกเล่าของพี่ชายสุดทึ่มมาบ้างแล้วใช่ไหมคะ ใช่แล้วค่ะ... หนูคือ เม็ดขนุน ตัวน้อยที่พี่ดาวเหนือชอบเอาไปนินทาให้ทุกคนฟังนั่นแหละค่ะเฮ้อ…. .............หนูละไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดถึงพี่ชายที่แสนจะซื่อบื้อคนนี้ดีจริงๆลองคิดดูสิคะ มีอย่างที่ไหนตอนหนูอายุหกเดือน เป็นแค่เบบี้ตัวเล็กๆที่ยังพูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ได้เลยสักนิด แต่หนูกลับถูกพี่ชายตัวดีอุ้มกระเตงพาวิ่งหนีออกจากบ้านเพื่อจะไปหาคุณปู่! คิดแล้วก็ขนลุกไม่หายเลยค่ะ ถ้าวันนั้นหนูไม่ได้เกิดมาเป็นเด็กโชคดี ดวงแข็ง ดวงมหาอุจ ป่านนี้หนูอาจจะโดนโจรใจร้ายจับตัดนิ้วมือนิ้วเท้าครบทั้งยี่สิบนิ้วแล้วส่งออกไปขายที่ต่างประเทศแล้วก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะถูกควักตับไตไส้พุงเอาไปประมูลขายให้พวกเศรษฐีที่ชอบทานของแปลกๆ หรือถ้าหากโชคร้ายถึงขีดสุด... หนูคงถูกเอาไปเคี่ยวทำลูกกรอกเฝ้าสมบัติไปแล้วแน่ๆ!คิดดูเถอะค่ะว่ามันอันตรายขนาดไหน... แต่พี่ชายตัวดีของหนูกลับมองว่าวีรกรรมเสี่ยงตายในครั้งนั้น
ตอนพิเศษ3 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ และสำหรับครั้งนี้ ครั้งที่สามของการหนี…. ใช่ ด่านรภป. ที่เคยเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ในอดีต บัดนี้เด็กชายดาวเหนือในวัยห้าขวบกว่าสามารถผ่านมันมาได้ง่ายๆชนิดที่พี่ๆรปภ.ไม่มีทางตามเล่ห์เหลี่ยมทัน แผนการของเขาคือการเฝ้ารอจังหวะที่พี่ๆรปภ.ทุกคนกำลังหันไปสนใจทางอื่น ประจวบเหมาะกับที่มีรถยนต์จากภายนอกขับเข้ามาติดต่อแลกบัตรเข้าหมู่บ้านพอดี เด็กชายจึงอาศัยความตัวเล็กเดินเนียนลากกระเป๋าเดินทางผ่านหน้าป้อมออกมาได้อย่างง่ายดายครั้งนี้เขาฉลาดและมีวิวัฒนาการขึ้นมาก เขาสลัดทั้งถุงผ้าและเป้สะพายหลังทิ้งไป แล้วเลือกใช้กระเป๋าเดินทางแบบลากแทน เพราะอุปกรณ์ยังชีพที่จำเป็นของเม็ดขนุน นั้นมีเยอะแยะอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นนมชง แพมเพิส ตุ๊กตาหมีตัวโปรด หรือแม้กระทั่งผ้าห่มเน่า เขาก็จับยัดใส่กระเป๋าเตรียมมาให้ครบถ้วนไม่มีขาดตกบกพร่อง ส่วนสาเหตุหลักๆในการตัดสินใจพาตัวประกันก้อนจิ๋วหนีออกจากบ้านในครั้งนี้ หลังจากประมวลผลในสมองอันชาญฉลาดแล้วสรุปได้เป็น 2 ข้อใหญ่ๆ คือ หนึ่ง...ภารกิจตามหาเมียมันยังไม่จบสิ้น! และสอง...เขาทนเห็นน้องสาวอย่างเม็ด
ตอนพิเศษ2 การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ ส่วนการหนีออกจากบ้านครั้งที่สองน่ะเหรอ... สำหรับครั้งนั้นดาวเหนือขอนับว่ามันคือความประสบความสำเร็จอย่างงดงามของเขาเลยก็ว่าได้ ปะป๊าใจแคบนั่นน่าจะพอจำฝังใจได้บ้างแหละว่าบนโลกใบนี้ยังมีลูกชายตัวคนเดียวอย่างเขาอยู่อีกคน เหตุการณ์ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาที่เม็ดขนุนเข้าไปอยู่ในท้องของแม่มะลิเรียบร้อยแล้ว ด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก ดาวเหนือพยายามเอ่ยปากถามตั้งหลายครั้งหลายหนว่าทำยังไงในท้องของแม่มะลิถึงมีเม็ดขนุนที่จะกลายมาเป็นน้องสาวของเขาได้ แต่สิ่งที่ปะป๊าตอบเขากลับมาน่ะเหรอ... มันช่างน่าผิดหวังและกวนประสาทสิ้นดี“ทำไมในท้องแม่ ถึงมีน้องได้ครับ” ดาวเหนือในวัยสี่ขวบเอามือเล็กๆป้อมๆลูบไปบนท้องกลมๆขาวๆของแม่ด้วยความทะนุถนอม “ก็ป๊าเป็นคนใส่เข้าไป” น่านน้ำตอบลูกชายกลับมาทันควันด้วยสีหน้าและแววตาที่ดูภาคภูมิใจในตัวเองเสียเต็มประดาดาวเหนือก้มหน้ามองคนเป็นพ่อแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ทั้งคำพูดคำจาและท่าทางที่ปะป๊ากำลังทำอยู่มันช่างขัดหูขัดตานัก เพราะในขณะที่ปากตอบคำถามลูกชาย ตัวของปะป๊าก็กำลังนอนยึดครองตักนิ่มๆ
ตอนพิเศษ การหนีออกจากบ้านครั้งที่ 3 ของดาวเหนือ 1ท่ามกลางแสงแดดอุ่นของหมู่บ้านจัดสรรระดับซูเปอร์ลักชัวรี ปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยวัยห้าขวบกว่าๆคนหนึ่งกำลังก้าวฉับๆอยู่บนทางเท้าด้วยความมุ่งมั่น เด็กชายดาวเหนือผู้มีผิวขาวผุดผ่อง ตากลมโต หน้าหวานถอดแบบมาจากมะลิผู้เป็นแม่ชนิดที่ใครเห็นก็ต้องเหลียวมองด้วยความเอ็นดู ทว่าสิ่งที่ขัดกับหน้าตาอันจิ้มลิ้มนั้นอย่างสิ้นเชิง คือรังสีความเย่อหยิ่งและท่าทางฟอร์มจัดที่ได้ถอดรหัสพันธุกรรมมาจากน่านน้ำผู้เป็นพ่อมาแบบเต็มร้อยไม่มีหักมือเล็กๆของเด็กชายข้างหนึ่งกำลังออกแรงลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อริโมว่า(Rimowa)สีเงินวาววับ ซึ่งมีความสูงเกือบจะเท่าอกของตัวเองอย่างทุลักทุเล แต่เจ้าตัวก็ยังเชิดหน้าเดินต่อราวกับไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย บนตัวคาดสายกระติกน้ำสีทองอร่ามรูปถุงมืออัญมณี ‘อินฟินิตี กอนต์เลต’ สัญลักษณ์ของธานอส มหาวายร้ายในดวงใจที่เขาชื่นชมมากกว่าฮีโร่คนไหนๆส่วนแขนอีกข้างที่ยังว่าง เด็กชายดาวเหนือได้ใช้หนีบ สิ่งมีชีวิตเล็กๆ เอาไว้แน่น... น้องสาวตัวน้อยที่ยังเป็นทารกถูกพี่ชายหนีบกระเตงมาด้วยกัน ยายหนูคนดีไม่ร้องไม่ดิ้น ไม่ขยับเขยื้อน ราวกับสมยอมในแผนก
บทที่ 144 ฟ้าของน่านน้ำ (จบ)พอถึงโรงพยาบาล ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความคล่องแคล้วของป้าสาย แกจัดการเอกสารและประสานงานกับพยาบาลทุกอย่างแทนเจ้านายได้อย่างครบถ้วนกบวนความ เพราะในขณะนี้คุณพ่อไม่ยอมห่างจากคุณแม่เลยแม้แต่วินาทีเดียวมือหนาของน่านน้ำกุมมือมะลิไว้แน่นขณะที่พยาบาลเข็นเตียงเข้าไปในห้องเตรียมคลอด ใบหน้าเคร่งเครียดของเขาทำเอาพยาบาลสาวๆไม่กล้าสบตา“กุนคะ... หนูไม่ค่อยปวดแล้ว ไม่เป็นไรนะ” น้องบอกเสียงอ่อนพยายามจะให้เขาไปนั่งรอข้างนอก เพราะเห็นสีหน้าของสามีแล้วก็สงสารกลัวเขาจะเครียดไปมากกว่านี้“ไม่เอากุนจะอยู่ตรงนี้” เขายืนยันเสียงแข็ง แววตาคมกริบจ้องมองเตียงไม่วางตา ราวกับว่าถ้าเขาละสายตาไปเพียงวินาทีเดียวมะลิจะคลอดลูกออกมาโดยที่เขาไม่ทันได้ให้กำลังใจ“แต่คุณหมอกับพยาบาลเขาทำงานลำบากค่ะ” มะลิถอนหายใจเบาๆ พลางหันไปมองบุคลากรทางการแพทย์ที่ยืนประสานมือยิ้มมองน่านน้ำอยู่ข้างๆเตียงอย่างใจเย็น พวกเขาคงชินกับอาการหวงเมียของคุณพ่อมือใหม่มานักต่อนักแล้ว
บทที่ 143 ความตื่นตระหนกของคุณพ่อและแล้วเดือนที่8ของการตั้งครรภ์ก็มาถึง ท้องของมะลิขยายกลมโตจนเห็นได้ชัด“กุนแน่ใจเหรอคะว่าไม่อยากให้หมอบอกเพศลูก…คุณแม่ถามหนูมาไม่หยุดเลย”น้องที่นอนพิงอกสามีอยู่บนโซฟาเอ่ยถามขึ้น พลางเงยหน้ามองปลายคางคมเข้มของคุณพ่อมือใหม่ที่นับวันจะยิ่งติดเมียหนักกว่าเดิม“กุนอยากรู้วันนั้น... ก้อนแป้งจะเป็นเด็กผู้หญิง หรือเด็กผู้ชายกุนก็รักหมด” เขาตอบเสียงนุ่มพรางลูบท้องกลมๆของมะลิไปอย่างแสนรัก“แล้วถ้าไม่ใช่ทั้งคู่ล่ะคะ?” มะลิยิ้มถามหยั่งเชิง“ก็รักอยู่ดี”เขาตอบแบบไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว คำตอบนั้นทำเอาคนฟังใจฟูจนต้องขยับเข้าไปซุกอกเขาให้แน่นขึ้น แต่แล้วประโยคถัดมาก็ทำให้มะลิถึงกับต้องถอนหายใจ“ส่วนหนูก็ไม่ต้องคุยกับแม่เยอะ ชอบมาพาหนูไปนั่นนี่ กุนไม่ชอบเลย” เขาบ่นอุบอิบพลางหน้ามุ่ยมะลิมองค้อนให้สามีทันที นั่นมันแม่ตัวเองแท้ๆนะ ทำไมถึงได้หวงเธอจากแม่ขนาดนี้ หวงจนบางครั้งมันดูเกินกว่าเหตุ จนมะลิเริ่มสงสัยว่ามันมีอะไรอย






![[ love of butterfly ] ผีเสื้อสามผัว (4p)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
![ห้าผัวแซ่บเกินต้าน [6P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)