LOGINบทที่ 9 ภารกิจรักน้องผ้าเช็ดหน้าขาว “ไตคำ แปลว่าอะไร? ทำไมเรียกกันจัง” น่านน้ำถามโพล่งออกไป เขายังคงรักษาระดับความกวนประสาทและนิสัยที่มองไม่เห็นความทุกข์ร้อนของใครนอกจากเรื่องที่ตัวเองสนใจต้องมาอันดับ1 นาทีนี้มันใช่เวลามานั่งหาความหมายของคำเรียกขานไหม! มะลิถึงกับปากอ้าพะงาบๆ เธอคาดไม่ถึงเลยว่าในสถานการณ์ที่เธอกำลังสติหลุดแบบนี้ ชายหนุ่มตรงหน้าจะเลือกถามเรื่องไร้สาระขึ้นมาเฉยๆ แต่ด้วยความเป็นคนซื่อและมีจิตใจดีอยู่เป็นทุนเดิม เธอจึงเลือกที่จะตอบเขาออกไปด้วยน้ำเสียงซื่อๆ “ตะ... ตะ... ไตคำ แปลว่า ชายต่างถิ่นจ้ะ” “อ้อ แบบนี้นี่เอง” น่านน้ำพยักหน้ารับอย่างเข้าใจในที่สุด พลางมองมะลิที่ตอนนี้นั่งตัวสั่นงันงก มือไม้สั่นไปหมดจนดูน่าสงสาร “แล้วนี่ทำไรอ่ะ? คนเขาตามหากันให้ควั่ก” น่านน้ำวกกลับมาจี้คำถามหลักทันที ทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งทันที “เอ่อ... หนู... หนู...” สาวน้อยอึกอักลังเลที่จะพูด “ไตคำไม่บอกคนอื่นได้ไหมจ๊ะว่าเจอหนู...” มะลิสบตามองเขาด้วยแววตาเว้าวอนที่ดูน่าสงสารจับใจ พร้อมกับยกมือขึ้นพนมไหว้เขาอย่างนอบน้อม กิริยาที่เปี่ยมไปด้วยความอ้อนวอนนั้นทำเอาน่านน้ำถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง หัวใจของเขาแทบจะหล่นวูบลงไปกองที่พื้นดินเพราะความน่าเอ็นดูที่กระแทกตาเข้าอย่างจัง น้องอยากหนีไปกับผู้ชายขนาดนั้นเลยเหรอ! น่านน้ำรู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างน่าประหลาด เออดี! น่านน้ำชอบ! เขาแพ้ทางคนทุ่มเทเพื่อความรักแบบนี้แหละ ภาพความทรงจำจากโศกนาฏกรรมรักอันขมขื่นที่พิมทิ้งเขาไปหาคนอื่นยังคงตามหลอกหลอนซ้ำๆในหัว แต่วันนี้ความเจ็บปวดนั้นกลับเปลี่ยนเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากช่วยคนที่มีรักแท้ให้สมหวัง ได้! กามเทพน่านน้ำจะจัดการเอง! “หนุ่มของน้องอ่ะ รออยู่ที่ไหน?” น่านน้ำถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกว่าเขาเข้าใจสถานการณ์ดีทุกอย่าง แต่แทนที่จะรอคำตอบเขากลับพ่นคำถามต่อไปรัวทันที “แล้วนี่น้องขุดดินทำอะไร? ฝังอะไรไว้?” สายตาคมจ้องไปยังหลุมดินและห่อผ้าที่มะลิพยายามจะซ่อนไว้ เขาอยากรู้เหลือเกินว่ารักแท้ของสาวดอยคนนี้ต้องใช้ของสำคัญอะไรเป็นเดิมพันในการหนีตามกันไปในครั้งนี้ มะลิทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกกับคำถามเรื่อง ‘หนุ่ม’ ของเธอ หญิงสาวไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าชายตรงหน้ากำลังเพ้อเจ้อเรื่องอะไรอยู่ แต่ในสถานการณ์บีบคั้นที่คนกำลังตามล่าตัวแบบนี้ มะลิไม่มีเวลามานั่งอธิบายหรือแก้ความเข้าใจผิดใดๆ ทั้งสิ้น รู้เพียงแค่ว่า... ดูเหมือนไตคำคนหล่อคนนี้จะยอมเป็นพวกเดียวกับเธอ ซึ่งเท่านั้นก็พอแล้ว “หนู... หนูฝังของที่ขโมยแม่มาจ้ะ ไตคำช่วยดูต้นทางให้หนูหน่อยนะ” มะลิบอกพลางหันกลับมาเร่งคุ้ยดินต่อไปอย่างเอาเป็นเอาตาย เยี่ยมเลยลูกเอ๊ย! น่านน้ำคิดในใจอย่างพึงพอใจสุดขีด ขโมยของแม่หนีไปกับผู้ชาย! แบบนี้แหละมันคนประเภทเดียวกับน่านน้ำชัดๆ! ภาพในอดีตย้อนกลับมาทันที เขาเองก็เคยแอบจิ๊กของป๊าไปปรนเปรอสาวเหมือนกัน และที่สำคัญคือเขาไม่เคยรู้สึกผิดเลยสักนิดที่ทำแบบนั้น พอเห็นมะลิกล้าทำแบบเดียวกัน เขาก็เลยรู้สึกเหมือนได้พบพวกพ้องที่กล้าหาญ “ได้ดิ! เดี๋ยวฉันดูต้นทางให้! หนูรีบๆขุดเลย!” น่านน้ำประกาศอย่างมีมาดพระเอกสายโจร พลางยืนยืดหลังกอดอกหันหน้าออกไปทางลานกว้าง คอยสอดส่องสายตาอย่างระแวดระวังว่าจะมีใครเดินดุ่มๆเข้ามาขัดจังหวะภารกิจ ‘หนีตามผู้ชาย’ ของมะลิหรือไม่ ในที่สุดดอยที่น่าเบื่อแห่งนี้ก็มีเรื่องบันเทิงให้เขาเสพแล้ว! ความเบื่อหน่ายของนักบินหนุ่มถูกแทนที่ด้วยความตื่นเต้นเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการก่อกบฏรักในครั้งนี้ “สะ... เสร็จแล้วจ่ะ” ผ่านไปสักพักเสียงเล็กของน้องหนูมะลิก็ดังขึ้น ใบหน้าของเธอฉายแววโล่งใจอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็แลกมาด้วยความมอมแมมที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินทั่วทั้งหน้า น่านน้ำหันกลับมามองภาพนั้นแล้วก็นึกเป็นห่วงขึ้นมาเสียเฉยๆ หนุ่มที่น้องจะหนีตามไปด้วยมันจะรังเกียจเอาได้นะเนี่ย ด้วยความหวังดีเขาจึงถือวิสาสะยกมือขึ้นช่วยปัดคราบดินออกจากแก้มเนียนให้น้องอย่างเบามือ ท่าทางเหมือนคุณลุงใจดีกำลังเอ็นดูหลานสาวก็ไม่ปาน มะลิมองการกระทำนั้นด้วยความงงงวยเต็มขีดจำกัด ในสายตาเธอไตคำคนนี้ดูพิลึกพิลั่นเหมือนคนไม่ค่อยเต็มบาท ตั้งแต่สภาพอ้วกเปื้อนหน้าเมื่อวาน มาจนถึงท่าทางประหลาดๆ ในวันนี้ เธอเข้าไม่ถึงการกระทำที่ดูย้อนแย้งของเขาเลยจริงๆ “ไตคำจ๊ะ หนูขอบใจมากที่ช่วยหนู ไตคำอย่าบอกใครว่าเจอหนูนะจ๊ะ หนูไปก่อนจ่ะ” มะลิยกมือไหว้ขอบคุณเขาอย่างสวยงามนอบน้อม ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในชายป่าอย่างรวดเร็ว โดยไม่คิดจะชายตาแลไตคำคนหล่อที่เพิ่งจะเนียนสัมผัสแก้มเธอไปเมื่อครู่นี้เลยสักนิด ห่ะ! หน้าน้องไม่แดงสักนิดเลยเหรอวะ! น่านน้ำอุทานในใจด้วยความประหลาดใจกึ่งเสียเซลฟ์ที่เสน่ห์อันเหลือล้นของเขาไม่ได้ผลแม้แต่น้อย แต่พอคิดได้ว่าเธอมั่นคงในรักต่อเจ้าหนุ่มนั่นมากขนาดไหน เขาก็ได้แต่พยักหน้ายอมรับ เออ... มั่นคงใช้ได้ เยี่ยม! น่านน้ำสนับสนุนคนรักจริง! เขารู้สึกเหมือนได้ดูภาพยนตร์รักที่ยอดเยี่ยมจบไปหนึ่งเรื่อง น่านน้ำสุขใจกับเรื่องสนุกๆ ที่เขาเพิ่งเข้าไปมีส่วนร่วม ก่อนจะเดินยิ้มกริ่มกลับไปที่ลานหมู่บ้าน เพื่อกลับสู่โลกแห่งความจริงอันน่าเบื่อหน่ายอีกครั้ง น่านน้ำกลับเข้ามาที่ลานกว้างด้วยใบหน้าที่เบิกบานผิดวิสัย ความรู้สึกอิ่มเอมใจจากการได้สวมบทบาทกามเทพสายโจร ช่วยให้มะลิได้หนีตามรักแท้ไปนั้น ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นอย่างมากในรอบหลายวัน สำหรับเขาแล้วนี่แหละคือการทำบุญที่แท้จริง มันยิ่งใหญ่กว่าการแจกผ้าห่มหรือทำหมันหมาเป็นไหนๆ เพราะมันคือการสนับสนุนความรักของหนุ่มสาวให้สมหวังแบบที่เขาไม่เคยได้รับ ภัทรที่เพิ่งจัดการแจกของกองสุดท้ายเสร็จและกำลังนั่งพักอยู่กับทีมงาน เมื่อเห็นเพื่อนรักเดินนวยนาดหน้าบานกลับมาก็รีบเอ่ยทักด้วยอาการจับผิดทันที “ไปไหนมาวะ หายไปนานเลยนะมึง!” “ไปเยี่ยว... ต้องขออนุญาตมึงก่อนไหม” น่านน้ำตอบกลับด้วยรอยยิ้มอารมณ์ดีผิดปกติ แม้ฝีปากจะยังคงความสุนัขไว้ได้อย่างคงเส้นคงวา ภัทรส่ายหน้าอย่างเหนื่อยหน่ายที่เพื่อนยังคงกวนโอ๊ยได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าแดดจะร้อนหรือจะอยู่บนดอยที่ไหนก็ตาม “มึงนี่มันจริงๆ เลย... เอาเถอะ! งานแจกของเสร็จแล้ว” ภัทรพับกระดาษรายการบริจาคเก็บเข้ากระเป๋า “บ่ายโมงกว่าละ พวกกูจะพักกินข้าวกันหน่อย แล้วบ่ายสามจะเริ่มเตรียมทำหมันหมา มึงจะไปกินข้าวด้วยกันไหม?” “มีมาม่าเหลือป่ะ?” น่านน้ำถามด้วยสีหน้าจริงจัง แม้จะเพิ่งเสพเรื่องราวดราม่าของมะลิมา แต่เรื่องปากท้องก็ยังคงเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาบนดอยแห่งนี้อยู่ดี ไอ้ชิบหาย! ภัทรคิดในใจนี่เขาต้องมาเป็นพี่เลี้ยงจัดหาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้เพื่อนรักวัย37ปีบนดอยทุกมื้อจริงๆ ใช่ไหม! “เออ! มี! แต่ถ้ามึงรู้ว่าตัวเองแดกยาก ทำไมไม่รู้จักเตรียมมา!” ภัทรบ่นพลางยื่นถ้วยมาม่าคัพถ้วยสุดท้ายที่เขาซ่อนไว้ในเป้อีกใบออกมา “บ่นเป็นแม่เลย!” น่านน้ำตอบกลับอย่างไม่สำนึกผิด ยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วรับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั้นมาถือในมือ ภัทรได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ การทะเลาะกับน่านน้ำเป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองพลังงานมากที่สุดในทริปนี้แล้วสำหรับคุณหมอใจดีแบบเขาแล้ว “ไปต้มน้ำโน่น! แล้วรีบมากินที่โต๊ะรวมซะ! ไม่ใช่ไปซดอยู่คนเดียว!” ภัทรสั่งอย่างเข้มงวด ต้มน้ำไหนวะ... น่านน้ำคิดอย่างหนักใจ หรือเขาต้องกลับไปหาน้องมะอูเจ้าของนมหกคนนั้นอีกรอบ? ถ้าต้องไปประจันหน้ากับเสื้อคอกว้างตัวนั้นอีกครั้ง เขากลัวเหลือเกินว่าจะอดใจไม่ไหวจนเผลอไปฟัดของป่าเข้าจริงๆ น่านน้ำเอ๋ย... ท่องไว้ว่าความสะอาดต้องมาก่อน! ในขณะที่กำลังต่อสู้กับกิเลสในใจ สายตาคมก็เหลือบไปเห็นแม่เฒ่าคนหนึ่งกำลังง่วนอยู่กับการก่อไฟที่หน้าบ้านไม้หลังย่อม บนเตาถ่านนั้นมีกาต้มน้ำตั้งอยู่พอดีราวกับสวรรค์ประทาน “คุณยายครับ! ขอน้ำต้มสุกหน่อยได้ไหมครับ” น่านน้ำเค้นเอากิริยาสุภาพบุรุษที่ฝังลึกอยู่ในสายเลือดออกมาใช้เป็นครั้งแรกตั้งแต่เหยียบดอยนี้ เขาพยายามยิ้มละมุนแบบที่ใช้โปรยเสน่ห์ใส่น้องแอร์สาวบนเครื่อง แม่เฒ่าค่อยๆเงยหน้าที่มีรอยเหี่ยวย่นตามกาลเวลาขึ้นมามอง แต่ดูเหมือนเซนเซอร์การรับฟังของแกจะทำงานผิดพลาดไปสักหน่อย “ห่ะ!!! อะไรนะ!!!” เสียงหญิงชราแผดตะโกนดังลั่นจนน่านน้ำสะดุ้งโหยง พลอยทำให้ชาวบ้านแถวนั้นหันมามองเป็นตาเดียว เฮ้ย! ยายจะตะโกนทำไมเนี่ย! “เอ่อออ! น้ำ! ต้ม! ครับ!!” น่านน้ำพยายามรวบรวมลมปราณตะโกนตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะทำได้ “ไม่ได้ยิน!!! ว่าอะไรนะ!!!” แม่เฒ่ายังคงสเต็ปเดิมคือตะโกนกลับมาดังกว่าเดิมอีกสามเท่าตัว ดูท่าว่าหูของแกจะตึงยิ่งกว่าสายกีตาร์ที่ขึงจนสุดเสียอีก น่านน้ำมองซ้ายมองขวาอย่างเลิ่กลั่ก ใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำลามไปถึงหูด้วยความอับอายที่จู่ๆ ก็ถูกลากให้มาเป็นจุดเด่นท่ามกลางสายตาชาวดอยแบบไม่ได้ตั้งใจ! “ไตคำจ่ะ ให้มะอูช่วยไหม?” เสียงหวานๆนั้นโผล่มาจากมุมไหนก็ไม่รู้ พร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อยที่ส่งมาให้เต็มใบหน้า นั้นไง!สาวมันจ้องจะกินอะเนอะ! มันไม่ปล่อยโอกาสหรอก! น่านน้ำสบถในใจอย่างผู้ที่อ่านเกมขาด พรางเหลือบมองหน้าอกหน้าใจที่จงใจนำเสนอนั้นอีกครั้ง น้องงงงงงงง! น้องมะอูครับ! พี่กินน้องไม่ได้จริงๆ ครับ! พี่ขอโทษ! น่านน้ำคิดในใจอย่างอดทนจนหยดสุดท้าย นอกจากปัญหาเรื่องถุงยางแล้ว เจ้าหนูของพี่มันยังไม่แข็งแกร่งแบบที่ควร น้องกลับไปทานของป่าแบบเดิมนะ อาหารพรีเมียมยังไม่พร้อมเสริฟ..... น่านน้ำตัดสินใจว่าความอับอายต่อสาธารณะยังดีกว่าการเผชิญหน้ากับน้องมะอูผู้มีความมานะพยายาม เขาจึงรวบรวมลมหายใจทั้งหมดที่มี “ยายยย!!!!! ผม!!!!! ขอ!!!!! น้ำ!!!! ร้อน!!!!! หน่อย!!!!” น่านน้ำตะโกนสุดเสียงอย่างชัดเจนและดังลั่นไปทั่วลาน จนมะอูสะดุ้งนมกระเพื่อมตามแรงอัดของเสียง “อ้ออออ! เอาสิๆๆ” ยายยิ้มอย่างใจดี พลางยกกาน้ำร้อนออกจากเตาไฟ พร้อมกวักมือเรียกน่านน้ำให้เดินเข้าไปหา ร่างสูงรีบเดินเข้าไปหาน้ำร้อนอย่างรวดเร็วราวกับนักดับเพลิงที่กำลังวิ่งหนีไฟ เขารีบเทน้ำร้อนใส่ถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้วรีบเดินกลับออกมาโดยไม่ลืมขอบคุณคุณยายอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ ชายหนุ่มกลับไปที่โต๊ะรวม ทานมาม่าคัพถ้วยที่สองอย่างเงียบๆ และพยายามไม่สบตากับน้องมะอูที่นั่งอยู่ไม่ไกลนัก เขาผ่านกิจกรรมยามบ่ายไปได้อย่างราบรื่นที่สุดเท่าที่มนุษย์สังคมต่ำอย่างเขาจะทำได้ และในที่สุดน่านน้ำก็ผ่านพ้นวันอันยาวนานไปได้อีกหนึ่งวันอย่างใสสะอาด เขารอดพ้นจากการถูกน้องมะอูสาวดอยจับกินตับมาได้อย่างหวุดหวิดชนิดที่ต้องใช้สมาธิและการกลั้นหายใจอย่างหนักหน่วงทุกครั้งที่เธอเดินเบียดเข้ามาใกล้ ตกค่ำเขากลับไปที่ห้องอาคารเรียนเก่าและซุกตัวอยู่ในถุงนอนอย่างมีความสุขจนแทบจะกลั้นยิ้มไว้ไม่ไหว เพราะพรุ่งนี้จะได้เวลาอำลาดอยแห่งนี้เพื่อกลับสู่กรุงเทพฯเมืองศิวิไลซ์ที่เขาแสนจะคิดถึงเสียที! ทว่าก่อนที่เปลือกตาจะปิดสนิท ภาพใบหน้าหวานที่เปื้อนดินของน้องมะลิก็แวบเข้ามาในห้วงความคิด เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าตอนนี้สาวน้อยคนนั้นจะหนีไปจนพบหนุ่มคนรักตามที่ตั้งใจไว้หรือยังนะ หวังว่าจะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปนะหนูนะ... น่านน้ำอวยพรในใจด้วยความรู้สึกว่าเป็นคนดีขึ้นมาอย่างประหลาด ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย ................... ยามเช้าที่ควรจะสงบสุขกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงเอะอะโวยวายที่ดังสนั่นหวั่นไหวเข้ามาถึงในโถงนอน น่านน้ำขยับตัวขยุกขยิกอยู่ในถุงนอนอย่างรำคาญใจ ก่อนจะจำใจลืมตาขึ้นมาเมื่อพบว่าเสียงวุ่นวายภายนอกนั้นไม่มีทีท่าจะเงียบลงง่ายๆ “ไป! ไปหาผู้ใหญ่! ให้ผู้ใหญ่ช่วยพูดให้!” เสียงชายชราคนหนึ่งพยายามประนีประนอมอย่างใจเย็น ทว่าเสียงที่ตามมากลับทำให้น่านน้ำชะงักจนหูผึ่ง เพราะมันคือเสียงสั่นเครือที่ฟังดูคุ้นหูเหลือเกิน “พ่อหมอ! มะลิไม่อยากไปอยู่กับไอ้อ่องตอนะจ๊ะ! พ่อหมอช่วยคุยให้มะลิด้วย” เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความกลัวและน่าสงสารจับใจจนคนฟังรู้สึกวูบในอก “แม่เอ็งเป็นหนี้มัน... เห้อ! หากข้ามีเงินก็คงจะช่วยเอ็งแล้วลูกเอ๊ย” พ่อหมอประจำหมู่บ้านถอนหายใจยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงสงสารสุดหัวใจ
บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ
บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ
บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้
บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง
บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม
บทที่ 35เด็กโง่ของน่านน้ำหัวใจของชายหนุ่มกระแทกเข้าซี่โครงเหมือนระเบิดลูกเล็กๆสะเทือนออกเป็นระลอกในอก สมองเขาเปิดเสียงเตือนบอกให้หยุด บอกว่าเด็กคนนี้ไม่ควรถูกเขาแตะต้อง บอกว่าเขานี่แหละตัวอันตรายที่สุดสำหรับเธอ แต่เขากลับนั่งนิ่งมองเธอเหมือนโดนสะกด และรู้สึกว่าร่างกายตัวเองทั้งหมดอยู่นอกเหนือการควบคุมของสมอง...มือที่จับสำลียังค้างอยู่ในอากาศ…น่านน้ำไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกลืนน้ำลายลงคอไปเฮือกหนึ่ง เขาควรจะดุเธอ ควรจะบ่นที่เธอไม่ระวังตัว สอนเธอว่าออกจากบ้านมาค่ำมึดแบบนี้ไม่ได้ ตำหนิว่าการขึ้นวินคนเดียวแบบนี้ไม่ถูกต้อง แต่คำทั้งหมดที่มีในหัวกลับอันตธานหายไป และกลับได้ยินเสียงตัวเองพูดขึ้นเบามากเหมือนคนใจล







