INICIAR SESIÓNบทที่ 7
น่านน้ำไม่สนใจเสียงครางอย่างสดชื่นของภัทรที่ดูจะสำราญกับการอาบน้ำเหลือเกิน เขาจ้องมองลงไปในถังน้ำฝนที่ใสสะอาดจนเห็นก้นถัง แล้วตัดสินใจอย่างเด็ดขาดกับตัวเองเป็นครั้งสุดท้าย
เหี้ย! อย่างน้อยน้ำมันก็สะอาดวะ!
เขากลั้นใจตักน้ำขึ้นมาราดตัวทีเดียวจนชุ่มโชก และทันทีที่สัมผัสกับความเย็นจัด น่านน้ำกลับพบกับความสดชื่นอย่างที่ไม่ได้คาดคิดไว้ นี่น่าจะเป็นเรื่องดีเรื่องแรกของวันอย่างแท้จริง น้ำฝนในตุ้มนั้นเย็นฉ่ำจับใจจนเขารู้สึกเหมือนได้รับ ‘น้ำทิพย์สวรรค์’ ที่ส่งลงมาโปรดคนสภาพขะมุกขะมอมแบบเขาให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
น้ำเย็นจัดทำให้ผิวขาวๆของเขาสะดุ้ง แต่ความสดชื่นที่ได้รับนั้นมันทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกยกโทษจากบาปทั้งปวง! กูเว่อร์ได้ขนาดนี้เลยหรอ! เขาคิดอย่างขำๆ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันดีจริงๆ เหมือนกับว่าชีวิตที่ลำบากมาทั้งวันได้รับการปลอบประโลมแล้ว
ในขณะที่น่านน้ำกำลังปล่อยใจให้เคลิบเคลิ้มไปกับความเย็นฉ่ำของน้ำฝน และภัทรเองก็กำลังง่วนอยู่กับการถูสบู่โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างนั้นเอง... เสียงหวานใสของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากทางหน้าบ้าน
“ตาจ๋า แม่ให้...”
“เอ่อ... มาตาม...”
“ไป ทาน ข้าว...”
เสียงหวานๆ นั้นค่อยๆ ขาดห้วงและแผ่วลงจนหายไปในที่สุด เมื่อเจ้าของเสียงดันเหลือบไปเห็นภาพที่ไม่คาดฝัน สายตาของเธอหยุดกึกอยู่ที่สองหนุ่มซึ่งกำลังยืนอาบน้ำเปลือยท่อนบนอวดแผ่นหลังและกล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่กลางแจ้ง เธอจ้องมองภาพความเซ็กซี่ระดับพรีเมียมนั้นอย่างลืมตัว ราวกับถูกมนต์สะกดจนไม่อาจละสายตาไปได้แม้แต่วินาทีเดียว
หญิงสาวผู้มาใหม่ยืนนิ่งงันอยู่ตรงมุมบ้านราวกับถูกแช่แข็ง ใบหน้ากลมหวานของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำลามไปถึงใบหูทันทีที่ได้ปะทะสายตากับเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบและผิวพรรณที่ขาวผุดผ่องกระแทกตาของน่านน้ำเข้าอย่างจัง!
ด้านชายหนุ่มรูปงามที่กำลังดื่มด่ำกับความเย็นฉ่ำของน้ำทิพย์สวรรค์ เมื่อได้ยินเสียงใสสะดุดหูก็รีบหันขวับไปมองตามต้นเสียงทันที
เจ้าของเสียงหวานนั้นคือ มะอู หญิงสาววัยรุ่นชาวดอยในชุดพื้นเมืองสีสันสดใสที่มีใบหน้าจิ้มลิ้มน่าเอ็นดู ทว่าในวินาทีที่เธอได้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของน่านน้ำแบบเต็มตา ผิวแก้มที่แดงอยู่แล้วก็กลับยิ่งแดงเถือกราวกับลูกตำลึงสุก ดวงตาเรียวคู่สวยสั่นระริกขณะจับจ้องไปยังแผงอกกว้างและมัดกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามของกัปตันหนุ่มอย่างตกตะลึง ดูท่าว่าเสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาจะเข้าไปประทับในใจเธอเข้าอย่างจังเสียแล้ว!
ผู้ใหญ่บ้านที่นั่งสังเกตการณ์อยู่บนบันไดไม้ เมื่อเห็นอาการเสียกิริยาของหลานสาวตัวเองก็หลุดหัวเราะร่าออกมาด้วยความขบขันในท่าทีที่ดูจะ ‘หลงของดี’ จนเก็บทรงไม่อยู่ของมะอู
“เอ้ย ไอ้มะอู! มองก็เป็นตากุ้งยิงหรอก! เป็นสาวเป็นนาง!” ผู้ใหญ่บ้านพูดอย่างล้อเลียน แล้วเอาผ้าขาวม้าที่พาดบ่าสะบัดไล่หลานสาว
“ไปๆ ไปกินข้าว!”
มะอูยืนมองชายคนเมืองตาเป็นประกาย ในใจคืออยากได้เขาเป็นผัวในวินาทีนั้นเลย... ความหล่อเหลาที่ถูกชะล้างคราบไคลออกไปจนหมดทำให้เธอไม่อาจเก็บอาการไว้ได้
“ตา! พูดอะไร! มะอูไม่ได้มองแบบนั้น แค่จะบอกพวกไตคำตามคำฝากของแม่เองจ่ะ!” มะอูรีบแก้ตัวหน้าแดงก่ำ ก่อนจะรีบพูดธุระของตัวเองให้จบ
“ไตคำจ้า! อาบน้ำเสร็จแล้ว ทานข้าวด้วยกันที่ลานบ้านนะจ่ะ”
“ครับๆ เดี๋ยวอาบเสร็จพวกเราตามไปครับ” ภัทรเป็นคนตอบรับคำชวนอย่างง่ายๆ
ส่วนน่านน้ำ...
หึ! ตั้งแต่เกิดมาเขาเห็นสายตาผู้หญิงมองเขาแบบนี้มาไม่รู้กี่พันครั้ง แค่ถอดเสื้ออาบน้ำหน่อย น่านน้ำก็กลับมาเจ้าเสน่ห์เหมือนเดิมแม้อยู่บนดอย! ใบหน้าคมสันของเขาเผยรอยยิ้มหลงตัวเองออกมาเล็กน้อย ความหยิ่งยโสที่หายไปทั้งวันเริ่มกลับคืนมาแล้ว!
หลังจากอาบน้ำเสร็จด้วยความทุลักทุเล น่านน้ำก็ออกมาในสภาพที่ดูดีขึ้นผิดหูผิดตา ใบหน้าหล่อๆของเขาก็ขาวจั๊วะสะท้อนแสงไฟจากตะเกียงที่ให้แสงสว่างเพียงน้อยนิด เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าโดยใช้ผ้าขาวม้าผืนใหญ่ของผู้ใหญ่บ้านคลุมตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต การพยายามสวมใส่เสื้อผ้าในสภาพนั้นเป็นไปอย่างทุลักทุเลสุดๆจนบางจังหวะ ก็เกือบโชว์ของใหญ่ให้เจ้าป่าดูแล้วไหมล่ะ
พอเปลี่ยนชุดเรียบร้อย ภัทรก็พาไปที่ลานบ้านผู้ใหญ่ตามคำเชิญของสาวมะอู
ตรงนั้นมีคณะหมอของภัทรนั่งล้อมวงกันอยู่หลายคนแล้ว เมื่อเห็นน่านน้ำกับภัทรมาถึงทุกคนก็ขยับที่นั่งให้ น่านน้ำกำลังจะนั่งลงตรงที่ว่างข้างภัทรแต่น้องมะอูก็รีบขยับมาพร้อมรอยยิ้มหวาน
“ไตคำจ่ะ มานั่งตรงนี้” น้องมะอูมองสบตาน่านน้ำอย่างชัดเจนว่าชวนเขา
ก็ไม่อยากให้น้องเขาเสียน้ำใจอะเนอะ... นั่งก็ได้ น่านน้ำเสยผมเปียกที่ปรกหน้าขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของคนหล่อก่อนจะไปนั่งลงข้างน้องมะอูอย่างสง่างาม
มะอูยิ้มหวานจนตาหยี รีบขยับเข้ามาชิดอย่างรวดเร็วจนร่างอวบของเธอเบียดเข้ากับท่อนแขนล่ำสันของเขา น่านน้ำรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวและกลิ่นหอมสะอาดๆ ของดอกไม้ป่าจากตัวเธอ
โอย น้อง... น้อง ใจเย็นๆ ก่อน! นมเบียดแขนขนาดนี้ ข้าวจะไม่ได้กินเอาน้า… น่านน้ำคิดอย่างยิ้มเยาะในเสน่ห์ของตัวเอง
“ไตคำ ทานอาหารแบบนี้ได้ไหม มะอูไปทำไข่ทอดเพิ่มให้ดีไหมจ่ะ” มะอูถามอย่างใส่ใจ
น่านน้ำหายใจเข้าลึก เขาเบนสายตาจากหญิงสาวไปยังกับข้าวที่วางอยู่ตรงหน้า แล้วความรู้สึกหงุดหงิดระลอกใหม่ก็เข้าจู่โจม หน้าตาแม่งเหมือนเอาผักมาขยำรวม สีสันดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย
น่านน้ำทานไม่ได้ครับ! นี้มันอาหารช้าง อาหารลิงหรือไง!
น่านน้ำสลัดความคิดเอาแต่ใจออกไป แล้วถามคำถามที่ง่ายที่สุดออกมา
“เออ มีมาม่าไหม?”
ภัทรกรอกตาขึ้นฟ้าอย่างระอา นี่เขาพาเพื่อนหรือพาลูกมาด้วย! ทำไมต้องดูแลมันขนาดนี้วะ!
“เออ! กูพกมา! เดี๋ยวเอามาให้” ภัทรพยายามควบคุมอารมณ์ ลุกขึ้นไปรื้อเป้สะพายหลังของตัวเอง สักพักก็กลับมาพร้อมบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบคัพรสต้มยำกุ้งยอดนิยม
“มีแบบไม่เผ็ดปะ? กูไม่ทานเผ็ดมึงก็รู้” น่านน้ำถามหน้าตายราวกับกำลังสั่งอาหารในภัตตาคารหรู
“…..”
ไอ้สัตว์! ไอ้เพื่อนหัวกรวย! ไอ้เพื่อนเหี้ย! ภัทรคนดีถึงกับทนไม่ได้ ด่าน่านน้ำในใจเป็นภาษาหยาบคายที่สุดในโลก
“มีแค่นี้! ถ้าไม่แดกกูปาทิ้งนะ!” สุดๆแล้วภัทรบอกเสียงเข้ม ความอดทนของหมอหมาใจบุญสิ้นสุดลงแล้ว
“เออๆ ใจเย็นดิ้” น่านน้ำตอบอย่างไม่ยี่หระยื่นมือไปรับบะหมี่คัพจากมือเพื่อน
“เอาเหี้ยอะไรมาเย็น! กับคนแบบมึง!” ภัทรสบถเบาๆก่อนจะหันไปคุยกับคณะหมอคนอื่น ปล่อยให้น่านน้ำนั่งอยู่กับมาม่าคัพในมือ
“งั้น.... มะอูพาไปต้มน้ำดีไหมจ่ะ” น้องมะอูเสนอตัวทันที สายตาหวานเชื่อมสื่อความต้องการที่จะอยู่ใกล้ชิดกับเขาอย่างชัดเจน
“อือ เอาสิ” น่านน้ำตอบรับอย่างง่ายดาย เขาเสยผมที่เพิ่งแห้งหมาดๆขึ้นอย่างหล่อๆ แล้วลุกตามน้องมะอูไปทันที
มะอูเดินนำเขาไปยังมุมหนึ่งของลานบ้าน ซึ่งมีเตาถ่านเก่าๆและกาต้มน้ำขนาดใหญ่วางอยู่ น่านน้ำมองแสงสีส้มจากเตาถ่านด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ เขาไม่เคยทำอะไรที่เกี่ยวกับการก่อไฟหรือการหุงหาอาหารมาก่อนในชีวิต
“ไตคำนั่งรอก่อนนะจ๊ะ มะอูต้มน้ำให้” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม แต่ถึงกระนั้นสายตาเจ้ากรรมก็ยังแอบลอบสำรวจความหล่อเหลาปานเทพบุตรของชายหนุ่มตรงหน้าอยู่เป็นระยะ
น่านน้ำทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้ข้างเตาไฟอย่างมีมาด ในขณะที่มะอูเริ่มขะมักเขม้นเติมน้ำใส่กาลูกเบ้อเริ่ม ความแตกต่างระหว่างหนุ่มเมืองกรุงเจ้าสำอางกับสาวชาวดอยที่ดูจะเต็มอกเต็มใจปรนนิบัติรับใช้นั้นมันชัดเจนจนน่าตกใจ แต่นี่แหละคือวินาทีที่น่านน้ำรู้สึกเหมือนได้กลับคืนสู่บัลลังก์แห่งเสน่ห์อันเหลือร้ายของเขาอีกครั้ง
มะอูวางกาน้ำลงบนเตาถ่านอย่างเบามือ ก่อนจะเขยิบลงมานั่งข้างๆน่านน้ำ ปล่อยให้เปลวไฟจากเตาค่อยๆทำหน้าที่ของมันไป
“ที่นี่กลางคืนหนาวมากนะจ๊ะ...” เธอหันมาบอกพร้อมรอยยิ้มจิ้มลิ้ม ทว่าในดวงตาคู่นั้นกลับมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่มากมาย
“อือ... เหรอ” น่านน้ำตอบกลับด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงตามสไตล์คนหล่อที่รู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมทำนองนี้มานับครั้งไม่ถ้วน น้องเอ๋ย น้องจะเอาอะไรก็บอกมาตรงๆเถอะ
“ใช่จ้ะ... หนาวจนตัวสั่นเลยแหละ...” มะอูยังคงรุกต่อด้วยสายตาหวานหยดย้อยพลางส่งถ้อยคำเร้าอารมณ์มาไม่ขาดสาย
“เดี๋ยวยังไงดึกๆ มะอูเอาผ้าห่มไปให้เพิ่มดีไหมจ๊ะ?”
ต้องยอมรับเลยว่ามะอูคือสาวดอยใจกล้าที่แสดงออกถึงความต้องการได้ชัดเจนแจ่มแจ้งไม่แพ้สาวเมืองกรุงที่เขาเคยเจอมาเลยสักนิด
น่านน้ำนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง... สายตาคมลอบกวาดมองคนข้างกายอย่างพิจารณา น้องเขาก็ดูขาว ดูอวบใช้ได้นะ เขาแอบสารภาพกับตัวเองในใจว่าก็นึกอยากจะลองของป่าดูสักหน่อยเหมือนกัน อยากรู้เหมือนกันว่าหลังจากที่ต้องระหกระเหินเอาความช้ำมาทิ้งไกลถึงที่นี่ ความปึ๋งปั๋งในตัวเขามันจะกลับมาทำงานได้เต็มประสิทธิภาพจนถึงฝั่งฝันไหม ร่างกายมันโหยหาความฟินมาชดเชยวันเฮงซวยนี้จริงๆ ใจหนึ่งเขาก็อยากจะตอบสนองน้องมะอูไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทว่า... ติดอยู่เรื่องเดียวเลยคือ...
กูไม่ได้พกถุงยางมาครับ!
ใครมันจะไปตรัสรู้ได้ล่ะว่ามาบริจาคของบนดอยแรกันดารขนาดนี้ แล้วจะเจอเด็กดอยใจดีเปิดโรงแรมบ้านป่าให้อย่างนี้! อดไปนะน้องนะ... วันนี้คงอดได้ทานของสดพรีเมียมจากพี่น่านน้ำคนนี้แล้วล่ะ!
ความต้องการทางกายภาพที่เริ่มปะทุถูกควบคุมไว้ด้วยความระมัดระวังอันเป็นนิสัยของคนเจ้าสำราญที่ต้องเพลย์เซฟไว้ก่อน น่านน้ำตัดสินใจตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อยุติบทสนทนาที่แสนจะท้าทายร่างกายเขาทันที
“ไม่เป็นไรอะ มีของตัวเองมา” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและรวดเร็ว ราวกับกำลังบอกปัดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป
และจังหวะนั้นกาน้ำเริ่มส่งเสียงหวีดร้องเพราะความร้อนจนเดือดพอดิบพอดี ร่างสูงรีบเอื้อมมือไปยกกาน้ำร้อนๆนั้นมาเทใส่ถ้วยบะหมี่ของตนโดยไม่เปิดโอกาสให้มะอูได้ขยับตัวเข้ามาช่วยแม้แต่น้อย จากนั้นก็ลุกเดินออกมาอย่างไม่ใยดี ไม่คิดจะรอฟังคำตอบหรือดูอาการหน้าแตกของสาวเจ้าว่าจะเป็นอย่างไร... เขาเลือกที่จะเดินตรงดิ่งกลับไปนั่งลงที่วงอาหารของภัทรในทันที
สุดยอดไปเลยพ่อคนหล่อ! เอ็งมันแน่! นี่แหละวิถีพระเอกของเรื่อง...พระเอกที่อุสาจับฉลากมาได้!
มะอูเดินตามน่านน้ำกลับมาที่วงอาหารด้วย ท่าทางกระฟัดกระเฟียดเล็กน้อย ใบหน้าอิ่มของเธอแสดงความไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธอย่างชัดเจน เธอกลับไปนั่งเงียบๆที่เดิม แต่สายตาของเธอยังคงจ้องมองไปที่ใบหน้าของชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา
น่านน้ำใช้ส้อมคนบะหมี่ในถ้วยอย่างไม่ใส่ใจ ท่ามกลางเสียงพูดคุยเฮฮาของคณะหมอที่กำลังสนุกกับอาหารพื้นเมือง
ความหิวที่สะสมมาทั้งวันและรสชาติที่คุ้นเคยของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทำให้เขาไม่สนใจสิ่งรอบข้างอีกแล้ว ใบหน้าคมก้มหน้าก้มตาซดบะหมี่จนหมดในเวลาอันรวดเร็วก่อนจะวางถ้วยพลาสติกเปล่าไว้บนพื้นแล้วลุกออกจากวงคนแรก
“ไปไหนวะ มึงไม่คุยกับใครหน่อยเหรอ” ภัทรถามขึ้นอย่างเหลือจะเชื่อในนิสัยไร้มารยาทของเพื่อนรัก ที่จู่ๆ ก็ลุกพรวดพราดตั้งท่าจะเดินหนีออกมาเสียดื้อๆ
“จะไปนอนแล้ว! ไม่ได้นอนมาทั้งวัน กูเหนื่อย!” น่านน้ำตอบกลับด้วยน้ำเสียงห้วนจัด โดยไม่คิดจะรักษาภาพพจน์หรือสานสัมพันธ์กับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะหลังจากที่ต้องใช้พลังงานอย่างหนักในการหักห้ามใจปฏิเสธของป่าไปเมื่อครู่
เขาเดินออกมาจากวงสนทนานั้นอย่างไม่ใส่ใจนัก ตรงดิ่งกลับไปยังอาคารไม้หลังเก่าแล้วจัดการหยิบถุงนอนของตัวเองออกมาคลี่สะบัดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซุกตัวเข้าไปในนั้นแล้วทิ้งตัวนอนลงบนพื้นไม้กระดานแข็งๆ
น่านน้ำพลิกตัวหันหลังให้ทั้งประตู หน้าต่าง และแสงไฟที่ลอดเข้ามาจากภายนอก เขาข่มตานอนหวังเพียงให้ค่ำคืนนี้จบลงไปโดยเร็ว และอยากให้วันพรุ่งนี้มาถึงไวๆ เพื่อที่ทริปอันเต็มไปด้วยความยากลำบากและความวุ่นวายนี้จะได้กลายเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่ผ่านพ้นไปเสียที
บทที่ 41ถ้าจะใส่ใจขนาดนั้น.....มะลิที่เดินออกมาพร้อมกองหนังสือในอ้อมแขน ได้ยินคำพูดนั้นพอดีจนแอบยิ้มในใจ เธอดีใจ... ดีใจมากกว่าตอนที่ได้มือถือแพงๆเสียอีก กุนอาจจะไม่ได้พูดคำสวยหรูแต่ใจความก็บอกชัดว่าเขาต้องการให้เธออยู่ แค่ให้เธออยู่ทำอาหารให้กินก็ยังดี อะไรก็ได้ขอแค่มีประโยชน์สำหรับเขาแค่นั้นก็พอแล้วรถคันใหญ่เคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านของน่านฟ้า มะลิวางกองหนังสือเรียนและข้าวของไว้ที่เบาะหลังอย่างเรียบร้อย
บทที่ 40ความปากแซ่บนี้....ที่แก้ไม่หายน่านน้ำพามะลิเดินเข้าร้านข้าวหน้าเนื้อที่ต้นตำรับมาจากประเทศญี่ปุ่น ร้านดูหรูหราและได้รับการตกแต่งอย่างประณีต แสงไฟที่สลัวทำให้มะลิรู้สึกเกร็งมากกว่าตอนเข้าร้านอาหารในสนามบินแม่ฟ้าหลวงอีกหลายเท่าตัว น่านน้ำเดินนำเข้าไปในร้าน ด้วยความโดดเด่นของใบหน้าคมหล่อเหลา ผิวขาวสะอาดจนผู้หญิงบางคนยังต้องอาย ชุกลำลองแบรนด์หรูที่ไม่ตั้งใจใส่ให้หรูแต่ก็ดูแพงในทุกก้าว เขาคือคนประเภทที่ไม่ต้องพยายามก็โดดเด่น ผู้คนส่วนใหญ่โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะเงยหน้าขึ้นมองเขาเสมอจนเป็นภาพชินตาที่เขาแทบไม่ใส่ใจ
บทที่ 39ของขวัญสำหรับคนเก่งเช้าวันถัดมา หลังจากนอนหลับเต็มอิ่มน่านน้ำลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวเสร็จในเวลาไม่นาน ก่อนจะเดินลงมาข้างล่างพร้อมความคิดแรกในหัวมะลิอยู่ไหน?สายตาเขากวาดมองไปรอบห้องรับแขกแต่ไม่เจอใคร ในครัวก็ว่างเปล่า ห้องอาหารเงียบสนิท ไม่มีเสียงจานช้อน ไม่มีเงาใคร และยังไม่ทันคิดหาคำตอบปากก็ไวกว่าใจ
บทที่ 38ความใสที่เคลือบยาพิษ“หนูไม่มีชุดเปลี่ยนหรอกค่ะ เสื้อผ้าเพิ่งซักไป” มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เหมือนไม่เห็นอะไรผิดปกติแม้แต่น้อย และไม่เข้าใจเลยว่าทำไมกุนถึงได้มีท่าทางแปลกๆไป“แต่ไม่เป็นไรนะคะ หนูเคยตากฝน เปียกกว่านี้อีก” เธอยืนยันเพื่อไม่ให้เขาต้องเป็นกังวลกับเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนี้ “และนี่น้ำสะอาดขนาดนี้ หนูอยู่ได้ กุนไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ” เธอพูดพร้อมยิ้มบางๆเหมือนมันเป็นเรื่องเล็กมากเหมือนความเปียกปอนของเธอตอนนี้ไม่ใช่เรื่องน่าลำบากใจเลยสักนิดน่านน้ำกลืนน้ำลายเงียบๆ ร่างทั้งร่างเหมือนกำลังสั่นอยู่ภายใน ความพยายามที่จะไม่มองยังได้ผลแต่ความพยายามที่จะไม่รู้สึกอะไร มันแม่งล้มเหลวโดยสิ้นเชิงโถ่ มะลิ... เขาหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง มือยกขึ้นขยี้ท้
บทที่ 37สัมผัสที่ยากจะถอนตัว...สัมผัสนั้นโคตรดีเลย… ดีจนเขาเผลอกัดฟัน ดีจนเขาอยากกจะฝั่งจูบอยู่ตรงนั้นไม่เงยหน้ากลับขึ้นมาอีก.....“อือ...” คนตัวเล็กที่ถูกขโมยจูบครางร้องประท้วงเบาๆ ทำเอาน่านน้ำสะดุ้งลืมตาโพล่งขึ้นเหมือนโดนน้ำเย็นราดหัวเหี้ย!!! เสียงในหัวตะโกนดังสนั่น หน้าเขาร้อนวาบหัวใจเต้นแรง
บทที่ 36สัตว์ประหลาดในเงามึดสองทางเลือกที่เขาเตรียมไว้ให้วินมอไซเดนนรกนั้น.......ทางที่หนึ่งปล่อยให้มันเข้าไปนอนคุกยาวๆ เขามีเบอร์ของรอง ผบ.ตร.อยู่ในเครื่อง เรื่องเท่านี้แค่ยกหูโทรก็มีหมายจับตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำส่วนอีกทาง… น่านน้ำลืมตาขึ้นช้าๆดวงตาคมนิ่งกว่าตอนดุมะลิสะอีก มันดูสงบเกินไปจนบรรยากาศในห้องเหมือนจะหนักตาม







