แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-14 06:46:32

“คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”

“หมายความว่าอย่างไร”

“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”

หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”

“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”

“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”

“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ได้รับการอบรมสั่งสอนมาเป็นอย่างดี เพราะหากถูกเลี้ยงมากับบ่าวไพร่ กิริยามารยาทของนางไหนเลยจะออกมาเป็นเช่นนี้ หรือหากข้าคิดผิด...ทั้งหมดนี้นางเป็นคนเรียนรู้ด้วยตัวเอง ใช้ความอัดอั้นในใจเป็นเรงผลักดัน” เฟิงเสวียนคุนขมวดคิ้ว

“บางทีอีกไม่นานตระกูลหยวนคงเกิดเรื่องไม่คาดฝันเป็นแน่”

“เจ้าคงไม่ได้หมายถึงเรื่องภายในที่เกี่ยวกับเรื่องประมุขตระกูลกระมัง”

“จะเป็นเรื่องอื่นไปได้อย่างไร มาคิดๆ ดูแล้วข้ารู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ไปส่งนางกลับจวน หาไม่คงมีเรื่องสนุกให้ดูชมเป็นแน่”

หม่าเซียวเลิกคิ้ว “นั่นสิ! เหตุใดข้านึกไม่ถึงนะ”

เฟิงเสวียนคุนหัวเราะ “กลับไปรอที่โรงเตี๊ยมเถิด ไม่นานรถม้าก็กลับมารับแล้ว ข้าส่งเจ้ากลับจวนก่อนก็แล้วกัน”

“ก็ต้องเป็นเช่นนั้น”

ชายหนุ่มทั้งสองเดินกลับไปยังโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย ระหว่างทางบทสนทนายังคงวนเวียนอยู่ที่หยวนหรู และความรู้สึกสนอกสนใจที่มีต่อตัวนาง เนื่องจากนานแล้วที่ห้าตระกูลใหญ่ไม่มีสตรีก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ

หากหยวนหรูคือทายาทที่หยวนวั่นเลือก เช่นนั้นเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นข่าวที่อาจสั่นคลอนการค้าเมืองอู่โจวยิ่ง!!!

“เจ้าว่านางจะรับมือหยวนฮูหยินได้หรือไม่ เพราะมีหรือที่หยวนฮูหยินคนปัจจุบันจะยอมให้บุตรสาวของสตรีอื่น ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตระกูลหรือ ยังมีเรื่องข่าวลือในอดีตนั่นอีก เรื่องเกี่ยวกับปานแดงดอกสือซว่าน”

“เจ้าพูดให้น้อยๆ หน่อย”

“ไม่ได้ ข้าอยากรู้ อีกอย่าง...” หม่าเซียวยิ้มเจ้าเล่ห์ “นางอายุสิบสี่ เจ้ากับข้าอายุสิบเก้า ปีหน้านางปักปิ่น ข้ากับเจ้าก็จะเข้าพิธีสวมหมวก หากนางหมั้นหมายกับเจ้าข้าจะขอส่งเสริม!!!”

“หม่าเซียว หุบปาก!!!”

“อะไรกัน เมื่อครู่ยังเห็นสบตาหยั่งเชิงกันไปมา ข้าเห็นนะ!!!”

หน้าจวนตระกูลหยวน รถม้าของตระกูลเฟิงเพิ่งหยุดลง หยวนหรูก้าวลงจากรถม้าช้าๆ นางกล่าวขอบใจคนขับรถม้า จากนั้นโจวเช่อก็ช่วยนางจ่ายเงินสินน้ำใจ กระทั่งพ่อบ้านตระกูลหยวนวิ่งออกมาด้วยท่าทีหอบฮัก

สายตาดุดันกวาดมองไปยังนางหวังและพรรคพวก จากนั้นยิ้มให้หยวนหรู

“คุณหนูเจ็ด นายท่านบอกว่ามาถึงแล้วก็รีบกลับเข้าเรือนเถิด ส่วนผู้คุ้มกันโจวนายท่านยังมีเรื่องให้ท่านทำ คนที่ไม่เกี่ยวข้องนอกเหนือจากนี้ให้แยกย้ายกันไปได้ เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้นายท่านจะจัดการด้วยตัวเอง” ประโยคหลังพ่อบ้านหันไปมองนางหวังอย่างจงใจ

หยวนหรูยิ้มจากนั้นเหลือบไปมองรถม้าตระกูลเฟิง เนื่องจากคนขับรถม้ายังคงไม่จากไปไหน นางหันไปยิ้มให้อีกฝ่ายกระทั่งเห็นนางเดินกลับเข้าข้างในโดยใช้ประตูใหญ่ รถม้าจึงเคลื่อนตัวออกไป

แม้นี่ไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติ แต่เมื่อรับคำสั่งผู้เป็นนาย คนขับรถม้าทุกคนก็จะทำตามอย่างเคร่งครัด ‘ส่ง’ แขกที่โดยสารกลับจวนอย่างปลอดภัยค่อยกลับ

นี่เป็นครั้งแรกที่หยวนหรูเหยียบย่างมายังประตูใหญ่ นางเงยหน้ามองซุ้มประตูอลังการ กระทั่งกวาดสายตาสำรวจทุกอย่างโดยไม่ให้ผู้ใดสงสัย ข้างๆ ยังมีซุนเอ๋อร์ที่มีอาการสั่นน้อยๆ เพราะความตื่นตระหนก

หยวนหรูกุมมืออีกฝ่ายเอาไว้ แม้รู้สึกรำคาญที่สาวใช้คนนี้ช่างขี้ขลาด แต่ถึงขี้ขลาดซุนเอ๋อร์ก็ไม่เคยทรยศต่อคำสั่ง ทั้งยังปฏิบัติต่อนางอย่างที่สาวใช้สมควรปฏิบัติต่อผู้เป็นนาย แม้จะรู้ว่านางเป็นคุณหนูที่ถูกละเลยทอดทิ้งก็ตาม

ระหว่างทางเดินกลับไปยังเรือนหลัง หางตาของหยวนหรูมองเห็นชายชุดสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งกำลังเดินมาทิศทางที่นางผ่าน แต่นางกลับไม่หันไปมอง ไม่ใส่ใจ เพียงเดินช้าๆ กลับไปยังเรือนหลังด้วยแผ่นหลังตั้งตรงใบหน้าเรียบเฉย

ชายเสื้อสีแดงและแถบผ้าบนศีรษะ พลิ้วไหวไปตามจังหวะการเดิน เรื่องในวันนี้ล้วนเป็นอย่างที่นางคาด คนตระกูลหยวนทำการได้รวดเร็วยิ่ง นางไปจากจวนไม่นานกลับมีคนสะกดรอยตาม ทั้งยังส่งข่าวให้คนในจวนรับรู้ หากนางเดาไม่ผิดเวลานี้ผู้ที่ส่งคนจับตาดูนางนั้นมีสองคน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 11

    “คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ไ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 10

    “ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 9

    คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 8

    หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 7

    นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 6

    “ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status