LOGINเพื่อเอาตัวรอดในยุคอันไม่คุ้นเคย 'ซือถูชิงหลิง' ไม่มีทางเลือกนอกจากสวมรอยเป็นผู้อื่น ถึงอย่างนั่นสวรรค์เมตตาให้นางได้มีชีวิต แต่เหตุใดกลับให้นางเข้ามาอยู่ในร่างของ 'หยวนหรู' คุณหนูเจ็ดที่แม้เป็นทายาทตระกูลใหญ่ แต่กลับถูกคนทั้งตระกูลทอดทิ้ง!!! เอาละ...ได้เวลาทวงบัลลังก์ความร้ายกาจคืน นางจะแสดงให้ผู้คนยุคนี้เห็นว่าความร้ายกาจที่แท้จริงเป็นอย่างไร ถึงอย่างนั้น...ทำไมพ่อหนุ่มน้อยผู้นั้นจึงเอาแต่จับผิดนางเล่า ไม่ได้ๆ นางจะวอกแวกไม่ได้ พวกเขาเป็นคนรุ่นหลังนางถึงห้าร้อยปี หากยังมัวน้ำลายหกเพราะบุรุษหล่อเหลา เช่นนี้นางมิถูกตราหน้าว่าเป็นผู้อาวุโสที่กำลังกินเด็กหรอกหรือไร!!!
View Moreหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร
นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่
“ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้
ความหมายก็คือผู้อื่นต้องมองว่าที่นางเก่งกาจราวกับไม่ใช่เด็กสาววัยสิบสี่ปี ทั้งนี้ก็เพราะได้โจวเช่อสั่งสอน แต่หากยามลับหลังผู้อื่น นางจะเป็นอาจารย์ที่คอยสอนเคล็ดวิชาและเพลงกระบี่ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสแก้แค้น“ยังมี...การจะหาวิธีแก้แค้นนั้น จะต้องเกิดขึ้นหลังจากข้าได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหยวนแล้วเท่านั้น”“ศิษย์ทราบแล้วและน้อมรับคำสั่งสอนจากอาจารย์ ขออาจารย์รับการคารวะจากศิษย์”บุรุษวัยยี่สิบสี่ทั้งยังฝีมือเก่งกาจ กำลังคุกเข่ากราบเด็กสาววัยสิบสี่ที่ยังไม่ปักปิ่นเป็นอาจารย์ เรื่องเหลวไหลเช่นนี้เรียกได้ว่าหากยากยิ่ง ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หยวนหรูพยุงเขาลุกขึ้น“ลุกขึ้นเถิด ต่อจากนี้ทุกวันหลังยามอิ๋น[1]หลังจากเสร็จสิ้นงานที่เจ้าได้รับมอบหมาย เจ้ามาหาข้าที่เรือนหลังแห่งนี้เพื่อฝึกกระบี่ ระวังด้วยอย่าให้ใครเห็นหรือระแคะระคาย ที่นี่ปลอดภัยเพราะไม่มีใครรบกวน ส่วนเรื่องซุนเอ๋อร์เจ้าก็ไปจัดการก่อนมาหาข้า จะอย่างไรให้นางรู้น้อยที่สุดเป็นดี”“ศิษย์ทราบแล้วจะทำตามที่อาจารย์สั่งอย่างเคร่งครัด”“วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”“ขอรับ”มองดูโจวเช่อเดินจากไปเงียบๆ หยวนหรูน้อยได้แต่ลองเดิมพันดูสักต





