Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

11

บทที่ 1

...เขาถูกคนในตระกูลหมายเอาชีวิต...นางเองก็ถูกคนในตระกูลทอดทิ้ง--ภพรักชั่วนิรันดร์--ในบรรดาสามแคว้นว่ากันว่าไม่มีเมืองใดเจริญรุ่งเรืองเท่าเมืองอู่โจว จุดศูนย์กลางแหล่งกระจายสินค้าหลักแห่งแคว้นจ้าว นั่นก็เพราะห้าตระกูลใหญ่ซึ่งครองสัมปทานหลักเอาไว้ในมือล้วนเป็นหนึ่งในด้านการค้าตระกูลซูตะวันตก ผู้ครองสัมปทานการค้าข้าวตระกูลเฟิงตะวันออก ผู้ครองสัมปทานการขนส่งทางเรือตระกูลหยวนทางใต้ เจ้าของโรงทอและร้านแพรพรรณที่ใหญ่ที่สุดตระกูลหม่าทางเหนือ เจ้าของร้านสมุนไพรและร้านหมอที่มีชื่อเสียงและสุดท้ายตระกูลจินแห่งถนนอู่หลวน ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองอู่โจว เจ้าของร้านเครื่องประดับและเครื่องกระเบื้องซึ่งมีการทำสัมปทานค้าขายกับวังหลวงแคว้นจ้าวห้าตระกูลใหญ่ต่างก็ได้รับพระราชทานตราตั้งจากฮ่องเต้ เนื่องจากทั้งห้าตระกูลได้ทำการค้า ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่บ้านเมืองผ่านการจ่ายภาษีมูลค่ามหาศาลนอกเหนือไปจากนั้นก็ยังมีตระกูลเล็กๆ แยกย่อยออกมา กระนั้นยังคงเป็นห้าตระกูลที่ชาวแคว้นจ้าวเห็นถึงความมั่งคั่งและมั่นคงถึงอย่างนั้นไม่ว่าตระกูลใหญ่หรือเล็ก ทุกตระกูลล้วนมีเรื่องภายในที่ไม่อาจบอกกล่าวให้คนนอกได้รั
last updateDernière mise à jour : 2026-01-09
Read More

บทที่ 2

“ใช่” นางตอบเขาเสียงเรียบ “ภายใต้ข้อตกลงที่ว่านั้น เจ้าจะต้องเก็บทุกอย่างเป็นความลับ หากเรื่องทุกอย่างลุล่วงเจ้าต้องอยู่ข้างกายข้า คุ้มครองความปลอดภัยให้ข้าห้าปี หลังจากนั้นเจ้าจะเป็นอิสระ”“ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าจะทำตามข้อตกลง”เขาไม่ชอบรอยยิ้มของนาง แม้เขาเป็นวรยุทธ์และอายุมากกว่านางถึงสิบปี แต่ไม่รู้เพราะอะไรเขาจึงรู้สึกว่าคนตรงหน้าอาวุโสกว่าเขายอมรับว่ารู้สึกได้ถึงอำนาจและรังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาจากร่างเล็ก มันคล้ายความเป็นผู้นำ ความเด็ดขาด รวมไปถึงความโหดเหี้ยมซึ่งปะปนมากับรังสีแห่งการเข่นฆ่าใช่...เด็กวัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นสตรี นางกลับมีรังสีแห่งการเข่นฆ่าในดวงตา!!!วันนั้นไม่มีใครเห็นอย่างที่เขาเห็น แม้นางไร้วรยุทธ์และไร้กำลังภายใน แต่การเคลื่อนไหวกลับคล่องแคล่ว รวมไปถึงกระบวนท่าในยามที่นางกวัดแกว่งกระบี่ไม้ ยังถึงกับสามารถหักขาคุณชายห้า ซึ่งเป็นพี่ชายของนางเอง และนางทำได้โดยที่ตาไม่กะพริบ ลมหายใจก็ไม่แม้แต่จะติดขัดหลังจากเกิดเรื่องนางนั่งลงขดตัวร้องไห้ดังลั่น พร้อมกันนั้นก็ตีหน้าเศร้าแสร้งทำเป็นหวาดกลัว กระทั่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าต้องปลอบโยนเหตุการณ์วันนั้นไม่เพียงแค่ขาห
last updateDernière mise à jour : 2026-01-09
Read More

บทที่ 3

หยวนหรูยิ้ม “ตระกูลหยวนไร้ผู้สืบทอดที่ท่านพ่อวางใจ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจบอกผู้ใดเรื่องอาการป่วย ขอเพียงทำให้เขาเห็นว่าเจ้ากำลังสอนหนังสือ รวมไปถึงเรื่องต่างๆ ทั้งหมดให้ข้า และสารภาพไปว่าแอบทำเพราะสงสารมานานนับปี ให้เขารู้ว่าข้าอาจช่วยเขาดูแลกิจการตระกูลหยวน”“หยวนวั่นเป็นคนหวาดระแวง เขาคงไม่หลงเชื่อโดยง่าย”“ข้ารู้ นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาจะเชื่อหรือไม่นั้นข้าจัดการเอง”“ท่านจะทำเช่นไร”“รู้หรือไม่ข้อได้เปรียบของข้าคือสิ่งใด” เห็นโจวเช่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัยนางก็ยิ้ม “เวลา ข้าได้เปรียบเรื่องเวลา เพราะท่านพ่อของข้าผู้นั้นไม่มีเวลามากพอ”อาการป่วยที่เกิดจากการหักโหมงาน เพียงเพื่อความรุ่งเรืองมั่งคั่ง กลับบั่นทอนอายุขัยของหยวนวั่น ทั้งชีวิตเขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นยอดคนของตระกูลหยวน นำพาตระกูลหยวนให้รุ่งเรืองกระทั่งฮ่องเต้ยังเคยตรัสชมเชย กระนั้นทุกอย่างที่เขาได้มากลับแลกมาด้วยแสงแห่งชีวิตที่กำลังริบหรี่ตระกูลหยวนมีทายาทสายตรงสิบสองคน บุตรชายคนโตสิ้นใจไปแล้วหลายปีก่อน บุตรสาวคนรองและคนที่สามออกเรือนไปแล้วบุตรชายคนที่สี่แม้อายุย่างสิบแปดแต่กลับเอาแต่เที่ยวเล่นวางท่าไปวันๆบุตรชายคนที่ห
last updateDernière mise à jour : 2026-01-09
Read More

บทที่ 4

ค่ำคืนของวันที่เกิดเรื่อง นางจงใจรอคอยการมาเยือนของโจวเช่อ และเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง นางเดินออกไปยังลานหน้าเรือนซอมซ่อของเรือนหลังจวนตระกูลหยวน โยนท่อนไม้ไผ่ที่ตนลงมือเหลากับมือ‘ห้ามใช้กำลังภายใน’ นางต่อรองโจวเช่อเองแม้รับท่อนไม้ไผ่ไปแต่กลับยืนมองหน้านางอย่างงงงัน‘มิใช่สงสัยหรือว่าข้าทำอย่างไรให้คุณชายห้าขาหักโดยไม่มีใครสงสัย’ นางยิ้มที่มุมปาก ‘ยั้งมือด้วย’ นางกล่าวพร้อมกับจับด้ามกระบี่ไม้ไผ่แน่น จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าจู่โจมโจวเช่อความคล่องแคล่วรวดเร็ว รวมไปถึงกระบวนท่าทีพิสดาร ทำให้โจวเช่อได้แต่ลอบตื่นตระหนก จริงอยู่นางไม่อาจเอาชนะเขาได้ เพราะนางไร้ความแข็งแกร่งและไร้ลมปราณถึงอย่างนั้นคนที่สามารถต้อนเขา จนเกือบพลั้งมือใช้กำลังภายในหลายครั้ง กลับเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวนผู้อ่อนแอในวันวานไม่นานเขาก็เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำดังคาด กระบี่ไม้ไผ่ของหยวนหรูจ่อลงไปยังขั้วหัวใจของเขา โดยที่กระบี่ในมือของเขาทำได้เพียงหยุดอยู่ที่หัวไหล่ของนางเท่านั้น‘เพลงกระบี่ของเจ้าอ่อนด้อยจนเกินไป กระบี่ก็เบาจนเจ้าไม่อาจกะน้ำหนักให้เหมาะสม เจ้าต้องหากระบี่ใหม่ กระบี่ที่เหมาะกั
last updateDernière mise à jour : 2026-01-09
Read More

บทที่ 5

ความหมายก็คือผู้อื่นต้องมองว่าที่นางเก่งกาจราวกับไม่ใช่เด็กสาววัยสิบสี่ปี ทั้งนี้ก็เพราะได้โจวเช่อสั่งสอน แต่หากยามลับหลังผู้อื่น นางจะเป็นอาจารย์ที่คอยสอนเคล็ดวิชาและเพลงกระบี่ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสแก้แค้น“ยังมี...การจะหาวิธีแก้แค้นนั้น จะต้องเกิดขึ้นหลังจากข้าได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหยวนแล้วเท่านั้น”“ศิษย์ทราบแล้วและน้อมรับคำสั่งสอนจากอาจารย์ ขออาจารย์รับการคารวะจากศิษย์”บุรุษวัยยี่สิบสี่ทั้งยังฝีมือเก่งกาจ กำลังคุกเข่ากราบเด็กสาววัยสิบสี่ที่ยังไม่ปักปิ่นเป็นอาจารย์ เรื่องเหลวไหลเช่นนี้เรียกได้ว่าหากยากยิ่ง ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้หยวนหรูพยุงเขาลุกขึ้น“ลุกขึ้นเถิด ต่อจากนี้ทุกวันหลังยามอิ๋น[1]หลังจากเสร็จสิ้นงานที่เจ้าได้รับมอบหมาย เจ้ามาหาข้าที่เรือนหลังแห่งนี้เพื่อฝึกกระบี่ ระวังด้วยอย่าให้ใครเห็นหรือระแคะระคาย ที่นี่ปลอดภัยเพราะไม่มีใครรบกวน ส่วนเรื่องซุนเอ๋อร์เจ้าก็ไปจัดการก่อนมาหาข้า จะอย่างไรให้นางรู้น้อยที่สุดเป็นดี”“ศิษย์ทราบแล้วจะทำตามที่อาจารย์สั่งอย่างเคร่งครัด”“วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”“ขอรับ”มองดูโจวเช่อเดินจากไปเงียบๆ หยวนหรูน้อยได้แต่ลองเดิมพันดูสักต
last updateDernière mise à jour : 2026-01-10
Read More

บทที่ 6

“ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้
last updateDernière mise à jour : 2026-01-11
Read More

บทที่ 7

นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่
last updateDernière mise à jour : 2026-01-12
Read More

บทที่ 8

หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร
last updateDernière mise à jour : 2026-01-13
Read More

บทที่ 9

คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็
last updateDernière mise à jour : 2026-01-14
Read More

บทที่ 10

“ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา
last updateDernière mise à jour : 2026-01-14
Read More
Dernier
12
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status