LOGIN“ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ
“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”
“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”
“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”
“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”
นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่
นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมารยาทยิ่ง หากเรื่องนี้ล่วงรู้ไปถึงนายท่าน นางไม่ถูกโบยตีก็คงถูกขายออกนอกจวนแน่นอน!!!
เหลือยสายตามองคนที่ทำหน้าที่สะกดรอยตามมา นางหวังได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่าย นัยว่าคงไม่กล้าเข้าใกล้หอฟางจื่อ ดังนั้นจึงไม่เห็นว่าเฟิงเสวียนคุนและหม่าเซียวอยู่กับหยวนหรูด้วย
“ข้ากินไม่ลงแล้ว ลงไปส่งท่านข้างล่างก็แล้วกัน” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ รอยยิ้มบนใบหน้าหายวับไปตั้งนานแล้ว
“พี่ซุนเอ๋อร์มาพยุงข้าเถิด”
ซุนเอ๋อร์รีบทำตามทันทีไม่กล้าอิดออด
ชั่วขณะที่เดินผ่านนางหวัง หยวนหรูตวัดสายตาดุดันเย็นชามองอีกฝ่าย กระทั่งนางหวังตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก สายตาเช่นนี้ราวกับตรึงร่างของนางหวังเอาไว้กับที่ เพราะไม่คาดว่าคุณหนูเจ็ดที่นางเคยหาเรื่องกลั่นแกล้งทุบตี จะกลับกลายเป็นคนละคนกันเช่นในวันนี้
ทั้งท่าทาง ดวงตา คำพูด รวมไปถึงนิสัยใจคอ เด็กสาวตรงหน้าไหนเลยจะคล้ายคุณหนูเจ็ดผู้อ่อนแอคนเดิมอีก
เมื่อครู่นางใช่ตาฝาดไปหรือไม่ เด็กคนนั้นที่ตัวสั่นงันงกไม่กล้าสบตาผู้ใด กลับกลายเป็นคนเย็นชา และสามารถเชือดเฉือนผู้คน เพียงแค่ปรายตามองมาเท่านั้น!!!
มองสบตาคุณหนูเจ็ดที่เดินออกมาจากห้อง คนของตระกูลหยวนต่างก็หลีกทางให้ ไม่กล้าเข้าใกล้เพราะกลัวเป็นการล่วงเกิน ทั้งที่ขามานั้นพวกเขายิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกสนุก หลังจินตนาการว่าจัดการคุณหนูเจ็ดกับซุนเอ๋อร์อย่างไรดี ตอนนี้แม้แต่ความคิดที่จะแตะต้องอีกฝ่ายก็ไม่กล้าแม้แต่น้อย
“อะไรกัน” หม่าเซียวยังไม่ยอมหยุด “พวกเจ้ารู้ว่าคุณแอบหนีออกมาเที่ยว พาคนมารับตั้งมากมาย แต่กลับไม่นำรถม้าหรือเกี้ยวมารับหรือ” หม่าเซียวมองไปรอบๆ คิ้วเข้มขมวดลงราวไม่พอใจ
“ข้าจะให้รถม้าไปส่งท่านก็แล้วกัน รอครู่เดียว” เฟิงเสวียนคุนและหม่าเซียวคนหนึ่งร้องคนหนึ่งรับ ราวกับงิ้วเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าสนุกสำหรับพวกเขา
หยวนหรูเองก็ปล่อยให้คนทั้งสองเล่นกันให้พอ เพราะอย่างไรเสียครั้งนี้ก็นับว่านางติดหนี้น้ำใจพวกเขาสองคนแล้ว ฐานะที่นางไม่เปิดเผย แม้ตระหนักว่าทั้งสองล่วงรู้ บัดนี้มาถูกเปิดโปงโดยนางหวัง เช่นนี้แล้วมิสู้ยอมรับออกมาเลยยังดีกว่า
รถม้าของเฟิงเสวียนคุนจอดรออยู่ไม่ไกล เมื่อเขาส่งสัญญาณก็วิ่งเข้ามาจอด “ไปส่งคุณหนูหยวนกลับจวน จากนั้นวนกลับมารับข้าที่หน้าโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย”
“ขอรับ”
“หยวนหรูขอบคุณคุณชายทั้งสอง วันนี้ข้าต้องขอลา” นางกล่าวพร้อมบอกชื่อแซ่ออกมาชัดเจน
หม่าเซียวโบกมือให้นางด้วยรอยยิ้ม “ไว้พบกันใหม่ วันหน้าข้าต้องไปเยี่ยมเจ้าที่จวนแน่นอน”
เฟิงเสวียนคุนเกือบกลั้นหัวเราะไม่อยู่ เพราะขณะที่พูดสายตาของสหายกลับมองไปยังนางหวัง “วันหน้าค่อยหาโอกาสไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่า รวมไปถึงท่านลุงกับท่านป้า”
หยวนหรูค้อมศีรษะให้เขาจากนั้นซุนเอ๋อร์ก็พยุงนางขึ้นรถม้า เสียงเฟิงเสวียนคุนยังดังขึ้น ทำให้หญิงสาวที่เพิ่งก้าวขึ้นรถม้าชะงัก
“ด้านข้างที่นั่งบนรถม้ามีชาอุ่นๆ เจ้าก็เข้าไปรินให้คุณหนูเจ็ดเถิด เมื่อครู่นายของเจ้ากินเนื้อตุ๋นเข้าไปไม่น้อย ระหว่างทางคงกระหายเป็นแน่”
ความหมายคือให้ซุนเอ๋อร์เข้าไปนั่งในรถม้ากับหยวนหรูนั่นเอง หยวนหรูยิ้มขอบคุณเขาจากใจ จากนั้นเดินเข้าไปนั่งในรถม้า
มองดูขบวนรถม้าและคนจากตระกูลหยวนจากไป หม่าเซียวยกมือหนึ่งกุมหน้าอก ส่วนมืออีกข้างยื่นไปด้านหน้าซึ่งเป็นทิศทางที่รถม้าวิ่งจากไป
“คนงาม รอยยิ้มนั้นเหตุใดไม่ใช่เพื่อข้า”
เฟิงเสวียนคุนถอนหายใจ “ยังไม่เลิกเล่นอีกหรือ”
“ผ่อนคลายเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น รอยยิ้มของนางเมื่อครู่เจ้าก็เห็นแล้ว โฉมสะคราญวัยแรกแย้มที่แม้ไม่ปรุงแต่งใดๆ หน้าตาเรียบเฉยดวงตาเย็นชาว่าน่ามองแล้ว รอยยิ้มเมื่อครู่ของนางอาจมีบุรุษนับไม่ถ้วนยอมตายเพื่อให้ได้ยล ตอนนี้น่าจะสิบสี่ย่างสิบห้า หากหลังปักปิ่นความงามจะยิ่งเปล่งประกาย...”
“หม่าเซียว เจ้าเลิกเหลวไหลได้แล้ว”
“แค่อยากให้หัวใจเคร่งเครียดได้ผ่อนคลายเท่านั้นเอง เจ้าไม่รู้สึกอัดอึดหรือ...เมื่อครู่” หม่าเซียวส่ายหน้า “คุณหนูเจ็ดผู้นี้คืออาวุธลับของท่านลุงหยวนจริงดังคาด เจ้าไม่เห็นท่าทางบ่าวไพร่ตระกูลหยวนเมื่อครู่หรือ เหมือนพวกเขาตกใจจนทำอะไรไม่ถูก”
“หรือไม่พวกเขาก็ไม่คิดว่าจะเจอเรื่องไม่คาดฝัน เจ้าว่า...ท่าทางของบ่าวนางนั้นตอนมาถึง กับหลังจากที่เห็นท่าทีของคุณหนูเจ็ดดูน่าสงสัยหรือไม่”
หม่าเซียวพยักหน้า “ยังต้องถามอีกหรือ เห็นชัดว่าอ้าปากค้างตกใจจนลืมจุดประสงค์การมาไปแล้วกระมัง ไม่นับรวมเรื่องที่มาเห็นคุณหนูเจ็ดอยู่กับท่านและข้า ยังมี...ผู้คุ้มกันโจว เจ้าเห็นหรือไม่”
เฟิงเสวียนคุนพยักหน้า “ท่าทีนอบน้อมนั้นมากกว่าที่เขาแสดงออกกับท่านลุงหยวนมาก”
“ไม่ใช่แค่มาก แต่ต่างกันราวฟ้ากับเหว เขาที่ดูเย่อหยิ่งและเย็นชาเหตุใดยอมสยบให้เด็กสาววัยสิบสี่ เรื่องนี้คิดอย่างไรก็ไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย”
“คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ไ
“ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา
คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็
หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร
นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่
“ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้







