Share

บทที่ 4

last update Huling Na-update: 2026-01-09 18:32:27

ค่ำคืนของวันที่เกิดเรื่อง นางจงใจรอคอยการมาเยือนของโจวเช่อ และเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง นางเดินออกไปยังลานหน้าเรือนซอมซ่อของเรือนหลังจวนตระกูลหยวน โยนท่อนไม้ไผ่ที่ตนลงมือเหลากับมือ

‘ห้ามใช้กำลังภายใน’ นางต่อรอง

โจวเช่อเองแม้รับท่อนไม้ไผ่ไปแต่กลับยืนมองหน้านางอย่างงงงัน

‘มิใช่สงสัยหรือว่าข้าทำอย่างไรให้คุณชายห้าขาหักโดยไม่มีใครสงสัย’ นางยิ้มที่มุมปาก ‘ยั้งมือด้วย’ นางกล่าวพร้อมกับจับด้ามกระบี่ไม้ไผ่แน่น จากนั้นก็พุ่งตัวเข้าจู่โจมโจวเช่อ

ความคล่องแคล่วรวดเร็ว รวมไปถึงกระบวนท่าทีพิสดาร ทำให้โจวเช่อได้แต่ลอบตื่นตระหนก จริงอยู่นางไม่อาจเอาชนะเขาได้ เพราะนางไร้ความแข็งแกร่งและไร้ลมปราณ

ถึงอย่างนั้นคนที่สามารถต้อนเขา จนเกือบพลั้งมือใช้กำลังภายในหลายครั้ง กลับเป็นเพียงเด็กสาววัยสิบสี่ ทั้งยังเป็นคุณหนูเจ็ดตระกูลหยวนผู้อ่อนแอในวันวาน

ไม่นานเขาก็เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำดังคาด กระบี่ไม้ไผ่ของหยวนหรูจ่อลงไปยังขั้วหัวใจของเขา โดยที่กระบี่ในมือของเขาทำได้เพียงหยุดอยู่ที่หัวไหล่ของนางเท่านั้น

‘เพลงกระบี่ของเจ้าอ่อนด้อยจนเกินไป กระบี่ก็เบาจนเจ้าไม่อาจกะน้ำหนักให้เหมาะสม เจ้าต้องหากระบี่ใหม่ กระบี่ที่เหมาะกับเพลงกระบี่ตระกูลซือถู’

ชายหนุ่มขมวดคิ้วมองนางราวกับมองคนเสียสติ แต่นางกลับไม่สะทกสะท้าน ‘ให้เวลาเจ้าใคร่ครวญสามวัน หากตัดสินใจว่าจะเป็นคนของข้า ให้มาหาข้าเวลาเดียวกันนี้ หากไม่ก็ถือเสียว่าเราไม่เคยพบและไม่รู้จักกัน’

‘ทำไมข้าต้องทำเช่นนั้น’

‘ห้าร้อยปีก่อนเคยมีพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง นามนั้นคือหอกระเรียนหยก บุรุษที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคนามว่าเสียนหวงอี้’

‘เขาเป็นใคร’

‘เอาเป็นว่าข้ารู้จักเขา ขอเพียงเจ้าหาประวัติของเขาพบ การจะรู้จักข้านั้นไม่ยาก’

ยืนครุ่นคิดและมองหยวนหรูตรงหน้า โจวเช่อได้แต่ขมวดคิ้วด้วยความเคลือบแครง “ข้ามีเรื่องหนึ่งสงสัย”

“หาเขาพบแล้วกระมัง” ไม่คาดว่านางจะเดาออก

“ท่านจะเป็นคนรู้จักกับเจ้าสำนักฝ่ายธรรมะผู้โด่งดังผู้นั้นได้อย่างไร ในเมื่อเขาตายไปเกือบห้าร้อยปีแล้ว

“ข้าไม่ได้รู้จักเขา แต่ข้าเป็นคนสังหารเขา”

ในยามที่กล่าวน้ำเสียงของนางแฝงเอาไว้ด้วยรังสีอำมหิตจนเขารู้สึกได้ เพียงแต่มันช่างสวนทางกับบุคลิกของเด็กสาววัยสิบสี่ยิ่งนัก

 “ช้าก่อน!” โจวเช่อชะงัก “คนที่สังหารเสียนหวงอี้...แซ่ซือถู...นางมารพรรคหงส์เหิน หรือว่าท่านก็คือซือถูชิงหลัน”

หยวนหรูกลอกตา “เจ้าไปได้ชื่อนี้มาจากที่ใด หรือที่บันทึกเอาไว้เป็นเช่นนี้ ซือถูชิงหลันอยากแต่งเข้าตระกูลเสียน นางจะลงมือสังหารเสียนหวงอี้ได้อย่างไรกัน”

โจวเช่อเองก็คล้ายลังเล เขาลอบติดสินบนขันทีผู้หนึ่ง เพื่อให้เขาได้เข้าไปค้นหอจดหมายเหตุของวังหลวง และที่นั่นมีเพียงบันทึกเล่มเดียวที่กล่าวถึงบุรุษนามเสียนหวงอี้

“ช้าก่อน ซือถูชิงหลันมีพี่สาว เสียนหวงอี้เองก็มีน้องชายผู้หนึ่ง เสียน...”

“เสียนหวงเฟิง”

โจวเช่อเองก็คล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ เขามองเด็กสาวตรงหน้าก่อนพยายามนึกถึงเรื่องต่างๆ ที่ได้อ่าน “แต่ในนั้นบันทึกเอาไว้เช่นนั้นจริงๆ ซือถูชิงหลันลงมือสังหารเสียนหวงอี้เพราะนางถูกหลอกใช้ กระทั่งทำให้พรรคมารและฝ่ายธรรมะล่มสลาย สองพรรคใหญ่ไร้ผู้นำ ทำให้ยุทธภพสั่นคลอน”

อา...น้องสาวของนางกับเสียนหวงเฟิงช่างเก่งกาจ

“ในที่สุดนางก็ตาสว่าง นามของข้าไม่มีในจารึกล้วนไม่เป็นไร นามของเสียนหวงเฟิงยิ่งไม่สำคัญให้เอ่ยถึง”

“ท่านหมายความว่าอย่างไร”

“เสียนหวงเฟิงและเสียนหวงอี้ แท้จริงแล้วพวกเขาคือฝาแฝด ข้าสังหารเสียนหวงอี้ต่อมาคิดว่าเขาคงปลอมตัวเป็นพี่ชาย หลังจากที่หลอกล่อให้น้องสาวของข้าสังหารข้า คนอย่างเสียนหวงเฟิงคงไม่จริงใจกับผู้ใด น้องสาวผู้โง่งมของข้าคงรู้เรื่องนี้ต่อมา ดังนั้นนางจึงลงมือสังหารเขา” หยวนหรูแค่นหัวเราะแต่กลับไม่รู้สึกขัน

“ช่างเถิด ข้าล้วนไม่ติดค้างผู้ใด คิดแค้นไปแล้วอย่างไรเล่า ในเมื่อคนก็ล้วนตายไปแล้ว” นางถอนหายใจออกมา

“ผู้อาวุโส” โจวเช่อมีท่าทีอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเชื่อในสิ่งที่นางกล่าวอย่างไม่ต้องสงสัย

เห็นท่าทีของเขาหยวนหรูก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อาจารย์ของเจ้าถูกฝังอยู่ที่ใด”

“เมืองฉงชิ่ง”

“คุกเข่าไปทางนั้น” นางสั่งและเขาก็ทำตามด้วยใบหน้างงงัน “คารวะเขา พร้อมกับบอกเขาว่าวันนี้เจ้าจะรับอาจารย์อีกคน คนที่จะช่วยเจ้าแก้แค้น ไม่ลุล่วงไม่เลิกรา”

โจวเช่อชะงักงันไปครู่ใหญ่ เขาเงยหน้าขึ้นจ้องใบหน้าอ่อนเยาว์ของหยวนหรู แต่เมื่อมองเห็นแววตาเรียบเฉยดุดัน เขาก็ตัดสินใจได้ในทันที

“เอาละคุกเข่าให้ข้า พร้อมกับกล่าวสาบาน”

เขาทำตามอย่างว่าง่าย

“เพลงกระบี่และเคล็ดวิชาที่ข้าสอนให้ เจ้าไม่อาจส่งมอบให้ผู้อื่นทั้งยังไม่อาจรับศิษย์ แต่หากเจ้ามีทายาทที่เป็นสายเลือดของเจ้าเอง ไม่ว่าหญิงหรือชาย เจ้าสามารถส่งต่อให้เขา เช่นสมบัติที่ตกทอดของตระกูล”

โจวเช่อตกตะลึง “ท่าน...พูดจริงหรือ”

“ข้ายังพูดไม่จบ”

“ขอรับ”

“แต่เจ้าไม่อาจเอ่ยถึงนามของข้าแม้ครึ่งคำ หากผู้ใดถามเจ้าก็บอกว่าอาจารย์ผู้ล่วงลับผู้นั้นเป็นคนสอนให้เจ้า เรื่องทั้งหมดระหว่างเจ้ากับข้าต้องเก็บเป็นความลับห้ามแพร่งพราย”

“ข้าน้อยทราบแล้ว”

“ศิษย์ทราบแล้ว” นางแก้ให้เขา

“ขอรับอาจารย์ ศิษย์ทราบแล้ว”

หยวนหรูพยักหน้า “ข้าไม่อาจใช้วิธีอื่น นอกจากเจ้าต้องแสดงถึงความจริงใจให้ข้าเห็น ข้าให้เจ้าคุกเข่ารับข้าเป็นอาจารย์เพราะเล็งเห็นว่าเจ้าเห็นอาจารย์ของเจ้าสำคัญกว่าชีวิต เจ้าเดินทางเข้าเมืองอู่โจวไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่เพื่อแก้แค้นแทนอาจารย์ ดังนั้นข้าจึงเลือกที่จะเชื่อใจเจ้า”

แต่หากไม่นางก็มีวิธีกำจัดเขา และหวังว่านางคงไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น!!!

“ต่อหน้าผู้อื่นข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเจ้าเป็นอาจารย์ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้อื่นเข้าใจเช่นนั้น แต่หากไม่มีผู้ใดโดยรอบเรื่องนั้นแล้วแต่เจ้า”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status