Share

บทที่ 5

last update Last Updated: 2026-01-10 07:38:35

ความหมายก็คือผู้อื่นต้องมองว่าที่นางเก่งกาจราวกับไม่ใช่เด็กสาววัยสิบสี่ปี ทั้งนี้ก็เพราะได้โจวเช่อสั่งสอน แต่หากยามลับหลังผู้อื่น นางจะเป็นอาจารย์ที่คอยสอนเคล็ดวิชาและเพลงกระบี่ เพื่อให้เขาได้มีโอกาสแก้แค้น

“ยังมี...การจะหาวิธีแก้แค้นนั้น จะต้องเกิดขึ้นหลังจากข้าได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหยวนแล้วเท่านั้น”

“ศิษย์ทราบแล้วและน้อมรับคำสั่งสอนจากอาจารย์ ขออาจารย์รับการคารวะจากศิษย์”

บุรุษวัยยี่สิบสี่ทั้งยังฝีมือเก่งกาจ กำลังคุกเข่ากราบเด็กสาววัยสิบสี่ที่ยังไม่ปักปิ่นเป็นอาจารย์ เรื่องเหลวไหลเช่นนี้เรียกได้ว่าหากยากยิ่ง ถึงอย่างนั้นก็มิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

หยวนหรูพยุงเขาลุกขึ้น

“ลุกขึ้นเถิด ต่อจากนี้ทุกวันหลังยามอิ๋น[1]หลังจากเสร็จสิ้นงานที่เจ้าได้รับมอบหมาย เจ้ามาหาข้าที่เรือนหลังแห่งนี้เพื่อฝึกกระบี่ ระวังด้วยอย่าให้ใครเห็นหรือระแคะระคาย ที่นี่ปลอดภัยเพราะไม่มีใครรบกวน ส่วนเรื่องซุนเอ๋อร์เจ้าก็ไปจัดการก่อนมาหาข้า จะอย่างไรให้นางรู้น้อยที่สุดเป็นดี”

“ศิษย์ทราบแล้วจะทำตามที่อาจารย์สั่งอย่างเคร่งครัด”

“วันนี้เจ้ากลับไปได้แล้ว”

“ขอรับ”

มองดูโจวเช่อเดินจากไปเงียบๆ หยวนหรูน้อยได้แต่ลองเดิมพันดูสักตั้ง นางเคยสิ้นใจมาแล้วคราหนึ่ง ตอนนี้ได้รับโอกาสที่สองให้กลับมามีชีวิต ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องพยายามเอาตัวรอดให้ได้นานที่สุด

และจากสภาพความเป็นอยู่ของหยวนหรู บวกกับการสังเกตการณ์จากบนต้นไม้ นางพบว่าทางเดียวที่นางจะเอาชีวิตรอด ท่ามกลางการแก่งแย่งของเหล่าอิสตรี และคนในตระกูลหยวน เช่นนั้นนางก็ต้องก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดให้ได้!!!

ค่ำคืนอันเงียบงันเรือนหลังจวนตระกูลหยวน กลับมีเงาร่างสองร่างกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ในมือของเด็กสาวมีกระบี่ที่ทำขึ้นจากไม้ ส่วนในมือของโจวเช่อกลับเป็นท่อนเหล็กที่ทั้งหนาและหนัก

คืนก่อนที่โจวเช่อมาเพื่อเรียนเพลงกระบี่ หยวนหรูดูจากกระบี่ของเขาแล้ว ด้วยน้ำหนักที่เบาเกินไปย่อมไม่เหมาะกับเพลงกระบี่ตระกูลซือถู หากจะให้เขาคุ้นเคยกับทุกกระบวนท่า เขาต้องใช้กระบี่ที่มีน้ำหนักสองเท่าของกระบี่จริงฝึกฝน

นางถือกระบี่ไม้ไผ่เอาไว้ในมือแน่น “ดูให้ดีกระบวนท่านี้เรียกว่าหงส์สยายปีก หากเป็นสตรีจะเน้นความอ่อนช้อยว่องไว แต่หากเป็นบุรุษเจ้าสามารถเปลี่ยนให้เป็นการจู่โจมที่หนักแน่นและเด็ดขาด ข้าจะทำให้ดูเพียงครั้งเดียว จดจำให้ดี”

นางร่ายรำกระบี่พร้อมกับความรู้สึกเหมือนกับได้ย้อนกลับไปในวันวาน ในวันที่นางยังคงมีพร้อมทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นอำนาจ ชื่อเสียง ความเกรงขาม หรือแม้กระทั่งความมั่งคั่ง

กระนั้นทุกอย่างกลับหายวับไปราวกับหลับตาตื่น ถึงอย่างนั้นนางมิใช่ไม่เคยผ่านจุดนั้นมา ในวันที่นางมีเพียงสองมือพร้อมกับภาระที่ต้องดูแลน้องสาว ชีวิตของนางผ่านความยากลำบากมามาก กว่าจะถึงวันที่นางก้าวขึ้นมายังจุดสูงสุด ดังนั้นการยืนอยู่จุดเดิมเพื่อจะก้าวขึ้นไปอีกครั้ง จึงไม่ใช่เรื่องที่นางต้องหวาดกลัว

หลังจากเล็งเห็นแล้วว่าโจวเช่อมีพรสวรรค์ที่จะเรียนรู้เพลงกระบี่หงส์เหิน เพราะเพียงคืนเดียวกระบวนท่าสองในห้าเขาก็จดจำได้แล้ว นางจึงไม่กังวลเรื่องที่แผนการจะลุล่วงหรือไม่

แม้นั่งพักครู่ใหญ่ถึงอย่างนั้นหยวนหรูยังคงเหงื่อท่วม อาการหอบน้อยๆ ของนางทำให้โจวเช่อรีบรินชาอุ่นๆ ให้ทันที

“ร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป ท่านออกกระบี่เพียงสามรอบ กลับเหนื่อยถึงเพียงนี้”

“นานเข้าข้าคงเริ่มคุ้นเคยไปเอง” นางรับชามาจิบช้าๆ “หาแผนที่ได้หรือยัง”

“ยังเลยขอรับ ห้าร้อยปีจะว่ามีแผนที่เยอะก็ไม่ใช่ จะว่าไม่มีเลยก็มีบ้าง เพียงแต่หุบเขากู้เจี้ยนกลับไม่มีใครเคยรู้จัก ทั้งยังไม่มีบันทึกเอาไว้”

“แล้วเล่มที่เจ้าเคยอ่านเล่า เรื่องราวเกี่ยวกับเสียนหวงอี้”

“ในนั้นบอกเพียงประวัติไม่ได้เขียนถึงที่ตั้งขอรับ แต่พอจะยึดวัดไป๋อวี่เป็นที่ตั้ง หุบเขากู้เจี้ยนอยู่ทางเหนือของวัดไป๋อวี่สิบลี้ หากข้าออกนอกเมืองจะลองไปดูสักครั้ง”

“ห้าร้อยปีที่ผ่าน ไม่รู้ว่าพรรคหงส์เหินในอดีตหน้าตาจะเปลี่ยนไปเช่นไร หรือหากเจ้าไปก็ไม่แน่ว่าจะหาจุดที่ข้าซ่อนกระบี่พบ นอกเสียจากว่าข้าอาจออกไปด้วยตัวเอง ซึ่งก็คงยากเย็นไม่แตกต่าง”

“อาจารย์แม้หุบเขานั้นจะมีจริง แต่กระบี่เล่มนั้นจะยังอยู่หรือขอรับ วันเวลาผ่านไปอาจมีคนเก็บไปแล้ว”

“กระบี่ของเสียนหวงอี้ข้าเป็นคนซ่อนด้วยตัวเอง ไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่แน่นอนนอกจากข้า ขอเพียงหาที่ตั้งหุบเขากู้เจี้ยนพบ ข้าไม่เชื่อว่าจะหามันไม่พบ” นางหันมามองโจวเช่อพร้อมกับส่ายหน้า

“กระบี่ของเจ้าเบาเกินไป จะตีขึ้นมาใหม่หรือก็ยุ่งยากทั้งยังเสี่ยงที่จะถูกสงสัย หากได้กระบี่ของเสียนหวงอี้มาไว้ในมือ ในแคว้นจ้าวนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าเจ้าจะพ่ายแพ้ให้แก่ผู้ใด” นางกล่าว

หยวนวั่นนั่งขมวดคิ้วอยู่ภายในห้องหนังสือ เขาจ้องไปยังพ่อบ้านตระกูลหยวนเขม็ง ราวกับไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “เจ้าหมายความว่าขอเพียงมีเวลาว่าง โจวเช่อก็มักจะเข้าไปในเรือนหลังเช่นนั้นหรือ”

“ไม่ผิดขอรับนายท่าน เมื่อก่อนยังคิดว่าผู้คุ้มกันโจวไปเพราะซุนเอ๋อร์ แต่หลังๆ มานี้สาวใช้ที่บังเอิญเดินผ่านบอกว่าได้ยินเสียงของคุณหนูเจ็ดท่องตำราแว่วมาให้ได้ยิน บางครายังถึงกับเคยเดินหมากกับผู้คุ้มกันโจวด้วย”

“นานเท่าไรแล้ว”

“ไม่มีใครรู้ขอรับ เท่าที่สังเกตดูคุณหนูกับผู้คุ้มกันโจวจะสนิทกันมาก บางครั้งนางยังเผลอเรียกผู้คุ้มกันโจวว่าอาจารย์”

“สาวใช้ผู้นั้นที่เจ้าให้ไปสังเกตการณ์นางทำหน้าที่อะไร”

“นางเป็นคนทำความสะอาดขอรับ วันที่เห็นผู้คุ้มกันโจวเดินเข้าไปในเรือนหลัง นางกำลังกวาดทางเดินเรือนหลัก สงสัยว่าเพราะเหตุใดผู้คุ้มกันโจวจึงเดินผ่านจุดที่นางอยู่ทุกวัน ทั้งยังเป็นช่วงเวลาเดียวกันคือช่วงที่เขาพัก ดังนั้นจึงแอบเดินตามไปห่างๆ”

พ่อบ้านตระกูลหยวนไม่กล้าโกหกแม้แต่น้อย เขาลอบสังเกตสีหน้าของผู้เป็นนาย จากนั้นได้แต่ยืนนิ่งไม่กล้าขยับ

“สาวใช้คนนั้นขายออกไปเสีย อย่าให้ใครล่วงรู้เรื่องนี้อีก”

“ขอรับนายท่าน”

“พวกเขาออกไปนานแล้วหรือยัง”

“เพิ่งออกไปขอรับ ผู้คุ้มกันโจวไม่ได้ออกทางประตูหน้า แต่ใช้ประตูหลังพาคุณหนูเจ็ด กับซุนเอ๋อร์ออกไปตลาดโดยใช้เส้นทางลัด”

หยวนวั่นขมวดคิ้ว “ไปตลาดหรือ”

[1] ช่วงเวลาตีสามถึงตีห้า

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 93 จบ

    รถม้าวิ่งออกมายังนอกเมือง เนื่องจากวันนี้นักโทษในคุกของที่ว่าการ จะถูกส่งไปใช้แรงงานที่ชายแดน หยวนหรูส่งเสียงบอกคนขับรถม้า “จอดรถ”“ขอรับ”หยวนหรูก้าวลงมายืนริมถนน เมื่อขบวนนักโทษเดินผ่านนางก็เดินเข้าไปหาแถวนักโทษ หลี่ซื่อ หยวนอิง รวมไปถึงหยวนอวี่ ถูกล่ามด้วยตรวนและโซ่กับนักโทษคนอื่นๆ พวกเขาถูกตัดสินให้จำคุกและกำลังจะถูกส่งไปใช้แรงงานยังชายแดน ทั้งนี้ก็เพื่อชดใช้สิ่งที่เคยทำไม่สิ...ไม่อาจเรียกโดยใช้แซ่หยวนสมควรเรียกว่า หลี่อวี่ ...หลี่อิง เพราะทั้งสามคนล้วนถูกขับออกจากตระกูลหยวนแล้ว โดยความเห็นของฮูหยินผู้เฒ่าและหยวนวั่น กระนั้นหยวนหรูก็ยังคงอยากมาส่งทั้งสามคนเดินทางเงียบๆไม่ใช่ว่านางอภัยให้ทั้งสามคนแล้ว ฐานะของนางไม่อาจกล่าวอโหสิ เพราะนางไม่ใช่ผู้ที่ถูกกระทำอย่างแท้จริง ที่นางมาในวันนี้ก็เพื่อส่งทั้งสามคนเดินทางเป็นครั้งสุดท้ายการใช้แรงงานยังชายแดนครั้งนี้ ไม่รู้ว่าชั่วชีวิตจะได้กลับมาหรือไม่ ถุงยังชีพที่นางเตรียมมาให้ น่าจะเพียงพอให้ทั้งสามคนสามารถเอาชีวิตรอดไปจนถึงชายแดน“รับไปเถิด ท่านไม่กลับลำบากแต่มารดาและพี่สาวของท่านไม่เหมือนกัน” นางกล่าวกับหลี่อวี่ซึ่งยังคงมีใบหน้ายโส เมื

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 92

    อาหารทุกอย่างมีเขาเป็นคนคีบ นางหนึ่งคำ เขาหนึ่งคำ และทุกการกระทำเขายังคงกุมมือหยวนหรูเอาไว้ กระทั่งทั้งสองต้องดื่มสุรามงคล โดยต้องคล้องแขนดื่มสามจอกจอกแรกหยวนหรูอมยิ้มดื่มรวดเดียวหมด จอกที่สองนางหรี่ดวงตามองสามี จอกที่สามนางเริ่มอมยิ้มเพราะเห็นใบหน้าแดงก่ำของจูเสวียนคุนร่างเล็กในชุดสีแดงพยุงผู้เป็นสามีไปที่เตียง “ท่านพี่ ข้าได้รู้เรื่องหนึ่งมาจากหม่าเซียว”“เรื่อง...เรื่องใดหรือ” เขาสะบัดหน้าไปมา รู้สึกเหมือนพื้นหมุนวนจนกระทั่งไม่อาจยืนได้อย่างมั่นคง“ท่านดื่มสุราไม่เก่ง โดยเฉพาะสุรานารีแดงที่นับเป็นยอดสุรา” นางยิ้มร้ายก่อนพาเขาไปนั่งลงบนเตียง ช่วยเขาถอดรองเท้าจากนั้นช่วยเขาคลายมวยผมเส้นผมยาวของจูเสวียนคุนทิ้งตัวลงสยายเต็มแผ่นหลัง ใบหน้าแดงก่ำเงยขึ้นมองการกระทำของฮูหยินตน “หรูเอ๋อร์ ไม่สิ ฮูหยิน”“เจ้าคะ” นางยิ้มพร้อมกับคลายสาบเสื้อเขาออก ผลักเขาให้ล้มตัวลงนอนหงาย พร้อมกันนั้นก็ปีนขึ้นไปนั่งคร่อมร่างที่ร้อนวูบวาบ มือน้อยยกขึ้นดึงปิ่นปักผมของตัวเองออก เส้นผมของนางทิ้งตัวลู่ลง“คนงาม” นางหัวเราะพร้อมกับใช้ปลายนิ้วคีบสายคาดเอวของเขา ดึงมันออกจากนั้นเปิดสาบเสื้อให้กว้างขึ้น เผยให้เห็นผ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 91

    กลิ่นหอมของดอกสือซว่านที่ลอยมาพร้อมกับสายลม เสียงกระซิบที่ดังอยู่ข้างหู ดวงตาของซือถูชิงหลิงพร่าเลือนท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น นางไม่ได้รู้สึกทรมานแต่รู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด“เพราะอะไรยังคงดื่มเข้าไป ท่านรู้ว่าข้าให้โอกาสท่านแล้ว ขอเพียงไม่ดื่มท่านก็จะไม่ตาย ท่านจะยังเป็นซือถูชิงหลัน” เสียงเล็กๆ เอ่ยถามขึ้นซือถูชิงหลิงลืมตาขึ้นช้าๆ นางพบว่านางยังคงนอนอยู่ในทุ่งดอกสือซว่าน แต่รอบกายกลับดูแปลกตา ไม่มีซือถูชิงหลันที่นั่งอยู่เช่นเมื่อครู่ มีเพียงร่างเล็กของหยวนหรูน้อย“หากข้าไม่ดื่ม แล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเล่า”หยวนหรูน้อยยิ้ม “ข้าก็จะตายไปเงียบๆ”“เพราะอะไรข้าที่ตายไปแล้วจึงตื่นขึ้นมาในร่างของเจ้า”“บางครั้งโชคชะตาก็เป็นเรื่องน่าขบขัน แต่ข้าไม่เสียใจที่เป็นท่าน หากเมื่อครู่ท่านเลือกที่จะไม่ดื่ม รู้หรือไม่ว่าท่านอาจไม่ตาย”“แต่หากข้าไม่ตายเช่นนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นยังอีกภพเล่า เรื่องที่ต้องดำเนินไปในอีกห้าร้อยปีข้างหน้า เจ้ายังจะได้พบกับเฟิงเสวียนคุนหรือไม่”หยวนหรูน้อยส่ายหน้า “ข้าไม่อาจทำเช่นที่ท่านทำได้”“เช่นนั้นข้าก็ไม่เสียใจที่ดื่มยาพิษนั่น โชคชะตาเป็นเรื่องน่าขบขัน” ซือถูชิงหลิงห

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 90

    นางกระซิบก่อนจุมพิตลงมาอีกครั้ง ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงจุมพิตแผ่วเบา แต่นางยังอาจหาญถึงขั้นสอดปลายลิ้นเข้าไปหยั่งเชิงเขาจูเสวียนคุนครวญครางเสียงพร่า สองมือดันแผ่นหลังนางเข้าหาตัว ตอบรับจุมพิตเร่าร้อนของหยวนหรู กระทั่งลืมไปแล้วว่าเขากำลังจะกล่าวอะไรสองมือของหยวนหรูสอดเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงทึ้งสายคาดเอวของจูเสวียนคุน พร้อมกันนั้นก็ปลดสายคาดเอวของตนออกชายหนุ่มให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เขาเองก็ปลดเปลื้องทุกสิ่งในใจไปจนสิ้น ไม่มีอะไรให้เขาต้องอาวรณ์ ไม่มีคนตระกูลเฟิงให้เขาต้องห่วงพะวงตอนนี้มีเพียงตัวเขาและหัวใจที่ได้ค่อยๆ มอบให้สตรีผู้หนึ่ง สตรีที่เขากำลังกอดเอาไว้ในอ้อมแขน ยินยอมให้นางกดเอาไว้ใต้ร่างอย่างเต็มอกเต็มใจความจริงเขาไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่จับตามองหยวนหรู อาจเป็นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ ทุกอย่างที่เป็นนางคล้ายดึงดูดความสนใจของเขา กระทั่งเวลาผ่านไปทุกๆ อย่างที่นางทำ ล้วนส่งผลกระทบต่อความนึกคิดของเขาทั้งสิ้นภายในรถม้าเร่าร้อนแผดเผา สองร่างกอดก่ายแนบชิด หยวนหรูหอบหายใจหนักหน่วง นางลูบไล้จากลำคอของจูเสวียนคุน แหวกสาบเสื้อออกจากนั้นจุมพิตลงไปยังลาดไหล่ ยินยอมให้เขาเคล้นคลึงเอวอ่อน ไล้

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 89

    ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าเขามีความดีความชอบกวาดล้างพรรคกระเรียนหยก แต่ผู้ที่สังหารเจียงหงจะต้องเป็นยอดฝีมือที่เฟิงเสวียนคุนพามาแนะนำ แต่การแนะนำให้รู้จักกลับมีเพียงคนสองคนที่แต่งกายมิดชิด ไม่เอ่ยถาม ไม่ส่งเสียง และไม่สนทนามองดูคนทั้งสี่คนประสานกระบี่ เหมิงจื้อกลับจ้องเขม็งไปยังหนึ่งเดียวที่มีรังสีเข่นฆ่ารุนแรง เพลงกระบี่ตวัดไปมาคล่องแคล่ว ต้อนอิ่นซื่อที่กำลังภายในแกร่งกล้า กระทั่งไม่อาจเข้าใกล้ร่างอีกร่างที่ถูกเจียงหงจู่โจมความรวดเร็วของกระบี่คือจุดแข็งของคนที่ไร้กำลังภายใน แม้อีกคู่การโจมตีหนักหน่วงและพลังทำลายล้างมีมากกว่า แต่กลับไม่อาจดูแคลนคู่ของสตรีอีกสองคนที่เรียกได้ว่ามองออกในทันทีว่าผู้ใดคือผู้ที่ได้เปรียบใช่...เขารู้ว่าผู้ที่เข้าไปรับมืออิ่นซื่อเป็นสตรี เพียงแต่เขาคาดเดายังไม่ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายคือใครเสียงตวัดกระบี่กรีดลงไปยังเนื้อหนัง ร่างของอิ่นซื่อเซถลาไปเบื้องหลัง ปลายกระบี่คมกริบจ่อรอบลำคอของนาง คนของเหมิงจื้อในที่สุดก็ก้าวออกมา เนื่องจากต้องการจับเป็นอิ่นซื่อ แต่ไม่ใช่กับเจียงหงหยวนหรูมองดูโจวเช่อที่เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระบี่ตวัดไปแต่ละครั้งรุนแรงมาก กระทั่งกระบี่ของเจ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 88

    สิ่งแรกที่หยวนหรูทำหลังจากกลับถึงจวน นั่นคือตรงไปยังเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า ดูแลให้อีกฝ่ายดื่มยาและสงบสติอารมณ์ นางนั่งกุมมือเหี่ยวย่นเงียบๆ ไม่กล่าวถ้อยคำใดๆ ออกมาสักคำ“หลานย่า” ฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึม “เหตุใดไม่พูดอะไร เหตุใดไม่บอกล่าว ปานนั่นหายไปได้อย่างไร หากบอก...ขอเพียงบอก”“ท่านย่า บอกไปก็ไม่ได้ทำให้สิ่งใดดีขึ้น บอกไปแล้วเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือเจ้าคะ” หยวนหรูน้อยสิ้นใจไปแล้ว แม้พูดไปแล้วเปลี่ยนให้นางกลับมามีชีวิตได้หรือ...“ตั้งแต่เมื่อไร”“นับจากล้มป่วยเจ้าคะ พอหายดีก็ค่อยๆ จางลงจนไม่เหลือ” นางตอบไปตามความจริง มองดูฮูหยินผู้เฒ่าน้ำตาซึมนางยื่นมือออกไปเช็ดน้ำตาให้ “ท่านย่าอย่าร้องไห้อีกเลย หรูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร ต่อไปขอเพียงท่านย่าอยู่เป็นเพื่อนหรูเอ๋อร์ให้นานหน่อย ชดเชยที่หรูเอ๋อร์ถูกขังในเรือนหลังหลายปี ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนท่านย่าเลย”“เด็กดี เด็กดีของย่า”ข้างนอกหยวนวั่นยืนน้ำตาซึมพูดอะไรไม่ออก เขารอกระทั่งหยวนหรูเดินออกมาจากเรือนของมารดา สองพ่อลูกจึงมีโอกาสได้สนทนากัน“เพราะเหตุใดไม่พูด”“ท่านพ่อ พูดหรือไม่พูดเปลี่ยนสิ่งใดได้หรือ ข้าก็ยังเป็นหรูเอ๋อร์ เป็นบุตรสาวของท่าน ความจริงข้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status