ชะตารักบัลลังก์แค้น

ชะตารักบัลลังก์แค้น

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-07-08
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
10
2 Peringkat. 2 Ulasan-ulasan
98Bab
5.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

เขา องค์ชายใหญ่ผู้ถูกตราหน้าว่าเสเพล เจ้าสำราญ ไร้ค่า ถูกลอบทำร้ายจนพิการ สูญเสียทั้งอำนาจ ศักดิ์ศรี และคู่หมั้นที่ทอดทิ้งเขาไปอย่างไร้เยื่อใย ทว่าภายใต้ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงที่ถูกเย้ยหยัน กลับซ่อนคมเล็บมังกรไว้เงียบงัน รอเพียงวันเหมาะสม…เพื่อทวงคืนทุกหยดเลือดที่ถูกหักหลัง ทุกผู้ที่ทรยศ ผู้ใดคือหมากที่ผลักเขาตกเหว และผู้ใด…จะกลายเป็นหมากตัวสุดท้าย ที่ช่วยให้มังกรบาดเจ็บตัวนี้ลุกขึ้นทำลายทุกผู้ทรยศ นาง คุณหนูรองที่ถูกบังคับให้แต่งงานแทนพี่สาวผู้ทะเยอทะยาน ผู้สลัดคู่หมั้นพิการทิ้งไปไล่ล่าบัลลังก์ที่สมบูรณ์แบบ ด้วยโองการสวรรค์ นางถูกผลักให้ต้องสวมชุดวิวาห์แห่งความอัปยศ ก้าวเข้าสู่ตำหนักของอ๋องพิการ…ผู้ซ่อนเล็บมังกรไว้ใต้ผ้าห่ม เพื่อชดใช้ความทะเยอทะยานของตระกูลมู่หรง

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1 เงาของราชันย์

“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว”

เสียงของขันทีหลวงแหลมเล็ก กังวานดุจระฆัง และทรงพลังสั่นสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงหลงฮวา อันโอ่อ่าของราชวงศ์ต้าเหยียน แสงแรกของยามเฉินสาดส่องประกายสีทองอ่อนผ่านช่องหน้าต่างสูงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันวาว กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอวลไปทั่ว

 ปัง… ปัง… ปัง…

เสียงเคาะไม้สัญญาณสามครั้งดังอย่างหนักแน่น องค์ชายและขุนนางทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงยืนราบนิ่งราวรูปสลักหินแกะสลัก ผู้ใดขยับแม้เพียงปลายแขนเสื้อ ล้วนเห็นได้ชัดในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตา

องค์ชายใหญ่เยล่วี่ซุ่นยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านซ้ายแถวหน้าของกลุ่มองค์ชาย ชุดไหมสีม่วงเข้มปักดิ้นทองงามล้ำของเขาโดดเด่นและฉูดฉาด เบียดแย่งสายตาอย่างมิถูกกาลเทศะในพิธีการ ขุนนางหลายคนลอบเหลือบตามองด้วยแววขันปนดูแคลน เพราะโอรสองค์โตของฮองเฮาควรเป็นองค์รัชทายาทที่สง่างาม เป็นความหวังของแผ่นดิน ไม่ใช่บุรุษที่ข่าวเมาสุราและสตรีดังไปทั่ววังไม่เว้นแต่ละวัน

ผ้าม่านสีทองหนักอึ้งค่อย ๆ ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างช้า ๆ ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งเสด็จออกมาพร้อมฮองเฮาซูผิงอัน สองพระองค์ก้าวออกมาพร้อมกัน

ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่ง ทรงพระดำเนินอย่างเชื่องช้า แววพระเนตรพร่าเลือนคล้ายอยู่ในภวังค์ พระพักตร์ซีดเซียวปราศจากสีน้ำมีชีวิต ร่างสูงสง่าที่เคยสะท้านทั่วแผ่นดินบัดนี้กลับผอมโรยราวถูกโรคร้ายกัดกินทีละส่วน เครื่องทรงมังกรทองที่ประดับอัญมณีล้ำค่าบนพระวรกายกลับดูหลวมลงอย่างผิดสังเกต กลับยิ่งขับความอ่อนแรงของพระองค์ให้ชัดเจนขึ้นไปอีก ทุกย่างก้าวช้าประดุจแบกรับทั้งแผ่นดินเอาไว้บนพระอังสา จักรพรรดิผู้เคยกรีธาทัพกำราบแคว้นนับสิบ บัดนี้เหมือนเงาเลือนรางของอดีต 

ตรงกันข้าม ฮองเฮาซูผิงอัน ผู้ก้าวเคียงข้างมา กลับมีท่วงท่าสง่างามราวหงส์เหิน ทุกย่างก้าวเปี่ยมด้วยอำนาจและความเฉียบขาด สายตาคมกริบของนางกวาดผ่านเหล่าขุนนางแต่ละหมู่คณะราวกับตรวจตรา ประเมิน และเตือนให้รู้โดยไม่ต้องเอ่ยคำ...ว่าผู้ปกครองแผ่นดินตัวจริงหาใช่ผู้ที่นั่งบนบัลลังก์มังกรไม่

ทันทีที่ทั้งสองพระองค์เสด็จถึงบัลลังก์ เสียงขันทีหลวงสูงวัยยกเสียงขึ้นอีกครั้ง 

“ถวายบังคม”

เสียงผ้าคลุมและชายแขนเสื้อเสียดสีกระทบกับพื้นหินอ่อนดังกรอบแกรบทั่วทั้งท้องพระโรง เหล่าองค์ชายและขุนนางน้อยใหญ่คุกเข่าลงพร้อมกันอย่างเป็นระเบียบ ศีรษะโน้มลงต่ำจนแทบไม่เห็นพื้นเบื้องหน้า เสียงถวายพระพรดังก้องสะท้อนผนังสูง

 “ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่นหมื่นปี”

เยล่วี่ซุ่นคุกเข่าเช่นกัน ทว่าท่าทางดูเลื่อนลอยคล้ายยังไม่สร่างจากสุรา กระทั่งขุนนางแถวหลังยังแอบกลอกตาด้วยความสมเพชดูแคลน

ฮองเฮาซูผิงอัน เหลือบสายตามองสภาพโอรสองค์โตเพียงชั่ววาบ ทั้งสายตาที่ถูกเหยียบย่ำจากเหล่าขุนนางทั้งราชสำนัก สายตาของนางอ่านไม่ออกว่ากำลังตำหนิหรือยินดีที่เขากลายเป็นตราบาปของราชสำนักกันแน่

ทันใดนั้น ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งทรงยกพระหัตถ์ขึ้นเล็กน้อยและตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง 

“ทุกคนลุกขึ้นเถิด”

  เสียงผู้คนขยับลุกขึ้นดังสวบสาบทั่วท้องพระโรง เหล่าขุนนางก้มหน้า ยืนประจำตำแหน่งด้วยความสำรวม รอรับราชกิจแรกในเช้าวันนี้ด้วยหัวใจสั่นระรัว

ในขณะที่ เยล่วี่ซุ่น ลุกขึ้นช้ากว่าผู้อื่นเล็กน้อย เขาสะบัดชายแขนเสื้ออย่างคนไร้เรี่ยวแรง เหมือนกำลังพยายามทรงกาย ความสำราญไร้วินัยของเขาเผยให้เห็นเต็มสายตาของทุกผู้คน กลิ่นสุราอ่อน ๆ ลอยคลุ้งจากกายของเขา จนขุนนางหลายคนถึงกับขยับหลบ ริมฝีปากเขายกยิ้มขืน ๆ แผ่ภาพลักษณ์องค์ชายเจ้าสำราญที่มิได้แยแสโลกแม้ปลายเล็บ 

 ถัดจากเขาคือ องค์ชายรองเยล่วี่เฉิง ผู้แต่งกายในชุดพิธีประณีตงามดุจภาพวาด ผิวพรรณขาวนวล ใบหน้ากระจ่างเหมือนผู้ได้รับการทะนุถนอมจากสวรรค์ตั้งแต่วัยเยาว์ ทุกท่วงท่านิ่งสุขุมจนชวนให้เหล่าขุนนางเปรียบเทียบกับองค์ชายใหญ่โดยไม่เอ่ยคำ และถัดจากองค์ชายรองตามด้วยองค์ชายอื่น ๆ ตามลำดับ

 เยล่วี่ซุ่นก้มหน้าลงเล็กน้อย มิใช่ด้วยความอับอาย ทว่าเพื่อซ่อนรอยยิ้มเย้ยหยันในมุมปาก ดวงตาคมกริบคู่เดียวที่เคยเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานถูกลดทอนให้หรี่ลงเล็กน้อยราวกับคนอดหลับอดนอน เขายกมือขึ้นป้องปากหาวอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบแสดงดูแคลนจากเหล่าขุนนางใกล้เคียง

ขุนนางบางคนเหลือบมองเขาแล้วแค่นหัวเราะ “องค์ชายใหญ่ผู้นี้…ขอเพียงยืนไม่ล้มก็บุญนัก”

  “เมื่อคืนคงเที่ยวอยู่ที่ตำหนักซ่องสุมของเขาอีกล่ะสิ”

  เสียงนินทากระซิบดังเป็นระลอก แต่ทุกคนล้วนคิดว่าเขาไม่ได้ยิน แต่แท้จริงแล้ววาจาเหล่านั้นได้กรีดลึกเข้าไปในจิตใจของเยล่วี่ซุ่นอย่างชัดเจน

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

🌪️🍟🍙 ml
🌪️🍟🍙 ml
สำบัดสำนวนเยอะดีค่ะ เยอะจนเพลิน โดยรวมสนุกดีค่ะ พอ.ตระกูลเย่ รึเปล่า หรือ เยว่ หรือว่า เย่-ลวี่ ยังมี เยว่-ลี่ สะกดแบบในเรื่องภาษาไทยเรายังไม่มีนะคะ อ่านเร็วๆดูเป็นเยลลี่ทุกที
2026-06-16 16:25:01
0
0
Paradee
Paradee
อัปเดตเยอะๆหน่อยคะ
2026-03-17 22:50:30
1
0
98 Bab
ตอนที่ 1 เงาของราชันย์
“ฮ่องเต้เสด็จแล้ว”เสียงของขันทีหลวงแหลมเล็ก กังวานดุจระฆัง และทรงพลังสั่นสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงหลงฮวา อันโอ่อ่าของราชวงศ์ต้าเหยียน แสงแรกของยามเฉินสาดส่องประกายสีทองอ่อนผ่านช่องหน้าต่างสูงกระทบพื้นหินอ่อนขัดมันวาว กลิ่นหอมของกำยานชั้นดีลอยอวลไปทั่ว ปัง… ปัง… ปัง…เสียงเคาะไม้สัญญาณสามครั้งดังอย่างหนักแน่น องค์ชายและขุนนางทุกคนที่อยู่ในท้องพระโรงยืนราบนิ่งราวรูปสลักหินแกะสลัก ผู้ใดขยับแม้เพียงปลายแขนเสื้อ ล้วนเห็นได้ชัดในห้องโถงกว้างใหญ่ที่ไม่มีสิ่งใดบดบังสายตาองค์ชายใหญ่เยล่วี่ซุ่นยืนประจำตำแหน่งอยู่ด้านซ้ายแถวหน้าของกลุ่มองค์ชาย ชุดไหมสีม่วงเข้มปักดิ้นทองงามล้ำของเขาโดดเด่นและฉูดฉาด เบียดแย่งสายตาอย่างมิถูกกาลเทศะในพิธีการ ขุนนางหลายคนลอบเหลือบตามองด้วยแววขันปนดูแคลน เพราะโอรสองค์โตของฮองเฮาควรเป็นองค์รัชทายาทที่สง่างาม เป็นความหวังของแผ่นดิน ไม่ใช่บุรุษที่ข่าวเมาสุราและสตรีดังไปทั่ววังไม่เว้นแต่ละวันผ้าม่านสีทองหนักอึ้งค่อย ๆ ถูกเลื่อนเปิดออกอย่างช้า ๆ ฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งเสด็จออกมาพร้อมฮองเฮาซูผิงอัน สองพระองค์ก้าวออกมาพร้อมกันฮ่องเต้เยล่วี่ซ่ง ทรงพระดำเนินอย่างเชื่องช้า แววพ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2 องค์ชายเจ้าสำราญ
ท้องพระโรงยามเช้าปกคลุมด้วยบรรยากาศตึงเครียด ราชกิจดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบ ขุนนางทั้งบุ๋นและบู๊เรียงแถวตามตำแหน่ง เสียงฝีเท้าและการขยับกายค่อย ๆ สงบลง เมื่อฮ่องเต้เยล่วี่ซ่งประทับบนบัลลังก์มังกรฎีกาที่ว่าด้วยภัยแล้งในมณฑลซานหนิงได้ถูกรวบรวมและถวายขึ้นล่วงหน้าแล้ว หลายวันมานี้ชื่อของซานหนิงปรากฏในราชสำนักไม่ขาดสายฮ่องเต้ทอดพระเนตรลงมายังท้องพระโรง ดวงพระเนตรเย็นเฉียบ“ภัยแล้งซานหนิง…ราษฎรเดือดร้อนหนัก” พระสุรเสียงราบเรียบ แต่กดทับทุกลมหายใจ “ฎีกาทั้งหมด เราได้อ่านแล้ว”“วันนี้ เราต้องการมิใช่ถ้อยคำสวยหรู” พระเนตรกวาดผ่านขุนนางทีละคน ในท้องพระโรงช้า ๆ “ขุนนางทั้งหลาย ผู้ใดมีแนวทางที่เฉียบขาด พอจะบรรเทาความทุกข์ของราษฎรได้ในบัดนี้ จงกล่าวมา”พระพักตร์ของฮ่องเต้อ่อนล้ากว่าทุกวัน พระหัตถ์ที่วางบนพนักบัลลังก์สั่นเล็กน้อย ทว่าพระสุรเสียงแม้จะอ่อนแรงและสั่นเครือ กลับยังคงรักษาความหนักแน่นไว้ได้ยังไม่ทันที่ความเงียบจะจางหาย องค์ชายรอง เยล่วี่เฉิงไม่รอช้า รีบก้าวออกมากลางท้องพระโรงอย่างมั่นคง คำนับอย่างพอดีด้วยท่าทีสุขุมและนอบน้อม เสื้อคลุมครามเข้มขับให้ท่วงท่าสง่างาม ดุจผู้ที่คุ้นเคยกับ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3 การผูกมัดด้วยหยกและอำนาจ
ฮองเฮาซูผิงอัน ไม่ปล่อยให้ความเงียบในท้องพระโรงอึดอัดยืดยาวนาน นางขยับกายเพียงเล็กน้อย แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับดึงสายตาทั้งหมดให้หันตามราวถูกสะกด “ท่านแม่ทัพมู่หรง ข้าได้ยินว่าการจัดการศึกชายแดนครั้งนี้สำเร็จลุล่วง สมควรได้รับคำชมเชยอย่างยิ่ง ความกล้าหาญและความเด็ดขาดของท่านยังคงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้า"ดวงตาเย็นเฉียบของนางทอดมองไปยังแถวขุนนางฝ่ายทหารด้านหน้าตรงจุดที่ ท่านแม่ทัพมู่หรง หรงอู่ ยืนอยู่ด้วยท่าทีเคร่งขรึม มั่นคง ดุจเสาหลักของแผ่นดิน“ท่านแม่ทัพมู่หรง” เสียงอ่อนนุ่มดังขึ้น ทว่าแฝงคมดุจปลายเข็ม“ข้าได้ยินว่า การจัดการศึกชายแดนครั้งนี้สำเร็จลุล่วง จบลงอย่างงดงามยิ่งนัก ความกล้าหาญ ความเด็ดขาด และความจงรักภักดีของท่าน ยังคงเป็นที่เลื่องลือไปทั่วใต้หล้า สมกับเป็นเสาหลักของราชวงศ์ต้าเหยียนโดยแท้ และสมควรได้รับคำชมเชยอย่างยิ่ง” คำว่า เสาหลัก ทำให้ขุนนางหลายคนเผลอกลั้นหายใจมู่หรง หรงอู่ ก้าวออกมาค้อมกายลงอย่างงดงามตามแบบทหาร สีหน้ายังคงนิ่งสนิทไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทว่าดวงตาลึกล้ำ กลับซ่อนคลื่นอารมณ์ความรู้สึกที่หนักอึ้งไว้ภายใน “เป็นวาสนาของกระหม่อม และตระกูลมู่หรง ที่ได้ร
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4 ห่านป่าพลัดรัง
รถม้าคันเก่านั้นสั่นคลอนไปตามทางดินแดงที่ทอดยาวออกจากเมืองหลวง ล้อไม้ครูดกับพื้นเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ ราวกับสะท้อนชะตาของผู้โดยสารมู่หรงหลิงคุณหนูรองของตระกูลมู่หรงนั่งอยู่มุมเกวียน กอดห่อผ้าเล็ก ๆ แนบอกแน่น ในนั้นมีเพียงเสื้อผ้าไม่กี่ชุด ปิ่นไม้เก่า และหยกแตกร้าวครึ่งหนึ่ง ของชิ้นที่มารดาทิ้งไว้ให้นางดวงตาคู่นั้นของมู่หรงหลิงแดงก่ำ มิใช่เพราะร้องไห้ฟูมฟาย แต่เพราะกลั้นน้ำตาไว้จนเจ็บ นางไม่ได้เสียใจที่ต้องจากจวนมู่หรง หากเสียใจที่ตลอดหลายกว่าปีที่ผ่านมา นางถูกกระทำและถูกผลักไสอย่างไม่ยุติธรรม ความเมตตาของตระกูลนั้น…ไม่เคยมีจริงข้างกายคือ จางไช่หลัน หรือป้าหลัน แม่นมผู้ซื่อสัตย์ที่ถูกส่งมาดูแล นางกอดนายหญิงน้อยไว้แน่นด้วยความกังวล“คุณหนู อดทนหน่อยนะเจ้าคะ” ป้าหลัน เอ่ยเสียงแผ่ว นั่งอยู่ข้าง ๆ มือหยาบกร้านของนางกุมมือคุณหนูรองแน่น“ไปถึงหมู่บ้านป้าแล้ว ทุกอย่างจะดีขึ้น”จางกุ้ยอิง หรือ แม่เฒ่าจาง คนเก่าแก่ของมารดา ที่นั่งอีกฝั่งหนึ่งเบือนหน้าหนี แววตาแดงฉานแต่ไม่กล้าพูด สำหรับนาง เด็กคนนี้คือเด็กที่อุ้มเลี้ยงมาเองกับมือ แต่กลับถูกผลักออกจากบ้านราวกับสิ่งไร้ค่า ด้วยข้อหาว่าดวงกาลกิณี
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5 คำสัญญาของอาเยี่ยน
“…รีบไปหน่อยไหม” เขาเอ่ยเพียงคำเดียว แฝงด้วยความเยือกเย็นที่ยากจะสัมผัสได้ “... วันนี้เทพเจ้าแห่งโชคลาภคงหลับลึก ถึงได้ปล่อยให้พวกเจ้าออกมาเพ่นพ่านขวางหูขวางตาข้า” บุรุษหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แต่ดวงตาเรียวยาวกลับเย็นเฉียบดุจน้ำแข็งใต้สระฤดูหนาวชายชุดดำหันไปคำรามถลึงตาใส่ “เจ้าเป็นใคร ถ้าไม่อยากตาย อย่าได้สอดมือมายุ่ง”บุรุษหนุ่มยิ้มกว้าง “ข้ารึ…เป็นใครก็ช่างเถิด เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ แต่…”สายตาเขาเลื่อนไปหยุดที่มู่หรงหลิง “บังเอิญ ข้า…ไม่ชอบเห็นโจรหน้าตาอัปลักษณ์น่าเกลียดอย่างพวกเจ้ารังแกสตรีผู้อ่อนแอ เด็กสาวผู้นี้ก็งามเกินกว่าที่จะให้พวกโจรเช่นพวกเจ้ามาแตะต้องได้"“บังอาจเกินไปแล้ว เช่นนั้น ก็ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องปรานีเจ้า ตายซะเถอะ” สิ้นเสียงคำราม โจรทั้งสามพุ่งเข้าใส่เขาพร้อมกัน มู่หรงหลิงเบิกตากว้าง บุรุษหนุ่มไม่ได้ดูเหมือนนักสู้เลยแม้แต่น้อย แต่ท่วงท่าของเขาสง่างามและรวดเร็วอย่างเหลือเชื่อ พัดในมือของเขาถูกใช้ราวกับคมกระบี่ ขยับเพียงครั้งเดียว เสียงกระแทกดังสั้น ๆ เพียงครู่เดียวก็ดับลง ชายชุดดำคนหนึ่งก็ล้มลง ไร้เสียงร้อง ไร้โอกาสดิ้นในขณะเดียวกัน ชายที่ติดตามก็เคลื่อนไ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6 หยกม่วงผูกวาสนา
“ข้าเป็นลูกอนุที่ตระกูลใหญ่ ที่เขาไม่ต้องการ พอสิ้นมารดา ข้าก็โดนผลักไสให้มาอยู่ให้ห่างจากพวกเขาทันที” นางเงยหน้าขึ้นและกล่าวด้วยความเจ็บปวด “เยี่ยนหลิง คือชื่อที่มารดาข้าอยากให้ชื่อ ข้าเลยอนุญาตให้เฉพาะคนที่สำคัญกับข้าเท่านั้นที่เรียก พี่ซุ่นก็เป็นหนึ่งในนั้น”อาซุ่น นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขามองสำรวจใบหน้าของเด็กสาวอย่างพิจารณา ก่อนจะแย้มรอยยิ้มที่ไม่ได้ดูเจ้าเล่ห์ แต่เต็มไปด้วยความชื่นชม“เยี่ยนหลิง... เป็นชื่อที่เหมาะกับเจ้านักแม่ห่านป่า” เขาค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้นาง จนกระทั่งเหลือระยะห่างเพียงไม่กี่ก้าว“ไม่ว่าจะในฐานะ พี่ซุ่น หรือในฐานะใดก็ตาม... ข้าดีใจที่ได้รู้ความจริงนี้” เขายื่นมือออกไปแตะศีรษะนางเบา ๆ “จงใช้ชีวิตอยู่ที่นี่อย่างปลอดภัย หากมีโอกาส... ข้าจะหาทางกลับมาหาเจ้า…เสี่ยวเยี่ยน แม่ห่านป่าน้อยของข้า ชื่อนี้ให้ข้าเรียกได้เท่านั้น”เยี่ยนหลิงหลับตาลงรับสัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือนั้นชั่วครู่ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าการจากลาครั้งนี้อาจยาวนานจนไม่อาจคาดเดา นางจึงขยับถอยหลังเล็กน้อยแล้วดึงปิ่นที่เสียบอยู่ที่ผมออกมา“พี่ซุ่น... ข้าไม่มีของล้ำค่าใดจะมอบให้ท่านเป็นการตอบแทนบุญคุณ” นางจับ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7 โองการฟ้า
จวนแม่ทัพมู่หรงรถม้าหยุดลงหน้าจวนแม่ทัพมู่หรงอย่างเงียบเชียบไร้เสียงอึกทึก ประตูไม้สีเข้มถูกเปิดออกโดยบ่าวรับใช้ที่ก้มศีรษะต่ำกว่าปกติ ไม่มีใครกล้าสบตาบุรุษที่ก้าวลงจากรถม้าราวกับสัมผัสได้ถึงไอเย็นของโทสะที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของผู้เป็นนายแม่ทัพมู่หรง ก้าวลงจากรถม้าโดยไม่กล่าวคำใด เสื้อคลุมทหารยังไม่ทันได้ผลัดเปลี่ยน เขาเดินตรงเข้าสู่เรือนหลักด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นทว่าเชื่องช้ากว่าทุกวัน... คล้ายกำลังแบกภูเขาที่มองไม่เห็นไว้บนบ่าภายในห้องโถง หลี่ซื่อ ฮูหยินใหญ่ นั่งรออยู่ก่อนแล้ว นางลุกขึ้นทันทีที่เห็นสามี แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับสั่นไหวด้วยความกังวล“ท่านพี่…ท่าน กลับมาช้าผิดปกติ…” นางเอ่ยเบา ๆ แม่ทัพใหญ่ไม่ตอบในทันที เขาทรุดกายลงนั่งตรงข้าม แม้แสงแดดยามบ่ายจะสาดส่อง แต่ภายในห้องโถงรับรองกลับมืดสลัวด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น เขาหยิบถ้วยชาขึ้นจิบ กริ๊กเสียงฝาถ้วยชากระทบกันดังขึ้น เมื่อเขาวางมันลงอย่างแรง มือหยาบกร้านที่ผ่านศึกมานับไม่ถ้วนกำพนักเก้าอี้ไม้จันทน์แน่น จนมันส่งเสียงประท้วงเอี๊ยดอ๊าดแผ่ว ๆหลี่ซื่อกำชายแขนเสื้อแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว “ราชสำนักวันนี้…ไม่ราบรื่นหรือเจ้าคะ” “ฮอง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8 เบื้องหลังม่านแพรชิงหลัน
เมื่อกลับถึงตำหนักชิงหลัน แสงตะวันยามเย็นกระทบผ้าไหมเนื้อดีที่ประดับอยู่ตามเสาแกะสลัก ส่งประกายอ่อนละมุนดุจสายพิณ เสียงระฆังลมกระทบกันแผ่วเบา ล้อไปกับกลิ่นกำยานหอมหวาน ที่ลอยอวลอยู่ทั่วตำหนัก ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูงามราวแดนสวรรค์ ทุกความงามล้วนถูกสร้างขึ้นตามความต้องการของผู้เป็นเจ้าของ นี่คือตำหนักของอ๋องติ้ง บุรุษผู้ครอบครองความมั่งคั่งและอิสระอย่างล้นเหลือ และเป็นผู้ที่ทั้งวังต่างขนานนามเขาว่า'อ๋องเจ้าสำราญ'ร่างสูงโปร่งของเยล่วี่ซุ่นก้าวเข้ามาด้วยท่าทีโงนเงนประหนึ่งกิ่งหลิวล้อลม เขาเอนพิงกรอบประตู ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีระเรื่อ ดวงตาปรือปรอยราวกับจมอยู่ในห้วงนิทราแห่งสุรา ริมฝีปากคลี่ยิ้ม ดวงตาปรือราวคนไร้สติ“ท่านอ๋อง…” ไป๋เหม่ย นางรำผู้งดงามดุจบุปผาแรกแย้ม ที่ถูกส่งมาจากฝ่ายในตามพระบัญชาของฮองเฮาตั้งแต่คืนก่อนเพื่อปรนนิบัติ รีบปราดเข้ามาประคองด้วยท่าทางอ่อนช้อย อาภรณ์บางเบาพริ้วไหวตามจังหวะก้าว มือเรียวแตะที่แขนแกร่งเบา ๆ กลิ่นแป้งร่ำจากกายนางหอมยั่วยวน “ท่านอ๋องทรงดื่มมากเกินไปแล้ว หากยังเป็นเช่นนี้ต่อ หม่อมฉันเกรงว่า…” “ไม่ต้องเกรง… ข้าไม่เป็นอะไร”เยล่วี่ซุ่นโบกมืออย่างคนสติ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9 พยัคฆ์ซ่อนคม
ภายในห้องทรงอักษรอันโอ่อ่า ผ้าไหมม่วงเข้มปักดิ้นเงินสะท้อนแสงตะเกียงเป็นลวดลายเมฆมงคลซ้อนทับกัน เงาไฟสั่นไหวราวสิ่งมีชีวิตที่แฝงกายอยู่ในม่านหมอก บนตั่งไม้จันทน์แกะลายมังกร องค์ชายเยล่วี่ซุ่น นั่งนิ่งลำพัง ชาบ๊วยในถ้วยแทบไม่พร่อง ดวงตาคมกริบทอดมองความมืดนอกหน้าต่าง นิ่งสงบ ไร้แววมึนเมาอย่างที่คนภายนอกตราหน้า เสียงฝีเท้าเบาจนแทบจับไม่ได้ดังขึ้นจากด้านข้าง ประตูด้านข้างเปิดออกเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปิดลงอย่างไร้เสียง ร่างสูงในชุดองครักษ์สีดำก้าวเข้ามา คุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างมั่นคง “ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ หวังเย่” หลี่เหยียน องครักษ์คู่ใจ ก้มศีรษะต่ำจนแทบแนบอก เยล่วี่ซุ่นไม่หันกลับ เพียงกล่าวเสียงเรียบ “มีเรื่องใดเร่งด่วน หลี่เหยียน” “ทูลหวังเย่…ข่าวจากตำหนักคุนหนิงพ่ะย่ะค่ะ... หลังที่ฮองเฮาทรงประกาศเรื่องอภิเษกของพระองค์กับคุณหนูจวนแม่ทัพ ฮองเฮาก็ทรงเริ่มเคลื่อนไหวทันที” หลี่เหยียนรายงานด้วยเสียงทุ้มหนักแน่น “เขา... เริ่มเคลื่อนไหวอย่างไร” เสียงต่ำเรียบดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ “คนของพระนางเริ่มแพร่กระจาย…ข่าวเรื่องพระองค์หมกมุ่นในสุรานารี ไม่สนกิจการใด ตอน
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10 สุราดอกท้ออาบยาพิษ
ในยามเซินคล้อยบ่าย แสงอาทิตย์เริ่มทอประกายสีส้มแดงฉาบไปทั่วแผ่นฟ้า ท้องถนนย่านการค้ายังคงคลาคล่ำไปด้วยรถม้าของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์ที่ต่างพากันออกมาพักผ่อนหลังสิ้นสุดราชกิจในราชสำนัก หออวี้เหยียน ภัตตาคารอันดับหนึ่งของวังหลวงจึงเนืองแน่นไปด้วยผู้ทรงเกียรติ เสียงขลุ่ยพริ้วหวลลอยล่องมาจากศาลาริมน้ำ ทว่าสิ่งที่โดดเด่นกลับเป็นเสียงหัวเราะสำราญที่ดังก้องขัดกับบรรยากาศอันสงบเงียบดังกลบเสียงขลุ่ยองค์ชายเยล่วี่ซุ่นเป็นหนึ่งในแขกประจำของที่นี่ ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ไหมสีม่วงเข้มปักดิ้นเงินลวดลายหรูหราสะท้อนแสงแดดจ้าระยับราวประกาศความสำราญให้เด่นสะดุดท่ามกลางผู้คน ข้างกาย คือ ไป๋เหม่ย นางรับใช้ผู้มีรูปโฉมงดงามประดุจหยกแกะสลัก นั่งปรนนิบัติเบียดชิดเสียจนแทบแนบอยู่บนตักแกร่งของเขา แม้กิริยาจะไม่เหมาะแก่สถานที่ แต่เยล่วี่ซุ่นกลับหัวเราะลั่นอย่างไม่สนใจฟ้าดิน และมิอาจหลบเลี่ยงสายตาดูแคลนจากแขกเหรื่อได้เลย “เหม่ยเอ๋อร์... วันนี้เปิ่นหวังจะดื่มให้ลืมโลก” เขาเอ่ยอย่างสำราญพลางยกจอกสุราขึ้นรินรดความสำราญ เสียงดังจนโต๊ะข้างเคียงหันมามอง “อาหารและสุราดอกท้อของที่นี่ช่างล้ำเลิศนัก รสหวานล้ำละมุน ทว่า
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status