Teilen

บทที่ 3

last update Zuletzt aktualisiert: 09.01.2026 18:32:22

หยวนหรูยิ้ม “ตระกูลหยวนไร้ผู้สืบทอดที่ท่านพ่อวางใจ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจบอกผู้ใดเรื่องอาการป่วย ขอเพียงทำให้เขาเห็นว่าเจ้ากำลังสอนหนังสือ รวมไปถึงเรื่องต่างๆ ทั้งหมดให้ข้า และสารภาพไปว่าแอบทำเพราะสงสารมานานนับปี ให้เขารู้ว่าข้าอาจช่วยเขาดูแลกิจการตระกูลหยวน”

“หยวนวั่นเป็นคนหวาดระแวง เขาคงไม่หลงเชื่อโดยง่าย”

“ข้ารู้ นั่นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เขาจะเชื่อหรือไม่นั้นข้าจัดการเอง”

“ท่านจะทำเช่นไร”

“รู้หรือไม่ข้อได้เปรียบของข้าคือสิ่งใด” เห็นโจวเช่อขมวดคิ้วด้วยความสงสัยนางก็ยิ้ม “เวลา ข้าได้เปรียบเรื่องเวลา เพราะท่านพ่อของข้าผู้นั้นไม่มีเวลามากพอ”

อาการป่วยที่เกิดจากการหักโหมงาน เพียงเพื่อความรุ่งเรืองมั่งคั่ง กลับบั่นทอนอายุขัยของหยวนวั่น ทั้งชีวิตเขาได้รับการชื่นชมว่าเป็นยอดคนของตระกูลหยวน นำพาตระกูลหยวนให้รุ่งเรืองกระทั่งฮ่องเต้ยังเคยตรัสชมเชย กระนั้นทุกอย่างที่เขาได้มากลับแลกมาด้วยแสงแห่งชีวิตที่กำลังริบหรี่

ตระกูลหยวนมีทายาทสายตรงสิบสองคน บุตรชายคนโตสิ้นใจไปแล้วหลายปีก่อน บุตรสาวคนรองและคนที่สามออกเรือนไปแล้ว

บุตรชายคนที่สี่แม้อายุย่างสิบแปดแต่กลับเอาแต่เที่ยวเล่นวางท่าไปวันๆ

บุตรชายคนที่ห้าซึ่งถูกนางตีขาหักนั้น อายุไล่เลี่ยกันกับนาง แต่เห็นชัดว่ายังไม่พร้อมจะรับภาระใดทั้งสิ้น

บุตรสาวคนที่หกขี้อายและพูดไม่เก่ง นอกเหนือจากนั้นก็อายุน้อยกว่านางและไม่ประสีประสาทั้งสิ้น

“แต่...ข้าได้ยินมาว่าดอกสือซว่าน”

“หายไปแล้ว” นางกล่าว

“อะไรนะ!”

“ปานแดงดอกสือซว่านที่หน้าอกของข้า ไม่สิต้องบอก ตอนที่หยวนหรูน้อยสิ้นใจและข้ามาแทนก็ค่อยๆ จางลง กระทั่งถึงวันนี้ก็ไม่หลงเหลืออีกต่อไปแล้ว”

โจวเช่อได้แต่อ้าปากค้าง “เรื่องนี้เป็นไปได้หรือไม่ว่าอาจเพราะดอกสือซว่านนำทางท่านมา”

หยวนหรูหันมาสบตากับโจวเช่อ “ข้าไม่รู้หรอกว่าสมควรเชื่อเช่นไร อาจเกี่ยวข้องหรืออาจไม่ เพราะข้าเองก็สิ้นใจภายใต้ทุ่งดอกสือซว่าน ที่น่าขันก็คือข้าเป็นคนปลูกขึ้นมาเองทั้งสิ้น”

นางแค่นหัวเราะ แต่กลับไม่เล่าถึงเรื่องในอดีตของตนออกมา ทั้งยังเลือกเมินเฉยต่อท่าทีผิดหวังของโจวเช่อ

เรื่องที่เกิดขึ้นยังคงชัดเจน ราวกับเพิ่งเมื่อวานนี้ที่นางทอดร่างท่ามกลางดอกสือซว่าน ทุ่งดอกไม้สีแดงที่นางหลงใหลทั้งยังให้คนปลูกเอาไว้บนเขา

‘ซือถูชิงหลิง’

นั่นคือชื่อแซ่เก่าของนาง นามที่คนทั่วทั้งยุทธภพไม่อยากแม้แต่จะได้ยิน นามซึ่งทุกคนที่ได้ยินล้วนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน เพราะนางเป็นถึงประมุขพรรคหงส์เหิน พรรคมารซึ่งเป็นหนึ่งในใต้หล้า

ความจริงแล้วฝีมือของนางไม่ด้อยกว่าผู้ใด หากไม่ใช่เพราะความไว้ใจนางก็คงไม่ต้องมาจบชีวิตลงง่ายๆ เช่นนี้

ว่ากันว่าทุกคนล้วนต้องมีจุดอ่อน และจุดอ่อนของซือถูชิงหลิงก็คือน้องสาวแท้ๆ ครอบครัวหนึ่งเดียวที่นางมี ทั้งยังเป็นความสบายใจเดียวที่นางหลงเหลือ กระทั่งอีกฝ่ายถูกผู้อื่นหลอกลวง

‘เพราะอะไร’ จำได้ว่าหลังจากถูกน้องสาวแท้ๆ วางยาพิษในทุ่งดอกสือซว่าน นางมองอีกฝ่ายที่น้ำตานองด้วยสายตาผิดหวัง

‘เพราะเขารักท่านไม่ใช่ข้า ขอเพียงในโลกนี้ไม่มีท่าน เขาก็จะหันมามองข้า’

อา...เป็นคำตอบที่ทำร้ายนางกว่าที่คิด

‘เด็กโง่’ นางยังคงมีใจห่วงใยผู้อื่น ทั้งที่ตัวเองล้มลงนอนแผ่บนพื้น เบื้องล่างมีเพียงกอสือซว่านรองรับ ‘เขาเพียงหลอกใช้เจ้าเท่านั้น ต่อไปไม่มีพี่ใหญ่คุ้มครองดูแล เจ้าก็...รักษาตัวด้วย’

ทุกอย่างพร่าเลือนกระทั่งดับวูบลง กระนั้นเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางกลับพบว่าวันเวลาผ่านไปถึงห้าร้อยปี และนางมิใช่ซือถูชิงหลิง แต่กลับตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กน้อยหยวนหรู เด็กที่คนตระกูลหยวนต่างก็ทอดทิ้ง

แม้มีฮูหยินผู้เฒ่าคอยให้การช่วยเหลืออย่างลับๆ ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าลับหลังฮูหยินผู้เฒ่า นางจะได้รับการเอาใจใส่ อย่างที่คุณหนูตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งสมควรได้รับ

หลังจากฟื้นคืนนางพบว่าเด็กน้อยคนนี้อาภัพนัก แม้ไม่ต้องทำงานหนักอย่างบ่าวไพร่ แต่ก็ต้องทำทุกอย่างในเรือนพักซอมซ่อด้วยตัวเอง

ยังดีหน่อยที่หลังจากล้มป่วยหนัก กระทั่งนางเข้ามาอยู่ในร่างนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าจึงตระหนักว่านางละเลยหลานสาวผู้น่าสงสารคนนี้นานเกินไป ดังนั้นจึงส่งสาวใช้เข้ามาคอยดูแล แต่ก็ยังคงไม่ทันเวลา เพราะหยวนหรูคนเดิมนั้นจากไปแล้ว

สาวใช้คนแรกถูกส่งมาแต่ก็อยู่รับใช้นางได้ไม่นาน เพราะอีกฝ่ายเห็นว่านางคือคุณหนูที่ถูกทอดทิ้ง ดังนั้นจึงละเลยนางเช่นกัน โดยหารู้ไม่ว่านางในตอนนี้ไม่ใช่หยวนหรูคนเดิม ประจวบเหมาะกับคุณชายห้าตระกูลหยวนรู้สึกเบื่อ กระทั่งเข้ามายังเรือนหลัง หมายจะรังแกนางซึ่งเป็นทายาทที่ตระกูลหยวนต่างก็รังเกียจ

ในตอนที่กำลังวิ่งหลบหนี นางจงใจพาคุณชายห้าไปยังจุดที่สาวใช้คนนั้นอยู่ ตีเขาจนขาหัก ผลักสาวใช้ผู้นั้นล้มทับท่อนขาเขาอีกที จากนั้นนั่งลงตัวสั่นงันงกและชี้มือไปยังสาวใช้ผู้นั้น ทั้งที่ล่วงรู้อยู่แล้วว่าโจวเช่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

นางไม่อาจฝึกยุทธ์ เพราะเจ้าร่างน้อยนี้ช่างอ่อนแอ แม้คล่องแคล่ว แต่ไม่ว่าพยายามอย่างไรก็ยังไร้ลมปราณ และกำลังภายใน

กระนั้นนางกลับมีความคล่องแคล่วว่องไว รวมไปถึงนางจดจำเพลงกระบี่ และท่วงท่าหมัดมวยได้ เรื่องเล่นงานเด็กชายวัยสิบสี่สิบห้า กับสาวใช้อ่อนแอผู้หนึ่ง จึงไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด

ก่อนลงมือนางวางแผนและลอบสังเกตผู้คนอยู่หลายวัน กระทั่งบังเอิญได้ยินสาวใช้ซุบซิบกัน โจวเช่อชอบพอกับสาวใช้ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า และโจวเช่อก็คือผู้คุ้มกันหัวหน้าตระกูลหยวนที่มีฝีมือคนหนึ่ง

นางเองก็เคยเป็นชาวยุทธ์ ดังนั้นจึงสนใจในตัวคนคุ้มกันผู้นี้ แผนการทุกอย่างถูกวางเอาไว้ ผู้ฝึกยุทธ์ย่อมมองออกว่ากระบวนท่าที่นางใช้เล่นงานคุณชายห้านั้นไม่ธรรมดา เสียก็แต่นางไม่มีกำลังภายใน การจู่โจมจึงค่อนข้างอ่อนแอ แต่ก็เหมาะแล้วเพราะนางไม่ได้หมายใจจะสังหารผู้ใด

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 11

    “คุณหนูเจ็ดผู้นี้...” เฟิงเสวียนคุนยังคงมองตรงไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป “ไม่รู้ว่าข้าคิดไปเองหรือไม่ แต่เรื่องในวันนี้อาจอยู่ในความคาดหมายของนางแล้ว”“หมายความว่าอย่างไร”“เจ้าลืมไปแล้วหรือ นางมองออกไปนอกระเบียงตลอด หลังจากนั้นก็พูดว่า ‘มากันแล้ว’ ไม่นานบ่าวนางนั้นก็พาคนพรวดพราดเข้าไป”หม่าเซียวคล้ายเพิ่งนึกขึ้นได้ “รวมเรื่องที่พบเราด้วยหรือ”“ข้าว่าเรื่องที่ได้พบเราสองคนคือเรื่องที่นางไม่คาดคิดมาก่อน เพียงแต่เรื่องนี้ข้าว่ามีบางอย่างแปลกๆ หากนางคือคนที่ท่านลุงหยวนเลือกจริง ออกมาเดินเล่นข้างนอกย่อมไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เหตุใดท่านป้าต้องส่งบ่าวไพร่มากมายมาพากลับจวน เพียงส่งคนมาบอกกล่าวก็ใช้ได้แล้ว อีกอย่างคุณหนูเจ็ดมาเยือนหอฟางจื่อ เหตุใดต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย”“อา...ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเลย จะว่ากันตามตรงแล้วนางเองก็เป็นบุตรสาวที่เกิดจากอดีตฮูหยินเอกของท่านลุงหยวน เสียดายที่พี่ชายของนางมาสิ้นใจไปเสียก่อน หาไม่เขาที่เป็นถึงบุตรชายคนโตหรือจะปล่อยให้น้องสาว...” หม่าเซียวตบปากตัวเองเบาๆ “ไม่พูดแล้วๆ ข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”“บางทีข่าวลือก็อาจไม่จริงเสมอไป เห็นชัดว่าคุณหนูเจ็ดผู้นี้ไ

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 10

    “ตระกูลหยวนทำให้ข้าเปิดหูเปิดตาแล้ว ไม่บอกกล่าวกลับเปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ไม่ทันมองให้ดีทั้งยังไม่ขออนุญาตกลับเปิดปาก คุณหนูไม่ทราบว่าผู้อาวุโสท่านนี้คือผู้ใดและมีหน้าที่ใดในตระกูลหยวนหรือ” หม่าเซียวกล่าวเสียงเรียบ“ขออภัยคุณชายหม่า นางเป็นเพียงบ่าวของท่านแม่เท่านั้น” นางกับหม่าเซียวเล่นงิ้วโรงหนึ่งเข้ากันราวกับนัดแนะ“เสียมารยาทแล้ว ช่างน่าขายหน้ายิ่ง กลับไปข้าจะให้ท่านแม่ลงโทษนางอย่างเหมาะสม หวังว่าท่านจะไม่ขุ่นเคือง”“ไม่ถือๆ เห็นแก่หน้าท่าน วันนี้ข้าจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกัน”“ท่านแอบหนีออกมาเช่นนี้จะถูกลงโทษหรือไม่ อย่างไรให้ข้ากับอาเซียวไปส่งที่จวน จะได้ไปขอร้องหยวนฮูหยินไม่ให้เอาผิดท่าน อย่างไรเสียก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย”“ขอบคุณคุณชายเฟิง แต่เรื่องนี้ข้าทำผิดจริง เพราะอยากออกมาเปิดหูเปิดตา จะถูกลงโทษย่อมสมควรแล้ว วันนี้คงต้องกล่าวลา วันหน้าค่อยชดเชยให้ท่านทั้งสอง เรื่องที่คนตระกูลหยวนเสียมารยาทในวันนี้”นางกล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่มองสีหน้าขาวซีดของนางหวัง เนื่องจากเพิ่งสังเกตว่าบุรุษทั้งสองคนนั้น แท้ที่จริงก็คือคุณชายจากสองตระกูลใหญ่นางพรวดพราดเข้ามานับเป็นเรื่องเสียมา

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 9

    คุณชายหม่าผู้นี้ใช้จ่ายอย่างมือเติบนัก เขาถึงกับเลือกห้องที่ดีที่สุด แพงที่สุด หรูหราสมกับฐานะทายาทตระกูลหม่าทางเหนือแต่ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวเข้าไปในห้อง หยวนหรูพลันมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีขอบคุณ เพราะระเบียงห้องดังกล่าวนั้น ตรงกับหน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนพอดิบพอดีลึกๆ แล้วทั้งสามต่างก็ใคร่ครวญในเรื่องที่ไม่ต่างกันนักตระกูลเฟิง ตระกูลหม่า ตระกูลหยวน ทั้งสามตระกูลล้วนเป็นตระกูลใหญ่ ทายาทจากห้าตระกูลไม่ว่าจะอย่างไรในวันหน้าย่อมต้องมีช่วงเวลาไปมาหาสู่การค้าขายไม่แยกหญิงชาย แต่แยกแยะที่ความสามารถและผลประโยชน์ซึ่งอาจมีร่วมกันในอนาคต หยวนหรูเองก็ไม่ใช่ไม่คิดเรื่องนี้ ดังนั้นจึงตัดสินใจตามคุณชายจากสองตระกูลขึ้นมายังชั้นสองของหอฟางจื่อในวันหน้านางยังไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณชายทั้งสองหนึ่งคือคนตระกูลหม่า สองคือคนตระกูลเฟิง ตระกูลใหญ่ที่ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องหาทางเข้าใกล้ นางรู้จักสนิทสนมกับคนทั้งสองในวันนี้ ไม่ว่ามองอย่างไรก็เป็นผลดีมากกว่าผลเสียยิ่งคุณชายจากตระกูลเฟิงผู้นี้ นางก็ยิ่งต้องทำความรู้จักให้มาก เพราะหากจะหาทางเข้าใกล้ผู้นำตระกูลเฟิงคนปัจจุบัน กระทั่งสาวไปถึงตัวเจียงหง ทั้งนี้ก็

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 8

    หน้าร้านแพรพรรณตระกูลหยวนผู้คนเริ่มบางตา เนื่องจากเวลานี้ล่วงเข้าสู่ยามอู่[1]แล้ว แดดแรงมากอากาศก็เริ่มร้อน หยวนหรูมองไปยังฝั่งตรงกันข้าม“มีเงินติดตัวมาหรือไม่”“มีขอรับ”“ไปนั่งที่นั่นได้หรือไม่” นางมองโจวเช่อพร้อมกับถามออกมาคล้ายลังเล สถานที่หรูหราที่นางชี้ไปนั้นตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามร้านแพรพรรณ ‘หอฟางจื่อ’“ที่นั่นมีอาหารขึ้นชื่อของเมืองอู่โจว คุณหนูอยากลองชิมย่อมได้ขอรับ” โจวเช่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม เข้าใจนัยที่นางสื่อออกมาในทันที “เมื่อก่อนไม่ค่อยมีเหตุผลให้ใช้จ่าย ส่วนใหญ่ก็จะซื้อปิ่นปักผมให้ซุนเอ๋อร์ มื้อนี้ข้าน้อยนับเป็นวาสนาที่ได้พาท่านมากินอาหารเลิศรสหยวนหรูพยักหน้าพร้อมถอนหายใจ “เป็นถึงคุณหนูแต่เงินสักอีแปะติดตัวก็ไม่มี เฮ้อ น่าขายหน้าจริง”โจวเช่อหัวเราะเสียงเบา “ไปกันเถิดขอรับ”หอฟางจื่อขึ้นชื่อในเรื่องของอาหารเลิศรส ทั้งปลานึ่งบ๊วย เนื้อตุ๋นเห็ดหอม รวมไปถึงหน่อไม้ห้ารส ซึ่งทุกอย่างล้วนถูกปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถันด้านในค่อนข้างวุ่นวายเพราะคนเกือบเต็มร้าน ดังนั้นเมื่อเสี่ยวเอ้อบอกว่ามีเพียงชั้นสองที่มีที่ว่าง ซุนเอ๋อร์จึงหน้าเสีย“คุณหนูข้าน้อยว่าเรากลับกันดีหรือไม่เจ้าคะ ที่นี่ร

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 7

    นางให้สงสัยนักว่าปัญหาภายในดังกล่าวนั้น อาจเป็นปัญหาการแก่งแย่งทรัพย์สมบัติของตระกูลกระมัง หาไม่แหล่งทำเงินเช่นนี้ เหตุใดถูกทิ้งร้างเอาไว้ถึงสองปีโดยไร้วี่แววบูรณะเล่าสายตาเย็นชากวาดขึ้นไปยังชั้นสาม กระนั้นหยวนหรูกลับชะงักเพราะเงาร่างในชุดสีขาว ซึ่งยืนอยู่ระเบียงของโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เพ่งสายตามองกระทั่งมั่นใจว่าเป็นเงาคน เพราะอีกฝ่ายก้าวออกมาจากมุมมืด และจับจ้องมองมายังนางเช่นกันดวงตาคมของชายหนุ่มในชุดสีขาว สานสบกับดวงตาเย็นชาทว่าดุดันของนาง และนางก็ไม่ยอมหลบสีหน้าไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย...เพียงมองเขานิ่ง กระทั่งเรียกรอยยิ้มของเขาให้กว้างขึ้น“ช่างเป็นสตรีที่น่าสนใจ”หยวนหรูหรี่ดวงตาลงพยายามอ่านปากอีกฝ่าย แต่เพราะโจวเช่อกล่าวประโยคถัดมา นางจึงจำต้องละสายตาจากบุรุษที่เอาแต่มองตนด้วยดวงตาคล้ายเห็นเรื่องสนุก“คุณหนูเราไปกันต่อเถิด ข้างหน้าถัดไปอีกสามแยกก็คือร้านแพรพรรณตระกูลหยวน”“อืม” นางพยักหน้าไม่ได้เงยหน้าขึ้นมองคนบนชั้นสามอีกด้านบนชั้นสามโรงเตี๊ยมฟู่กุ้ย เงาร่างของบุรุษอีกคนก้าวมายังระเบียง เขามองตามสายตาของสหาย จากนั้นจึงเอ่ยถาม “นั่นมิใช่โจวเช่อผู้คุ้มกันท่านลุงหยวนหรอกหรือ”“ใช่

  • ภพรักชั่วนิรันดร์   บทที่ 6

    “ขอรับ คุณหนูเจ็ดแต่งกายคล้ายบุรุษ ตอนออกไปไม่พยายามหลบซ่อนสักนิด คราแรกสาวใช้และบ่าวไพร่จดจำนางไม่ได้ ต่อมาจึงนึกขึ้นได้ว่านั่นคือคุณหนูเจ็ด”“ยังมี...” พ่อบ้านล้วงบางอย่างออกมาจากแขนเสื้อ ในนั้นคือกระดาษอักษรที่เขียนด้วยลายมืออันงดงาม“นี่คืออะไร” หยวนวั่นมองอักษรพู่กันที่บ่งบอกถึงความหนักแน่นมั่นคงของผู้เขียน“นี่คือกระดาษคัดลายมือของคุณหนูเจ็ดขอรับ ได้ยินมาว่าผู้คุ้มกันโจวเอ่ยปากชมว่านางคัดลายมือสวย ดังนั้นคุณหนูเจ็ดจึงซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี”“ลายมือของนาง...จริงหรือ” มองดูอักษรคัดลายมือที่ไม่คุ้นตา หยวนวั่นได้แต่ตกตะลึงลายมืองดงามและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวเช่นนี้ แม้แต่ตัวเขาเองก็ยังทำไม่ได้ กระนั้นบุตรสาวที่เขาละเลยทอดทิ้ง นับจากที่นางลืมตาดูโลก กลับสามารถคัดออกมาได้“ให้คนจับตาดูพวกเขาเอาไว้ ระวังอย่าให้รู้ตัว ยังมี...เก็บเรื่องนี้เอาไว้เป็นความลับ ห้ามมิให้ผู้ใดล่วงรู้”“ขอรับ” พ่อบ้านหยวนรับคำ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปจากห้องเขามองดูหยวนวั่นยื่นเหม่อมองอักษรคัดลายมือด้วยความรู้สึกหลากหลาย เขาคาดเดาไม่ถูกจริงๆ ว่านายท่านของเขากำลังคิดอะไรอยู่ดูจากท่าทีซึ่งไม่ได้โกรธเช่นทุกครั้

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status