Share

ตอนที่3

last update Tanggal publikasi: 2026-02-04 16:05:13

หลังจากเหลือแค่เธอกับเจ้าบ่าวที่นอนเป็นหมดสติเหมือนผักหนึ่งต้นมีเครื่องช่วยชีวิตทันสมัยที่สุดในยุคนี้อยู่เต็มตัวไปหมด หลินเสี่ยวเฉียวก็ค่อยผ่อนลมหายใจออกยาวเหยียด หลังจากกดดันและหวาดกลัวไปหมด เพราะเธอก็แค่เด็กสาวอายุเพียง17ปี ประสบการณ์ชีวิตแสนจะน้อยนิด นอกจากโรงเรียนก็วนเวียนอยู่แค่ในสถานสงเคราะห์กับเด็กกำพร้าแสงเหนือที่จังหวัดใหญ่ทางภาคเหนือตอนบนที่ประเทศไทยเท่านั้น

พอฟื้นขึ้นมาในโลกใบใหม่แห่งนี้ก็ต้องเผชิญหน้ากับธรรมเนียมประหลาด ซื้อขายเด็กสาวในหมู่บ้านกันดารติดชายแดนไปแต่งงานกับคนป่วยใกล้ตายหรืออาจแต่งงานกับป้ายวิญญาณแลกเงินให้กับครอบครัว ซึ่งตามความทรงจำเดิมของเจ้าของร่าง นับว่าเธอยังโชคดี ที่ครอบครัวของสามีร่ำรวยมาก และเจ้าบ่าวยังมีโอกาสรอดชีวิต เพราะเด็กสาวในหมู่บ้านแห่งนั้นไม่ได้โชคดีแบบเธอ เพราะบางครั้งครอบครัวเหล่านั้นเขาก็แค่ต้องการเจ้าสาวแต่งงานกับหลุมศพของบุตรชายเท่านั้น บางคนโชคดีมีชีวิตแต่ก็ต้องครองตัวเป็นหญิงหม้ายไปอีกหลายสิบปี

ทว่าบางคนไม่ใช่แบบนั้น เพราะถูกซินแสที่โฉมหน้าจริงก็แค่พวกหากินกับความเชื่อของคนเป่าหูให้จัดพิธีแต่งงานไม่พอยังให้ปลิดชีพเจ้าสาวโชคร้ายคนนั้นแล้วฝังคู่กับศพของบุตรชายของพวกเขาก็เคยมีหลายราย ช่างน่ากลัวอะไรแบบนี้ชีวิตคนบริสุทธิ์ต้องตายเพราะผลประโยชน์ขอซินแสและพรรคพวกสารเลวเท่านั้น

…นี่เธอหลุดมาเจอกับโลกแบบไหนกันแน่?!…

นั่งหายใจทิ้งไปครู่หนึ่ง เด็กสาวก็คิดว่ามันไม่เกิดประโยชน์ที่จะมานั่งทอดอาลัยสงสัยแต่ยากจะได้คำตอบ ไม่สู้เธอรีบมูฟออนจากความเศร้าที่ตนเองตกลงมาในโลกใบนี้แล้วคิดมุมบวกให้เกิดกำลังใจจะดีกว่า ร่างเล็กลุกขึ้นไปดูหน้าตาของสามีในนามของตนเองเสียหน่อย

"หน้าตานับว่าไม่เลวเลยนะเนี่ย ขนาดนายนอนป่วยไม่ได้สติมาตั้งหลายวัน"

หลินเสี่ยวเฉียวชะโงกลงไปมองคนป่วยที่ยังไม่ได้สติบนเตียงอย่างพิจารณาถึงจะมีรอยเขียวช้ำแต่ก็จางไปมากแล้ว เหมือนเขาจะสลบมานาน9วัน รอยช้ำจางแบบนี้ก็ถูกแล้ว ศีรษะของเขาถูกโกนเส้นผมออกไปจนหมดเห็นรอยแผลผ่าตัด คาดว่าตอนอุบัติเหตุส่วนที่บาดเจ็บหนักคงเป็นศีรษะของเขานี่เอง นอกจากศีรษะกับรอยเขียวช้ำ ก็มือแขนข้างขวาที่สวมเผือกเอาไว้

ที่ขามีหรือเปล่าคงต้องเปิดดู และไวเท่าความคิด หลินเสี่ยวเฉียวก็เปิดผ้าห่มออกดู นอกจากแผลที่เริ่มจะแห้งก็ไม่มีส่วนไหนหักอีก ยิ่งยืนยันว่าที่อีกฝ่ายยังไม่ฟื้นคงเป็นผลพวงจากศีรษะกระแทกอย่างแรงแน่นอนเด็กสาวสำรวจตามร่างกายของเขาจนพอใจจึงห่มผ้าคืนกลับไปดังเดิม ก่อนจะย้อนกลับขึ้นมามองใบหน้าของเซี่ยมู่เฉินอีกครั้ง เขาดูแล้วตอนไม่บาดเจ็บคงหน้าตาดีมากแน่นอนเพราะขนาดตอนนี้บาดเจ็บแถมศีรษะไม่มีผมกลับดูดีมากอยู่เลย

"นายนี่ก็นับว่าตรงสเปคของฉันอยู่เหมือนกันนะเนี่ย ปากเจ่อๆ คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ผิวก็ขาวจัด ต้าเกอในตำนานเลยนะ"

ถึงจะเป็นเด็กกำพร้าอยู่ในสถานสงเคราะห์แต่ในอดีตนั้นนางสาวณัฐธิดาก็คือดูซีรีส์ทั้งจีนและเกาหลีซึ่งเธอค่อนข้างประทับใจต้าเกอทั้งหลายทางฝั่งกำแพงเมืองจีนมากกว่าเหล่าโอปป้าฝั่งเกาหลี โดยเฉพาะ จางหลิงเฮ่อกับเฉินเจ๋อหยวน นับว่าเป็นเมนหลักที่เธอฝากตัวเป็นแฟนคลับติดตามผลงานทุกเรื่อง แล้วเซี่ยมู่เฉินก็มีส่วนคล้ายสองเมนในดวงใจของเธอมากๆ เอาละนี่แหละกำลังใจที่ดี พลังบวกของเธอมาแล้ว เรื่องราวย่ำแย่แค่ได้มองคนหล่อโลกก็สดใสแล้วจริงๆ

มองหน้าคนหล่อคนพอใจหลินเสี่ยวเฉียวจึงคิดว่าควรจะจัดการตัวเองได้แล้วเพราะตั้งแต่ออกจากงานมาหน้าตาก็ยังไม่ได้ล้างเต็มได้ด้วยเครื่องสำอางเหนียวไปหมด เธอจึงเดินไปที่ตู้เก็บของใช้ผู้ป่วยและญาติที่มุมห้องเนื่องจากจำได้ว่าเมื่อครู่คนของพ่อและแม่สามีนำกระเป๋าที่บรรจุเสื้อผ้าชุดให้เอี่ยมเตรียมมาให้เธอด้วย

เห็นไหมนี่ไงเรื่องดีอีกข้อนอกจากสามีหล่อและรวยมาก ถึงจะแค่เศษเงินของพวกเขาแต่เมื่อเปิดกระเป๋าสำรวจดูหลินเสี่ยวเฉียวก็พบว่าเป็นเสื้อผ้าเนื้อผ้าดีดูแล้วราคาคงไม่เบา แต่การเป็นสะใภ้คนเล็กของท่านนายพลใหญ่ได้เริ่มขึ้นแล้วคาดว่าภาพลักษณ์คงยากจะปล่อยให้ดูแย่ในสายตาคนอื่นเป็นแน่ พลันนั้นก็บังเกิดความคิดอยากเอาไปขายเสียจริง แต่ติดแค่ว่าเธอเพิ่งมาถึงที่นี่อะไรก็ไม่รู้สักอย่าง ก็เลยได้แค่คิดแต่ยังไม่กล้าพอจะทำ

เด็กสาวอาบน้ำจนสดชื่นกลับออกมาก็เจอกับคุณพยาบาลอายุราวๆ 26ถึง27ปี หน้าตาสวยสดใสมองแล้วขนาดเธอเป็นผู้หญิงด้วยกันก็ยังใจสั่น แค่แรกพบหน้า สวยขนาดนี้บอกว่าเป็นนางฟ้าหลินเสี่ยวเฉียวก็ยังเชื่อสนิทใจสมกับอาชีพนางฟ้าชุดขาวจริงๆ

"สวัสดีค่ะ"

เพราะอ่อนวัยกว่า และติดนิสัยเด็กเคารพผู้ใหญ่มาจากชาติเก่าสมัยยังเป็นเด็กกำพร้าอาศัยพักพิงที่สถานสงเคราะห์มาตั้งแต่จำความได้ทำให้หลินเสี่ยวเฉียวรีบทักทายคุณพยาบาลพิเศษออกไปไม่ได้สนใจว่าตนเองตอนนี้อยู่ในฐานะของภรรยาผู้ป่วย

"อุ๊ย! คุณนายน้อยเซี่ยเกรงใจไปแล้ว เกรงใจไปแล้ว"

ถึงจะกล่าวออกมาแบบนั้นแต่สายตาของคุณพยาบาลพิเศษกลับตรงกันข้าม หลินเสี่ยวเฉียวมองานออกกระจ่าง แต่เด็กสาวไม่ได้สนใจ เพราะชาติก่อนเจอสายตาแบบนี้มาจนชินชานานแล้ว พอชาตินี้จะถูกมองเหยียดหยามอีกเธอไม่คิดจะสนใจแม้แต่น้อย เพราะอย่างไรไม่นานก็ต่างคนต่างไปอยู่แล้ว สนใจแค่หน้าที่ของเธอก็พอ มีแค่ความเสียดายเล็กน้อยว่าหน้าตาของคุณพยาบาลสวยราวกับนางฟ้าแต่กลับสวนทางกับนิสัยแค่นั้น คงจะไม่พอใจนั่นแหละที่เธอมาแล้วหน้าที่พยาบาลพิเศษของห้องนี้จะต้องหยุดลง

"คงต้องลำบากคุณพยาบาลพิเศษช่วยแนะนำวิธีดูแลสามีของฉันด้วยนะคะ ฉันเพิ่งมาถึงรบกวนด้วยค่ะ"

หลินเสี่ยวเฉียวนั้นขณะอาบน้ำก็คิดตกว่าขณะนี้เธอยังอับจนหนทางสิ้นไร้ที่พึ่งพา ครอบครัวสกุลเซี่ยจึงเป็นดังที่พึ่งเดียวของตนเองขณะนี้ ดูแล้วท่านนายพลลูกกับคุณนายใหญ่เซี่ยก็ไม่ใช่คนใจร้าย หากเธอดูแลลูกชอบคนเล็กของพวกเขาอย่างตั้งใจและเต็มที่

ก็ไม่แน่ว่าต่อไปพวกเขาจะเมตตาหรือวางใจจนให้เงินทองเธอติดกายบ้าง อันที่จริงตอนนี้ก็เหมือนเธอมาเป็นลูกจ้างของพวกเขา พอคิดได้แบบนี้จึงตั้งใจว่าจะตั้งใจเรียนรู้งานให้มาก เวลาลงมือทำจะได้ผิดพลาดน้อยที่สุด หากเธอทำได้แบบนั้นนายจ้างก็คงชอบพอนายจ้างชอบแน่นอนผลประโยชน์ก็ต้องเป็นของเธออยู่แล้ว ดังนั้นหลินเสี่ยวเฉียวจึงไม่ใส่ใจสายตาของคุณพยาบาลคนสวยสนใจแค่จะเรียนรู้งานเท่านั้น

“เราเริ่มกันเลยหรือคะ คุณอยากพักผ่อนก่อนไหม?” พยาบาลคนสวยถามอย่างเสแสร้ง เพราะความจริงภายในใจนั้นเธอกำลังไม่พอใจเด็กสาวอย่างมากที่มาแย่งงานของเธอ แต่หลินเสี่ยวเฉียวก็ยังคงทำเป็นเด็กสาวไร้เดียงสาค่อนไปทางโง่เขลามองท่าทางเสแสร้งนั้นไม่ออก ยิ้มหวานจริงใจส่งไปให้ ไม่ชอบหน้าเธอก็ช่าง คนแบบนี้ไม่ได้ให้คุณมีแต่โทษหากเธอเต้นไปตามที่อีกฝ่ายยั่วอารมณ์

"เริ่มเลยเถอะค่ะ" เริ่มไวเธอก็จะได้เรียนรู้ได้ในหน้าที่ของตนเองในแต่ละวันได้เร็วขึ้น หากเธอทำงานในหน้าที่ได้ดี ท่านนายพลเซี่ยคงใจดีกับเธอบ้างไม่มากก็น้อย

"ได้ค่ะ อย่างนั้นก็เชิญค่ะ" ถึงจะไม่พอใจที่ถูกแย่งงานแต่ก็แค่นั้นเธอก็แค่พยาบาลคนหนึ่งหากคิดจะมีปัญหากับลูกสะใภ้ของท่านนายพลใหญ่ชีวิตของตนคงลำบากแน่

การดูแลผู้ป่วยยังไม่รู้สึกตัวนับว่ายากสำหรับเด็กสาวพอสมควร แต่หลินเสี่ยวเฉียวถือคติที่ว่าสร้างสะพานวันเดียวไม่เสร็จ ดังนั้นเธอเรียนรู้วันเดียว จะให้จดจำทั้งหมด คงยากเกินไป เธอเองไม่ใช่คนฉลาด สติปัญญาแค่ปานกลาง ร่างนี้เองก็เช่นกัน แต่ไม่เป็นไรสติปัญญาก็แค่ส่วนหนึ่งคนเราหากอดทนสักหน่อยขยันอีกนิดชีวิตก็ไม่ยากอย่างที่คิดแล้ว

แต่ส่วนที่ยากที่สุดก็คงเป็นการเช็ดตัวหรือเรียกว่าอาบน้ำแห้งสำหรับผู้ป่วยหมดสติ เนื่องจากถึงเธอจะอายุ17ปีแล้ว เคยรู้เคยเห็นส่วนลี้ลับของผู้ชายมาบ้างแต่ของจริงก็ยังไม่เคยเห็นย่อมลำบากใจอยู่มาก ดังนั้นหลินเสี่ยวเฉียวจึงพยายามไม่มองแบบเต็มตา

แต่เจ้าตาไม่รักดีของเธอมันกลับคอยแต่จะเหลือบไปเห็นอยู่ดี หากเขาไม่ได้สลบอยู่เธอคงอายจนไม่กล้าทำความสะอาดให้เขาแน่ แต่พอทำได้6วัน หลินเสี่ยวเฉียวก็เริ่มไม่คิดอะไรมาก คิดแค่ว่ามันเป็น งาน ส่วนคนที่นอนเป็นผักเหี่ยวเฉาบนเตียงก็คือลูกค้า และท่านนายพลเซี่ยกับคุณนายใหญ่เซี่ยก็คือนายจ้างที่แม้จะยังไม่จ่ายค่าแรงแต่ก็มีอาหารอย่างดี3มื้อให้เธออิ่มท้องแล้วยังมีคนรับใช้ส่งมาให้อีก2คน เป็นชายกับหญิงให้เธอเรียกใช้ถึงจะมองออกว่าท่านนายพลเซี่ยคงส่ง2คนนั้นมาควบคุมและดูแลเธอป้องกันไม่ให้หลบหนีมากกว่าก็ตาม

เซี่ยมู่เฉิน คือนามของสามีผู้นอนอยู่บนเตียงและเขายังมีพี่ชายกับพี่สาวที่เกิดต่างมารดาอีกสองคนคือ เซี่ยหมิงเซิน และ เซี่ยหมิ่นอี ซึ่งทั้งสองจะสลับกันมาเยี่ยมอาการของน้องชายคนเล็กทุกวัน ส่วนท่านนายพลเซี่ย เซี่ยเผยเหิง กับคุณนายใหญ่เซี่ย ถงเพ่ยหนี่ว์ นั้นจะมาทั้งเช้าและช่วงเย็นอยู่จนค่ำจึงได้กลับไปสำหรับมารดาแท้ๆ ของเซี่ยมู่เฉินที่เป็นสามีของเธอเสียชีวิตไปได้14ปีแล้ว

และที่หลินเสี่ยวเฉียวรู้สึกผ่อนคลายลงมาบ้างก็คืออาการของคุณชายสามเซี่ยผู้เป็นสามีตามประเพณีของเธอนั้นดีขึ้นทุกวัน รอก็แค่ให้เขาฟื้นขึ้นมาเท่านั้น แบบนี้เธอก็ไม่ต้องหวาดกลัวว่าตนเองนั้นจะต้องตายตามเขาไปลงหลุมด้วยกันแล้ว ทำให้เด็กสาวยิ่งตั้งใจดูแลเซี่ยมู่เฉินขึ้นมาอีกหลายเท่า

ส่วนในยามว่างหลินเสี่ยวเฉียวก็หาหนังสือมาอ่าน ศึกษาว่าโลกใบนี้เป็นแบบไหน จะเหมือนกับโลกใบที่เธอตายจากมาหรือไม่ พออ่านนานไปก็พบว่า เหยียนจิ่ง นี้คล้ายประเทศจีนอยู่แปดส่วนเพราะเป็นประเทศที่ใหญ่มีประชากรมาก รวมไปถึงประเพณีและวัฒนธรรมก็คล้ายกันมาก แต่เป็นประเทศจีนในยุคปีคศ.1980 เป็นช่วงที่แต่ละประเทศกำลังพัฒนา โดยมีประเทศต่างๆ ที่คล้ายกับโลกเก่าที่ตายจากมา อาจไม่เหมือนตรงชื่อแต่ละประเทศ ที่เหมือนคือแบ่งโซนเป็นเอเชีย ตะวันออก ตะวันตก หลินเสี่ยวเฉียวจึงคิดเอาว่านี่คงเป็นมิติคู่ขนานกระมัง พอรับรู้ทุกสิ่งพอสมควรเธอก็เริ่มปรับตัวทีละน้อย

นานวันเข้าหลินเสี่ยวเฉียนนั้นก็รู้สึกอยากเรียนต่อมหาวิทยาลัยจึงลองค้นหาข้อมูลเท่าที่ตนเองจะหาได้ แต่ก็ติดปัญหาที่เจ้าของร่างเดิมมีความรู้เรียนจบแค่ระดับมัธยมศึกษาปีที่3เท่านั้น ผิดกับณัฐธิดาที่ตอนตายจากมาเธอก็เรียนจบมัธยมศึกษาปีที่6แล้ว ซึ่งเร็วว่าเพื่อนร่วมชั้นไป1ปี แต่ชาตินี้เธอมีพ่อสามีร่ำรวยและอำนาจไม่ใช่หรือไง?

หากไม่ลองใช้ดูก็ออกจะเสียของแต่ตอนนี้เธอยังไม่มีความดีเท่าไหร่ คงต้องรอไปอีกสักพักจึงค่อยลองเอ่ยปากดู ผู้หญิงเราไม่มีทรัพย์สินเงินทองก็แค่หาเอา ทว่าจะขาดไม่ได้คือความรู้ มีความรู้มีวุฒิการศึกษาและใบปริญญาถือว่าได้เปรียบ ชาติเก่าณัฐธิดาเรียนรู้และถูกสั่งสอนมาจากบ้านเด็กกำพร้าแบบนั้น ถึงจะเกิดใหม่แล้วสาวน้อยก็ยังคงยึดมั่นในแนวคิดนี้ไม่เปลี่ยน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนพิเศษ 2/2

    จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบเสียงลามกดังก้อง มือของหลินเสี่ยวเฉียวจึงเอื้อมลงมาจับศีรษะของสามีสิบนิ้วสอดแทรกเข้าขยำขยี้เส้นผมสั้นอย่างต้องการระบายความเสียวซ่านปานจะขาดใจแจ๊ะ แจ๊ะ แจ๊ะนิ้วกลางของเซี่ยมู่เฉินสอดแทรกเข้าไปทักทายร่องรัก พร้อมกับลิ้นร้อนบดขยี้หมุนวนอยู่บนเกสรสวาทสีสวย หลินเสี่ยวเฉียวถึงกับดิ้นพล่านเพราะเสียวซ่านสุดจิตสุดใจ"กรี๊ด!"เธอถึงจุดมายอย่างรุนแรง อย่างที่ไม่เคยถึงแบบนี้มาก่อน อาจเพราะตลอดมาเธอยังเขินอายอยู่มากเซี่ยมู่เฉินเลยไม่กล้าทำอะไรแบบนี้แต่พอวันนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มก่อนเขาจึงคืนกลับมาเท่าเทียมกัน"ดีไหม เฉียวเฉียวชอบไหม"เขาขยับขึ้นมากระซิบถามเสียงอ่อนโยน หลินเสี่ยวเฉียวเอียงอายเล็กน้อยแต่เพราะเป็นสามีภรรยากันหากเธออยากเอาสามีให้อยู่ก็ต้องตรงไปตรงมากล้าได้กล้าเสีย"ดีค่ะ ฉันชอบมาก แล้วพี่ล่ะคะ ชอบไหม"ถามไปมือน้อยก็เอื้อมลงไปกอบกุมมังกรเผือกที่ขยายใหญ่จนเธอกำไม่รอบ แล้วเริ่มชักเชิดรูดรัดขยับสาวขึ้นลงอย่างหนักหน่วงจนใบหน้าของเซี่ยมู่เฉินกระตุกเกร็ง"อ่าส์…ซี้ด…ชอบสิ ชอบมาก โคตรจะชอบ โคตรดีเลยเมียจ๋า อ๊าส์ โอ้ว…ซี้ด"แค่เธอกอบกุมและสาวขึ้นสาวลงเขาก็เสียวซ่านแทบขาดใจ เมียเข

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนพิเศษ 1/2

    ตอนพิเศษงานเลี้ยงจบแล้วก็ได้เวลาเข้าหอ ถึงจะเป็นสามีภรรยาโดยสมบูรณ์มา2ปีกว่าแต่พอเป็นคืนเข้าหอเซี่ยมู่เฉินกลับรู้สึกตื่นเต้นแปลกๆ ยิ่งระหว่างช่วยกันส่งแขกเจ้าสาวของเขากระซิบเบาๆ ว่าคืนนี้จะพิเศษใส่ไข่เซี่ยมู่เฉินยิ่งจิตนาการไปต่างๆ นาๆ ว่ายัยตัวแสบของเขาจะ พิเศษใส่ไข่ แบบไหน"เฉียวเฉียว…"พอได้อยู่กันเพียงลำพัง หลินเสี่ยวเฉียวก็ไม่รอช้าเธอเดินต้อนร่างสูงไปถึงเตียงหลังใหญ่ที่เป็นสีทองตัดทองอร่าม จากนั้นก็ผลักเขาจนหงายหลังล้มลงไปบนเตียง"จุ๊ๆ อย่าเอ็ดไปค่ะ ฉันกำลังจะจัดให้สามีชนิดพิเศษจนพี่ต้องร้องขอชีวิตแน่นอน ห้ามขัดขืนนะคะ คืนนี้ฉันเป็นเจ้าสาวพี่ต้องตามใจฉัน"ก้มลงไปกระซิบกระซาบพร้อมกับกัดใบหูของเบาๆ เช่นที่เซี่ยมู่เฉินชอบทำกับเธอประจำ จากนั้นหญิงสาวก็เริ่มแกะกระดุมเสื้อของสามีทีละเม็ด ทีละเม็ด แกะไปถึงเม็ดไหมหลินเสี่ยวเฉียวก็ก้มลงไปกัดเบาๆ ทุกแห่ง"โอ้ว…ซี้ด…"แค่นี้เซี่ยมู่เฉินก็ แข็งเกร็ง ไปทั้งตัวแล้วโดยเฉพาะท่อนลำกลางร่างก็ขยายใหญ่คนแทบดันทะลุกางเกงออกมาอยู่แล้ว พอกระดุมเสื้อถูกปลดจนหมดลำดับต่อไปจึงเป็นกางเกง มังกรเผือกดิ้นรนอยากออกมาทักทายเธออย่างเห็นได้ชัด"คืนนี้ฉันจะกินพี่ท

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนจบ 2/2

    ครอบครัว ก็เท่านี้ขอแค่ทุกคนรักใครกลมเกลียวจะร่ำรวยหรือยากจนก็ไม่เกี่ยวกัน ความสุขมันเรียบง่ายกว่าที่ใครจะคาดคิด พ่อแม่ก็เช่นกัน ไม่มีใครอยากเห็นลูกๆ ของตนเองทะเลาะกัน และยิ่งไม่อยากเห็นลูกๆ มีความทุกข์ ท่านนายพลเซี่ยก็เป็นหนึ่งในนั้น เขาก็แค่เลือกจะมีความสุขไปพร้อมกับลูกๆ ก็เท่านั้น ไม่คิดอะไรแทนพวกเขา หากพวกเขาพึงใจและมีความสุขกับสิ่งที่เลือกและคนที่ใช่และคนคนนั้นก็รักลูกๆ ของเขาเช่นกันเซี่ยเผยเหิงก็พอใจแล้วจริง…แต่จัดงานแต่งให้พี่ชายไปแล้วก็ใช่ว่าเซี่ยมู่เฉินจะได้แต่งงาน ได้เป็นเจ้าบ่าวสมดังใจ เพราะมันพอดีกับที่กิจการของเซี่ยฉางไรท์เกิดขายดิบขายดีอย่างที่หลินเสี่ยวเฉียวเองก็คาดไม่ถึง ดังนั้นงานแต่งและแผนการจะมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยนั้นต้องเลื่อนไปก่อนจนกว่ากิจการจะมั่นคงรักษาลูกค้าจนกลายเป็นคู่ค้าสัญญากันระยะยาวยังดีว่าหลังจากแต่งงานกันได้1ปีท่านนายพลกับลู่เยี่ยนชิงก็มีพยายานรักด้วยกัน เป็ยชายหนึ่งคน หลินเสี่ยวเฉียวจึงไม่รู้สึกกดดันเท่าไหร่ที่ตนเองยังไม่อาจมีทายาทให้กับสกุลเซี่ยได้ ส่วนท่านนายพลเซี่ยเองก็เป็นพ่อสามีที่ดีมากๆ ไม่เคยกดดันสะใภ้ด้วยเรื่องนี้เลย เพราะเข้าใจว่าหลินเสี่ย

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนจบ 1/2

    ตอนจบพอหายดีหลินเสี่ยวเฉียวก็อายแสนอายแทบไม่กล้าจะมองหน้าใครในยามเช้าของวันที่7ที่เธอลงจากห้องนอนเป็นครั้งแรกซึ่งเธอต้องลงมากินมื้อเช้าพร้อมกันกับเซี่ยมู่เฉิน ก็ใครบ้างจะไม่อายพอสามีกลับมาเธอก็ป่วยนอนซมไป6วัน แล้วคนในห้องกินข้าวก็ไม่ใช่เด็กไร้เดียงสาภายในห้องอาหารเช้านี้มีแต่ตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น ท่านนายพลเซี่ยกับลู่เยี่ยนชิงอย่างนี้ เซี่ยหมิงเซินกับหลิวเทาอย่างนั้น ยิ่งเจอสายตาของพี่ชายของสามีมองอย่างรู้ทันหลินเสี่ยวเฉียวก็พลันสะดุดขาตนเองเกือบล้มขายหน้า"โอ๊ะ!" เขินจนขาพันกันไม่เกินจริง"ระวังหน่อยสิ"ถึงจะตำหนิแต่เสียงของเซี่ยมู่เฉินนั้นอ่อนหวานนัก ยิ่งสายตาคงไม่ต้องพูดถึง หวานมาก หวานจนหลินเสี่ยวเฉียวกลัวตนเองจะเป็นเบาหวานตายตั้งแต่อายุแค่ยี่สิบต้นๆ เสียแล้ว"นึกจะกลับก็กลับ ไม่คิดจะบอกใคร"ท่านนายพลเซี่ยที่เพิ่งกลับมาจากฮันนีมูนหลังจากที่ทั้งสองจดทะเบียนกันเงียบๆ ไปเมื่อเดือนก่อนส่วนงานแต่งงานจะจัดขึ้นอีกครั้งในอีกสองเดือนข้างหน้าตามฤกษ์ดีของซินแส"ทำอย่างกับผมบอกแล้วคุณพ่อจะไม่ไปฮันนีมูนอย่างนั้นแหละ" เซี่ยมู่เฉินตอบกลับบิดาของเขาเสียงเรียบ"เฮอะ!ใครจะอยู่รอแกกันเล่าเฉินเอ๋อร์"

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนที่25 2/2

    "ซี้ด...อื้อ..."เกิดมาหลินเสี่ยวเฉียวเพิ่งเคยพบพานความเสียวซ่านหวานแหลมเช่นนี้ เสียดสีอยู่ไม่นานหญิงสาวก็เกร็งไปทั้งร่าง"อ๊าส์!"เมื่อเซี่ยมู่เฉินรับรู้ได้ว่าเขาส่งเธอไปถึงจุดหมาย ชายหนุ่มจึงเผลอกายขึ้นมาจูบปากจิ้มลิ้มอย่างเร่าร้อนรุนแรงสะโพกแกร่งกดกระแทกรัวกระหน่ำ ไม่นานชายหนุ่มเองก็สั่นสะท้านไปทั้งร่างระเบิดน้ำอุ่นๆ สาดซัดลงมาที่ร่องรักจนหลินเสี่ยวเฉียวสะดุ้งเฮือก"อื้อ!"เซี่ยมู่เฉินยังคงจูบดูดดื่มลึกซึ้ง จนลมหายใจของทั้งสองกลับมาเป็นปกติ หลินเสี่ยวเฉียวหลับตาซึมซับความรู้สึกแนบสนิทนี้ก่อนที่จะลืมตาพรึบขึ้นมาเมื่อรู้สึกได้ว่ามังกรเผือกของเซี่ยมู่เฉินกลับมาแข็งขันอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้ทันทักท้วงเขาก็ขยับกดแทรกลงมาจนเธอพบเจอกับความเจ็บปวดราวกับร่องรักลึกลับนั้นถูกฉีกกระชาก"อย่าเกร็งนะคนดี""มันเจ็บมาก...""พี่จะค่อยเป็นค่อยไป"และเซี่ยมู่เฉินก็ทำตามที่เอ่ยปากกับคนใต้ร่างจริงๆ ถึงเขาจะทรมาน ก็ไม่ใจร้อน เพราะรู้ว่าคนใต้ร่างนั้นทรมานกับการหลอมรวมเป็นหนึ่งของพวกเขานี้มากกว่าตนเองเป็นหมื่นเป็นแสนเท่าเพราะเขาใหญ่โตส่วนเธอคับแคบนัก กว่าเขาจะเข้าไปจนสุดความยาวจึงผ่านไปครู่ใหญ่ ชายหนุ่มถึง

  • ภรรยาของคุณชายตาบอดในยุค70นี้ไม่ง่าย   ตอนที่25 1/2

    ตอนที่25"คิดถึงที่สุดเลย"เสียงพูดดังอยู่แนบชิดกับใบหู เสียงแสนจะคุ้นเคยเพราะ3ปีมานี้หลินเสี่ยวเฉียวได้ยินจากในความฝันบ่อยครั้ง 3ปี 3ปีเชียวนะที่เธอเฝ้ารอการกลับมาของเขา ถึงจะทำนั่นทำนี่ พยายามทำตัวไม่ให้ตนเองว่างจนจิตใจฟุ้งซ่านเอาแต่คิดถึงเขา คำว่ามากสำหรับเธอคงไม่พอจริงๆหญิงสาวเผลอสูดกลิ่นกายของเขา กลิ่นกายของเซี่ยมู่เฉินยังคงเป็นกลิ่นแสนจะคุ้นเคย หากไม่จากกันไกลและนานเธอก็คงไม่รู้ตัวเลยว่าในอดีตจดจำเขาได้แม้แต่กลิ่นกายหรือน้ำเสียง แม้แต่เงาหรือเสียงฝีเท้าหลินเสี่ยวเฉียวล้วนจดจำได้ไม่เคยลืมเลือน"ทำไมพี่ให้ฉันรอนาน ว่าจะเปลี่ยนใจไม่รอแล้วนะคะ""เธอกล้าหรือยัยตัวแสบ ฉันจองเธอเอาไว้แล้ว เธอกล้าจะคิดเป็นอื่นได้หรือ จะไม่รอฉัน แล้วหากกลับมาฉันจะทำอย่างไร""ก็พี่ไปนาน""เพราะหากฉันรีบกลับมาเธอคงจะเรียนไม่จบนะสิ ฉันเลยต้องรอให้เธอเรียนจบเสียก่อน""อย่างไรคะ?""เพราะหากฉันกลับมาเร็วเธอคงท้องก่อนเรียนจบแน่นอน""อะไรนะคะ?"หลินเสี่ยวเฉียวรีบผลักให้เขาถอยห่างเพื่อจะมองหน้าเขาให้เต็มตาด้วยและอยากจะถามเซี่ยมู่เฉินว่าที่พูดออกมานั้นหมายความว่าอย่างไร"ฉันก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งนะเฉียวเฉียว พอ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status