Masukฤดูใบไม้ผลิ
วันที่ x เดือน x ปี 20xx
หลักฐานที่มีทำให้ซิงอีเป็นผู้ชนะในการฟ้องหย่าสามีได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเธอยังไม่พอใจ เธอใช้สิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายยื่นฟ้องหย่าชู้ของสามีด้วยเงินหลายล้านหยวนทันที
"ฉันไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว"
"ฉันก็เป็นผู้ถูกกระทำนะ"
"ผู้หญิงด้วยกันต้องเห็นใจกันสิ"
แต่ละประโยคที่พ่นออกมาสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คำว่า 'สำนึก' คนหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอสะกดเป็นไหม ไม่ใช่สักแต่จะได้อยู่ฝ่ายเดียว
"พูดจบรึยัง"
ซิงอีมองคู่กรณีด้วยสายตาว่างเปล่า
"เธอจะไม่ฟ้องฉันแล้วใช่ไหม"
คนผิดถามเพื่อความแน่ใจ เธออุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ แสร้งตีหน้าเศร้าใส่ หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ ยอมๆ ความกันไป แต่ที่ไหนได้...
"คุณทนายคะ"
"ครับ"
"ฉันไม่ยอมความค่ะ"
ซิงอีเลือกที่จะไม่ไกล่เกลี่ยใดๆ คนที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลาย มีสิทธ์ขอความเห็นใจจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ซิงอีคิดขณะมองหน้าคู่กรณีที่ไม่มีแม้แต่คำว่าสำนึกในใจ ทำตัวหน้าไม่อาย
ผู้หญิงก็ร้าย....
ผู้ชายก็เลวจริงๆ
ตอนนี้ซิงอีไม่ต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธอพร้อมเชิดหน้าสู้ต่อไป ผู้หญิงที่เลือกผู้ชายผิดไม่ใช่เรื่องน่าอาย ก็แค่ตัดก้อนเนื้อร้ายในชีวิตออกไป และเริ่มต้นใหม่ด้วยสองขาของตัวเอง
"เธอทำได้แล้วซิงอี"
หญิงสาวบอกกับตัวเองที่ยิ้มทั้งน้ำตา ในที่สุดเธอก็สามารถก้าวผ่านจุดที่ยากที่สุดมาได้ เธอปลดล็อคความกลัวในใจ และกล้าที่จะเป็นฝ่ายเดินออกมาเพราะเห็นคุณค่าในตัวเอง
"ฉันเป็นอิสระแล้ว"
ต่อจากวันนี้เป็นต้นไป เธอจะเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ ไม่จำเป็นต้องมานั่งแคร์สายตาใคร ถ้าอยากทำอะไรเธอก็จะทำ สินสมรสที่แบ่งมาได้คนละครึ่งนั้น เธอจะใช้มันเพื่อหาความสุขใส่ตัว
TRrrrr
พี่เซียว calling
ต่อให้สามีโทรมาง้อเธอกี่ครั้งซิงอีก็ไม่สนใจ เธอปรายหางตามองโทรศัพท์ที่วางไว้ และหันไปทำอย่างอื่นไม่สนใจสายเรียกเข้าของอดีตสามีที่ครั้งหนึ่งเคยรักมาก แต่สิ่งที่เขาทำ มันเกินกว่าจะให้อภัย ส่วนการเดินหน้าฟ้องชู้ ก็ปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอน เธอไม่ใจอ่อนให้ผู้หญิงที่เป็นต้นเหตุทำให้ครอบครัวพัง ต่อให้ส่งทนายมาไกล่เกลี่ยกี่ครั้งคำตอบก็คือ 'ฉันจะเดินหน้าเอาผิดเธอ'
ซิงอีตั้งใจจะหางานทำ เธอดูงานที่บริษัทเข้ามาโพสผ่านช่องทางออนไลน์ งานไหนที่น่าสนใจและตรงสาย เธอก็ร่อนใบสมัครฝากไว้ เธอไม่ใช่คนขี้เกียจอะไร จะต้องมีสักบริษัทที่สนใจเธอ
"น่าไปจัง"
หลังจากที่เข้าเวบหางานได้สักพักเธอก็แว่บเข้าไปไถ tik ka tok และบังเอิญไปเห็นข้อความโปรโมทเที่ยวของเมืองๆ หนึ่งเข้าพอดี เธอรู้สึกว่าเมืองนี้ดูสงบดี ถ้าได้ไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศบ้างก็คงดีเหมือนกัน ก่อนหน้านี้เธอเครียดมากอยากพักสมองบ้าง อะไรบ้าง นิ้วเรียวกดเข้าไปเลื่อนดูโปรแกรมท่องเที่ยวของบริษัทดัง ในนั้นละลานตาไปด้วยโปรโมชั่นดึงดูดใจ
ทริปโปรไฟไหม้
จ่ายเพียง xx,xxxx หยวน คุณก็จะได้สัมผัสกับธรรมชาติ ตื่นตาตื่นใจไปกับเมืองโบราณ ยิ่งไปกว่านั้นถ้ากดจองวันนี้ ทางเรามีโปรโมชั่นถ่ายรูปตอนใส่ชุดพื้นเมืองให้ฟรี เป็นทริปที่เหมาะกับคนที่เหนื่อยล้าอยากพักผ่อนหย่อนใจ สนใจทักอินบ็อคได้
ย้ำว่าเหลือเพียง 1 ที่นั่ง
ออกตัวแรงว่าไม่ได้เป็นคนขี้งก แต่โปรมันคุ้ม มันดึงดูดใจ อ่านรีวิวของคนที่ไป มันก็ใช้ได้เลยนี่นา เอาเป็นว่ากดจองไปเลยแล้วกัน นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความส่งไปทักอินบ็อคพร้อมโอน
'ขอบคุณที่ร่วมทริปกับเรา'
นั่นคือข้อความที่ทางทัวร์ส่งมาให้ เธอมองข้อความนั้นด้วยดวงตาเป็นประกาย คิดว่าทริปโปรไฟไหม้นี่ล่ะจะเป็นตัวช่วยเยียวยาจิตใจ ในหัวคิดภาพนั่น นู่น นี่
แต่พอถึงวันจริงนี่สิ....
แทบร้องไห้!!
"อีกไกลไหม""เดินมานานเท่าไหร่แล้ว""ฉันอยากพักขาก่อน"มันผิดที่เจ้าของทัวร์ไม่ได้อธิบายให้ละเอียดว่าเมืองเก่าแก่ของมณฑลเหอที่จะพาไปนั้นอยู่ในซอกหลืบที่รถบัสไม่สามารถขับเข้าไปได้ ดังนั้นจึงต้องเดินด้วยเท้าไป มาถึงขนาดนี้จะให้ล้มเลิกกลางครันได้อย่างไร เดินๆ หยุดๆ ไปพร้อมกับเสียงโอดครวญว่าปวดขากันระนาว"อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว"ไกด์หันมาบอกกับทุกคนที่ไม่ไหว พักขาสักห้านาทีแล้วค่อยเดินต่อไป มีให้กำลังใจนักท่องเที่ยวผู้ร่วมทริปเป็นระยะว่า "มันจะต้องคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน"และพอไปถึง....สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามันคุ้มแล้วกับที่เดินจนขาลากจริงๆ"สวยมากกกกกก""วิวที่หาชมยาก""นี่มันเมืองในฝันชัดๆ"นักท่องเที่ยวในทริปต่างพากันตื่นตา ตื่นใจ ไปกับธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยงาม ซึ่งทุกคนเคยชินกับตึกสูงและควัน พอได้มาเหยียบที่นี่เหมือนคนละโลกจริงๆโปรแกรมท่องเที่ยวในทริปยังมีต่อไป หลังจากชมธรรมชาติจนอิ่มหนำพอใจ ก็ถึงเวลาไปเดินดูเมืองเก่าเมืองแก่ที่ทุกคนเฝ้ารอ มีร้านขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ"ขายหินนี่นะ""เชื่อก็โง่แล้ว""เดินไปดูร้านอื่นดีกว่า"ซิงอีที่เดินตามหลังมองไปยังร้านที่โดนว่าทันที เ
ฤดูใบไม้ผลิวันที่ x เดือน x ปี 20xxหลักฐานที่มีทำให้ซิงอีเป็นผู้ชนะในการฟ้องหย่าสามีได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเธอยังไม่พอใจ เธอใช้สิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายยื่นฟ้องหย่าชู้ของสามีด้วยเงินหลายล้านหยวนทันที"ฉันไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว""ฉันก็เป็นผู้ถูกกระทำนะ""ผู้หญิงด้วยกันต้องเห็นใจกันสิ"แต่ละประโยคที่พ่นออกมาสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คำว่า 'สำนึก' คนหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอสะกดเป็นไหม ไม่ใช่สักแต่จะได้อยู่ฝ่ายเดียว"พูดจบรึยัง"ซิงอีมองคู่กรณีด้วยสายตาว่างเปล่า"เธอจะไม่ฟ้องฉันแล้วใช่ไหม"คนผิดถามเพื่อความแน่ใจ เธออุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ แสร้งตีหน้าเศร้าใส่ หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ ยอมๆ ความกันไป แต่ที่ไหนได้..."คุณทนายคะ""ครับ""ฉันไม่ยอมความค่ะ"ซิงอีเลือกที่จะไม่ไกล่เกลี่ยใดๆ คนที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลาย มีสิทธ์ขอความเห็นใจจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ซิงอีคิดขณะมองหน้าคู่กรณีที่ไม่มีแม้แต่คำว่าสำนึกในใจ ทำตัวหน้าไม่อายผู้หญิงก็ร้าย....ผู้ชายก็เลวจริงๆตอนนี้ซิงอีไม่ต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธอพร้อมเชิดหน้าสู้ต่อไป ผู้หญิงที่เลือกผู้ชายผิดไม่ใช่เรื่
"ฉันถึงร้านแล้วค่ะ"ซิงอีโทรบอกสามีที่นั่งรอในร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิมเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จะต่างก็ตรงที่ช่อดอกไม้ในมือที่เปลี่ยนสีวนไป 'ผู้หญิง' ต้องคู่กับดอกไม้ และกล่องสีแดงที่วางไว้ก็คือ 'ของขวัญ' วันเกิดเธอหนึ่งเดือน...เพียงพอแล้วกับการทำใจ เธอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้ เธอมีเป้าหมายในใจ ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับกรรม"ผมตาฝาดไปรึเปล่า"เซียวหานพูดพลันมองภรรยาที่อยู่ๆ ก็ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา เพราะที่ผ่านมาเธอแต่งตัวไม่ต่างจากป้าข้างบ้านคนหนึ่งเลย"ฉันก็แค่เปลี่ยนทรงผมเอง"ซิงอีพูดยิ้มๆ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ สามีที่หน้าตาดี แต่งตัวก็ดี ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางเขาก็มีสาวๆ หลายคนเหล่มอง"ขอบคุณนะคะ"ซิงอีรับกล่องของขวัญมาเปิดดู ข้างในเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจ ข้างหลังสลักเป็นชื่อของเธอและสามีไว้ ถ้าเธอไม่รู้อะไร ป่านนี้คงร้องไห้น้ำตาแตกกับความโรแมนติกของสามีที่ทำตัวดี แต่...เห็นแก่ตัว"คุณซิงอี"ผู้ชายตัวสูง สวมแว่น เดินเข้ามาทักซิงอี ท่าทางที่เหมือนรู้จักมักจี่กันดี ทำเซียวหานไม่ค่อยสบอารมณ์"คุณจาง"ซิงอีแสร้งทำเหมือนตกใจ ผู้ชายที่มาทักภรรยาของเขาคือใคร ทำไมซิงอี
สามีของเธอกดตัดสาย บางทีเขาอาจจะกดผิดก็ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดัง แต่สามีก็ยังกดตัดสายเธอเหมือนเดิมติ้ด!ครั้งแรกยังพอรับได้ แต่ครั้งที่สองจะให้เธอคิดเช่นไร เป็นการกดตัดสายที่ทำซิงอีปวดใจ เธอกลั้นน้ำตาต่อไม่ไหว ภาพคู่รักที่จับมือกันตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนมีดทิ่มแทงใจ สามีเคยยิ้มอย่างนี้ให้เธอไหม มันเป็นคำถามที่เธอตอบไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วที่สามีไม่ชวนเธอออกมาเที่ยวเลย'ใครโทรมาคะ'ผู้หญิงคนนั้นถาม 'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน'คำตอบชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่สามีไม่สนใจ รอยยิ้มที่มีจางหาย คำว่า 'รัก' สัมผัสไม่ได้ เธอรู้ตัวช้าไป ทำให้ความห่างเหินเข้ามาคั่นกลางความสัมพันธ์ คำว่า 'ติดประชุม' มันคือข้ออ้าง คำโกหกที่เคยเชื่อนั้นทำเธอสมเพชตัวเองจริงๆ'โง่งมจริงๆ'ซิงอีว่าให้ตัวเองที่ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้จนหมดใจ ถึงครอบครัวของสามีจะโขกสับเธอก็ทนได้ แต่ภาพบาดตาบาดใจ มันทำเธอเจ็บปวดจนแทบยืนไม่ไหว สามี 'เธอ' ตอนนี้ไม่ใช่ 'สามี' ของเธอคนเดียวอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างตอนนี้มีเจ้าของแล้ว
ฉันเคยคิดว่า...ความสุขของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน มีเธอ มีฉัน มีกันและกัน ต่อให้ต้องลำบากก็ไม่หวั่น พร้อมจับมือสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน ขอเพียงอย่างเดียวคือ...'รัก' และ 'ซื่อสัตย์' กับเธอเพล้ง!!"คนเลว"ซิงอีเขวี้ยงกรอบรูปงานแต่งใส่ผนังทั้งน้ำตา เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นเฉียดใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืนของเธอไป ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังทนไหว แต่บาดแผลที่จิตใจมันเจ็บจนเธอแทบล้มทั้งยืน'ซิงอี' ครั้งหนึ่งเธอเคยมีอนาคตที่สดใส เธอมีใบหน้าสวยหวานไม่ซ้ำใคร ทำให้ตำแหน่งดาวคณะตกเป็นของเธอ'ซิงอีวันนี้สวยอีกแล้ว''มีแฟนรึยังครับ''วันนี้ว่างไปกินข้าวกันไหม'เพราะความสวยทำให้ซิงอีโดดเด่นกว่าใคร มีหนุ่มๆ ต่างคณะเข้ามาจีบและอยากทำความรู้จักมากมาย ซึ่งเธอที่เป็นเด็กต่างอำเภอใสๆ ก็เลยโดนแสงสีในเมืองมอมเมา"ซิงอีมีแฟนรึยัง"เพื่อนผู้ชายในคณะเอ่ยถาม"ถามทำไม""เหอะน่า มีหรือไม่มี"เพื่อนผู้ชายเร่งเร้า"ไม่มี""จริง??"ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาโดนรุ่นพี่ปีสี่มอบหมายงานสำคัญให้ ถ้าไม่ได้คำตอบไป มีหวังได้โดนแน่ๆ"อืม!"ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา พลันอดค







