LOGIN'ซิงอี' เธอเป็นภรรยาที่ดีแต่กลับโดนสามีนอกใจ หมอดูทักว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะชาติที่แล้วเธอได้ทำบาปกับผู้ชายคนหนึ่งไว้ มีสามีดีแต่กลับไม่สนใจ หอบเงินหนีตามคนรักเก่าไป ทิ้งให้สามีเจ็บช้ำระกำทรวง การย้อนกลับมาครั้งนี้ เธอมีทางให้เลือกแค่สองทาง จะเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจแปรผัน หรือจะรักและซื่อสัตย์กับสามี! มาสนุกกับพี่ซางเหยียนและน้องซิงอีที่ย้อนเวลากลับมาไปด้วยกันนะคะ เปิดเรื่องมาเหมือนจะได้กลิ่นอายดราม่า แต่ไรท์อยากบอกว่า.... 'เรื่องนี้เนื้อหาน่ารักเท่าโลกกกกก'
View Moreฉันเคยคิดว่า...
ความสุขของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน มีเธอ มีฉัน มีกันและกัน ต่อให้ต้องลำบากก็ไม่หวั่น พร้อมจับมือสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน ขอเพียงอย่างเดียวคือ...
'รัก' และ 'ซื่อสัตย์' กับเธอ
เพล้ง!!
"คนเลว"
ซิงอีเขวี้ยงกรอบรูปงานแต่งใส่ผนังทั้งน้ำตา เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นเฉียดใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืนของเธอไป ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังทนไหว แต่บาดแผลที่จิตใจมันเจ็บจนเธอแทบล้มทั้งยืน
'ซิงอี' ครั้งหนึ่งเธอเคยมีอนาคตที่สดใส เธอมีใบหน้าสวยหวานไม่ซ้ำใคร ทำให้ตำแหน่งดาวคณะตกเป็นของเธอ
'ซิงอีวันนี้สวยอีกแล้ว'
'มีแฟนรึยังครับ'
'วันนี้ว่างไปกินข้าวกันไหม'
เพราะความสวยทำให้ซิงอีโดดเด่นกว่าใคร มีหนุ่มๆ ต่างคณะเข้ามาจีบและอยากทำความรู้จักมากมาย ซึ่งเธอที่เป็นเด็กต่างอำเภอใสๆ ก็เลยโดนแสงสีในเมืองมอมเมา
"ซิงอีมีแฟนรึยัง"
เพื่อนผู้ชายในคณะเอ่ยถาม
"ถามทำไม"
"เหอะน่า มีหรือไม่มี"
เพื่อนผู้ชายเร่งเร้า
"ไม่มี"
"จริง??"
ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาโดนรุ่นพี่ปีสี่มอบหมายงานสำคัญให้ ถ้าไม่ได้คำตอบไป มีหวังได้โดนแน่ๆ
"อืม!"
ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา พลันอดคิดไม่ได้ว่า
ถ้าวันนั้น....
เธอบอกว่ามี 'แฟน' แล้วจะเป็นอย่างไร ชีวิตของเธอจะมีความสุขมากกว่านี้ไหม ซิงอีทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าร้องไห้ เธอมันซื่อเกินไป เธอไม่น่าเชื่อใจผู้ชายคนนี้เลย
"พี่ขอเบอร์ได้ไหมครับ"
ผู้ชายหน้าตาดี เป็นรุ่นพี่ปีสี่ในมหาวิทยาลัย รอยยิ้มภายใต้ใบหน้าหล่อเหลานั้นช่างเท่บาดใจ เขาเป็นนักกีฬาบาสที่สาวๆ แอบชอบมากมาย ซึ่งนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนสถานะจาก 'โสด' ไปสู่การมี 'แฟน'
"พี่ถือให้"
"ไปกินข้าวด้วยกันนะ"
"คิดถึงซิงอีมาก"
คำพูดหวานๆ ทำให้ซิงอีมีความสุขมากมาย เธอหลงคารมของรุ่นพี่คนนี้อย่างไม่ต้องสงสัย เธอรักรุ่นพี่คนนี้หมดใจ คิดว่าเขาคือคนที่ 'ใช่' สุดท้าย...
สิ่งที่เก็บไว้...
ก็ให้เขาเชยชม
"ครั้งแรกเหรอ"
"อื้อ!"
หญิงสาวพยักหน้าด้วยความเขินอาย ครั้งแรกทำเธอเจ็บจนเดินแทบไม่ได้ แต่พอเห็นว่ารุ่นพี่พึงพอใจ เธอก็เลยเก็บซ่อนความเจ็บเอาไว้ เพราะรักจึงทนได้ อยากทำอะไร เธอก็ยอมให้ด้วยความยินดี
"พี่รักเธอ"
"แต่งงานกับพี่นะ"
พอรุ่นพี่เรียนจบ สองปีถัดจากนั้นก็ขอเธอแต่งงาน ตอนนั้นเธอพึ่งสมัครงาน แต่รุ่นพี่ยืนยันว่าจะดูแลเธอและให้เธอทำหน้าที่ 'ภรรยา' ก็พอ
"อื้อ!"
คนที่หูตามืดบอดเพราะความรักตอบตกลง เธอใช้ใจนำทางและพร้อมเป็นผู้ตามที่ภักดีกับสามี
สามีที่...
ไม่มีภาวะผู้นำสักนิดเดียว
"เมื่อไหร่จะท้อง"
'กู้จื่อเยี่ย' ซึ่งเป็นมารดาสามีถามด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ เธอจ่ายเงินสินสอดไป แค่ผลิตหลานออกมาให้ตระกูลกู้ยังทำไม่ได้ มันน่าหงุดหงิดจริงๆ
"หนูกับพี่เซียวหานกำลังพยายามค่ะ เมื่อวานพวกเราก็เพิ่งไปปรึกษาหมอกัน"
"ใช่ครับ"
'กู้เซียวหาน' พยักหน้ากับสิ่งที่ภรรยาพูด
"ปรึกษามากี่หมอแล้วล่ะ"
ประโยคนั้นเต็มไปด้วยน้ำเสียงเสียดสี
"หนู..."
ความจริงทำซิงอีพูดไม่ออก เธอก้มหน้าซ่อนน้ำตา ที่ผ่านมาเธอพยายามแล้วจริงๆ ไม่ว่าจะเป็น 'ยา' หรือ 'สมุนไพร' เธอก็อดทนกินและผ่านมันมาหมดอย่างตั้งใจ
"น่าผิดหวังจริงๆ"
เธอโดนคำพูดของมารดาสามีเสียดสีทุกวัน สะใภ้อย่างเธอทำให้ตระกูลกู้ผิดหวัง เธอโดนเหน็บทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
ส่วนสามีนั้น....
แทบไม่ช่วยอะไร
"ทำไมพี่ถึงไม่พูดอะไร"
"มันผิดที่ฉันคนเดียวรึไง"
"ฉันท้อเหมือนกันรู้ไหม"
"พี่ไม่สงสารฉันบ้างเลยเหรอ"
เรื่องที่เธอไม่ท้องสักทีคือปัญหา ทุกครั้งที่โดนกดดัน เธอกับสามีก็มักจะมีปากเสียงกัน ซึ่งการทะเลาะกันบ่อยๆ ครั้งมันทำให้ชีวิตคู่ที่เคยหวานไม่เหมือนเดิม
"วันนี้ไข่ฉันตกค่ะ"
ซิงอีบอกสามีที่เพิ่งกลับมาจากทำงาน สีหน้าที่แสดงออกมาดูเหน็ดเหนื่อยมาก
"อืม"
ชายหนุ่มพยักหน้ารับ เขาเหนื่อยที่จะมาจ้องไอ้ที่ตรวจการตกไข่ทำหน้ายิ้มอย่างนี้แล้ว
"ทำเลยไหม"
เธอที่คิดว่าไม่อยากปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปเอ่ยชวน
"พี่เหนื่อย"
คำพูดของสามีทำซิงอีที่ต้องคอยนับวัน เวลา ไม่พอใจ เขาเหนื่อยคนเดียวรึไง เธอเองก็เหนื่อยเหมือนกัน แต่เพราะคำว่า 'รัก' เลยไม่ปริปากไง
"แต่..."
ไม่ทันที่เธอจะได้ยกเหตุผลสามีก็พูดแทรกขึ้นมา ความเหนื่อยจากหลายๆ อย่างทำให้เขาพูดจาไม่ถนอมน้ำใจเธอสักนิดเดียว
"พี่ไม่มีอารมณ์"
เป็นครั้งแรกที่เธอโดนสามีหมางเมินใส่ เรื่องพวกนี้เธอปรนเปรอให้เขาไม่ขาดตกบกพร่องอะไร แล้วทำไมเขาถึงพูดอย่างนี้ใส่เธอ
"พี่เซียว"
ขอบตาของซิงอีร้อนผ่าว ช่วงนี้เขาเอาแต่บอกว่า 'เหนื่อย' ซึ่งเธอเองก็เหนื่อยเหมือนกัน มีใครคิดถึงและเห็นใจเธอบ้าง มีแต่กดดันและลงความเครียดมาที่เธอ
"คืนนี้ไม่ต้องรอนะ พี่มีประชุม"
สามีโทรมาบอกเธอที่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลาให้กัน เขาทำแต่งาน ส่วนเธอก็มุ่งมั่นกับการบำรุงตัวเองให้พร้อมตลอดเวลา จนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นมา แต่เธอก็เลือกที่จะทำต่อไปเพื่อคำว่า 'ครอบครัว'
พี่รักเธอ
พี่จะไม่นอกใจ
ซิงอีไว้ใจพี่ได้เลย!
คำพูดที่สามีเคยบอกวันแต่งงานสะท้อนก้องในใจ ดวงตาคู่สวยแดงก่ำพร้อมสูดลมหายใจ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ทำเธอโกรธจนหน้าแดง
"เหมาะสมกันมาก"
"ผู้หญิงก็สวย ผู้ชายก็หล่อ"
"เขาเป็นแฟนกันแน่ๆ"
ซิงอีมองไปตามเสียงชื่นชม จังหวะนั้นเธอเห็นแผ่นหลังของผู้ชายที่ตกเป็นเป้านินทา และผู้หญิงที่ควงแขนมาก็แต่งตัวดูดี โดยเฉพาะเดรสรัดรูปที่ใส่มาดูปราดเดียวก็รู้ว่า 'แพง'
"ถ้าฉันใส่ก็สวยเหมือนกัน"
ซิงอีพูดอวยตัวเองที่ครั้งหนึ่งก็เคยผอมและสวยไม่แพ้ใคร แต่พอเธอแต่งงานไป มารดาของสามีก็ชอบเข้ามาวุ่นวายกับการแต่งตัวของเธอ
"มีสามีแล้วจะแต่งตัวอย่างนี้ไม่ได้
"เสื้อมันรัดรูปไป"
"กระโปรงน่ะใส่เลยคุมเข่าก็ดี"
เพราะอยากให้ครอบครัวของสามีรัก เธอก็เลยยอมทำตามอย่างว่าง่าย แต่คงเพราะเธอยอมมากไป ทุกวันนี้จึงโดนข่มเหงรังแก
"ซิงอีมองชายหญิงคู่นั้น ตอนแรกว่าจะมองผ่านๆ แต่พอได้ยินเสียงที่ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นมาว่า
"พี่เซียวฉันอยากได้สร้อยเส้นนี้จัง พี่ซื้อให้ฉันหน่อยนะ นะ น้าาา~"
"ผมขอดูเส้นนี้ครับ"
เสียงทุ้มที่ดูจะตามใจแฟนทำเท้าของซิงอีชะงักไป จากที่จะกลับก็เปลี่ยนใจ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา และกดโทรหาสามีทันที
TRrrrr
จังหวะที่เธอโทรไป เป็นจังหวะเดียวกับที่ผู้ชายที่ยืนหันหลังคนนั้นก็ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของตัวเองออกมา ถึงจะไม่เห็นหน้า แต่เธอก็รู้ว่าใช่
รับสิ!
เธอจ้องมองโทรศัพท์ในมือของผู้ชาย พลันอดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ บางครั้งคนที่มาด้วยอาจเป็นเพื่อนในบริษัทก็ได้ ถ้าสามีเธอกดรับก็แสดงว่าบริสุทธิ์ใจ แต่ถ้าไม่...
ติ้ด!!!
เขากดตัดสายเธอ
"โอ้ย! ตาแก่ฉันตื่นเต้น"โจวจินเหมยเดินไปเดินมา ดวงตาจับจ้องที่หน้าห้องคลอดด้วยความเป็นห่วงสะใภ้ที่เข้าไปข้างในนานกว่าครึ่งวัน ส่วนโจวซางเหยียนที่นั่งกระวนกระวายใจนั่นก็ไม่ยอมเดินไปไหน เขาสามารถนั่งรอเป็นวันโดยไม่กินอะไรก็ได้ หากทำให้ภรรยาของเขาเจ็บปวดน้อยลง"ฉันอยากให้เจ้าตัวน้อยในท้องหน้าเหมือนคุณ นิสัยดีเหมือนคุณ รักฉันมากๆ เหมือนคุณ และก็อ้วนท้วนแข็งแรง"เขาจำทุกคำพูดของภรรยาได้ เธอดูแลเจ้าตัวน้อยในท้องเป็นอย่างดี นมทุกแก้วที่เขาชงมาให้ดื่มก่อนนอนเธอไม่เคยลืมสักวัน ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังกินยาบำรุงครรภ์ไม่เคยขาดสักเม็ดเดียว'ออกแรงเบ่งอีกนิดค่ะ''ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ''อีกนิดเดียวค่ะ อีกนิดเดียว'เสียงในห้องคลอดดูวุ่นวาย ซิงอีกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตครั้งใหญ่ เธอกำลังจะเปลี่ยนสถานะเป็น 'มารดา' ของเจ้าก้อนแป้งที่พออกมาจากท้องก็แหกปากร้องไห้ คุณหมอวางเจ้าตัวน้อยตัวสีแดงแจ๊ดแจ๋ไว้เอาไว้แต่ทำไม...เธอถึงยังปวดท้องอยู่เลย"คุณหมอฉันยังปวดท้องอยู่ค่ะ"เธอบอกหมอที่ทำคลอดให้ ความรู้สึกเหมือนยังอยากเบ่งเพื่อให้โล่งสบาย ไม่ทันที่หมอจะพูดอะไร เธอก็ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเบ่งออกมา"อุแว้ อุแ
"ไม่อยากเชื่อเลย""ข้าวสารกลายเป็นข้าวสุกซะแล้ว""น่าอับอายแทนตระกูลตงจริงๆ""ฉันคิดเอาไว้ไม่ผิดจริงๆ"ชาวบ้านที่มามุงดูซุบซิบพูดคุยกัน ที่ทุกคนมารวมตัวกันเพราะมีคนปล่อยข่าวลือว่ามีเรื่องสนุกๆ ให้ดูที่ห้องเช่าท้ายหมู่บ้าน นิสัยของคนอยากรู้ อยากเห็น มีหรือจะปล่อยผ่าน คนนั้นกระจายข่าว คนนี้เอาไปพูดปากต่อปาก ผลก็อย่างที่เห็นเลย"ไม่ใช่นะ"ตงเหมยฮวาปฏิเสธหน้าซีด หากแต่ภาพที่ปรากฎต่อทุกสายตากลับค้านกับคำพูดของเธอ"กอดกันขนาดนี้ยังไม่ยอมรับอีก""ฉันเคยเห็นสองคนนี้อยู่ด้วยกัน""แล้วดูสภาพของผู้ชายสิ"เสียงซุบซิบดังขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก อธิบายอะไรไม่ได้ ไม่มีใครเชื่อและเห็นใจและตีความว่าเธอกับเกาหมิงทำเรื่องอับอาย"มันต้องไม่ใช่อย่างนี้สิ"ตงเหมยฮวากรีดร้องเสียงดัง ปากคอสั่นด้วยความโมโหจนทนไม่ไหว เธอผลักเกาหมิงออกไปและปรี่เข้ามาหวังจะตบหน้าซิงอีที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพที่น่าอับอายนี้ แต่พอได้ยินเสียงตะโกนว่า"หยุดเดี๋ยวนี้!!"เท้าสองข้างของตงเหมยฮวาก็หยุดชะงักทันที แค่เสียงๆ นี้ก็ทำเธอหายใจไม่ทั่วท้องจนหน้าซีดเผือดทีเดียว"พะ...พ่อ"เพี้ย!!มือของบิดาที่โกรธจัดฟ
'ให้ผมไปกับคุณนะ''ไม่ได้ค่ะ''แต่ผมเป็น...'โจวซางเหยียนพูดไม่ทันจบประโยคนิ้วเรียวของภรรยาก็ยื่นมาปิดปากของเขาซะก่อน เขาจึงต้องลองใช้แววตาอ้อนวอน แต่ซิงอีก็ไม่ใจอ่อนให้เลย'ฉันไม่เป็นหรอกค่ะ'ซิงอีพูดยิ้มๆ กับสามีที่ดูจะเป็นห่วงเธอมากเกินไป ทั้งที่เธอบอกเขาอย่างดิบดีแล้วว่าเธอใช้เงินของสามีไปว่าจ้างคนที่เชื่อใจได้ให้ติดตามดูแลอยู่ห่างๆ ด้วย'คุณต้องอยู่ที่นี่และทำตัวให้ปกติเข้าไว้ ซึ่ง แผนการของฉันจะสำเร็จได้คุณก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย'ซิงอีย้ำกับสามีที่ต้องทำตามแผนการ หากเขาตามเธอไปมีหรือที่ตงเหมยฮวาจะไม่สงสัย ผู้หญิงคนนั้นมีแผนการชั่วร้ายในใจซึ่งเธอเดาว่าต้องมาเป่าหูให้โจวซางเหยียนเข้าใจผิดแน่ๆ'ฉันดูเป็นคนโง่เหรอคะ'คำถามนั้นทำให้โจวซางเหยียนส่ายหน้า'ไว้ใจฉันนะคะ'เพื่อตัดไฟแต่ต้นลมเธอจะต้องทำให้ทั้งสองคนนั้นไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะเข้ามาแทรกกลาง หญิงสาวผุดรอยยิ้มบางๆ เมื่อคิดว่าแผนการนี้เหมาะสมที่สุดแล้วกับหญิงร้ายชายเลวหลังจากภรรยาแต่งตัวออกจากบ้านไป โจวซางเหยียนก็นั่งไม่ค่อยติดเก้าอี้สักเท่าไหร่ เขาเฝ้ามองนาฬิกาพลันนึกเป็นห่วงภรรยาสุดหัวใจ หากแต่ก็ต้องอดทนนั่งที่เก้าอี้ต่อไปเพื
"ซิงอีผมคิดถึงคุณ"พอเจอหน้ากัน เกาหมิงก็พ่นคำหวานหูใส่ มือหนายื่นมาจับมือเรียวบางไว้ การกระทำที่ถึงเนื้อถึงตัวเกินไปทำให้ซิงอีอยากจะดึงมือกลับจริงๆ"ฉันก็คิดถึงคุณค่ะ"ซิงอีการละครได้เริ่มต้นการแสดงนับจากวินาทีนี้ไป และดูเหมือนจะทำได้ดีมากซะด้วย"ทำไมคุณถึงไม่ติดต่อมาเลย""คุณเพิ่งเรียนจบ ยังมีอนาคตอีกไกล ฉันไม่อยากเอาตัวเองไปเป็นภาระของคุณค่ะ"ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จให้เกาหมิงฟัง ซึ่งเนื้อหาที่แต่งเติมใส่ไข่ไปนั้นไม่ได้มาจากใจจริงของเธอสักนิดเดียว"เพราะเหตุผลนี้หรอกหรือ"พอได้ฟังเหตุผล เกาหมิงที่โดนสั่งให้วางยานอนหลับซิงอีก็เริ่มลังเลใจ เขาควรทำเรื่องนี้ต่อไปไหม ชายหนุ่มเริ่มชั่งใจ แต่เมื่อคิดถึงหน้าของตงเหมยฮวาที่กุมความลับไว้จึงทำให้เขารู้ว่าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจาก 'ต้องทำ' เพราะถ้าเขาไม่ทำ เรื่องผิดพลาดในคืนนั้นก็ต้องแดงออกมา เขาไม่อยากรับผิดชอบด้วยการต้องแต่งงานกับตงเหมยฮวา สุดท้ายแล้วเขาก็รักตัวเองมากกว่าซิงอี"เดี๋ยวฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ""ครับ"ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่เขาจะได้ทำตามแผนที่ตงเหมยฮวาวางไว้ ใบหน้าหล่อเหลาหันมองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสนใจ จึงหยิบห่อ





