Masuk"ฉันถึงร้านแล้วค่ะ"
ซิงอีโทรบอกสามีที่นั่งรอในร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิมเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จะต่างก็ตรงที่ช่อดอกไม้ในมือที่เปลี่ยนสีวนไป 'ผู้หญิง' ต้องคู่กับดอกไม้ และกล่องสีแดงที่วางไว้ก็คือ 'ของขวัญ' วันเกิดเธอ
หนึ่งเดือน...
เพียงพอแล้วกับการทำใจ เธอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้ เธอมีเป้าหมายในใจ ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับกรรม
"ผมตาฝาดไปรึเปล่า"
เซียวหานพูดพลันมองภรรยาที่อยู่ๆ ก็ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา เพราะที่ผ่านมาเธอแต่งตัวไม่ต่างจากป้าข้างบ้านคนหนึ่งเลย
"ฉันก็แค่เปลี่ยนทรงผมเอง"
ซิงอีพูดยิ้มๆ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ สามีที่หน้าตาดี แต่งตัวก็ดี ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางเขาก็มีสาวๆ หลายคนเหล่มอง
"ขอบคุณนะคะ"
ซิงอีรับกล่องของขวัญมาเปิดดู ข้างในเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจ ข้างหลังสลักเป็นชื่อของเธอและสามีไว้ ถ้าเธอไม่รู้อะไร ป่านนี้คงร้องไห้น้ำตาแตกกับความโรแมนติกของสามีที่ทำตัวดี แต่...เห็นแก่ตัว
"คุณซิงอี"
ผู้ชายตัวสูง สวมแว่น เดินเข้ามาทักซิงอี ท่าทางที่เหมือนรู้จักมักจี่กันดี ทำเซียวหานไม่ค่อยสบอารมณ์
"คุณจาง"
ซิงอีแสร้งทำเหมือนตกใจ ผู้ชายที่มาทักภรรยาของเขาคือใคร ทำไมซิงอีไม่เคยพูดถึงหรือเล่าอะไรให้ฟัง
"เขาคือ..."
เซียวหานสะกิดถามภรรยา
"พี่เซียวไม่รู้จักเหรอคะ?"
"ไม่ครับ"
คำตอบของสามีตอกย้ำให้เธอยิ่งมั่นใจว่า ไม่ใช่แค่เซียวหานคนเดียวที่จับปลาสองมือ
เหมาะสมกันจริงๆ
ซิงอีคิดในใจ ตอนนี้คงได้เวลาที่เธอจะเปิดโปงความชั่วช้าของชายหญิงคู่นีเสักที
"พอดีผมนัดภรรยาไว้"
"ชวนภรรยาคุณมานั่งด้วยกันได้นะคะ"
ซิงอีเอ่ยชวนอีกฝ่าย ซึ่งคุณจางก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพราะนั่นคือแผนการที่เธอกับคุณจางได้วางไว้เพื่อฉีกหน้าของหญิงร้ายชายเลว
"ที่รักนั่งตรงไหนคะ"
เสียงหวานลอดผ่านสาย
"พอดีผมเจอคนรู้จัก เดี๋ยวคุณเดินมาที่โต๊ะโซนวีไอพีด้านในได้เลยนะ"
'จางอี้หนาน' บอกภรรยาที่เขานัดให้มากินข้าวด้วยกัน เขารักภรรยาคนนี้มาก เธอดีกับเขาทุกอย่าง แต่นั่นมันเกิดขึ้นเมื่อหลายเดือนก่อน
'โอ้ย! อย่าจับผิดมากได้ไหม'
'ฉันเหนื่อยมากนะรู้ไหม'
'พี่จะมาอะไรกับฉันมากเนี่ย'
ช่วงหลังๆ ไม่ว่าเขาจะทำอะไรก็ดูเหมือนจะขัดหูขัดตา และเธอก็ไม่มีเวลา อ้างแต่ว่าติดธุระทั้งที่ก็ไม่ได้ทำงาน เขาเป็นคนหาเลี้ยงเธอทุกอย่าง เพราะคำว่า 'รัก' ก็เลยแสร้งปิดหู ปิดตา ปล่อยๆ ไป แต่เหมือนภรรยาเขาจะได้ใจ
มันทำให้เขาสงสัย
ธุระที่ว่าคืออะไร
จนกระทั่ง....
คุณซิงอีติดต่อมา
จางอี้หนานคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ภรรยาเขามีอายุน้อยกว่าถึงหนึ่งรอบ เธอสวย เธอสาว และเธอมีภาพลักษณ์ที่สดใส ต่างจากเขาที่เป็นคนเงียบๆ ไม่ใช้ชีวิตหวือหวาอะไร ตำแหน่งหน้าที่การงานคือสิ่งเดียวที่ทำให้เขาดูน่าสนใจ ที่รู้จักกับเธอได้ก็เพราะมีผู้ใหญ่แนะนำ
"ที่รัก"
เสียงหวานคุ้นหูที่เพิ่งมาถึงทำให้เซียวหานที่นั่งหันหลังตกใจ เมื่อกี้เขาหูฝาดไป หรือแค่คนเสียงคล้ายเท่านั้นเอง
"มานั่งข้างผมสิ"
จางอี้หนานกวักมือเรียกภรรยาที่เดินเข้ามา และยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าจะเจอกับอะไร ความลับจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป เขาจะไม่เป็นคนโง่ที่โดนภรรยาหลอกใช้ นับจากวันนี้เป็นต้นไป บัตรเครดิตที่ให้เธอถือไว้เขาจะโทรไประงับทันที
"ฉันเป็นภรรยาของคุณจะ...."
คำแนะนำตัวชะงักไป เมื่อเห็นว่าใครที่เป็นคนรู้จักของสามี
"จื่อเยี่ยน"
เซียวหานพลั้งปากเรียกชื่อผู้หญิงตรงหน้าออกมา แววตาของเขาที่มองดูตกใจมาก ซิงอีที่คอยสังเกตุการณ์อยากจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจริงๆ
"พวกคุณรู้จักกันเหรอคะ"
ซิงอียังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้อะไร
"ไม่รู้จักค่ะ"
จื่อเยี่ยนปฏิเสธทันที เธอมองหน้าของสามี ก่อนจะมองหน้าของเซียวหานสลับกัน ดวงตาที่ขยิบ ยิบ ยิบ ให้สามีเธอนั้น เอาตรงๆ นะอยากหยิบยางมาดีดให้ตาบอดจิงๆ
"แล้วพี่ล่ะคะ พี่รู้จักเธอหรือเปล่า"
"มะ...ไม่รู้จักครับ"
เพราะสถานการณ์มันบังคับ ทำให้เซียวหานต้องเออ ออ ตามน้ำไป ไหนเธอบอกเขาว่า 'โสด' ไม่มีใคร สถานะ 'ชู้' ถูกยัดเยียดให้ ถึงจะเจ็บใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากปิดปากเงียบ
"พอเถอะครับ"
เป็นจางอี้หนานที่หมดความอดทน เขาไม่สามารถแสดงละครได้อีกต่อไป ดวงตาคู่คมไม่อาจซ่อนความเจ็บปวดได้ กระดาษแผ่นหนึ่งในกระเป๋าที่เตรียมไว้ถูกหยิบออกมา เขาพูดกับภรรยาที่หน้าซีดเป็นไก่ต้มว่า
"ผมจะหย่ากับคุณ"
"ไม่นะ ฉันไม่หย่า"
ที่ผ่านมาเธอก็แค่หลงไปกับความสุขเล็กๆ น้อยๆ ทางกายที่สามีมอบให้ไม่ถึงใจ เงินคือสิ่งเดียวที่เหนี่ยวรั้งเธอเอาไว้ เขามีเงินให้เธอใช้ไม่ขัดสนอะไร ถ้าปล่อยมือไปก็โง่เง่าสิ้นดี
"ที่รัก!"
"หยุดก่อน"
"รอฉันด้วยสิคะ"
จื่อเยี่ยนตะโกนเรียกสามีที่เดินหันหลังไป หลักฐานที่เธอส่งให้มันมากเพียงพอแล้วที่จะตัดสินใจแยกทาง
"ฟังพี่ก่อนนะซิงอี"
"ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ'
ลมปากเน่าๆ ของสามีจะมีค่าอะไร ซิงอีมองหน้าสามีด้วยแววตาของคนไม่มีใจ ก่อนจะสะบัดมือของสามีทิ้งไป นาทีนี้ไม่เหลือแล้วเยื่อใย เขาเป็นคนตัดมันไป แล้วจะมาร้องขออะไรกับเธอ
"แต่พี่อธิบายได้"
เพี้ย!!!
ใบหน้าหล่อเหลาของสามีหันไปตามแรงฝ่ามือที่ซิงอีฟาดลงไป น้ำตาของเธอที่กลั้นไว้ ยามนี้ค่อยๆ รินไหล มันเจ็บที่หัวใจ
เมื่อต้องพูดคำว่า...
"ฉันจะฟ้องหย่าพี่!"
"อีกไกลไหม""เดินมานานเท่าไหร่แล้ว""ฉันอยากพักขาก่อน"มันผิดที่เจ้าของทัวร์ไม่ได้อธิบายให้ละเอียดว่าเมืองเก่าแก่ของมณฑลเหอที่จะพาไปนั้นอยู่ในซอกหลืบที่รถบัสไม่สามารถขับเข้าไปได้ ดังนั้นจึงต้องเดินด้วยเท้าไป มาถึงขนาดนี้จะให้ล้มเลิกกลางครันได้อย่างไร เดินๆ หยุดๆ ไปพร้อมกับเสียงโอดครวญว่าปวดขากันระนาว"อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว"ไกด์หันมาบอกกับทุกคนที่ไม่ไหว พักขาสักห้านาทีแล้วค่อยเดินต่อไป มีให้กำลังใจนักท่องเที่ยวผู้ร่วมทริปเป็นระยะว่า "มันจะต้องคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน"และพอไปถึง....สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามันคุ้มแล้วกับที่เดินจนขาลากจริงๆ"สวยมากกกกกก""วิวที่หาชมยาก""นี่มันเมืองในฝันชัดๆ"นักท่องเที่ยวในทริปต่างพากันตื่นตา ตื่นใจ ไปกับธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยงาม ซึ่งทุกคนเคยชินกับตึกสูงและควัน พอได้มาเหยียบที่นี่เหมือนคนละโลกจริงๆโปรแกรมท่องเที่ยวในทริปยังมีต่อไป หลังจากชมธรรมชาติจนอิ่มหนำพอใจ ก็ถึงเวลาไปเดินดูเมืองเก่าเมืองแก่ที่ทุกคนเฝ้ารอ มีร้านขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ"ขายหินนี่นะ""เชื่อก็โง่แล้ว""เดินไปดูร้านอื่นดีกว่า"ซิงอีที่เดินตามหลังมองไปยังร้านที่โดนว่าทันที เ
ฤดูใบไม้ผลิวันที่ x เดือน x ปี 20xxหลักฐานที่มีทำให้ซิงอีเป็นผู้ชนะในการฟ้องหย่าสามีได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเธอยังไม่พอใจ เธอใช้สิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายยื่นฟ้องหย่าชู้ของสามีด้วยเงินหลายล้านหยวนทันที"ฉันไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว""ฉันก็เป็นผู้ถูกกระทำนะ""ผู้หญิงด้วยกันต้องเห็นใจกันสิ"แต่ละประโยคที่พ่นออกมาสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คำว่า 'สำนึก' คนหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอสะกดเป็นไหม ไม่ใช่สักแต่จะได้อยู่ฝ่ายเดียว"พูดจบรึยัง"ซิงอีมองคู่กรณีด้วยสายตาว่างเปล่า"เธอจะไม่ฟ้องฉันแล้วใช่ไหม"คนผิดถามเพื่อความแน่ใจ เธออุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ แสร้งตีหน้าเศร้าใส่ หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ ยอมๆ ความกันไป แต่ที่ไหนได้..."คุณทนายคะ""ครับ""ฉันไม่ยอมความค่ะ"ซิงอีเลือกที่จะไม่ไกล่เกลี่ยใดๆ คนที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลาย มีสิทธ์ขอความเห็นใจจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ซิงอีคิดขณะมองหน้าคู่กรณีที่ไม่มีแม้แต่คำว่าสำนึกในใจ ทำตัวหน้าไม่อายผู้หญิงก็ร้าย....ผู้ชายก็เลวจริงๆตอนนี้ซิงอีไม่ต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธอพร้อมเชิดหน้าสู้ต่อไป ผู้หญิงที่เลือกผู้ชายผิดไม่ใช่เรื่
"ฉันถึงร้านแล้วค่ะ"ซิงอีโทรบอกสามีที่นั่งรอในร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิมเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จะต่างก็ตรงที่ช่อดอกไม้ในมือที่เปลี่ยนสีวนไป 'ผู้หญิง' ต้องคู่กับดอกไม้ และกล่องสีแดงที่วางไว้ก็คือ 'ของขวัญ' วันเกิดเธอหนึ่งเดือน...เพียงพอแล้วกับการทำใจ เธอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้ เธอมีเป้าหมายในใจ ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับกรรม"ผมตาฝาดไปรึเปล่า"เซียวหานพูดพลันมองภรรยาที่อยู่ๆ ก็ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา เพราะที่ผ่านมาเธอแต่งตัวไม่ต่างจากป้าข้างบ้านคนหนึ่งเลย"ฉันก็แค่เปลี่ยนทรงผมเอง"ซิงอีพูดยิ้มๆ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ สามีที่หน้าตาดี แต่งตัวก็ดี ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางเขาก็มีสาวๆ หลายคนเหล่มอง"ขอบคุณนะคะ"ซิงอีรับกล่องของขวัญมาเปิดดู ข้างในเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจ ข้างหลังสลักเป็นชื่อของเธอและสามีไว้ ถ้าเธอไม่รู้อะไร ป่านนี้คงร้องไห้น้ำตาแตกกับความโรแมนติกของสามีที่ทำตัวดี แต่...เห็นแก่ตัว"คุณซิงอี"ผู้ชายตัวสูง สวมแว่น เดินเข้ามาทักซิงอี ท่าทางที่เหมือนรู้จักมักจี่กันดี ทำเซียวหานไม่ค่อยสบอารมณ์"คุณจาง"ซิงอีแสร้งทำเหมือนตกใจ ผู้ชายที่มาทักภรรยาของเขาคือใคร ทำไมซิงอี
สามีของเธอกดตัดสาย บางทีเขาอาจจะกดผิดก็ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดัง แต่สามีก็ยังกดตัดสายเธอเหมือนเดิมติ้ด!ครั้งแรกยังพอรับได้ แต่ครั้งที่สองจะให้เธอคิดเช่นไร เป็นการกดตัดสายที่ทำซิงอีปวดใจ เธอกลั้นน้ำตาต่อไม่ไหว ภาพคู่รักที่จับมือกันตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนมีดทิ่มแทงใจ สามีเคยยิ้มอย่างนี้ให้เธอไหม มันเป็นคำถามที่เธอตอบไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วที่สามีไม่ชวนเธอออกมาเที่ยวเลย'ใครโทรมาคะ'ผู้หญิงคนนั้นถาม 'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน'คำตอบชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่สามีไม่สนใจ รอยยิ้มที่มีจางหาย คำว่า 'รัก' สัมผัสไม่ได้ เธอรู้ตัวช้าไป ทำให้ความห่างเหินเข้ามาคั่นกลางความสัมพันธ์ คำว่า 'ติดประชุม' มันคือข้ออ้าง คำโกหกที่เคยเชื่อนั้นทำเธอสมเพชตัวเองจริงๆ'โง่งมจริงๆ'ซิงอีว่าให้ตัวเองที่ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้จนหมดใจ ถึงครอบครัวของสามีจะโขกสับเธอก็ทนได้ แต่ภาพบาดตาบาดใจ มันทำเธอเจ็บปวดจนแทบยืนไม่ไหว สามี 'เธอ' ตอนนี้ไม่ใช่ 'สามี' ของเธอคนเดียวอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างตอนนี้มีเจ้าของแล้ว
ฉันเคยคิดว่า...ความสุขของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน มีเธอ มีฉัน มีกันและกัน ต่อให้ต้องลำบากก็ไม่หวั่น พร้อมจับมือสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน ขอเพียงอย่างเดียวคือ...'รัก' และ 'ซื่อสัตย์' กับเธอเพล้ง!!"คนเลว"ซิงอีเขวี้ยงกรอบรูปงานแต่งใส่ผนังทั้งน้ำตา เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นเฉียดใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืนของเธอไป ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังทนไหว แต่บาดแผลที่จิตใจมันเจ็บจนเธอแทบล้มทั้งยืน'ซิงอี' ครั้งหนึ่งเธอเคยมีอนาคตที่สดใส เธอมีใบหน้าสวยหวานไม่ซ้ำใคร ทำให้ตำแหน่งดาวคณะตกเป็นของเธอ'ซิงอีวันนี้สวยอีกแล้ว''มีแฟนรึยังครับ''วันนี้ว่างไปกินข้าวกันไหม'เพราะความสวยทำให้ซิงอีโดดเด่นกว่าใคร มีหนุ่มๆ ต่างคณะเข้ามาจีบและอยากทำความรู้จักมากมาย ซึ่งเธอที่เป็นเด็กต่างอำเภอใสๆ ก็เลยโดนแสงสีในเมืองมอมเมา"ซิงอีมีแฟนรึยัง"เพื่อนผู้ชายในคณะเอ่ยถาม"ถามทำไม""เหอะน่า มีหรือไม่มี"เพื่อนผู้ชายเร่งเร้า"ไม่มี""จริง??"ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาโดนรุ่นพี่ปีสี่มอบหมายงานสำคัญให้ ถ้าไม่ได้คำตอบไป มีหวังได้โดนแน่ๆ"อืม!"ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา พลันอดค







