เข้าสู่ระบบ"อีกไกลไหม"
"เดินมานานเท่าไหร่แล้ว" "ฉันอยากพักขาก่อน" มันผิดที่เจ้าของทัวร์ไม่ได้อธิบายให้ละเอียดว่าเมืองเก่าแก่ของมณฑลเหอที่จะพาไปนั้นอยู่ในซอกหลืบที่รถบัสไม่สามารถขับเข้าไปได้ ดังนั้นจึงต้องเดินด้วยเท้าไป มาถึงขนาดนี้จะให้ล้มเลิกกลางครันได้อย่างไร เดินๆ หยุดๆ ไปพร้อมกับเสียงโอดครวญว่าปวดขากันระนาว "อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว" ไกด์หันมาบอกกับทุกคนที่ไม่ไหว พักขาสักห้านาทีแล้วค่อยเดินต่อไป มีให้กำลังใจนักท่องเที่ยวผู้ร่วมทริปเป็นระยะว่า "มันจะต้องคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน" และพอไปถึง.... สิ่งที่ปรากฏตรงหน้า มันคุ้มแล้วกับที่เดินจนขาลากจริงๆ "สวยมากกกกกก" "วิวที่หาชมยาก" "นี่มันเมืองในฝันชัดๆ" นักท่องเที่ยวในทริปต่างพากันตื่นตา ตื่นใจ ไปกับธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยงาม ซึ่งทุกคนเคยชินกับตึกสูงและควัน พอได้มาเหยียบที่นี่เหมือนคนละโลกจริงๆ โปรแกรมท่องเที่ยวในทริปยังมีต่อไป หลังจากชมธรรมชาติจนอิ่มหนำพอใจ ก็ถึงเวลาไปเดินดูเมืองเก่าเมืองแก่ที่ทุกคนเฝ้ารอ มีร้านขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ "ขายหินนี่นะ" "เชื่อก็โง่แล้ว" "เดินไปดูร้านอื่นดีกว่า" ซิงอีที่เดินตามหลังมองไปยังร้านที่โดนว่าทันที เป็นร้านขายของโบราณที่ไม่ได้เด่นสะดุดตาอะไร มี 'หิน' หลายชนิดวางเรียงราย ข้างในมีป้าแก่ๆ คนหนึ่งกำลังร้อยหินเป็นกำไล เธอมองด้วยความสนใจ หินที่เปล่งประกายนั้นดูสวยดี "กำไลหินสีมชมพูนี้ป้าขายเท่าไหร่คะ" ซิงอีชี้นิ้วไปยังกำไลหินที่สวยเตะตา "หนูสนใจมันเหรอ" ป้าเจ้าของร้านพูดขึ้นมา ก่อนจะเดินไปหยิบกำไลหินสีชมพูจากชั้นวาง มีไม่กี่คนหรอกที่จะดูออกว่ามันคือของหายาก ร้านเธอใครตาถึงก็ได้ของดีไป ส่วนใครตาถั่วก็ปล่อยไปแค่นั้นเอง "ค่ะ" ซิงอีพยักหน้าตอบรับ "ตาถึงจริงๆ" ป้าเจ้าของร้านพึมพำ "เท่าไหร่คะ" ซิงอีถามเจ้าของร้านที่ส่งยิ้มให้ ออกตัวแรงว่าเธอไม่ได้เป็นคนงมงาย ป้ายที่ร้านเขียนกำกับไว้ว่า 'หินแห่งความรัก' ไม่ได้มีผลอะไรกับการตัดสินใจเลยจริงๆ 'หินนี้จะช่วยให้หนูเจอกับรักที่ดี' รักที่ดีงั้นเหรอ? ซิงอีที่ซื้อกำไลหินมายืนนิ่งไป รักที่ดีมีหน้าตาเป็นแบบไหน คนที่เคยโดนสามีนอกใจ บอกตรงๆ ว่านึกภาพไม่ออกจริงๆ "หนู หนูเป็นอะไรรึเปล่า" เสียงเรียกของป้าเจ้าของร้านดึงซิงอีให้หลุดจากภวังค์ เมื่อกี้เธอเผลอนึกถึงหน้าของอดีตสามีที่ทำให้เจ็บช้ำ เขาบอกว่า 'รัก' เธอมาก สุดท้ายก็เป็นเพียงลมปากที่เชื่อไม่ได้ "หนูไม่เป็นไรค่ะ" ซิงอียิ้มให้เจ้าของร้าน เธอหยิบกำไลหินที่เพิ่งซื้อมาสวมที่ข้อมือซ้าย เธอมองดูด้วยความพอใจ ช่างเป็นกำไลที่สวยสะดุดตาจริงๆ ซิงอีสวมกำไลหินนี้ตลอดเวลา รถบัสพานักท่องเที่ยวไปแวะชมจุดต่างๆ ที่น่าสนใจ มีจุดพักให้นักท่องเที่ยวได้ลงไปหาซื้อของฝากได้ตามอัธยาศัย ส่วนเธอที่ไม่รู้จะซื้อของไปฝากใครก็เลยเดินเล่นรอเวลา "ซิงอี เสียงเรียกที่ลอยมาตามลมทำให้ซิงอีหันไป แต่ทว่าเธอมองไม่เห็นใคร เหลียวซ้ายมองขวาเพื่อความแน่ใจ แต่เธอก็มองไม่เห็นใครจริงๆ "หูฝาดมั้ง" หญิงสาวพึมพำอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเดินไปนั่งพักที่ต้นไม้ใหญ่ เวลาจะช่วยเยียวยาบาดแผลในใจ แต่พอเห็นคู่รักเดินจับมือผ่านหน้าไป ก็อดอิจฉาไม่ได้จริงๆ 'น่าอิจฉาจัง' ซิงอีคิดในใจ ดอกเหมยที่โดนลมพัดหล่นโปรยปราย กลีบของมันปลิวว่อนผ่านหน้าเธอพร้อมกับเสียงทุ้มต่ำเบาๆ ที่ลอยมาตามลม "ซิงอี" เป็นอีกครั้งที่ซิงอีหันหลังกลับไป เมื่อกี้มีคนเรียกเธอใช่ไหม ซิงอีคิดในใจ เธอลุกขึ้นมองไปรอบตัว "นั่นใคร??" "...." ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ มันทำให้เธอสงสัย คิดว่าจะเดินไปดูแถวๆ ตรงพุ่มไม้ใหญ่เพื่อความแน่ใจ แต่เสียงของไกด์ก็ขัดความตั้งใจของเธอ 'ได้เวลาขึ้นรถกลับแล้วครับ' ทริปสามวันสองคืน เป็นทริปที่เธอได้พักสมองเต็มที่ ซิงอีกลับถึงคอนโดที่เช่ารายปีไว้ ตั้งแต่หย่าขาดกับสามี เธอก็ขนของย้ายออกมาโดยไม่มองหน้าคนตระกูลกู้ที่โขกสับเธอเลย 'อกตัญญู' 'เห็นแก่ตัว' 'ผู้หญิงหน้าเงิน' มันคือคำด่าที่เธอได้รับตอนเดินออกจากประตูไป แต่เธอก็ไม่สนใจ เพราะคำด่าพวกนั้นไม่มีความหมาย คนที่ทำผิดในครั้งนี้คือ 'ผู้ชาย' เธอก็แค่เรียกร้องสิทธ์ที่ควรได้เท่านั้นเอง ซิงอีทิ้งตัวลงนอนที่โซฟา หยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมา วันและเวลาที่แสดงในหน้าจอทำให้เธออดคิดถึงอดีตที่ผ่านมาไม่ได้จริงๆ 'วันครบรอบหนึ่งปีที่แต่งงานกัน' วันนี้ของทุกๆ ปีเธอกับสามีจะกินเค้กที่ซื้อมาด้วยกัน นอนดูหนังด้วยกัน พร่ำคำบอก 'รัก' ที่ทำให้หัวใจพองโต 'พี่รักเธอนะซิงอี' คำพูดของสามีสะท้อนก้องในใจ อยู่ๆ น้ำตามันก็ไหล เพราะ 'รัก' และ 'เชื่อใจ' เธอไม่น่าหลงคารมของผู้ชายเจ้าชู้ และเธอควรดูสันดานพี่เขาให้ดีก่อนตกลงแต่งงาน ซิงอีคิดพลันส่ายหน้าเพื่อสลัดน้ำตาออกไป หนึ่งหยดที่เจ็บปวดใจร่วงหล่นโดนกำไลหินสีชมพู แต่เธอไม่รู้และไม่ได้สังเกตุมัน คืนนั้น.... เธอนอนไม่หลับ จึงลุกขึ้นมาหาอะไรทำให้มันง่วงๆ ไป เธอเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟและหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดดูนู่น นี่ นั่นไปเรื่อยจนมาสะดุดที่โพสต์ๆ ในโลกออนไลน์ #มาป้ายยาหมอดู 'เฮ้ย! แม่นมากนะเธอ' 'ฉันให้คะแนนสิบเต็มสิบ' 'ไม่เชื่อก็ต้องเชื่ออ่ะ' 'ต้องลองไปดูนะ แนะนำๆ' ซิงอีอ่านข้อความของคนที่เข้ามาคอมเม้นท์อวยแล้วอวยอีกแล้วก็อยากไปดูบ้าง เรื่องพวกนี้กับผู้หญิงเป็นของคู่กัน อะไรที่ทำให้สบายใจก็ลองไปดูหน่อยละกัน ซิงอีคิดอย่างนั้น เธอแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่า การไปหาหมอดูครั้งนี้ จะเป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตเธอโดยมี 'กำไลหิน' สีชมพูเป็นตัวนำทาง อดีตจะหวนมาอีกครั้ง... เธอมีทางเลือกสองทาง จะเป็นผู้หญิงที่มีจิตใจแปรผัน หรือจะรักและซื่อสัตย์กับสามี!!"อีกไกลไหม""เดินมานานเท่าไหร่แล้ว""ฉันอยากพักขาก่อน"มันผิดที่เจ้าของทัวร์ไม่ได้อธิบายให้ละเอียดว่าเมืองเก่าแก่ของมณฑลเหอที่จะพาไปนั้นอยู่ในซอกหลืบที่รถบัสไม่สามารถขับเข้าไปได้ ดังนั้นจึงต้องเดินด้วยเท้าไป มาถึงขนาดนี้จะให้ล้มเลิกกลางครันได้อย่างไร เดินๆ หยุดๆ ไปพร้อมกับเสียงโอดครวญว่าปวดขากันระนาว"อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้ว"ไกด์หันมาบอกกับทุกคนที่ไม่ไหว พักขาสักห้านาทีแล้วค่อยเดินต่อไป มีให้กำลังใจนักท่องเที่ยวผู้ร่วมทริปเป็นระยะว่า "มันจะต้องคุ้มค่าเหนื่อยแน่นอน"และพอไปถึง....สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ามันคุ้มแล้วกับที่เดินจนขาลากจริงๆ"สวยมากกกกกก""วิวที่หาชมยาก""นี่มันเมืองในฝันชัดๆ"นักท่องเที่ยวในทริปต่างพากันตื่นตา ตื่นใจ ไปกับธรรมชาติที่สุดแสนจะสวยงาม ซึ่งทุกคนเคยชินกับตึกสูงและควัน พอได้มาเหยียบที่นี่เหมือนคนละโลกจริงๆโปรแกรมท่องเที่ยวในทริปยังมีต่อไป หลังจากชมธรรมชาติจนอิ่มหนำพอใจ ก็ถึงเวลาไปเดินดูเมืองเก่าเมืองแก่ที่ทุกคนเฝ้ารอ มีร้านขายของที่ระลึกให้แก่นักท่องเที่ยวที่สนใจ"ขายหินนี่นะ""เชื่อก็โง่แล้ว""เดินไปดูร้านอื่นดีกว่า"ซิงอีที่เดินตามหลังมองไปยังร้านที่โดนว่าทันที เ
ฤดูใบไม้ผลิวันที่ x เดือน x ปี 20xxหลักฐานที่มีทำให้ซิงอีเป็นผู้ชนะในการฟ้องหย่าสามีได้อย่างไม่ต้องสงสัย แต่นั่นเธอยังไม่พอใจ เธอใช้สิทธิ์ของภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายยื่นฟ้องหย่าชู้ของสามีด้วยเงินหลายล้านหยวนทันที"ฉันไม่รู้ว่าเขามีภรรยาแล้ว""ฉันก็เป็นผู้ถูกกระทำนะ""ผู้หญิงด้วยกันต้องเห็นใจกันสิ"แต่ละประโยคที่พ่นออกมาสัมผัสไม่ได้ถึงความจริงใจ แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ คำว่า 'สำนึก' คนหน้าด้านไร้ยางอายอย่างเธอสะกดเป็นไหม ไม่ใช่สักแต่จะได้อยู่ฝ่ายเดียว"พูดจบรึยัง"ซิงอีมองคู่กรณีด้วยสายตาว่างเปล่า"เธอจะไม่ฟ้องฉันแล้วใช่ไหม"คนผิดถามเพื่อความแน่ใจ เธออุตส่าห์ยอมก้มหัวให้ แสร้งตีหน้าเศร้าใส่ หวังว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจ ยอมๆ ความกันไป แต่ที่ไหนได้..."คุณทนายคะ""ครับ""ฉันไม่ยอมความค่ะ"ซิงอีเลือกที่จะไม่ไกล่เกลี่ยใดๆ คนที่ทำให้ชีวิตแต่งงานของเธอพังทลาย มีสิทธ์ขอความเห็นใจจากเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ ซิงอีคิดขณะมองหน้าคู่กรณีที่ไม่มีแม้แต่คำว่าสำนึกในใจ ทำตัวหน้าไม่อายผู้หญิงก็ร้าย....ผู้ชายก็เลวจริงๆตอนนี้ซิงอีไม่ต้องก้มหน้าซ่อนน้ำตา เธอพร้อมเชิดหน้าสู้ต่อไป ผู้หญิงที่เลือกผู้ชายผิดไม่ใช่เรื่
"ฉันถึงร้านแล้วค่ะ"ซิงอีโทรบอกสามีที่นั่งรอในร้าน เขาเลือกนั่งโต๊ะมุมเดิมเหมือนกับทุกๆ ครั้ง จะต่างก็ตรงที่ช่อดอกไม้ในมือที่เปลี่ยนสีวนไป 'ผู้หญิง' ต้องคู่กับดอกไม้ และกล่องสีแดงที่วางไว้ก็คือ 'ของขวัญ' วันเกิดเธอหนึ่งเดือน...เพียงพอแล้วกับการทำใจ เธอคิดว่าตัวเองเข้มแข็งพอที่จะไม่ร้องไห้ เธอมีเป้าหมายในใจ ใครทำอะไรเอาไว้ก็ต้องรับกรรม"ผมตาฝาดไปรึเปล่า"เซียวหานพูดพลันมองภรรยาที่อยู่ๆ ก็ดูสวยขึ้นผิดหูผิดตา เพราะที่ผ่านมาเธอแต่งตัวไม่ต่างจากป้าข้างบ้านคนหนึ่งเลย"ฉันก็แค่เปลี่ยนทรงผมเอง"ซิงอีพูดยิ้มๆ ร่างบางทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ สามีที่หน้าตาดี แต่งตัวก็ดี ก่อนที่เธอจะเดินตรงมาทางเขาก็มีสาวๆ หลายคนเหล่มอง"ขอบคุณนะคะ"ซิงอีรับกล่องของขวัญมาเปิดดู ข้างในเป็นสร้อยคอที่มีจี้รูปหัวใจ ข้างหลังสลักเป็นชื่อของเธอและสามีไว้ ถ้าเธอไม่รู้อะไร ป่านนี้คงร้องไห้น้ำตาแตกกับความโรแมนติกของสามีที่ทำตัวดี แต่...เห็นแก่ตัว"คุณซิงอี"ผู้ชายตัวสูง สวมแว่น เดินเข้ามาทักซิงอี ท่าทางที่เหมือนรู้จักมักจี่กันดี ทำเซียวหานไม่ค่อยสบอารมณ์"คุณจาง"ซิงอีแสร้งทำเหมือนตกใจ ผู้ชายที่มาทักภรรยาของเขาคือใคร ทำไมซิงอี
สามีของเธอกดตัดสาย บางทีเขาอาจจะกดผิดก็ได้ หญิงสาวปลอบใจตัวเองก่อนจะกดโทรออกอีกครั้ง เสียงเรียกเข้าดัง แต่สามีก็ยังกดตัดสายเธอเหมือนเดิมติ้ด!ครั้งแรกยังพอรับได้ แต่ครั้งที่สองจะให้เธอคิดเช่นไร เป็นการกดตัดสายที่ทำซิงอีปวดใจ เธอกลั้นน้ำตาต่อไม่ไหว ภาพคู่รักที่จับมือกันตรงหน้ายิ่งมองก็ยิ่งเหมือนมีดทิ่มแทงใจ สามีเคยยิ้มอย่างนี้ให้เธอไหม มันเป็นคำถามที่เธอตอบไม่ได้ นานแค่ไหนแล้วที่สามีไม่ชวนเธอออกมาเที่ยวเลย'ใครโทรมาคะ'ผู้หญิงคนนั้นถาม 'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน'คำตอบชัดเจนขนาดนี้เธอคงไม่จำเป็นต้องโกหกตัวเองอีกต่อไป ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่สามีไม่สนใจ รอยยิ้มที่มีจางหาย คำว่า 'รัก' สัมผัสไม่ได้ เธอรู้ตัวช้าไป ทำให้ความห่างเหินเข้ามาคั่นกลางความสัมพันธ์ คำว่า 'ติดประชุม' มันคือข้ออ้าง คำโกหกที่เคยเชื่อนั้นทำเธอสมเพชตัวเองจริงๆ'โง่งมจริงๆ'ซิงอีว่าให้ตัวเองที่ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้จนหมดใจ ถึงครอบครัวของสามีจะโขกสับเธอก็ทนได้ แต่ภาพบาดตาบาดใจ มันทำเธอเจ็บปวดจนแทบยืนไม่ไหว สามี 'เธอ' ตอนนี้ไม่ใช่ 'สามี' ของเธอคนเดียวอีกต่อไป ผู้หญิงคนนั้นรู้ไหมว่าผู้ชายที่ยืนเคียงข้างตอนนี้มีเจ้าของแล้ว
ฉันเคยคิดว่า...ความสุขของผู้หญิงคือการได้แต่งงานกับคนที่เรารัก แบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ไปด้วยกัน มีเธอ มีฉัน มีกันและกัน ต่อให้ต้องลำบากก็ไม่หวั่น พร้อมจับมือสู้ฟันฝ่าไปด้วยกัน ขอเพียงอย่างเดียวคือ...'รัก' และ 'ซื่อสัตย์' กับเธอเพล้ง!!"คนเลว"ซิงอีเขวี้ยงกรอบรูปงานแต่งใส่ผนังทั้งน้ำตา เศษกระจกที่แตกกระจายกระเด็นเฉียดใบหน้าที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักทั้งคืนของเธอไป ถึงจะเจ็บแต่ก็ยังทนไหว แต่บาดแผลที่จิตใจมันเจ็บจนเธอแทบล้มทั้งยืน'ซิงอี' ครั้งหนึ่งเธอเคยมีอนาคตที่สดใส เธอมีใบหน้าสวยหวานไม่ซ้ำใคร ทำให้ตำแหน่งดาวคณะตกเป็นของเธอ'ซิงอีวันนี้สวยอีกแล้ว''มีแฟนรึยังครับ''วันนี้ว่างไปกินข้าวกันไหม'เพราะความสวยทำให้ซิงอีโดดเด่นกว่าใคร มีหนุ่มๆ ต่างคณะเข้ามาจีบและอยากทำความรู้จักมากมาย ซึ่งเธอที่เป็นเด็กต่างอำเภอใสๆ ก็เลยโดนแสงสีในเมืองมอมเมา"ซิงอีมีแฟนรึยัง"เพื่อนผู้ชายในคณะเอ่ยถาม"ถามทำไม""เหอะน่า มีหรือไม่มี"เพื่อนผู้ชายเร่งเร้า"ไม่มี""จริง??"ถามอีกครั้งเพื่อความมั่นใจ เขาโดนรุ่นพี่ปีสี่มอบหมายงานสำคัญให้ ถ้าไม่ได้คำตอบไป มีหวังได้โดนแน่ๆ"อืม!"ภาพความทรงจำในอดีตผุดขึ้นมา พลันอดค







