Partager

บทที่ 5

last update Date de publication: 2025-11-08 10:59:17

บทที่สอง สกุลเฮ่อ (1/2)

“สกุลไป๋แห่งตรอกอิ๋นซิ่ง…ตรอกอิ๋นซิ่ง” หวังหย่งพึมพำ ทวนสิ่งที่ได้ยิน “คิดว่าวันมะรืนคนส่งผักน่าจะมาที่จวน บ่าวจะสอบถามให้ท่านขอรับ”

คนฟังพยักหน้า “หาโอกาสให้ดี อย่าให้ผู้อื่นได้ยิน”

เขาไม่ปรารถนาให้ใครยุ่มย่าม

โม่ซือเฉินหยิบเอาเหรียญกลมเจาะรูตรงกลางจากถุงใบเล็กที่ท่านอาเย็บให้เป็นของขวัญ มอบแก่คนสนิทหนึ่งเหรียญและสั่งให้มอบแก่คนส่งผัก “บอกเขาว่าให้คอยส่งข่าวสกุลไป๋แก่เจ้า ปิดปากให้สนิทด้วย ไม่อย่างนั้นงานง่าย ๆ รายได้ดีจะไม่มีให้ทำอีก”

“ขอรับ”

“จำไว้ว่าต่อจากนี้ไม่ต้องเสวนากับคนจากเรือนฟางอี๋เหนียง

หากเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศไม่เป็นไร แต่นอกเหนือจากนั้นให้ตอบว่าไม่รู้

สถานเดียว บอกคนอื่นในเรือนของเราด้วย”

หวังหย่งรับคำแข็งขัน

คืนนั้นก่อนดับไฟเข้านอน คุณชายรองสกุลโม่นำทรัพย์สินของตนออกมานับ พบว่าเงินตราสำหรับซึ่งนำไปจับจ่ายนั้นมีไม่น้อย โดยเงินเก็บส่วนมากเป็นท่านย่ามอบให้ ส่วนของมีค่านอกจากเครื่องประดับหยกและเงินจำพวกปิ่นกับหยกสลักชิ้นเล็กสำหรับห้อยเอวก็ไม่มีอย่างอื่นอีก เครื่องประดับสูงค่าหลายชิ้นท่านอาเป็นผู้เก็บ รอกระทั่งเขาโตกว่านี้ถึงค่อยมอบให้เก็บรักษาด้วยตัวเอง

โม่ซือเฉินรู้ดีว่าวันหน้าตนจะมีทรัพย์สมบัติมากมายซึ่งแลกมาจากหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ นี่ไม่รวมสินสมรสเดิมของท่านแม่ที่แบ่งให้เขากับ

พี่ใหญ่ ไหนจะกิจการซึ่งท่านย่าแบ่งให้หลาน ๆ อีก เรียกว่าเขาและโม่หรงอี้ร่ำรวยไม่น้อยหน้าคุณชายบ้านใดในเมืองหลวง ครั้นคิดถึงสินสอดหลายสิบหีบที่สกุลโม่เคยมอบให้สตรีผู้ครั้งหนึ่งเคยแต่งเป็นภรรยาตนเองแล้ว

ฉับพลันหัวใจบีบรัดรุนแรง เด็กชายเผลอกำหมัดแน่นจนข้อนิ้วขึ้นริ้วขาว

ไม่เป็นไร

ชีวิตนี้โม่ซือเฉินจะมอบสินสอดให้คนที่ถูกต้อง ทั้งเกียรติยศ ความหรูหรา ความสะดวกสบายจะถูกมอบแด่ผู้ที่คู่ควร

หัวใจของเขาต้องไม่แหลกสลายยับเยินอีก

อีกชีวิตเขาอาจเคยสนใจ ทว่าไม่ได้ให้โอกาส มัวหลงใหลกับรูปโฉมภายนอก ซ้ำยังเคยทำร้ายจิตใจผู้ปรารถนาดีกับตนอย่างไม่น่าให้อภัย

จวบจนช่วงเวลาสุดท้ายถึงตระหนักว่าสตรีจากสกุลไป๋ผู้นั้นคือไข่มุกล้ำค่าที่ตนโยนทิ้งแล้วหยิบเอาก้อนกรวดมาถือ

ครั้งหนึ่งเขาเคยทิ้งไว้ให้นางเพียงแหวนหยกดำ ครานี้ทุกสิ่งที่

โม่ซือเฉินมี คุณหนูไป๋จะได้ครอบครองเช่นกัน

ช่วงเวลาชื่นมื่นช่วงปีใหม่ผ่านมาได้ระยะหนึ่ง อีกไม่กี่วันคุณชายใหญ่แห่งจวนคังโหวต้องเดินทางกลับไปฝึกที่สกุลเฮ่อ

กริ๊ก!

เสียงถ้วยชากระแทกโต๊ะค่อนข้างดัง หญิงชราซึ่งนั่งอยู่ตำแหน่งกลางโถงชำเลืองมองบุตรชายที่ทำเสียงดังเมื่อครู่ โม่เหล่าฟูเหรินสบตาบุตรสาวเพื่อขอคำอธิบาย โม่กุ้ยหลันกลับส่ายหน้า ไม่เข้าใจเช่นกันว่าเหตุใดพี่ชายถึงออกอาการฉุนเฉียวยามโม่หรงอี้ขออนุญาตพาน้องชายติดตามไปฝึกฝนที่สกุลเฮ่อ

“เร็วเกินไป” บิดาให้คำตอบในทันที อารมณ์เบิกบานเริ่มขุ่นมัว “หากทิ้งการเรียนไปตอนช่วงสำคัญเช่นนี้ วันหน้าพื้นฐานจะอ่อนแอ ต่อไปจะศึกษาเล่าเรียนลำบาก”

“ท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ท่านลุงได้เชิญอาจารย์มาสอน

ธรรมเนียม มารยาท จารีต ยังมีปรัชญากับหลักศีลธรรมในการปกครอง อ้อ…การเขียนอ่านยังมีท่านน้าหยางช่วยดูแล”

“ท่านน้าหยาง? เจ้าหมายถึงใต้เท้าหยาง หยางเส้าเฟิน”

โม่เทียนฉินเลิกคิ้วก่อนมีสีหน้าตกใจ คาดไม่ถึงว่าสกุลเฮ่อสามารถเชิญคนผู้นั้นมาอบรมลูกหลาน ครั้นนึกออกว่าอีกฝ่ายเป็นญาติกับภรรยาของผู้นำตระกูลคนปัจจุบัน ถึงแค่นหัวเราะไม่น่าฟังหนหนึ่ง

บรรดาศักดิ์โหวของตนไม่ยิ่งหย่อน แต่มิอาจเทียบกับคนที่ถวายงานต่อหน้าพระพักตร์เป็นประจำได้ “ใต้เท้าหยางเป็นขุนนางใหญ่ จะมีเวลามาสั่งสอนพวกเจ้าได้อย่างไร คงมาตรวจการคัดอักษรของพวกเจ้าปีละครั้งกระมัง”

การแสดงออกแสนใจแคบของคังโหวเกรงว่าคนนอกคงไม่มีวันล่วงรู้

ความจริงโม่เทียนฉินนั้นเหมือนเสือกระดาษ ต่อให้มีหน้าที่การงานน่านับถือ แต่พอพูดถึงผู้ที่มีอำนาจในมือแท้จริง ความริษยาในอกส่งผลให้ค่อนข้างเก็บอาการไม่อยู่

“ข้าพูดจริง ๆ ขอรับ” โม่หรงอี้สะกดความจริงซึ่งเกือบหลุดพูดไว้ตรงปลายลิ้น ในจวนสกุลเฮ่อมีหลายอย่างสมควรถูกเก็บเป็นความลับ เขาพูดออกมาเท่านี้ก็นับว่าเกินพอ “น้องรองเคยล้มป่วย หากได้ฝึกร่างกายต่อไปจะได้แข็งแรง ยามพบโรคภัยไม่ต้องใช้เวลาฟื้นฟูนาน”

ท่าทีของบิดายังไม่แปรเปลี่ยน เดาว่าสาเหตุอาจมาจากความบาดหมางส่วนตัวระหว่างพี่ภรรยากับน้องเขย

“ไม่ต้องพูดแล้ว น้องเจ้ายังเล็ก ไว้อีกสองปีค่อยมาคุยเรื่องนี้”

โม่เทียนฉินรวบรัดตัดบท เรียกสาวใช้ยกของว่างเข้ามา

โม่หรงอี้เม้มปาก เด็กหนุ่มหันไปสบตาผู้เป็นย่าเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าผู้อาวุโสไม่ทันออกโรง เสียงดังตึงเบาๆ กลับเรียกความสนใจทุกคนเมื่อโม่ซือเฉินคุกเข่าลงบนพื้นข้างพี่ชาย

“ท่านพ่อ” โม่ซือเฉินเอ่ยด้วยท่าทางสำรวม “ไม่นานมานี้อาจารย์ซ่งได้สอนข้าว่าแนวทางของบัณฑิตหรือนักรบล้วนไหลเวียนอยู่ในโลหิตของลูกหลาน วีรชนสกุลโม่และสกุลเฮ่อสละเลือดเนื้อเพื่อแผ่นดินเทียนเหรินมาหลายชั่วอายุคน ข้าจำได้ว่าท่านปู่เป็นคนพาข้าขึ้นหลังม้า ขี่ชมนอกเมือง สอนให้คุ้นเคยกับการจับดาบ ข้าเชื่อว่าด้วยสายเลือดสกุลโม่ในตัวไม่มีทางสร้างเรื่องขายหน้าให้จวนโหวของเรา”

ดวงตาผู้ฟังภายในห้องปรากฏคลื่นอารมณ์หลากหลายหลังคุณชายรองยกคำสอนของอาจารย์มาพูด

สีหน้าฟูเหรินกับโม่กุ้ยหลันฉายความปลาบปลื้มระคนภูมิใจ ทว่าโม่เทียนฉินกลับวางสีหน้าไม่ถูก กระอักกระอ่วนกับประโยคของบุตรชายคนรอง อาจารย์ซ่งซึ่งถูกอ้างถึงตนเป็นผู้เชิญมาสอนด้วยตนเอง เนื่องจากสกุลโม่ยิ่งใหญ่มาได้เพราะบรรพชนเชี่ยวชาญการทหาร แม้นับย้อนไปสามรุ่นอาจมีบางคนในตระกูลรับราชการฝ่ายปกครอง แต่บิดาของเขาที่จากไปราวสองปีก่อนยังเคยสร้างชื่อในศึกกับพวกคนเถื่อนนอกกำแพง

บรรดาศักดิ์โหวซึ่งตกทอดมาได้รับพระราชทานจากความกล้าหาญในสนามรบ โม่เทียนฉินกลับเป็นแกะดำ ต่อสู้ไม่เอาไหน ลำพังกว่าจะขี่ม้าได้ยังลำบากแทบแย่ เทียบกับน้องสาวไม่ติดด้วยซ้ำ

“ท่านพ่อ” โม่ซือเฉินเห็นว่าสมควรตีเหล็กตอนกำลังร้อน แววตาคิดไม่ตกของบิดาคือสัญญาณให้เขาพูดต่อ แต่แล้วกลับถูกขัดกลางคันโดย

ฟางอี๋เหนียง นางไม่ต้องการเปิดโอกาสให้เด็กชายทำตามปรารถนา

“คุณชายรอง นี่เพราะท่านโหวคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักถึงได้ไม่

ยอมให้…”

“เงียบ! นี่หาใช่เรื่องที่เจ้าควรสอดปาก” คำพูดของโม่กุ้ยหลันเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องโถงได้อย่างน่าอัศจรรย์

นางเลี้ยงหลานชายคนรองมาตั้งแต่แบเบาะ เห็นความลำเอียงของพี่ชายนับครั้งไม่ถ้วน ดังนั้นใครก็สามารถแสดงตนเป็นผู้อาวุโสต่อหน้าเฉินเกอของนางได้ แต่ต้องไม่ใช่ฟางอี๋เหนียง

“เอาละ ๆ มีแต่คนในครอบครัวทั้งนั้น” โม่เทียนฉินใช้น้ำเย็นเข้าลูบ สำหรับน้องสาวที่เคารพรักพี่สะใภ้ผู้ล่วงลับดุจพี่สาวแท้ ๆ อนุของเขาย่อมเปรียบเสมือนเสี้ยนหนาม เกะกะขวางหูขวางตาเป็นธรรมดา “เจ้าอย่ารุนแรง

นักเลย”

“ขะ ข้าไม่ระวัง เสียมารยาทเองเจ้าค่ะ” ฟางอี๋เหนียงกล่าวเสียงเบาพลางก้มหน้า ลูบหลังโม่เหวินซึ่งขยับมายืนข้างตน กิริยาสองแม่ลูกเจียมเนื้อเจียมตนจนน่าสงสาร “ข้าเพียงอยากให้คุณชายรองเห็นความหวังดีของท่านโหว”

โม่เทียนฉินผงกศีรษะ พอใจกับความเห็นนี้ รู้สึกได้รับความเป็นธรรมเมื่อมีคนเข้าข้าง

ดวงตาคมปลาบของโม่เหล่าฟูเหรินตวัดมองสตรีที่ยืนกุมมือสงบเสงี่ยมอยู่หลังบุตรชายเพียงคนเดียวของตน

“อนาคตหลานข้าไม่ต้องรบกวนเจ้าช่วยคิดแทนหรอกฟางอี๋เหนียง” เสียงหญิงชราติดแหบอยู่บ้าง ทว่าการออกเสียงยังชัดถ้อยชัดคำ ฟังดูมีอำนาจ “ไว้ถึงคราวเหวินเอ๋อร์ค่อยลำบากเจ้าออกความเห็น”

ต่อให้บนศีรษะมีเส้นผมสีดอกเลาแซมอยู่ไม่น้อย ความเฉียบขาดของคนเป็นย่ากลับมิได้ลดลง โม่หรงอี้และโม่ซือเฉินต่างคิดตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“ไม่กล้าเจ้าค่ะ ๆ ”

อนุลำดับที่หนึ่งเม้มปาก รีบออกตัวว่าอนาคตยังต้องฝากฝังบุตรชายเพียงคนเดียวให้เหล่าฟูเหรินอบรมสั่งสอน

เมื่อฟางอี๋เหนียงถูกปรามโดยผู้อาวุโส นอกจากคังโหวไม่ออกหน้าแก้ตัวแทนเหมือนคราวน้องสาว ยังเริ่มนั่งไม่ติดกระสับกระส่ายกว่าเดิม “ท่านแม่ เรื่องนี้…”

“แม่เข้าใจ” โม่เทียนฉินเตรียมคลี่ยิ้มแทบหุบปากไม่ทันเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของมารดา “เจ้างานการรัดตัว หากไม่สะดวกข้าจะไปสกุลเฮ่อเพื่อฝากฝังเฉินเกอแทน”

มารดาร่างกายไม่แข็งแรงเหมือนเก่า อีกทั้งอากาศเพิ่งอบอุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อย หากปล่อยมารดานั่งรถม้าท่ามกลางความเย็นเยี่ยงนั้นไม่เท่าเป็นลูกอกตัญญูหรอกหรือ

“ท่านแม่” คังโหวเอ่ยเสียงเบา

ต่อให้เป็นญาติเกี่ยวดองกันยังต้องคงไว้ซึ่งมารยาท คิดส่งบุตรชายไปกินอยู่หลับนอนเพิ่มอีกคนควรมีคนสกุลโม่เดินทางไปด้วย คราวโม่หรงอี้นั้นเป็นการจัดแจงของภรรยา พอโม่หรงอี้อายุครบเจ็ดปี แม่ทัพเฮ่อหรือเฮ่อเสียนตง

ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงได้เดินทางมาพบโม่เหล่าฟูเหรินและรับหลานชายไปฝึกด้วยตนเอง

สำหรับโม่ซือเฉิน แน่นอนว่าคำสั่งเสียของคนตายไม่อาจไม่ทำตาม

อย่างไรเสียสิ่งที่โม่เทียนฉินคิดเจ็บใจมาตลอดมิใช่เรื่องนี้ แต่เป็นสายตากับท่าทีของเฮ่อเสียนตงต่างหาก เขารู้ว่าคนสกุลเฮ่อดูแคลนว่าตนไม่อาจเอาดีด้านการทหารอย่างบิดา มิหนำซ้ำยังไม่พอใจเรื่องฟางอี๋เหนียง ทว่าโม่เทียนฉินคิดว่าตนให้เกียรติและปฏิบัติต่อภรรยาเอกได้ไม่ขาดตกบกพร่อง อนุคนโปรดของเขาต่างหากต้องรองรับความเกลียดชังอันไม่เป็นธรรม

ความจริงเขามีอนุอีกคนคือซูอี๋เหนียง ผู้อื่นกลับคิดเดียดฉันท์แค่ฟางอี๋เหนียงคนเดียว เพราะรูปลักษณ์งดงามตรึงใจของนางคงทำให้เฮ่อซื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ไม่สบายใจนัก โม่กุ้ยหลันสนิทสนมกับพี่สะใภ้พาลไม่ชอบหน้าอนุผู้นี้ของพี่ชายไปด้วย

โม่ซือเฉินลอบชำเลืองสีหน้าบิดา ครั้นเห็นตอนอีกฝ่ายแลกสายตากับฟางอี๋เหนียงพอดีพลันสะอิดสะเอียน อยากหัวร่อกับ‘รักลึกซึ้ง’ของทั้งคู่ ขณะเดียวกันก็เฝ้ารอวันที่จะคิดบัญชีอย่างใจจดใจจ่อ

“เจ้าไม่สะดวกใจพบหน้าแม่ทัพเฮ่อ? ช่างเถอะ ให้อากาศดีกว่านี้อีก

สักหน่อย ข้ากับกุ้ยหลันจะไปสกุลเฮ่อเอง ทุกอย่างเอาตามนี้ พวกเจ้ามีอะไรก็ไปทำเถอะ ข้าอยากพักแล้ว อี้เกอเฉินเกอมาพาย่ากลับเรือน”

“ขอรับ” สองพี่น้องลุกไปพยุงหญิงชรา ช่วยจัดเสื้อคลุมและประคองนางออกจากห้องโถง

ฝ่ายโม่เทียนฉินมีนัดกับสหายต่อ หลังฟางอี๋เหนียงออกไปส่งขึ้นรถม้าหน้าประตูใหญ่นางจึงกลับเรือนมานั่งพัก

“เหอะ! แก่เทื้อคาเรือนไม่มีผู้ใดมาสู่ขอเพราะความเจ้าอารมณ์”

ใบหน้าหวานก่นด่าผู้ที่หักหน้าตนอย่างโม่กุ้ยหลัน ร่างอ้อนแอ้นส่งของว่างเข้าปาก จากนั้นถึงดื่มชาข่มอารมณ์หงุดหงิด โม่เหวินนั้นได้เวลาเข้าเรียนกับอาจารย์ซ่งเลยไม่ได้อยู่ข้างมารดา

“สกุลเฮ่อยิ่งใหญ่นักหรือไง เทียนเหรินเรามีแม่ทัพนายกองมากมาย เฮ่อเสียนตงก็แค่แม่ทัพผู้หนึ่ง วันหน้าตายไปก็มีคนมาแทนที่”

สาวใช้คนสนิทช่วยบีบนวดขาเพื่อเอาใจนายมีสีหน้าครุ่นคิดขณะฟัง

“อี๋เหนียงเจ้าคะ บ่าวพอจะรู้จักคนในเรือนคุณชายรองเฮ่อ”

ฟางอี๋เหนียงตาลุกวาว เร่งสาวใช้เล่าเกี่ยวกับคนผู้นั้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 229

    บทส่งท้ายโม่ฉืออีถูกบิดาอุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียว แก้มขาวดุจแป้งหมั่นโถวเกยอยู่บนไหล่กว้าง หลังได้ออกไปผจญภัยเกือบทั้งวันพลังงานของเด็กน้อยหมดสิ้น บัดนี้ถึงบ้านแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวสักนิด“ให้นอนต่ออีกหนึ่งชั่วยามแล้วปลุก ปล่อยนอนจนเย็นจะไม่ดี”ไป๋อวี้เสวียนกำชับอาจิ้งก่อนตามสามีไปห้องข้าง ช่วยเขาเปลี่

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 228

    ตอนพิเศษ วันเกิดช่วงต้นของรัชศกเทียนฉินปีที่ยี่สิบหก โม่ซือเฉินรับพระบัญชานำกำลังไปช่วยเหลือซีหยินที่ถูกเผ่าใหญ่รุกรานจนได้รับชัยชนะ เมื่อกลับมาพร้อมผลงานทางการทหาร ได้รับการเลื่อนขั้นแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ หนึ่งเดือนต่อมาแม่ทัพโม่พาครอบครัวย้ายเข้าจวนพระราชทาน จากจวนคังโหวมายังจวนแม่ทัพ ใช้เวลาเดินทาง

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 227

    “เพิ่งยามเฉินเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้ว กำลังเตรียมชุดให้ท่าน ประเดี๋ยวจะไปยกอาหารเช้ามาแต่ได้ยินเสียงร้องเสียก่อน”“อาจิ้งกอดข้าที ข้าฝันร้าย” อาจิ้งไม่รีรอรีบนั่งลงข้างเตียง สวมกอดร่างสั่นเทาดั่งลูกน้อยพลัดรังแล้วลูบหลังเบา ๆ“คุณหนูไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ เป็นแค่ฝันเท่านั้น”โจวเจินอวี่ไม่ได้ตอบ เ

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 226

    ตอนพิเศษ โจวเจินอวี่ (2/2)รถม้าสกุลโจวจอดลงตรงทางขึ้นช่วงเวลาบ่ายคล่อย โจวเจินอวี่ลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง นางแย่งตะกร้าใส่กระดาษเงินจากสาวใช้ไปคล้องแขน ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายตามมา ‘เจ้ารอที่นี่’ เสี่ยวจิงทำได้แค่มองตามเจ้านายสาวก้าวขึ้นบันไดหินมุ่งสู่วัดหลีเซียงบนเนินเขา จู่ ๆ โจวเจินอวี่รา

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 225

    โม่ซือเฉินชะงักเท้า ผู้ติดตามด้านหลังพากันหยุดเดินอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มถอนหายใจพลางข่มอารมณ์ “พวกเจ้ากลับไปรอที่เรือนไม่ต้องตามมา”แม้งงงวยเล็กน้อยแต่ไม่มีใครขัดคำสั่ง“ลองกัดดูสักคำ”คนงามป้อนถึงปาก โม่ซือเฉินย่อมไม่ปฏิเสธ เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นไฉเหนียงที่อมยิ้ม “อร่อย หวาน กรอบ”ป้อนเขาเสร็จไป๋

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 224

    ตอนพิเศษ หมู่บ้านเกษตรโม่ซือเฉินเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการค่ายเฟิงเจี๋ยหลังบุตรชายเกิดได้ราวสามปี ในฐานะผู้นำของกลุ่มวิหคดำเขาจำเป็นต้องนึกถึงอนาคตเผื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ดังนั้นจึงออกเยี่ยมหมู่บ้านซึ่งเป็นมีสมาชิกกลุ่มอาศัยอยู่หลายครัวเรือน โดยมากกระจายอยู่รอบเมืองหลวง ส่วนฝ่ายสอดแนมของกลุ่ม

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 68

    กลุ่มวิหคดำของท่านปู่มีเครือข่ายโยงใยไปไกลเพียงใด โม่หรงอี้เลือกโยนความสงสัยทิ้งไป ตราบใดคนเหล่านี้พร้อมพลีชีพเป็นมือเป็นเท้าแก่โม่ซือเฉิน เขาย่อมยินดีความลำบากเพิ่งเริ่มเท่านั้น เนื่องจากไม่มีแผนที่อ้างอิง อาศัยแนบหูฟังความเคลื่อนไหวเบื้องล่าง สลับกับมองหากลุ่มควันนำทาง ต่อให้มีคบเพลิงทว่าพอไร้แสง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 69

    เล่อถัวมีกายสูงใหญ่กว่า จัดว่าเป็นบุรุษเจ้าเนื้อ การเคลื่อนไหวกลับรวดเร็วสวนทางรูปร่าง เขาสะพายดาบโค้งเป็นอาวุธทว่าจนบัดนี้ยังไม่ยอมใช้ เจ้าตัวลำพองว่าพลังหมัดคงเพียงพอสำหรับจัดการเด็กหนุ่มไม่โตเต็มวัยตรงหน้า ย่างเท้าหาอย่างย่ามใจ สีหน้าสนุกสนานเหมือนยามเห็นเหยื่อตัวจ้อยขณะล่าสัตว์ คุณชายรองโม่ไม่อา

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 65

    ซุนหงเยี่ยพยักหน้า สั่งทหารมุ่งหน้าสู่เหมืองทอง เนื่องจากถูกซุ่มโจมตีแล้วหนหนึ่งจึงเพิ่มความระมัดระวังกว่าเดิม เขาส่งสัญญาณมือให้หยุดก่อนเรียกผู้ใต้บังคับบัญชาสั่งความ เพียงไม่นานเชลยคนเดิมโดนเชือกมัดเอวแน่นหนา ถูกบังคับให้เดินไปข้างหน้า ห่างออกไประยะไม่ถึงสี่สิบก้าวเป็นทางเข้าเหมืองลักษณะเหมือนปากถ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 71

    โม่หรงอี้ได้รับบาดเจ็บเกือบทั่วร่าง ส่วนใหญ่เป็นแผลเล็กน้อยไม่หนักหนา ที่ดูน่ากลัวอยู่บ้างแผลตรงแขนขวาซึ่งถูกผ้าพันเอาไว้สะดุดตา หมอกล่าวว่าโชคดีเป็นลักษณะเนื้อโดนเฉือน เมื่อเย็บแล้วหมั่นใส่ยา รักษาความสะอาด ไม่นานก็หายดี ในทางตรงกันข้าม หากถูกฟันด้วยองศาเดียวกันนี้ เกรงว่าคุณชายใหญ่โม่คงได้เหลือแขน

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-22
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status