Partager

บทที่ 6

last update Date de publication: 2025-11-09 21:27:01

บทที่สาม เหล่าองค์ชาย (1/2)

หลังโม่เหล่าฟูเหรินลั่นวาจาในโถงจะเป็นผู้พาโม่ซือเฉินไปฝากฝังกับสกุลเฮ่อด้วยตนเอง โม่กุ้ยหลันได้เริ่มตระเตรียมของขวัญสำหรับมอบให้ฝ่ายนั้น ส่วนอาจารย์ซ่งไม่กล่าวคัดค้านอะไร ถึงเสียดายเพราะอยากมีเวลาถ่ายทอดความรู้ให้ศิษย์คนโปรดมากกว่านี้อีกสักนิด ทว่านอกจากยุทธวินัยซึ่งสมควรเรียนรู้เพื่อต่อยอดสู่การศึกษากลยุทธ์การศึก ด้านร่างกายยิ่งต้องรีบฝึกปรือให้คุ้นชินต่อความลำบาก หากฝึกตอนอายุมากแล้วต่อให้พึ่งพาพรสวรรค์อาจส่งผลให้พื้นฐานไม่มั่นคง กลายเป็นปัญหาภายหลังขุนศึกนามระบือหลายคนยังมีจุดอ่อน หาได้เชี่ยวชาญทุกแขนง หาก

โม่ซือเฉินได้รับโอกาสเพื่อขัดเกลาตนเองเร็วขึ้น นั่นย่อมเป็นเรื่องน่ายินดี เส้นทางของเด็กชายจะเปิดกว้างขึ้น

“อาจารย์ได้ยินว่าเจ้ามีใต้เท้าหยางกับบัณฑิตเก่งกาจหลายคนดูแลเรื่องการปกครองและจารีตธรรมเนียม เท่านี้ก็รู้สึกวางใจ”

โม่ซือเฉินประสานมือ ทำความเคารพอีกฝ่ายด้วยความนอบน้อม ไม่ว่าชีวิตไหนล้วนเป็นอาจารย์ซ่งสั่งสอนอบรมจึงมีความรู้กว้างขวาง ไม่อับอายใคร เวลานี้เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ไม่อาจเก็บตัวอยู่ในจวนคังโหวจนอายุสิบห้าถึงเริ่มจับอาวุธ ดังนั้นจำต้องบอกลาอาจารย์

“ซือเฉิน อาจารย์อยากตักเตือนเจ้าสักสองประโยค”

“เชิญอาจารย์กล่าว”

ชายวัยกลางคนลูบเคราตนเอง หลุบตาลงมองม้วนตำราอยู่ครู่หนึ่งก่อนเงยมองท้องฟ้านอกหน้าต่าง “จงพึงระลึกเอาไว้เสมอว่าเวลามีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดบนโลก จงถนอมเวลา ดื่มด่ำกับมันยามเผชิญความทุกข์ เมื่อความสุขมาหาเจ้าจะได้รู้จักรักษา เร็วไปไม่ดี ช้าไปไม่ดี สรรพสิ่งมีจังหวะ จุดเริ่มต้น และจุดจบของมันเอง”

โม่ซือเฉินอึ้งอยู่หลายอึดใจ พอคิดได้ว่านอกอาจารย์แตกฉานเรื่องปรัชญา ยังเลื่อมใสหลักธรรมของศาสนาพุทธซึ่งเผยแพร่คำสอนเข้ามาในดินแดนแถบนี้ได้ราวร้อยกว่าปี จิตใจที่ว้าวุ่นพลันสงบลง เมื่อครู่เพราะนึกว่าอาจารย์ล่วงรู้ถึงความลับของตนเข้าถึงได้ตื่นตระหนก

“ที่สอนไปเข้าใจหรือไม่?”

“ศิษย์จะจดจำไว้คอยเตือนตัวเองขอรับ”

ผู้ฟังพยักหน้าพอใจ จากนั้นถึงเปิดกล่องไม้ขนาดกลางข้างตัว ในนั้นมีกระดาษซึ่งถูกพับไว้วางซ้อนกันเป็นปึก อาจารย์ซ่งสุ่มหยิบออกมาก่อนส่งให้ศิษย์ของตน

“ของเหล่านี้อยู่กับคนแก่ไปก็ไร้ประโยชน์ สหายคนหนึ่งของอาจารย์เป็นยอดนักเดินทาง ซ้ำยังคลั่งไคล้เกี่ยวกับอาวุธต่างๆ เสียดายเขาร่างกายไม่แข็งแรงเท่าไรนัก มักล้มป่วยบ่อยครั้งช่วงฤดูหนาว ก่อนจากไปเขาได้มอบตำรากับบันทึกไว้ให้เมื่อหลายสิบปีก่อน บางม้วนเป็นการจดบันทึกด้วยตนเอง ไม่ได้คัดลอกจากที่ใด ขอมอบให้เจ้าเอาไว้ศึกษา”

ชายวัยกลางคนไปยังหีบขนาดใหญ่ใกล้ชั้นหนังสือ

“แต่ว่านี่…” โม่ซือเฉินคลี่กระดาษสีเหลืองสากออก พบว่าเป็นภาพวาดกระบวนทัพขนาดย่อม สำหรับคุณชายรองโม่ซึ่งผ่านมาหนึ่งชีวิตแล้ว สมควรรู้จักวิธีตั้งค่ายกลหรือจัดกองกำลังแบบต่างๆ มากมาย กลับไม่เคยเห็นอะไรเช่นนี้มาก่อน “สิ่งเหล่านี้ล้ำค่ามากจริง ๆ”

โม่ซือเฉินทั้งประหลาดใจ ทั้งระแวง นั่นเพราะชีวิตก่อนของเหล่านี้อาจารย์ซ่งไม่ได้มอบให้เขา จำได้ว่าตอนอาจารย์หมดหน้าที่และเดินทางกลับบ้านเกิดได้นำหนังสือตำรากลับไปด้วยทั้งหมด

“คุณค่าของมันอยู่ที่ผู้ใช้ หากวันหน้าซือเฉินเติบใหญ่แล้วได้นำมันสร้างประโยชน์ต่อแผ่นดินเทียนเหริน ทั้งอาจารย์และสหายย่อมตายตาหลับ”

“อาจารย์”

“เอาละ ประเดี๋ยวขนของพวกนี้กลับไป วันนี้ไม่ต้องเข้าเรียน”

“ข้าจะกลับมาเยี่ยมอาจารย์บ่อยๆ ขอรับ”

“อืม นอกจากมาเยี่ยมก็ช่วยพูดให้อาเหวินขยันกว่านี้สักหน่อย ทั้งเจ้าและหรงอี้ต่างเป็นตัวอย่างที่ดี ให้เจ้าที่เป็นพี่ชายโน้มน้าวคงพอเชื่อฟังอยู่บ้าง”

โม่ซือเฉินค้อมศีรษะประสานมือเพื่อบอกลาแต่ไม่รับปากเรื่องโม่เหวิน กับน้องชายต่างมารดาผู้นี้เขาไร้ความปรารถนาดีให้อย่างสิ้นเชิง หากวันหน้ามีโอกาสล้างแค้นก็จะไม่ลังเล

หวังหย่งกับบ่าวอีกคนถูกเรียกเข้ามาช่วยยกหีบคนละข้าง ภายในนั้นมีตำราไม้ไผ่กับสมุดจดมากมาย รวมถึงกระดาษอีกหลายร้อยแผ่น ส่วนใหญ่เป็นบันทึกเหตุการณ์จริงในเหตุสู้รบตามชายแดนรวมถึงการแย่งชินพื้นที่ระหว่างเผ่าของชนนอกด่าน นอกจากนั้นยังมีพิชัยสงครามกับตำรากลไก ขณะเดินครุ่นคิดอะไรบางอย่างในใจ ตอนเลี้ยวตรงหัวมุมเรือนรับรองของอาจารย์โม่ซือเฉินกลับพบเข้ากับโม่เหวินซึ่งกำลังเดินมาพอดี

“พี่รอง”

“อาจารย์กำลังรอเจ้าอยู่”

โม่เหวินผงกศีรษะก่อนชะงักเมื่อเห็นหีบไม้ที่ถูกยกตามหลังโม่ซือเฉินมา

“นั่นคืออะไรหรือ?”

“อาจารย์ยกตำราให้ข้านำติดตัวไปอ่านตอนไปสกุลเฮ่อ ดูเหมือนจะเป็นตำราหายากล้ำค่า”

แววตาคุณชายสามสกุลโม่วูบไหวด้วยความริษยาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นถึงรับคำและขอตัว คล้อยหลังอีกฝ่ายโม่ซือเฉินมุมปากกดลึก ส่ายหน้าให้กับการลองใจเล็กน้อยซึ่งได้รับผลดีเกิดคาด

โม่เหวินยังคงเป็นโม่เหวินที่มีจิตใจทะเยอทะยาน ร้อนรุ่มยามเห็นผู้อื่นได้ดีกว่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากความทรงจำของตนในอีกชีวิตเลย

“น้องรอง” ตอนเดินผ่านประตูคั่นสวน โม่หรงอี้ส่งเสียงเรียกน้องชายจากศาลาไม้ “มากินของว่างด้วยกันเร็วเข้า”

เดิมทีโม่ซือเฉินคิดกลับไปหมกตัวในเรือนนอนเพื่อรื้ออ่านตำราและบันทึกที่อาจารย์มอบให้ ทว่าพอถูกเรียกตัวทั้งพี่ชายได้ส่งไม้ตายเป็นเด็กหญิงในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อนวิ่งมาออดอ้อน โม่ซือเฉินพลันคลี่ยิ้ม ยอมให้น้องสาวต่างมารดาจับจูงโดยดี

“เอาไปเก็บที่เรือนแล้วรีบมา” หวังหย่งรับคำสั่ง ช่วยบ่าวชายยกหีบไป

“พี่ใหญ่กำลังเล่าเรื่องหรูหวัง[1]ก่อตั้ง…ตั้ง” ดวงตากลมโตคู่นั้นราวกับลูกกวาง แก้มแดงระเรื่อเมื่ออยู่ท่ามกลางอากาศเย็น โม่หลิงจูมุ่นคิ้วเมื่อนึกคำไม่ออก

“ตั้งราชวงศ์” โม่ซือเฉินกล่าวแล้วเปลี่ยนเป็นฝ่ายจูงมืออีกฝ่ายแทน

ภายในศาลามีคนอยู่แค่ไม่กี่คน คุณชายใหญ่กับบ่าวคนสนิท คุณชายรอง แม่นมของโม่หลิงจู สาวใช้ยกของว่างจากห้องครัวมาหลังโม่ซือเฉินนั่งลงได้ไม่นาน ครู่หวังหย่งก็ตามมาสมทบ

“จากนั้นเป็นอย่างไรต่อเจ้าคะ”

ความสนุกล่อลวงให้โม่หลิงจูตั้งหน้าตั้งตาฟังเรื่องเล่าของโม่หรงอี้ ไม่วอกแวกไปทางอื่น เมื่อประวัติศาสตร์ถูกนำมาถ่ายทอดคล้ายนิทานเรื่องหนึ่งย่อมถูกใจเด็ก ๆ เป็นธรรมดา

“หลังได้รับความช่วยเหลือจากสกุลหลาน หรูหวังสามารถเอาชนะศัตรูสำเร็จ ทรงก่อตั้งราชวงศ์ แผ่นดินเทียนเหรินได้ถือกำเนิดขึ้น”

โม่ซือเฉินนั่งอยู่ข้างน้องสาว เขายกถ้วยขึ้นเป่าไล่ความร้อน กลิ่นหอมลอยแตะจมูกเล็กน้อยยามส่งช้อนเข้าปาก ความเผ็ดร้อนของน้ำขิงบางเบาพอให้ร่างกายอบอุ่นในช่วงอากาศเย็น ไม่ถึงขั้นลิ้นเด็กชายวัยแปดปีรับไม่ไหว ความจริงห้องครัวทำของว่างสองอย่างตามคำสั่งท่านอา นางอยากเอาใจหลานชาย ห้องครัวจึงทำมันเทศต้มน้ำขิงของโปรดคุณชายใหญ่

โม่ซือเฉินนั้นไม่มีปัญหา ทว่าดูเหมือนมันไม่ค่อยถูกปากโม่หลิงจูสักเท่าไรนัก เด็กหญิงเลยกินขนมแป้งอบไส้ถั่วแทน

“จากนั้นทั้งสองได้ครองคู่กันหรือไม่?”

โม่หรงอี้หัวเราะเบา ๆ “ตัวเท่าต้นถั่วงอกเจ้ารู้จักคำว่าครองคู่เสียด้วย”

เด็กหญิงไม่ยอมแพ้ ทวนคำถามซ้ำ “พี่ใหญ่ คุณหนูหลานได้เป็นหวงโฮ่ว[2]ใช่หรือไม่?”

หนุ่มน้อยส่ายหน้า “คุณหนูหลานแต่งกับแม่ทัพใหญ่”

ความจริงหรูหวังมีชายาเอกคู่ทุกข์คู่ยากอยู่แล้ว เมื่อก่อตั้งราชวงศ์สำเร็จนางจึงถูกอวยยศเป็นมารดาของแผ่นดิน สำหรับคุณหนูหลานที่บังเอิญพบหน้าในงานเทศกาลโคมไฟ ทำความรู้จักและแลกเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับสงครามซึ่งปะทุขึ้นแทบทุกหย่อมหญ้าในเวลานั้นเป็นมิตรภาพเยี่ยงสหาย ทั้งยังเป็นการเกื้อกูลในแง่ผลประโยชน์ของตระกูล ภายหลังคุณหนูหลานได้แต่งให้แม่ทัพคนสนิทของพระองค์แทน

“แม่ทัพผู้นั้นหล่อเหลาคู่ควรกับคุณหนูหลาน? ไหนพี่ใหญ่บอกว่าคุณหนูหลานเป็นโฉมสะคราญ เหตุใดไม่ได้อยู่กับคนที่ยอดเยี่ยมที่สุดเล่า”

“เรื่องนั้น…” โม่หรงอี้เกิดอึกอักเมื่อน้องสาวมีท่าทางผิดหวัง

ความคิดของเด็กหกขวบแน่นอนว่าหญิงงามต้องคู่กับยอดบุรุษ ไม่ว่านิทานหรือตำนานเรื่องใดสมควรจบลงอย่างมีความสุข โม่ซือเฉินที่รู้เรื่องนี้ทะลุปรุโปร่งดีอยู่แล้วเคี้ยวมันเทศในปาก ชำเลืองมองไปรอบ ๆ พบว่าแม่นม สาวใช้ หรือแม้แต่บ่าวของตนล้วนแต่ตั้งใจฟังพี่ใหญ่เล่าประวัติศาสตร์ความเป็นมาของแผ่นดินเมื่อสองร้อยปีก่อนชนิดตาไม่กะพริบ

“จูจู ความงามขึ้นอยู่กับผู้มอง” โม่ซือเฉินวางถ้วยของว่าง ช่วยเหลือพี่ใหญ่ซึ่งตกที่นั่งลำบาก

เรื่องนี้เขาพูดจากประสบการณ์ตรงของตน แน่นอนว่าไม่ใช่ประสบการณ์โม่ซือเฉินวัยแปดขวบ ทว่าเป็นแม่ทัพโม่ช่วงวัยหนุ่ม ครั้งหนึ่งเคยมองข้ามสตรีแสนดีเพียงเพราะอคติบังตา จนทุกอย่างสายเกินแก้ถึงกล้ายอมรับกับตนเองว่านางนั้นเฉิดฉายเหนือผู้ใด ไม่ว่ารูปลักษณ์หรือจิตใจ

“อยู่ที่ผู้มอง?”

“ใช่” เด็กชายลูบศีรษะทุย อธิบายอย่างใจเย็นชนิดแทบเรียกว่าผิดวิสัย “หากถามผู้อื่นว่าเจ้างดงามหรือไม่ พวกเขาอาจตอบแตกต่างกันไป”

เขาใคร่มอบความรักและเมตตาเพื่อชดเชยแก่น้องสาว เนื่องจากอีกชีวิตของตนตอนเจ้าไข่มุกเม็ดงามเพิ่งปักปิ่น[3]ได้ปีเดียวก็ต้องแต่งเข้าสกุลเสิ่น บิดาเขาสนิทสนมกับใต้เท้าเสิ่นเสียขนาดนั้น ตอนเสิ่นฟูเหรินจับคู่ให้โม่หลิงจูกับคุณชายเสิ่นจึงส่งเสริม ทุกอย่างอาจฟังดูไม่เสียหาย หากมิใช่คุณชายเสิ่นเวลานั้นถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอด ยกให้กลายเป็นบุตรของภรรยาเอกเพื่อความเหมาะสม ดังนั้นบุตรสาวอนุเช่นน้องสาวของเขาถึงเป็นได้แค่อนุ

“แล้วพี่ใหญ่กับพี่รองคิดว่าข้างามหรือไม่?”

โม่หรงอี้สบตาโม่ซือเฉิน ขณะคนอื่นในศาลาหัวเราะเบา ๆ กับคำถามชวนเอ็นดูนั่น

“แน่นอนว่าจูจูของพวกเรางดงามไม่แพ้ใคร” โม่หรงอี้ตอบชัดถ้อยชัดคำ

“เอาละ รีบกินของว่างให้เสร็จแล้วรีบกลับเรือน ประเดี๋ยวข้ากับพี่รองของเจ้าต้องไปรับแขก”

“เจ้าค่ะ”

โม่ซือเฉินมองน้องสาวซึ่งตั้งหน้าตั้งตากินแป้งอบก่อนลุกไปหาพี่ชาย “ผู้ใดจะมาเยี่ยมที่จวนหรือ”

ทว่าอีกฝ่ายไม่ทันตอบ บ่าวที่ติดตามบิดากลับวิ่งกระหืดกระหอบมาตามพวกเขาไปยังโถงรับแขกของเรือนชั้นนอก

“ท่านโหวให้มาตามคุณชายทั้งสองไปต้อนรับเจิ้งเป่าโหวขอรับ”

- - - - - - - - - - -

เชิงอรรถ

[1] หวังหรืออ๋องมีความแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย เช่น ยุคชุนชิว หวังคือผู้ครองแคว้นหรือรัฐ เทียบได้กับกษัตริย์ เช่น ฉู่จวงหวังแห่งรัฐฉู่ ภายหลังในยุคที่ราชวงศ์ต่างๆ ปกครองแผ่นดินจีน ตำแหน่งหวังได้กลายเป็นบรรดาศักดิ์สูงสุดของเชื้อพระวงศ์ฝ่ายชาย เป็นรองเพียงหวงตี้หรือฮ่องเต้ อย่างไรก็ตามผู้นำของประเทศราช เผ่า หรือดินแดนที่อยู่นอกด่านไปถูกเรียกกันว่าหวังเช่นกัน

[2] หวงโฮ่ว หมายถึงฮองเฮา

[3] พิธีปักปิ่นเป็นพิธีที่จัดขึ้นสำหรับหญิงที่มีอายุครบสิบห้าปี แสดงให้รู้ว่าได้ก้าวเข้าสู่วัยสาวเต็มตัว พร้อมออกเรือน
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 229

    บทส่งท้ายโม่ฉืออีถูกบิดาอุ้มไว้ด้วยแขนข้างเดียว แก้มขาวดุจแป้งหมั่นโถวเกยอยู่บนไหล่กว้าง หลังได้ออกไปผจญภัยเกือบทั้งวันพลังงานของเด็กน้อยหมดสิ้น บัดนี้ถึงบ้านแล้วแต่ยังไม่รู้ตัวสักนิด“ให้นอนต่ออีกหนึ่งชั่วยามแล้วปลุก ปล่อยนอนจนเย็นจะไม่ดี”ไป๋อวี้เสวียนกำชับอาจิ้งก่อนตามสามีไปห้องข้าง ช่วยเขาเปลี่

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 228

    ตอนพิเศษ วันเกิดช่วงต้นของรัชศกเทียนฉินปีที่ยี่สิบหก โม่ซือเฉินรับพระบัญชานำกำลังไปช่วยเหลือซีหยินที่ถูกเผ่าใหญ่รุกรานจนได้รับชัยชนะ เมื่อกลับมาพร้อมผลงานทางการทหาร ได้รับการเลื่อนขั้นแต่งตั้งเป็นแม่ทัพ หนึ่งเดือนต่อมาแม่ทัพโม่พาครอบครัวย้ายเข้าจวนพระราชทาน จากจวนคังโหวมายังจวนแม่ทัพ ใช้เวลาเดินทาง

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 227

    “เพิ่งยามเฉินเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำเสร็จแล้ว กำลังเตรียมชุดให้ท่าน ประเดี๋ยวจะไปยกอาหารเช้ามาแต่ได้ยินเสียงร้องเสียก่อน”“อาจิ้งกอดข้าที ข้าฝันร้าย” อาจิ้งไม่รีรอรีบนั่งลงข้างเตียง สวมกอดร่างสั่นเทาดั่งลูกน้อยพลัดรังแล้วลูบหลังเบา ๆ“คุณหนูไม่ต้องกลัวเจ้าค่ะ เป็นแค่ฝันเท่านั้น”โจวเจินอวี่ไม่ได้ตอบ เ

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 226

    ตอนพิเศษ โจวเจินอวี่ (2/2)รถม้าสกุลโจวจอดลงตรงทางขึ้นช่วงเวลาบ่ายคล่อย โจวเจินอวี่ลงมายืนบนพื้นด้วยท่าทางกระฉับกระเฉง นางแย่งตะกร้าใส่กระดาษเงินจากสาวใช้ไปคล้องแขน ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายตามมา ‘เจ้ารอที่นี่’ เสี่ยวจิงทำได้แค่มองตามเจ้านายสาวก้าวขึ้นบันไดหินมุ่งสู่วัดหลีเซียงบนเนินเขา จู่ ๆ โจวเจินอวี่รา

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 225

    โม่ซือเฉินชะงักเท้า ผู้ติดตามด้านหลังพากันหยุดเดินอย่างพร้อมเพรียงชายหนุ่มถอนหายใจพลางข่มอารมณ์ “พวกเจ้ากลับไปรอที่เรือนไม่ต้องตามมา”แม้งงงวยเล็กน้อยแต่ไม่มีใครขัดคำสั่ง“ลองกัดดูสักคำ”คนงามป้อนถึงปาก โม่ซือเฉินย่อมไม่ปฏิเสธ เขาแสร้งทำเป็นไม่เห็นไฉเหนียงที่อมยิ้ม “อร่อย หวาน กรอบ”ป้อนเขาเสร็จไป๋

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 224

    ตอนพิเศษ หมู่บ้านเกษตรโม่ซือเฉินเลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการค่ายเฟิงเจี๋ยหลังบุตรชายเกิดได้ราวสามปี ในฐานะผู้นำของกลุ่มวิหคดำเขาจำเป็นต้องนึกถึงอนาคตเผื่อผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคน ดังนั้นจึงออกเยี่ยมหมู่บ้านซึ่งเป็นมีสมาชิกกลุ่มอาศัยอยู่หลายครัวเรือน โดยมากกระจายอยู่รอบเมืองหลวง ส่วนฝ่ายสอดแนมของกลุ่ม

  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 199

    เมื่อใดก็ตามอัตตาครอบงำสติปัญญานั่นคือจุดจบ “ไม่จริง” โม่เหวินพึมพำ สีหน้าสับสนบิดเบี้ยว เขาเดือดดาลและไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ “โกหก! เจ้าไม่มีทางรู้ทันแผนการพวกเรา เจ้าโกหก”โม่ซือเฉินมองอีกฝ่ายคล้ายมองสัตว์ติดบ่วง ไม่คิดเปลี่ยนแปลงความตั้งใจ ถึงคืนนี้ไม่ได้ลงดาบด้วยตนเอง ยังคงมุ่งมั่นให้น้องชายรั

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 205

    บทที่สามสิบแปด ตราบจนผมขาว (1/2)ผ่านวันลี่ตง[1]เมืองหลวงเข้าสู่ฤดูหนาวได้ราวครึ่งเดือน ม้าเร็วจากชายแดนนำสารสำคัญตรงเข้าวังหลวง นอกจากสารของแม่ทัพใหญ่กู้เซาที่หยางเส้าเฟินทำหน้าที่เป็นผู้อ่านถวายแก่จินเฉียนหวงตี้ คนถือสารยังถูกฝ่าบาทซักถามความเป็นไปในสมรภูมิอยู่นานสองนานเซ่ากงกงยืนฟังอยู่ไม่ไกลยกป

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 204

    จ้าวเหม่ยซือเอ่ย “บุรุษมีความทะเยอทะยานบ้างนับเป็นเรื่องสมควร เพียงไม่ควรอาจเอื้อมในสิ่งที่เกินกำลัง ถึงข้าสัมผัสได้ว่าน้องสามแตกต่างจากพวกเรา แต่นึกไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาจะกล้าทำเรื่องพรรค์นี้ ต่อให้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้จริง การเป็นคนบาปในหน้าประวัติศาสตร์คุ้มค่าแล้วหรือ”ตอนแต่งเข้าสกุลโม่ช่วงแรก โม่

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
  • ภรรยาที่ดีคือภรรยาใหม่   บทที่ 198

    “มะ โม่ซือเฉิน” ฉีซู่ตกประหวั่น แม้ไม่เคยเผชิญหน้ากันตรง ๆ แต่พอสบตาปราศจากความปรานีนั่น ยังสามารถบอกได้ว่าคนหนุ่มตรงหน้าเลือดเย็นเพียงไร ภาพตนเองถูกทัณฑ์ทรมานระหว่างสอบสวนในกรมอาญาผุดขึ้นมาเป็นฉาก บางทีหากเขาตายเสียตั้งแต่ตอนนี้…โม่ซือเฉินยกแขน ไม่ยอมให้อีกฝ่ายฉวยโอกาสตัดช่องน้อยใช้ดาบเขาปาดคอตนเอ

    last updateDernière mise à jour : 2026-04-03
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status