แชร์

บทที่ 5 : รับน้อง 1

ผู้เขียน: กอลี่สีชมพู
last update วันที่เผยแพร่: 2025-02-22 16:48:17

ปารดาตื่นแต่เช้าจนเป็นกิจวัตร จึงไม่ทำให้ลำบากเมื่อต้องอยู่แปลกที่ เธอปรับตัวได้เร็วกว่าที่คิด และป่าสนก็มารอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง นั่นทำให้เจ้าของห้องไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก

"มาทำไมเช้าขนาดนี้"

กระถินยืนกอดอกมองคนที่เคาะเรียกตั้งแต่เช้าตรู่ แถมยังยิ้มแป้นทำหน้าหล่อแบบไม่เกรงใจใครอีก

"มารับคุณป่านครับ พ่อเลี้ยงให้ไปหา" ป่าสนฉีกยิ้ม แต่กระถินทำหน้ามึนใส่

"คุณป่าน?" เจ้าของห้องยกคิ้วขึ้นพลางทวนคำ

"ครับ เอ่อป่านน่ะครับ" พอรู้ตัวว่าหลุดคำที่ไม่ควรพูดออกไปก็รีบยิ้มกว้างเพื่อหันเหความสนใจ

"ป่านคุณมือขวามารับไปหาพ่อเลี้ยง"

กระถินยังหลิ่วตามองป่าสน แต่อีกคนก็เอาแต่ยิ้มและมันเริ่มเจื่อนลงเมื่อกระถินมองอย่างสงสัยที่ฉายชัดจากแววตา

"จ้าๆ"

ปารดาตอบรับเพื่อนใหม่ ก่อนจะออกมายืนข้างๆ

"เรียบร้อยแล้วค่ะ เราไปกันเถอะ" ปารดามาพร้อมกระเป๋าสะพายใบเล็ก เธอใส่ของสำคัญเช่นกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือเอาไว้ในนั้น

กระถินมองตามคนงานใหม่กับมือขวาคนสนิทของเจ้านายเดินออกไปพร้อมกัน เก็บเอาความสงสัยเอาไว้ก่อนเข้าไปจัดการกับตัวเองเพื่อเตรียมตัวไปทำงานเช่นกัน

ปารดาถูกพามาที่บ้านใหญ่ ซึ่งที่นั่นตอนนี้ชนาวินอยู่คนเดียวกับสาวใช้เบอร์เล็กนามว่าชมพู และเบอร์ใหญ่นามว่าสงวน ที่ดูท่าทางเหมือนจงอางหวงไข่ คอยดูแลเจ้านายของตัวเองอย่างดี เมื่อเห็นว่าคนงานใหม่หน้าตาดีก็ตั้งแง่ใส่ ก็กลัวว่าจะเข้ามาจับเจ้านายตัวเอง

ส่วนดอกปีบนั้น ปกติจะคอยดูแลชนะพลและรังรอง ตอนนี้ได้ลาพักเพราะทั้งสองคนไม่อยู่ ทำให้ไม่มีใครรู้ว่าปารดาคือใคร

"นั่งรอที่นี่แหละ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงก็ลงมา"

สงวนบอกเสียงดุ แล้วสะบัดหน้าเดินหนีไป ไม่ให้โอกาสปารดาได้เอ่ยทักทายหรือไถ่ถามอะไร

ป่าสนเองพอส่งตัวภรรยาเจ้านายที่บ้านเรียบร้อย ก็ออกไปเลยบอกว่ามีธุระต้องไปจัดการ คนงานที่บ้านนี้ก็ดูไม่ชอบเธอเท่าไหร่ พอกันเลยทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง

อย่างที่ตกลงกันไว้ว่าจะไม่มีใครในไร่รู้ว่าปารดาคือใครนอกจากลูกน้องของชนาวินไม่กี่คนที่เดินทางไปร่วมงานรวมถึงคนที่รับเธอมาที่นี่ แต่ก็ถูกสั่งไม่ให้พูดอะไร

ปารดาคิดว่าหากทั้งสองคนรู้ว่าเธอคือใครจะไม่แสดงกิริยาแบบนี้ออกมาแน่นอน เธอคิดว่า ถ้าเราทำดีกับใคร คนๆนั้นต้องดีตอบกลับมาแน่นอน

"ป้าๆ แล้ววันก่อนพ่อเลี้ยงใหญ่ให้พี่ดอกปีบจัดห้องให้ใคร"

ชมพูกระซิบกระซาบเมื่อยืนซ้อนหลังแอบมองคนงานใหม่อยู่ด้วยกันกับสงวน

"ข้าจะรู้ไหมเล่า เอ็งอยากรู้ก็ไปถามเอาสิไป"

"ไม่เอาล่ะ เดี๋ยวพ่อเลี้ยงวินด่าเอา"

ชมพูส่ายหน้าดิก เก็บความสงสัยเอาไว้ กระทั่งเจ้านายเดินลงมาต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตน

"มาเร็วดีนี่" ชนาวินมาหยุดยืนมองคนที่นั่งรออยู่ที่เฉลียงหน้าบ้าน

ปารดาอยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวสีฟ้ากับกางเกงยีนส์ดูทะมัดทะแมน เธอเอียงคอมองเขาอย่างพิจารณา

"ฉันต้องทำอะไรคะ" ถามขึ้นสีหน้าจริงจัง

"ทำงานในไร่ ทำได้ไหม วันนี้เริ่มจากงานเบาๆก่อนแล้วกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันรังแก"

ชนาวินหลิ่วตามองคนตัวเล็ก ก่อนจะโทรเรียกปานนท์ หัวหน้าคนงานมารับคำสั่ง

เมื่อปานนท์มาถึงก็ค่อนข้างตกใจที่จู่ ๆ ชนาวินก็รับคนงานใหม่เข้ามา ทั้งที่ในไร่ก็คนงานเยอะมากแล้ว

"นี่ปานนท์ หรือจะเรียกว่าน้านนก็ได้ หัวหน้าคนงานของฉัน"

เขาหันไปแนะนำกับปารดา "ฝากด้วยนะครับน้านน คนนี้มาใหม่พ่อรับมา วันนี้ให้ถางหญ้ารอบๆต้นส้มแล้วกัน ยังไงฝากสอนงานด้วย" ก่อนจะหันมาสั่งงานกับปานนท์ เขาพยักหน้ารับแล้วมองปารดาที่ยืนอยู่

"ถางหญ้า?"

หญิงสาวทวนคำสั่งด้วยความมึนงง เธอพอจะเข้าใจอยู่ว่าการถางหญ้าก็คือการเอาหญ้าออกจากที่ ที่ไม่ต้องการด้วยการใช้จอบหรือเสียม แต่เธอไม่เคยสัมผัสงานแบบนั้นมาก่อนเลยด้วยซ้ำ

"ใช่ ทำได้ไหม" เขาเลิกคิ้วถาม ท่าทียียวนของอีกทำปารดากัดปากแน่น

"ค่ะ ทำได้"

รับปากไปแบบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าได้หรือไม่ แต่เธอก็คงไม่มีทางเลือกมากไปกว่านี้หรอก อยากให้ทำ เธอก็จะทำ มันคงไม่ยากเย็นอะไรมากมายนักหรอก

"ก็ดี งั้นน้านนครับ ฝากด้วยนะผมไปออฟฟิศก่อน เช้านี้ต้องถางหญ้าให้ได้อย่างต่ำสิบต้น ถ้างานไม่เสร็จก็ไม่ต้องให้กินข้าว แล้วตอนบ่ายก็ถางอีกสิบต้น ถ้าไม่เสร็จก็ไม่ต้องกลับบ้าน"

คำสั่งแสนโหดของชนาวินทำปารดาอ้าปากค้าง อย่าว่าแต่สิบต้นเลย แค่ต้นเดียวจะรอดหรือเปล่ายังไม่รู้เลย นี่มันแกล้งกันชัดๆ

"ครับพ่อเลี้ยง"

ปานนท์รับคำอย่างงงๆ มองปารดาที่ยืนทำตาโตไม่ไกล ตัวเล็กนิดเดียวจะให้ไปทำงานหนักแบบนั้นไม่รู้จะไหวหรือเปล่า แต่ท่าทางไม่ยอมคนนั่นก็อาจจะพอทำได้ละมั้ง

"ไปกัน ชื่ออะไรล่ะเรา"

ปานนท์เดินนำลงไปจากบ้านก่อน ปารดาจึงเดินตามไปอย่างกล้าๆกลัวๆ

"ป่านค่ะ" ปารดาตอบเสียงนิ่ม มองตามหลังร่างสูงใหญ่ของปานนท์อย่างสำรวจ

ผู้ชายตรงหน้าอายุราว ๆสี่สิบต้นๆ หน้าตาหล่อคมเข้มแบบฉบับชายไทย ผมดำเข้มหยักศกเล็กน้อย ร่างกายกำยำเหมือนคนที่ออกกำลังกายมาอย่างหนัก แววตาคมดุดันเครียดขึ้งตลอดเวลา ดูเคร่งขรึมจนเหมือนจะเข้มงวดด้วย

"เป็นใครมาจากไหนเหรอเรา"

ปานนท์ถามขึ้นมาอีก มองไปที่ปารดาซึ่งเดินเคียงกันมาช้าๆ

"มาจากกรุงเทพค่ะ พ่อเลี้ยงชนะพลให้มาอยู่ที่นี่ค่ะ"

ปารดาตอบด้วยรอยยิ้ม ไม่รู้ว่าถ้าชนะพลรู้เรื่องจะเกิดอะไรขึ้น เธอไม่ได้อยากโกหกก็เลยตอบเลี่ยงๆ แล้วเธอก็ไม่มีทางเลือกเท่าไหร่นัก

"งั้นเหรอ ทำอะไรเป็นบ้างล่ะ" มองจากรูปร่างหน้าตาเหมือนจะเป็นคนที่ไม่เคยเจองานหนักมาก่อนก็เลยค่อนข้างเป็นห่วง

"เพิ่งเรียนจบมาค่ะ แต่ว่าป่านทำอะไรก็ได้ค่ะน้านน เรียกแบบนี้ได้ใช่ไหมคะ" คนตัวเล็กยิ้มกว้างให้ ปานนท์ยิ้มตอบพยักหน้าเบาๆ

"ป่านทำอะไรก็ได้ที่เขา...เอ่อ ที่พ่อเลี้ยงอยากให้ทำ" ปารดาตอบแบบไม่มีทางเลือก

ใช่เธอไม่มีทางเลือกเลย ตั้งแต่ที่ตัดสินใจที่จะช่วยให้พ่อหลุดพ้นจากความตาย ปารดาก็ไม่เคยคิดที่จะหาทางออกอย่างอื่น นอกจากทำตามทุกอย่างที่ชนะพลต้องการ แต่ตอนนี้ชนะพลไม่อยู่ คนที่เธอต้องทำตามคำสั่งก็คือชนาวิน

"งั้นเดี๋ยวไปด้วยกันเลยนะ จะพาไปที่ไร่ส้ม" ปานนท์กระโดดขึ้นรถ ปารดาทำตามอย่างว่าง่าย

ปานนท์พาปารดามาที่ท้ายไร่ ตรงส่วนนี้ยังไม่มีใครถางหญ้ามาถึง เขากำหนดขอบเขตงานให้กับปารดา โดยให้คนงานมาสาธิตให้ดูเป็นตัวอย่าง ปารดาจดจำและทำตาม แม้จะยากเพราะจอบค่อนข้างหนัก แต่ปารดาก็สู้ทน ถางหญ้าด้วยท่าทางลำบากลำบน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 134 : บทส่งท้าย 2

    ทั้งคู่มาเล่นกับหลานอยู่คู่ใหญ่ และกลับไปทำงาน ปารดาพาลูกๆเข้าบ้าน ปล่อยเด็กๆให้คลานบนเสื่อที่ปูเตรียมไว้ และมีคอกล้อมขนาดกว้างขวาง มีของเล่นที่ไม่เป็นภัยอยู่ในนั้น ทั้งสองแบ่งกันเล่น ตีกันบ้างแต่ก็ไม่หนักหนาอะไร"พี่โรมอย่ากัดน้องลูก" ปารดาหน้าเหวอที่คนพี่เริ่มจับแขนคนน้องมางับ"น้องรันอย่าดึงผมโรมพี่ค่ะ" เสียงร้องห้ามของคนเป็นแม่ดังเป็นระยะ ชนาวินที่เดินเข้ามาพร้อมป่าสนต้องอมยิ้มกับความยุ่งเหยิงของสองเสือ"วิถีลูกผู้ชายไงครับที่รัก ตีกันบ้างไม่เป็นไรหรอก" เขาเข้ามาโอบไหล่เอาไว้"พี่โรมก็งับน้องจังเลยค่ะฟันก็ไม่มี ไม่รู้คิดอะไรนะคะ สงสัยคันเหงือก" ปารดาฟ้อง"น้องก็แสบนะนั่น ดึงผมพี่แบบนั้น" ชนาวินหัวเราะออกมา"แสบทั้งคู่แหละค่ะ" ปารดาขำออกมาบ้าง"คุณหนูครับ เล่นอันนี้ไหมเอาอันนี้ไหม" คนที่ดูจะเห่อไม่น้อยไปกว่าใครก็ป่าสนนี่แหละ ตั้งแต่ที่สนามบินก็เล่นกับคุณหนูของเขาไม่หยุด นี่ก็ถึงกับปีนเข้าไปนั่งเล่นกับสองหนุ่มทำตัวเหมือนพี่เลี้ยงเด็กก็ไม่ปาน"มอบหน้าที่พี่เลี้ยงให้เลยแล้วกันนะป่าสน" เจ้านายพูดแบบนี้ป่าสนมีหรือจะไม่รับ"ได้เลยครับพ่อเลี้ยง คุณหนูครับ พี่เลี้ยงป่าสนมาแล้ว"ปารดากับชนา

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 133 : บทส่งท้าย 1

    ใช้เวลาอยู่ในโรงพยาบาลไม่กี่วันปารดาก็ได้กลับบ้าน เธอกำลังให้นมแฝดคนพี่ในอ้อมแขน ขณะที่คนน้องนอนรออยู่ในเบาะ พอคนพี่อิ่ม เธอก็ส่งให้กับสามีและอุ้มคนน้องมาเข้าเต้า ชนาวินมีหน้าที่ทำให้ลูกเลอออกมา ก่อนจะมองเมียให้นมลูกด้วยความทึ่ง แล้วยังจะตอนที่ปารดาปั๊มนมไว้ให้ลูกจนเต็มตู้ไปหมด"สุดยอดคุณแม่จริงๆ" ชนาวินพูดขึ้น"แค่ให้นมลูกเองค่ะ ขอบคุณนะคะที่ช่วย" เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน ชนาวินเดินมาหอมที่หัว เขาไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบาย เขาอยากขอบคุณผู้หญิงคนนี้ที่ยอมอุ้มท้องเจ้าแฝดมาตั้งเก้าเดือน มีเรื่องงอแงหงุดหงิดกันบ้างแต่ก็ยังอดทน ไม่ได้กินของที่ชอบ ไม่ได้ทำอะไรที่อยากทำ แล้วก็ยังต้องให้นมลูก นอนไม่เป็นเวลาจื่นกลางดึก ปารดานั้นเป็นสุดยอดคุณแม่จริงๆ"มาขอแม่อุ้มบ้าง มาหาย่านะคะพี่โรม" รังรองรับเอาคนพี่ไปอุ้มไว้"กินนมอิ่มแล้วก็หลับเลยเหรอเสือ" ชนะพลแซวหลานชาย"วัยกำลังโตครับพ่อ อย่าแซวสิ อิ่มแล้วก็นอนไง ปกติ" ชนาวินแก้ตัวแทนลูกชาย"จะเป็นลูกหมูก่อนสิ" อดที่จะแซวอีกไม่ได้"เฮียคะเรียบร้อยค่ะ" ปารดามองทุกคนแล้วยิ้มให้ ก่อนจะส่งคนน้องให้กับสามี แล้วจัดการปั๊มนมต่ออีกหลายถุง"ให้กินไปจนโตเลยนะ" รัง

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 132 : เจ้าความรัก 2

    เขาทบทวนมาหลายวันหลังจากทราบเรื่อง มันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ก่อนหน้านั้นชนะพลส่งคนไปเฝ้าดู ด้วยกลัวว่าอีกคนจะเจ็บแค้นจนคิดจะทำร้ายปารดาขึ้นมาหรือเปล่า แต่เท่าที่ได้รับรายงาน พาขวัญเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเธอเสียใจร้องไห้งานการไม่ทำให้ลูกจ้างเป็นคนจัดการทุกอย่างภายในร้าน เมาหัวราน้ำทุกวันชนะพลเข้าใจได้ว่าคนอกหักมักจะเสียศูนย์ แต่ผ่านมาร่วมสี่เดือน พาขวัญกลับยิ่งแย่ลง ลูกค้าเริ่มลดลง แล้วก็เกิดเรื่องขึ้นจนได้ ไฟไหม้ร้านขนมของเธอและเธอก็บาดเจ็บสาหัส“ผมพยายามแล้วพ่อ ผมพยายามทำให้เขาตัดใจแต่เขาดื้อมาก เขายึดมั่นว่ารักผมและไม่ยอมง่ายๆ ถึงแม้ว่าผมจะพูดไปตรงๆเขาก็ยังไม่ยอมแพ้” ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ในสวน สีหน้าเคร่งเครียดและรู้สึกผิด เขารู้ทุกอย่างเพราะพาขวัญทำตัวเอง แต่เขาก็เป็นต้นเหตุเช่นกัน“พ่อจะบอกแกให้นะ เราไปกำหนดชีวิตใครไม่ได้ แกอาจจะเป็นสาเหตุ แต่นั่นมันจบแล้ว และเรื่องหลังจากนั้นต่างหาก ที่พาขวัญไม่ยอมรับความจริง ทำตัวเองให้กลายเป็นขี้เมาแล้วทำให้ตัวเองบาดเจ็บ”“ขวัญรักษาตัวที่ไหนครับ”“รพ.จังหวัด”“ผมอยากไปดูเธอ”“วิน ที่พ่อบอกแก เพราะพ่อไม่อยากปิดบัง แต่พ่อว่าตอนนี้ไ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 131 : เจ้าความรัก 1

    หลังจากรู้ว่าได้ลูกแฝด คุณพ่อขี้เห่อก็เอาใจใส่ดูแลภรรยาและลูกเป็นอย่างดี ดีจนปารดาจะเสียนิสัยและต้องคอยห้ามเอาไว้ตลอดเวลา ชนาวินทำทุกอย่างเพื่อช่วยให้ปารดาสบายที่สุดท้องลูกแฝดไม่เหมือนท้องปกติ ขนาดท้องที่ใหญ่โตกว่าทำให้คนตัวเล็กๆอย่างปารดามีความเสี่ยงมาก“ไหนหลานปู่ ดิ้นไหมวันนี้” ชนะพลเดินทางมาจากเชียงใหม่เดือนละครั้งเพื่อเยี่ยมลูกๆและหลานชาย ยิ่งตอนนี้เขาต้องอยู่ที่ไร่คนเดียวเพราะรังรองมาคอยดูแลคุณแม่ท้องแก่ใกล้คลอดที่กรุงเทพฯ มันทำให้เขาเหงาที่ต้องห่างจากลูกเมีย“ดิ้นเก่งมากค่ะ ไม่รู้คนพี่หรือคนน้อง” ปารดาท้องใหญ่เธอเอนตัวใช้มือหนึ่งลูบท้องอีกมือดันหลังไว้“พ่อเอาส้มมาฝากด้วยนะ” ชนะพลค่อยๆวางมือลงที่ท้องนูน เหมือนแฝดจะรับรู้ว่าปู่มา ยันเท้าทักทายเป็นการใหญ่“เจ้าแสบของปู่ ทักทายกันหน่อยทักทายกันหน่อย” รอยนูนเป็นรูปฝ่าเท้าเล็กๆยันขึ้นมา คนเป็นปู่ย่ายิ้มหน้าบาน“รู้จักเอาใจคนแก่แต่ในท้องเลยนะ” สุรเดชว่า เขามักจะมาเล่นกับเหลนเป็นประจำนั่นคือความสุขของเขาในวัยเกษียรแบบนี้“เจ็บท้องบ้างหรือยัง นี่จะครบกำหนดแล้วใช่ไหม” ชนะพลลูบเบาๆที่ท้องของปารดา“เริ่มมีบ้างแล้วค่ะ เหมือนเจ็บเตือน”“คล

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 130 : เรื่องน่ายินดี 2

    หลังจากวันนั้นชนาวินก็เริ่มทำกายภาพบำบัด เขาพักรักษาตัวในโรงพยาบาลราวสองสัปดาห์ก่อนได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้ แต่ต้องมาทำกายภาพจนกว่าจะครบชั่วโมงที่หมอกำหนด"อีกนิดนะคะ" นักกายภาพกำลังช่วยหัดเดินให้กับชนาวิน คงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าเขาจะเริ่มเดินได้คล่องแคล่วเช่นเดิมปารดายืนมองชนาวินทำกายภาพด้วยหัวใจที่ลุ้นระทึกทุกครั้ง เหมือนเธอยืนตรงนั้นแทนที่เขาและพยายามจะก้าวเดินออกไป เธอไม่เคยเหนื่อยที่จะช่วยเขาเลย บีบนวดขาให้เขาในทุกๆวันเพื่อให้กลับมาเดินได้อย่างรวดเร็วชนาวินเริ่มกลับมาเดินได้แต่ต้องใช้ไม้ค้ำเพื่อทรงตัว แต่ก็ถือว่าดีขึ้นมากจากก่อนหน้า เขาขยันทำกายภาพและฝึกเดินตลอดจนวามารถกลับมาเป็นปกติได้ในเร็ววัน แต่ยังไม่วามารถวิ่งหรือทำกิจกรรมหนักๆได้มากเท่าไหร่นัก แต่ก็ถือว่าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ตลอดสองเดือนที่ผ่านมาชนาวินต้องข้ามผ่านความเจ็บปวดและจิตใจของตัวเองโดยมีลูกกับเมียเป็นเป้าหมาย เขาคิดว่าคงไม่ดีแน่หากไม่สามารถพาลูกวิ่งเล่นในสนามได้"ร่างกายคุณฟื้นตัวเร็วมากครับ ผมยินดีกับคุณด้วยนะครับคุณหายเป็นปกติแล้ว" หมอยิ้มให้อย่างยินดี"คือผมหายดีแล้วเหรอครับ""ใช่ครับ จากที่ทดสอบวันนี้ผ

  • ภรรยาประกาศิต เล่ม 1   บทที่ 129 : เรื่องน่ายินดี 1

    "เฮียจะสงสารเขาหนูเข้าใจ แต่ทำแบบนี้เขาก็ยิ่งแทรกกลางระหว่างเรา มันก็ไม่จบสักที" ปารดายังบ่นเรื่องของพาขวัญ และชนาวินก็หมดโอดาสแก้ตัวเพราะเรื่องมันเกิดจากเขาทั้งนั้น"เฮียบอกแล้วไงคะ ขวัญเขาไม่ใช่คนไม่ดีอะไรที่เขาทำแบบนั้นเพราะเขารักพี่มากก็แค่นั้น""นี่แก้ตัวแทนเหรอ ใช่สิคะ เฮียกับคุณขวัญรู้จักกันมาก่อน รักกันมาก่อน หนูมันคนอื่น" กอดอกแน่นทำปากคว่ำ บอกให้รู้ว่าไม่พอใจ"ที่รักครับ มันไม่ใช่แบบนั้น" คนบนเตียงกอดเธอเอาไว้หลวมๆ คนน้องนั่งหันหน้าออกไปที่ประตู ชนาวินไม่รู้จะต้องพูดยังไงเพื่อให้อีกคนหายโกรธ"มันเป็นแบบนั้นแหละค่ะ เฮียเข้าข้างเขาเพราะรู้จักกันมานานทั้งที่เฮียก็เห็นว่าเขาไม่ใช่คนที่เฮียเคยรู้จัก ผู้หญิงคนนั้นดูถูกหนู ข่มขู่หนู ทำให้หนูเสียใจ แต่เฮียก็ยังเข้าข้าง ปล่อยค่ะหนูจะกลับ" ดิ้นหนีจะลงจากเตียง แต่ชนาวินไม่ยอม"ไม่เอาสิคะถ้าหนูกลับไปทั้งที่เรายังทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ดีเลยนะ" เขาพยายามพูดเสียงอ่อน เพื่อให้อีกคนเย็นลง"ถ้าเฮียยังเข้าข้างคุณขวัญ มันก็ไม่มีวันจบหรอกค่ะ" เธอพูดเสียงแข็ง ปัญหาที่ตอนนี้ยังทะเลาะกันมันเพราะชนาวินยังพูดจาปกป้องพาขวัญทั้งที่ก็เห็นว่าอีกคนทำอะไรเอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status