LOGINโปรโมชั่นทัวร์ราคาทู้กถูก ถูกที่สุดในชาตินี้ ถูกกว่านี้คงต้องรอชาติหน้า ถูกจนขยายม่านตาของ มุกระวี จนกดซื้อทัวร์โปรไฟไหม้ไปเหยียบดินแดนทะเลทราย หวังจะได้ดื่มด่ำอารยธรรม และพักผ่อนหย่อนใจแต่สวรรค์คงลงโทษที่เห็นแก่ของถูก หลงเชื่อสโลแกนแหกตาที่บอกว่า ถูกจริง ไม่ทิ้ง ไม่เท เธอจึงมาเจอกับโจรทะเลทรายตัวเป็นๆ ไหนจะซวยซ้ำซวยซ้อนเข้าไปอีก เมื่อถูกโจรเอามาทิ้งไว้กลางทะเลทราย! ชีคฟาริส อัล มีดิส เก็บเธอมาจากผืนทรายร้อนระอุ ว่าที่กษัตริย์แห่งประเทศมีดีสอ้างว่ามีนโยบายให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อหลบมาอยู่ในอ้อมอกของเขา แต่มันต้องไม่ใช่ตื่นมาแล้วเจอกับขนหน้าอกในระยะประชิดขนาดนี้!
View Moreกษัตริย์ฟาริสปั้นใบหน้าเรียบเฉยเพราะต้องการให้ลูกๆ กลัว และตอนนี้ก็อยากแกล้งพระมารดาของลูก ใบหน้าหล่อคมหันมาเผชิญหน้ากับราชินีของตัวเอง “แม้แต่คุณผู้เป็นแม่ วันนี้ก็จะถูกลงโทษที่ปล่อยให้ลูกหลอก แล้วหยิบอัญมณีมาเล่น จนเกือบจะอมเข้าปากแล้ว ในฐานะที่ดูแลลูกไม่ดีคนเป็นแม่ก็มีความผิด” พระมารดาของเจ้าชายน้อยรู้สึกผิด สีหน้าเจื่อนลงด้วยรู้ว่าตัวเองบกพร่อง “หม่อมฉันยอมรับผิดเพคะ” “เราไม่ยกโทษให้ คุณและลูกๆ เตรียมไปจูงม้าออกจากคอกด้วยตนเอง ห้ามใช้ข้าหลวงคนใดเด็ดขาด เข้าไหม” พูดจบแล้วก็เดินออกจากห้องทันที&n
ส่งเสริมด้านการศึกษา พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ให้เสรีภาพในด้านต่างๆ แก่พลเมืองชาวมีดิสไปพร้อมๆ กับสร้างความสามัคคีปรองดองให้แก่คนในชาติ ถึงแม้ภารกิจในฐานะกษัตริย์แห่งมีดิสจะหนักอึ้งเพียงใด แต่ในฐานะพระสวามี และพระบิดาของเจ้าชายน้อยอีกสามพระองค์ กษัตริย์หนุ่มก็ทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีขาดตกบกพร่องภายในวังหลวงที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นวังที่สวยงามอลังกาลที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กษัตริย์ฟาริสเปิดประตูเข้าไปในห้องทรงพระอักษรแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเห็นเจ้าชายน้อยทั้งสามพระองค์ในชุดอาหรับแบวชาวมีดิสกำลังรวมตัวกันเล่นซน ท่าทางสนุกสนาน เจ้าชายซาฮิมเป็นพี่ใหญ่ เจ้าชายฟารุก และเจ้าชายอัสรอน ทั้งสามพระองค์มีพระชนมายุไล่เรียงกัน ห้าขวบ สี่ขวบ และสามขวบตามลำดับ เจ้าชายทั้งสามกำลังนำอัญมณีที่มีทั้งเพชร มรกต และเพทายสีฟ้าเข้ม ที่พระองค์สั่งให้ทางร้านเพชรของอลิชาส่งมาให้ราชินีของพระองค์เลือกไปทำเครื่องประดับชุดใหม่ เพื่อเฉลิมฉลองในวันประสูติของพระองค์ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในเดือนหน้า แม้พระราชินีจะมีเครื่องประดับงดงามมากมาย แต่เครื่องประดับที่หยิบมาใช้ออกงานบ่อยที่สุดคือสร้อยเพทายสีน้ำเงินเข้
“ฝันไปเถอะ ห้ามมีเมียใหม่เด็ดขาด ไม่ได้บังคับแต่ฉันขอร้อง” พูดไปแล้วก็ตกใจ อายตัวเองที่พูดออกไปแบบนั้น “เอ่อ ฉัน...” เขาหัวเราะใส่หน้าเธอ มุกระวีเลยไม่กล้าพูดให้ตัวเองได้อายอีก รีบเดินเร็วๆ ไปไขกุญแจห้อง“เมียจ๋า เดินช้าๆ หน่อย ลูกเรายังเล็กมาก เดี๋ยวจะกระทบกระเทือนไปถึงเขา เดี๋ยวชีคน้อยจะหงุดหงิด”“รู้ได้ยังไงคะว่าจะได้ลูกชาย”“เซ้นต์ความเป็นพ่อมันบอกผม” คิ้วหนาเข้มจัดเลิกขึ้นข้างหนึ่งมุกระวีเลยทำปากยู่ใส่ แล้วเดินช้าลง เมื่ออยู่กับเขา เธอเหมือนเดินช้ากว่าเขาหนึ่งก้าวเสมอ มุกระวีมองคนตัวโตอย่างหมั่นไส้ แล้วไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป จากนั้นก็กดสวิตช์เปิดไฟ“เชิญเพคะ นี่คือห้องพักของท่านชีคในคืนนี้”ฟาริสเดินเข้าไป กวามองรอบห้องอย่างรวดเร็ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำที่วังเสียอีก แต่มีไออุ่นของเมียรักอยู่เต็มห้องนี้ ทั่วๆ ห้องมีแต่หนังสืออยู่เต็มไปหมด ทำให้เห็นว่าเธอรักการอ่านมาก เขาเดินไปเปิดประตูห้องหนึ่ง มองเข้าไปด้านในแล้วก็เห็นว่ามันคือห้องนอน เขากำลังจะก้าวเข้าไป แต่ต้องช
“คุณหลอกให้ฉันเอาสมองไปช่วยบริหารงาน คงหวังจะหาเวลาไปสำราญกับสาวๆ ในฮาเร็มใช่ไหมคะ” มุกระวีปล่อยให้ประเด็นนี้หลุดไปไม่ได้ มือบางเปิดกระเป๋าหิ้วใบเก๋ คว้ามือถือเปิดหน้าฟีดที่มีข่าวของเขากับดาราสาวร้อยล้าน “หลักฐานคาตาแบบนี้ ดูซิจะปฏิเสธยังไง ถ้าคุณมีฉันคนเดียวแบบที่หว่านล้อมฉันเอาไว้ คงไม่มีภาพหลุดกับยัยดีนี่ เอ้ย...น้องดีนี่ นางเอกสุดฮอตของเมืองไทยหรอก” เขารับไปดูแล้วครางออกมาด้วยความมึนงง “อะไรกันนี่ เธอแอบถ่ายไปตอนไหน แบบนี้ผมควรจะฟ้องเรียกค่าเสียหายให้หมดตัว ในข้อหาที่ทำให้เมียผมเข้าใจผิด” “เข้าใจผิด” ดวงตาคู่กลมโตสุกใสจ้องมองใบหน้าหล่อคมคายอ
เช้าวันใหม่ ฟาริสตื่นมาแต่เช้าก็ได้รับโทรศัพท์จากชีคฮากิรที่โทร.มาถามข้อมูลที่อยากรู้ทันที ฟาริสมองเห็นเมียรักยังหลับอยู่เลยหยิบเสื้อคลุมมาสวมแล้วเดินออกไปคุยนอกระเบียง“ผมตัดสินโทษไปแล้วครับท่านอา ผมให้จำคุกตลอดชีวิต การอยู่ในคุกที่นูรีนไม่ต่างอะไรกับตายทั้งเป็นอยู่แล้ว ผมไม่อยากทำอ
“เชิญคุณมุกระวีทางนี้ครับ” อะลีฟก้มศีรษะเชิญ “นายไปจัดการคุยกับทางสถานทูตด้วย ว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้ว เป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน” ประโยคท้ายอะลีฟหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทมุกระวีมองคนนั้นที คนนี้ที แล้วหลับตาถอนใจ ไม่อยากตามอะลีฟไปแต่ก็ไม่กล้าดื้อดึงจะอยู่ที่สถานทูตอีก เวลาน
เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ทันตอบ ก็มีเจ้าหน้าที่อีกคนวิ่งหน้าตาตื่นออกมา “มีทหารจากวังหลวงมาที่นี่ เขาต้องการคุยกับเรา เขาบอกว่ามีคนไทยไปขโมยของจากสาวใช้ในวังหลวง เขาบอกว่าชื่อมุกระวี จินดาพร”“ฉันเหรอ” มุกระวีตกใจแทบสิ้นสติ ทำไมเรื่องกลายเป็นเลวร้ายแบบนี้ “ฉันไม่ได
มุกระวีใช้ชีวิตตามลำพังอยู่ที่วังหลวงอย่างเบื่อหน่าย แม้จะสุขสบาย มีเสื้อผ้า อาหารพร้อม และยังมีคนคอยรับใช้ไม่ขาด แทบไม่ต้องหยิบจับทำอะไรเลย แต่เธอก็ไม่ชอบชีวิตที่เป็นดั่งนกน้อยในกรงทองแบบนี้ เธอถามสาวใช้คนหนึ่งว่าท่านชีคหายไปไหน คำตอบที่ได้ก็เหมือนอย่างเคย“ดิฉันไม่ทราบค่ะ”