LOGINโปรโมชั่นทัวร์ราคาทู้กถูก ถูกที่สุดในชาตินี้ ถูกกว่านี้คงต้องรอชาติหน้า ถูกจนขยายม่านตาของ มุกระวี จนกดซื้อทัวร์โปรไฟไหม้ไปเหยียบดินแดนทะเลทราย หวังจะได้ดื่มด่ำอารยธรรม และพักผ่อนหย่อนใจแต่สวรรค์คงลงโทษที่เห็นแก่ของถูก หลงเชื่อสโลแกนแหกตาที่บอกว่า ถูกจริง ไม่ทิ้ง ไม่เท เธอจึงมาเจอกับโจรทะเลทรายตัวเป็นๆ ไหนจะซวยซ้ำซวยซ้อนเข้าไปอีก เมื่อถูกโจรเอามาทิ้งไว้กลางทะเลทราย! ชีคฟาริส อัล มีดิส เก็บเธอมาจากผืนทรายร้อนระอุ ว่าที่กษัตริย์แห่งประเทศมีดีสอ้างว่ามีนโยบายให้ความคุ้มครองนักท่องเที่ยว โดยมีข้อแม้ว่าเธอจะปลอดภัยก็ต่อเมื่อหลบมาอยู่ในอ้อมอกของเขา แต่มันต้องไม่ใช่ตื่นมาแล้วเจอกับขนหน้าอกในระยะประชิดขนาดนี้!
View Moreนี่เป็นอีกทริปที่สนุกสุดมันและคงเป็นทริปที่มุกระวีจะต้องจดจำไปตลอดชีวิตก็ว่าได้ ‘มุกระวี หรือมุก’ สไตลิสต์ละคร ผู้อยู่เบื้องหลังความงามของดาราบนจอแก้ว สไตลิสต์ละครนั้นแตกต่างจากสไตลิสต์แฟชั่น สไตลิสต์ละครไม่ใช่ผู้นำแฟชั่น แต่เป็นการครีเอตเสื้อผ้าให้เข้ากับคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้นๆ ซึ่งมีหลักการทำงานคือต้องจัดหาเสื้อผ้านักแสดงให้เข้ากับบทและโทนของเรื่อง โดยอิงจากบทละครโทรทัศน์เป็นหลัก
หลังจากปิดกล้องละครเรื่องดังที่สาวโสดอย่างมุกระวีเป็นสไตลิสต์ให้นั้น ก็ถูกเอ่ยชมในโลกโซเชียลอย่างมาก ทว่าไม่มีใครรู้ว่าสไตล์ลิสต์ผู้อยู่เบื้องหลังยังเป็นสาวโสด ใช่ โสดจริงๆ เรื่องซิงไม่ต้องพูดถึง จะมีใครบ้างที่ทำงานจนลืมเวลาและลืมหาแฟน จนมารู้ตัวอีกทีเวลานี้อายุก็ก้าวไปถึงยี่สิบหกย่างยี่สิบเจ็ดแล้ว
จากการทำงานอย่างทุ่มเทเกินไป ทำให้สไตลิสต์คนเก่งอย่างมุกระวีลืมดูแลตัวเอง บ่ายวันพุธเมื่อสองวันก่อนมุกระวีตื่นขึ้นมาแล้วต้องตกใจแทบช็อก เมื่อเห็นภาพสะท้อนในกระจกเงา
‘เชี่ย ผีอีเหมย ตามมาได้ไง’
เมื่อแสงแดดอ่อนๆ จากทางด้านหลังระเบียงห้องพาดผ่านม่านมาตกลงบนบานกระจก มุกระวีขยี้ตาอีกที นั่นไม่ใช่ผี แต่เป็นเธอเอง
“สงสัยจะทำงานหนักไป ต้องพักบ้างแล้วเรา”
จังหวะนั้นแอปพลิเคชันไลน์เด้งระรัว หญิงสาวขมวดคิ้วถอนใจยาว “ปิดกล้องแล้วจะตามอะไรอีก” ทุกวินาทีในสมองน้อยๆ มีแต่เรื่องงาน แต่ในที่สุดมุกระวีก็ยอมหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมาดู ดวงตากลมโตสีดำขยับไปมา
‘ไม่ใช่ผู้กำกับหรือผู้จัดตามงาน ก็มันปิดกล้องไปแล้วนี่ เมื่อคืนเธอคงจะดื่มหนักไปหน่อย’
ขนตายาวเป็นแพราวกับผีเสื้อกระพือปีกขยับยุกยิกไปมา มันเป็นข้อความจากทัวร์ที่เธอเคยแอดไลน์เอาไว้ แต่ที่ทำให้ดวงตากลมโตขยายม่านตาขึ้นกว้างที่สุดคงเป็นเพราะข้อความโปรไฟไหม้ราคาถูก ถูกที่สุดในชาตินี้ ถูกกว่านี้คงต้องรอชาติใหม่ เหลือหนึ่งที่สุดท้าย
ทัวร์ประเทศมีดิส ฟาร์ส ฟินีเซีย ชมทะเลทรายอาหรับ และสุเหร่าที่งดงามที่สุด ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศสุดหรู ชิมอาหารอาราเบียนในราคา 39,999 บาท เหลือเพียง 15,999 บาท
เดินทาง 15 สิงหาคม
โดยสายการบิน VIETJET AIR
รีบจองด่วน !!
มุกระวีจำได้ เธอกดแอดไว้จนลืม แม้กระทั่งนึกไม่ออกว่าประเทศมีดิส คือประเทศอะไร มันอยู่ส่วนไหนของโลก แต่เวลานี้เธอพอจะรู้จากมัคคุเทศก์ระหว่างการทัวร์เมื่อวาน ว่าประเทศมีดิสตั้งอยู่บนชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย มีทิศเหนือติดอยู่กับอ่าวเปอร์เซีย มีเมืองหลวงที่ชื่อว่า ‘ฟาริส’ แม้จะเป็นประเทศเล็กๆ ที่เพิ่งเปิดประเทศได้ไม่นาน และเพิ่งยอมให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวได้เพียง 3 ปี แต่ผู้คนมากมายทำนายไว้ว่าต่อไปประเทศมีดิสจะเจริญแข่งกับดูไบ เพราะมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่ได้เปรียบ
ฟาริสยังเป็นแหล่งการค้าเสรี และเป็นสวรรค์สำหรับนักช้อป เพราะชีคแห่งมีดิสได้รับการขนานนามว่าเป็นชีคนักบริหาร เขาทำให้ประชาชนของมีดิสมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่มุกระวีไม่ได้สนใจเรื่องชีคผู้นำประเทศอะไรมากนัก เพราะเป็นเรื่องไกลตัว ในสมองมุ่งเน้นเรื่องอาหารอาราเบียนและดินเนอร์สุดหรู ทั้งหมดนี้ในราคาแค่ 15,999 บาท
แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่มุกระวีวาดไว้อย่างสวยงาม และยังอุตส่าห์เตรียมชุดสวยๆ จากการไปส่องสไตล์การแต่งตัวของซาร่า มิเรอร์ นั้นไม่ได้ใช้ แต่กลายเป็นว่าเธอต้องเอาชีวิตมาทิ้งในทะเลทราย ไม่ใช่ถูกทัวร์พามาทิ้ง แต่ครึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้พนักงานที่ขับรถพาเธอเข้ามาทัวร์ทะเลทรายกลับขับออกนอกเส้นทางจากรถคันอื่นๆ ที่ทางทัวร์ได้จัดเอาไว้ ตอนนั้นเธอคิดว่าพนักงานขับรถคันที่เธอนั่งมาคงอยากสร้างความตื่นเต้นให้ลูกค้า ยิ่งเขาขับไว เธอยิ่งรู้สึกสนุก และยังติดใจในการดริฟต์เป็นบางช่วงบนเนินทราย สร้างความหวาดเสียวและสนุกสนานจนเรียกเสียงหัวเราะเหมือนคนบ้า ในขณะที่มือต้องหาที่เกาะยึดเอาไว้
“ว้าว สนุกมากๆ เลยค่ะ”
มุกระวีคิดว่าพอถึงโรงแรมจะต้องให้ทิปเขา ทว่าการดริฟต์อย่างผาดโผนบนสันทรายมันไม่ใช่การแสดง แต่มันเป็นของจริง เขากำลังพยายามหนีอะไรบางอย่าง
“ทุกคนกรุณาลงจากรถครับ” คนขับรถร้องบอกเป็นภาษาอังกฤษทำให้มุกระวีที่ยังสนุกสนานอยู่เบิกตามอง ลูกทัวร์ที่มาในรถคันนี้ราวห้าหกคนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
“เกิดอะไรขึ้น” เสียงคนในรถถามกันไปมา
“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้น” มุกระวีก็ถามออกมา แต่ไม่มีใครได้รับคำตอบ
“ผมพาพวกคุณไปไม่ได้แล้ว ตอนนี้เราเจอกับโจรทะเลทราย พวกคุณต้องหาที่หลบกันก่อน”
เสียงหวีดร้องด้วยความกลัวดังขึ้นตามหลังมาระงม ก่อนที่คนขับร่างใหญ่จะวิ่งไปหลบที่หลังสันทรายก่อนใคร มุกระวีเห็นทุกคนวิ่งลงจากรถพร้อมสัมภาระกันหมด เธอก็รีบลากกระเป๋าตามลงไป
“ผมไม่มีเวลามาเล่นไร้สาระ ถ้าอยากได้คืนก็ไปขึ้นรถ ทำตามที่ผมบอก แล้วคุณจะได้กินข้าว แล้วก็ได้กลับเมืองไทย”มุกระวีกัดริมฝีปากแน่น เธอไม่มีทางต่อกรกับเขาได้เลยสินะ “จริงๆ นะ”ฟาริสไม่ตอบแต่ใช้การพยักหน้าเรียบๆ ซึ่งนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาตอบรับเธอ ซึ่งเธอจะตีความไปยังไงก็สุดแล้วแต่มุกระวีเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ แม้นั่นจะริบหรี่แต่ก็ยังดีกว่าไม่มีหวังเสียเลย ถ้าได้พาสปอร์ตคืนมา เธอจะรีบเดินทางกลับประเทศไทยทันที เพราะละครเรื่องใหม่ก็ใกล้จะเปิดกล้องแล้ว เธอมีงานรออีกมาก การมาพักผ่อนทำไมกลายเป็นเรื่องเหนื่อยหนักกว่าเดิมก็ไม่รู้แต่ถ้าเธอขัดใจเขามากๆ เธออาจจะได้กลับเมืองไทยช้ากว่าเดิม คนมีแผนการในหัวเดินไปขึ้นรถพร้อมกับนับหนึ่งถึงร้อยในใจไปด้วย ยอมถอยเพื่อรุกถึงจะเรียกว่าฉลาดฟาริสส่งนมแพะกับขนมปังไปให้คนที่นั่งท้องร้องดังจ๊อกๆ จนเขาอดสงสารไม่ได้“เอ้า กินซะ”มุกระวีเบะปากให้เขาเพราะมันน้อย แค่นี้จะกินอิ่มไหม เห็นเธอรูปร่างแบบนี้แต่กินจุใช้ได้ คิดแบบนั้นแต่ก็รับมากินแต่โดยดี ทั้งนมและขนมปังรสชาติดีมาก หรือเป็นเพราะหิวมากก็ไม่รู้ เธอจัดการหมดภายในเวลาอันรวดเร็ว และไม่มีการรักษาภาพลักษณ
ผ่านเวลาไปจนกระทั่งนกเขาทะเลทรายคอดำตัวหนึ่งบินมาเกาะที่หน้าต่าง ไม่บ่อยนักที่จะได้พบนกชนิดนี้ ชีคฟาริสอมยิ้มแล้วมองไปด้านข้าง“ตื่นได้แล้ว จะนอนกินบ้านกินเมืองหรือไง” เสียงปลุกแต่เช้าทำให้มุกระวีตื่นขึ้นมาอย่างไม่ค่อยพอใจ นานๆ เธอจะได้นอนยาวๆ เสียที เพราะชีวิตในกองถ่ายนอนไม่เป็นเวลา ดังนั้น การได้นอนยาวๆ สบายๆ นับว่าเป็นมงคลชีวิตที่สุดแล้ว“บอกให้ตื่นยังไงล่ะมุกระวี ไม่ได้ยินเสียงหรือไง หรือว่าได้ยิน แต่อยากให้ปลุกด้วยวิธีอื่น”เสียงเข้มยังดังเข้าโสตประสาทไม่รู้จบ มุกระวีดึงเอาหมอนมาปิดหู แล้วถามออกไปเสียงงัวเงีย “เที่ยงแล้วค่อยมาปลุก”“นี่มันบ่ายโมงแล้วแม่คุณ”“ฮะ บ่ายโมงแล้วหรือ”“เราต้องรีบเดินทางแล้ว ลุกไปอาบน้ำแล้วเตรียมเดินทางให้เร็วที่สุด อย่าชักช้า” มุกระวีลุกขึ้นนั่ง แต่ปากก็ยังโอดครวญไม่หยุด “เราจะไปไหน แล้วทำไมฉันต้องไปกับคุณด้วย”“เราจะตามไปเอาชุดมรกตคืนยังไงล่ะ คุณต้องไปกับผมด้วย”คราวนี้มุกระวีตื่นเต็มตา “ฉันไม่ไปได้ไหม ข้างนอกนั่นร้อนจะตาย ฉันมาที่นี่เพื่อพักผ่อนนะ ไม่ได้มาเพื่อตามหาโจร”“ช่วยไม่ได้ คุณอยากไปอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วยทำไม ลุกเร็วเข้า ถ้ายังชักช้า ผมจะอุ้ม
มุกระวีย่นคอหนีแล้วเอี้ยวตัวหลบเพื่อให้พ้นจากการถูกจู่โจมอย่างรวดเร็ว ปากหยักลึกที่มีไรเคราเขียวครึ้มครูดกับผิวเนื้อของเธอจนขนลุกไปหมด แต่นั่นยังไม่น่ากลัวเท่ากับอาวุธทะเลทรายหน้าตาประหลาดที่มุกระวีเกิดมาเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก มันทั้งยืดหยุ่นและแข็งแรงในเวลาเดียวกันกำลังดุนดันอยู่ตรงสะโพก“ท่านชีค ท่านจะลดตัวมารังแกผู้หญิงไม่ได้นะ ถ้าหากทำแบบนั้นใครรู้เข้าท่านต้องอายแน่ มันเสียศักดิ์ศรีมากรู้หรือเปล่า ถ้าปล่อยฉันไป ฉันจะไม่ถือสาเอาความเรื่องในวันนี้ รวมถึงเรื่องเมื่อวานด้วย”“ผมต้องสนเหรอ” เขาบอกและเป็นจังหวะให้มุกระวีผลักเขาออกแล้วถอยหลังหนี“หรือว่าท่านชีคอย่างคุณดีแต่รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้”ฟาริสไม่สนใจคำพูดเหน็บแนม เขาเดินช้าๆ เข้าไปทีละก้าว ขณะที่มุกระวีก็ถอยหลังทีละก้าวเช่นกัน แต่กลายเป็นล้มลงไปบนโซฟาผ้าแคชเมียร์ตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้“ว้าย”และที่เลวร้ายคือมือที่ไขว่คว้าจะหาสิ่งยึดเกาะกลายเป็นคว้ามือแกร่งล้มลงมาด้วยกัน ร่างของฟาริสคร่อมทับอยู่บนร่างเล็ก ใบหน้าหล่อเหลาลอยอยู่เหนือหน้าคนที่เบิกตากว้าง“ลงไปนะ” มุกระวีไล่ ทุบกำปั้นลงไปตามเนื้อตัวแกร่ง“หยุดบ้าเสียที” ฟาริสคำราม “
“กระหม่อมให้คนของเราติดตามมันไปในทะเลทรายแล้ว เร็วๆ นี้ ต้องได้ข่าวแน่พ่ะย่ะค่ะ”“ส่งคนเพิ่มไปอีก ฉันต้องการจับพวกมันให้เร็วที่สุด” ฟาริสบอกเสียงเหี้ยมจัด ที่จริงเขาจะติดตามพวกโจรไปในทะเลทราย แต่ติดตรงที่ว่ามีกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ต้องการความช่วยเหลือ คนกลุ่มนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์และเดินทางมาท่องเที่ยวตามนโยบายการเปิดประเทศของเขา หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปต้องไม่เป็นผลดีต่อการท่องเที่ยว ดังนั้น เขาจึงต้องพาคนพวกนั้นไปส่งโรงพยาบาล และพาไปตามสถานกงสุล เพื่อติดต่อส่งกลับประเทศต้นทาง โดยที่เขาเป็นคนสั่งการกับหน่วยงานต่างๆ ด้วยตัวเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“ครับ” อะลีฟรับคำ“งั้นนายก็ไปพักผ่อนได้แล้วเหนื่อยมาทั้งวัน ฉันเองก็จะไปพักเหมือนกัน”มุกระวีงัวเงียตื่นขึ้นมาในกลางดึกเพราะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างมาพาดทับร่างกายทำให้นอนไม่สบาย พอจะพลิกตัวไปด้านหลังก็เหมือนมีหมอนข้างใบใหญ่มาดันไว้ แต่ว่าทำไมหมอนข้างถึงมีลมหายใจ แล้วลมอุ่นๆ ที่รดต้นคอก็ทำให้รู้ว่าแท้จริงแล้วมันไม่ใช่หมอนข้าง แต่เป็น“ทะ ท่านชีค เฮ้ย! ท่านชีค” คนสวยสะดุ้งสุดตัว นี่มันชีคตัวเป็นๆ ไม่ใช่ท่านชีคในนิยายเ