INICIAR SESIÓN“สวัสดีครับคุณลุง” เสียงนุ่มของภาคิมดังขึ้นด้านหลังของภรรยา นนท์เห็นลูกเลี้ยงแล้วยิ้มกว้าง เพราะชอบใจในนิสัยของอีกฝ่ายอยู่มาก
“อ้าวคิม มาเมื่อไหร่แล้วลูก” นนท์รับไหว้ลูกเลี้ยงหนุ่ม
“เมื่อตอนเที่ยงครับคุณลุง” ภาคิมตอบเสียงสุภาพตามนิสัย
“พี่หมอคิมของหนูนา” เด็กน้อยถลาเข้าไปหาพี่ชายสุดหล่อของตัวเอง ภาคิมย่อตัวลงอ้าแขนรับแทบไม่ทัน กลายเป็นล้มทับกันบนพื้น ก่อนจะหัวเราะคิกคัก ภาคิมอุ้มร่างเล็กของน้องน้อยขึ้นโยนไปมาอย่างแสนคิดถึง นรีรัตน์หัวเราะชอบใจ กอดหอมพี่ชายต่างสายเลือดด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ
“ตาคิมมาเยี่ยมเราตอนปิดเทอมน่ะค่ะ เดี๋ยวก็ต้องกลับแล้ว ดูสิกอดกันกลมเชียวสงสัยจะคิดถึงกันมาก” ภคินีพูดแล้วอมยิ้มเมื่อเห็นลูกชายกอดร่างเล็กๆ ของเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมแขน
“พี่หมอคิมจะรีบกลับไปไหนคะ เพิ่งมาเอง” ได้ยินแบบนั้นก็ออดอ้อนกอดคอของอีกฝ่ายเอาไว้ ทำหน้างอนๆ ใส่เพราะไม่อยากให้พี่ชายสุดหล่อรีบกลับเหมือนทุกครั้ง
“พี่ลงเรียนซัมเมอร์เอาไว้ครับ คงอยู่นานไม่ได้” เพราะเป็นเด็กเรียนและขยันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีโอกาสภาคิมจึงไม่พลาดเรื่องการเรียน ติว หรือแม้แต่เข้าค่ายวิชาการ หรือไปแคมป์กับเพื่อนๆ
“คิดถึงพี่หมอคิมจังเลย มาอยู่แค่แป๊บเดียวเอง” เด็กน้อยหน้างอ ซบหน้าที่ซอกคอของพี่ชายอย่างอ้อนๆ ภาพนั้นน่ารักน่าหยิก และน่าสงสารในเวลาเดียวกัน เพราะน้องตัวน้อยอยากให้พี่ชายอยู่นานๆ
“ถ้าคิดถึงก็โทร.หาสิครับ เดี๋ยวนี้ไม่ต้องส่งจดหมายเหมือนเมื่อก่อนนะ” เขาเอ่ยล้อเลียน รู้ดีว่าน้องตัวน้อยทันสมัยขนาดไหน เรียกได้ว่าพกโทรศัพท์มือถือตั้งแต่อนุบาล ตั้งแต่ฟันแท้ยังไม่ขึ้น
“โทร.หาก็ไม่เหมือนเห็นหน้านี่คะ” หน้างอใส่เล็กน้อย ยังซบอกกว้างของอีกฝ่ายเอาไว้ รวมถึงยังกอดคอหนาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น
“เรียนจบแล้วไปอยู่กับพี่ไหม จะได้เห็นหน้าทุกวัน” เอ่ยชวนอย่างใจดี
“จริงๆ นะคะ” เด็กน้อยดีใจจนออกนอกหน้า
“จริงสิครับ” อนาคตคุณหมอหนุ่ม รับคำอย่างใจดี
“เย้ๆ คุณพ่อกับคุณแม่เป็นพยานด้วยนะคะ ถ้าพี่หมอผิดคำพูดต้องตีพี่หมอหลายๆ ทีนะคะ”
“โหดจังครับ ตีตั้งหลายทีแน่ะ” ภาคิมขยี้หน้าผากกับหน้าผากเล็กๆ นั้น ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก
“ตีทีหนึ่งก็ได้” เธอทำท่าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้าไปมา ไม่กล้าให้บิดามารดาตีพี่ชายหลายที กลัวเขาเจ็บแล้วร้องไห้
ทุกคนหัวเราะกับความน่ารักของเด็กน้อยนรีรัตน์ ก่อนจะขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดสบายๆ แล้วลงมารับประทานอาหารพร้อมหน้าพร้อมตา ภาคิมเข้ากับบิดาเลี้ยงได้เป็นอย่างดี อาจเพราะนนท์เป็นคนจิตใจดี และอ่อนโยน ภาคิมเองก็เช่นเดียวกัน เขาใจกว้างเสมอและรักทุกคนที่รักแม่ของเขาและทำให้แม่ของเขามีความสุข
“คืนนี้นอนกับพี่คิมได้ไหมคะ” เด็กน้อยออดอ้อนอยู่บนตักของอนาคตคุณหมอหนุ่มขณะนั่งดูทีวีพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นรายการตลกที่เรียกเสียงหัวเราะได้เป็นระยะๆ
“อย่ากวนพี่เขาสิครับลูก” นนท์ปรามบุตรสาวกลัวลูกเลี้ยงหนุ่มจะไม่ชอบใจหรืออยากใช้เวลาเป็นส่วนตัวบ้าง เพราะตั้งแต่เจอหน้ากัน บุตรสาวของตนก็ติดภาคิมแทบจะไม่ห่างไปไหน
“ไม่เป็นไรหรอกครับคุณลุง นานๆ เจอน้องที วันนี้มีการบ้านหรือเปล่า ให้พี่สอนการบ้านไหม”
“หนูนาทำการบ้านเสร็จตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียนแล้วค่ะ”
“เก่งจัง ขยันแบบนี้ อนาคตอยากเป็นอะไรครับนี่”
“เป็นคนที่มีความสุขค่ะ”
“เป็นอะไรนะครับ” ภาคิมก้มมองน้องน้อยบนตักด้วยความงุนงง
“เป็นคนที่มีความสุขค่ะ เพราะคุณแม่บอกว่าชีวิตของคนเราไม่ต้องการอะไรนอกจากความสุข” ทุกคนเลยหันไปมองหน้าของภคินีเป็นตาเดียวกัน ก่อนที่คุณแม่ยังสาวจะอมยิ้มในความช่างเจรจาของเด็กน้อย
“แล้วพี่หมอล่ะคะ เรียนจบก็จะเป็นคุณหมอรักษาคนป่วยใช่ไหมคะ” เด็กน้อยเงยหน้ามองพี่ชายขณะนั่งออดอ้อนอยู่บนตัก
“ใช่ครับ จะกลับไปอยู่กับคุณตาคุณยายดูแลท่าน และรักษาคนยากไร้ที่นั่น”
“งั้นหนูนาจะไปเป็นลูกมือให้พี่หมอนะคะ” เธอรีบอาสาอย่างแข็งขัน
“ถ้าไปเป็นลูกมือก็ต้องเรียนพยาบาลหรือไม่ก็สาธารณสุขสิครับ ชอบเรียนแบบนั้นหรือเปล่า” เขาลูบศีรษะน้องน้อยเบาๆ ขณะถาม
“ไม่เรียนแบบนั้นได้ไหม แต่ไปเป็นลูกมือ” ทำท่าคิดก่อนจะตอบตามประสา
“ก็ได้เหมือนกันครับ” ภาคิมหัวเราะเบาๆ กับความไร้เดียงสาของน้องน้อย
“พี่หมอมือเบาไหมคะ ฉีดยาเจ็บหรือเปล่า” เอ่ยถามอย่างอยากรู้ เพราะหมอประจำที่บิดาพาไปรักษาเวลาเธอป่วยมักฉีดยาไม่เจ็บ แทบไม่รู้สึกสักนิด
“ไว้หนูนาป่วยพี่จะมาฉีดให้เอาไหม จะได้รู้ว่าเจ็บหรือไม่เจ็บ”
“ถ้าเจ็บไม่ให้ฉีดนะคะ” เด็กน้อยส่ายหน้าอยู่บนตักอุ่นๆ ของพี่ชายต่างสายเลือด ทำให้ทุกคนหัวเราะไปกับความน่ารักนั้น
“แล้วหนูอยากเรียนอะไรคะ” ภคินีเอ่ยถามเด็กน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนตักลูกชาย
“หนูนาจะเรียนบริหารค่ะ คุณพ่อบอกว่าอยากให้หนูนาช่วยทำงาน”
“เก่งจริงตัวแค่นี้ ช่างพูดช่างเจรจานัก” ภคินีจับแก้มเล็กๆ นั้นอย่างรักใคร่
“เดี๋ยวนี้ผู้หญิงก็เก่งไม่แพ้ผู้ชาย ผมเองก็ไม่ได้คาดคั้นอะไร แต่ปลูกฝังให้แกคิดแบบนี้โตขึ้นจะได้กลับมาดูแลกิจการของเรา”
“ดีแล้วค่ะเพราะนีเองก็มีลูกให้คุณไม่ได้” ภคินีเองไม่สามารถมีลูกได้แล้ว จึงอยากจะเลี้ยงให้ดีที่สุด ไม่ทำให้สามีผิดหวังรอบสอง
“ไม่มีลูกก็ไม่เป็นไร แค่ผมมีคุณกับลูกของเรา แค่นี้ก็ดีที่สุดแล้ว”
นนท์บีบมือภรรยา ก่อนจะดึงศีรษะเล็กๆ มาพิงกับบ่ากว้างของตัวเอง ภาพนั้นเป็นภาพที่มีความสุขและเป็นความทรงจำระหว่างครอบครัว ภาคิมรู้สึกดีที่เห็นมารดามีคนรู้ใจเสียที เขาเองก็นึกเป็นห่วงท่าน หากมีคนดีๆ คอยดูข้างๆ เขาจะได้ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลังอยู่แบบนี้
ทุกคนนึกสงสารนรีรัตน์เมื่อพี่ชายมาอยู่ได้ไม่กี่วันก็ต้องจากไป คนขี้งอนนั่งซบหน้าอยู่กับผนังห้องรับรองแขก ไม่ยอมหันมามองใครทั้งนั้น
“ดูยายหนูสิคะคุณนนท์ สงสารแกจัง” ภคินีมองร่างที่กอดอกซุกหน้าเข้าผนังด้วยอาการประท้วง
“แต่ตาคิมต้องไปเรียน คุณนีจะตามใจลูกโดยการให้ตาคิมยกเลิกการเรียนซัมเมอร์หรือไง ต่อไปลูกจะเอาแต่ใจได้นะ” นนท์ไม่เห็นด้วย ถึงจะสงสารหรือหนักใจกับอาการประท้วงของบุตรสาว
“ผมจัดการเองครับ” ภาคิมพูดอย่างใจเย็น ไม่ได้นึกรำคาญหรือหงุดหงิดในอาการของน้องสาวตัวน้อยสักนิด เขาเดินเข้าไปหาน้องแล้วกระซิบอะไรบางอย่าง ตอนแรกยายตัวแสบก็ทำเป็นนิ่งเลิกสะอื้นหูผึ่งตั้งใจฟัง แต่ยังไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมามอง
นนท์กับภคินีมองหน้ากันอย่างหนักใจ แต่สักพักก็เห็นจอมแสบเงยหน้าขึ้นยิ้มทั้งน้ำตาก่อนจะโผเข้ากอดพี่ชายต่างสายเลือด พร้อมกับซุกหน้าที่ซอกคอของอีกฝ่ายอย่างออดอ้อน
“คุณว่าตาคิมพูดอะไรกับยายหนูถึงได้ยิ้มออกแบบนั้น” นนท์มองอย่างแปลกใจ ทั้งสองดูลงตัวอย่างเหมาะเจาะ คนนึงก็ขี้งอนคนนึงก็ใจเย็นและอ่อนโยน
“ตาคิมคงมีวิธีน่ะค่ะคุณ นีก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสองคนนั่นพูดหรือตกลงอะไรกัน” ภคินีมองทั้งสองแล้วรู้สึกแปลกๆ เธอไม่อยากคิดอกุศลเพราะมันไม่สมควร แต่สายตาของภาคิมทำให้เธอหวั่นใจ ยิ่งมองเห็นสามียิ้มกว้างก็ยิ่งขบคิด นนท์จะรู้หรือเปล่าว่าภาคิมอาจจะมีความรู้สึกบางอย่างที่พิเศษเกินจะรับได้กับเด็กวัยเพียงแค่หกขวบ
หลังจากที่ภาคิมกลับไปแล้ว ก็ยังโทรศัพท์มาคุยกับมารดาทุกวัน รวมถึงน้องสาวตัวน้อยด้วย บางครั้งนนท์พาภรรยาไปเยี่ยมบิดามารดาที่บ้านสวน พร้อมหน้าพร้อมตากับภาคิมที่ปิดเทอมก็มักกลับไปเยี่ยมตากับยายเช่นกัน
และเป็นที่รู้กันว่านรีรัตน์เกาะติดพี่ชายแจ ไม่เคยมีใครเห็นด้วยว่าภาคิมรำคาญน้องแม้แต่ครั้งเดียว อยากขี่หลังก็ให้ขี่ อยากไปว่ายน้ำก็พาไป อยากปีนต้นไม้ยังไปยืนลุ้นยืนคอยระวังอยู่ใต้ต้น เรียกได้ว่าเหมือนเงาตามตัว มีบ้างที่ดุน้องเพราะห่วงใยมากกว่าจะรำคาญ
ภาคิมโอบร่างภรรยายอดสวาทนอนหงายลงบนโซฟาเนื้อนุ่มก่อนจะตามติดควบกระแทกเธอมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อจะติดตามเธอไปสู่สวรรค์อย่างรุนแรง...บทส่งท้ายนรีรัตน์ที่เดินเข้ามาในโรงพยาบาลทำท่าจุ๊ปากให้กับพยาบาลสาวคนสวย เธอต้องการมาตรวจที่แผนกสูตินารีเวชเพราะว่าประจำเดือนขาดหายไป และสังหรณ์ใจว่าจะท้อง แต่เพราะไม่มีอาการแพ้ท้องเหมือนที่เคยได้ยินมา เลยจะมาตรวจให้แน่ใจ และเลือกเป็นวันที่ไม่มีสามีตรวจคนไข้ เพราะได้ข่าวจากพยาบาลที่นี่ว่าเขามีประชุม“ถึงคิวของคุณหนูนาพอดีเลยค่ะ” เพราะโทร.มาจองคิวล่วงหน้าเอาไว้ พอมาถึงเธอเลยได้ตรวจเลยนรีรัตน์เดินเข้าห้องตรวจด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เจอกับคุณหมอตรงๆ แต่ถูกสั่งให้ทำโน่นทำนี่ สุดท้ายก็กลับมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะของคุณหมอ“ผมตรวจเสร็จเรียบร้อยแล้วนะครับ” เสียงของคุณหมอที่ทำอะไรสักอย่างอยู่หลังม่านเอ่ยขึ้น แม้น้ำเสียงจะคุ้นๆ แต่ก็เข้มและขรึมมากกว่า ทำให้เธอนั่งเรียบร้อย ตั้งใจฟังอย่างใจจดจ่อ“เป็นยังไงบ้างคะ” เธอถามอย่างลุ้นระทึก“คุณมีอะไรผิดปกติอีกบ้างครับ นอกจากประจำเดือนขาดหาย” คุณหมอหนุ่มเอ่ยถาม เสียงเข้มงวดจนหญิงสาวต้องระมัดระวังคำพูด“ไม่มีนี่คะ ดิฉันเป็นอะไร
“ฉันก๊อกหักเหมือนแกนั่นแหละ คนอะไรแสนดีโคตรๆ ดีไปหมดยี่สิบสี่ชั่วโมง ใจบุญด้วย รักษาคนป่วยอนาถาไม่เคยคิดเงิน รักษาใคร คนนั้นหายเพราะตามติดอาการอย่างกระชั้นชิดไม่ปล่อยปละละเลย แสนดีแบบนี้ คงหาไม่ได้แล้วในโลกล้า หล่อก็หล่อ รวยก็รวย การศึกษาดี โปรไฟล์ดี อิจฉาคุณหนูนาจนตาร้อนผ่าวๆ แล้วพวกแก” เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของสาวๆนรีรัตน์รู้แล้วล่ะว่าภาคิมรู้ได้ยังไงว่าเธอเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ก็เขามีสปายสายลับอยู่ทั่วนี่นา อืมนะ... เข้าใจแล้วว่าที่นี่คือถิ่นของเขา และสปายสายลับพวกนั้นก็สาวๆ ที่คลั่งเขานั่นเอง“คนที่นี่รักพี่หมอจังเลยนะคะ”“ทำไมล่ะ” หลังจากประคองภรรยาให้นั่งลงในห้องทำงานเรียบร้อยแล้ว“แหม... พอหนูนาก้าวขามาเหยียบพื้นโรงพยาบาล พี่หมอก็รู้ทันที”“พี่ไม่ได้สั่งอะไรใครเอาไว้นะครับ” เขาบอกเธอด้วยรอยยิ้มอบอุ่น“เนื้อหอมจริงๆ เลย ชักจะกังวลแล้วสิว่าสาวๆ ที่นี่จะอยากดูแลพี่หมอแทนหนูนาขนาดไหน”“ไม่มีใครดูแลพี่ได้ดีกว่าเมียคนนี้อีกแล้วครับ” เขานั่งลงตรงหน้าที่เธอ กุมมือนิ่มเอาไว้อย่างแสนรัก“ปากหวานจริงเชียว ทำไมสาวๆ ถึงหลงพี่หมอนัก เนื้อหอมแบบนี้หนูนาชักกลัวแล้วสิ”“ไม่ไว้ใจพี่เหรอครับ”“ไว้ใ
“โห... พี่หมอ” นรีรัตน์ตาโต “หนูนาคิดว่าพี่หมอจะมาแค่ไม่กี่วันเสียอีก”“เรื่องนั้นพับเก็บไปได้เลย”“พี่หมอไม่เบื่อหนูนาเหรอคะ เราจะฮันนีมูนกันนานขนาดนั้น”“ไม่มีวันเบื่อ กลับไปก็ไม่เบื่อ” เขากระซิบที่ริมหู เรียกเลือดฝาดจากพวงแก้มสาวได้อย่างรวดเร็ว“หนูนาเชื่อแล้วค่ะ” เธอยิ้มกว้างโอบกอดรอบคอหนาของเขาเอาไว้“ถ้าเชื่อแล้ว งั้นก็ยกสะโพกขึ้นมาครับเด็กหื่น”“อ๊าย... ว่าเค้าอีกแล้ว คุณหมอหื่น” เธอหัวเราะคิกยกสะโพกให้เขาสอดรักลงมาเป็นจังหวะหนักหน่วง ริมฝีปากอิ่มเผยอครางทุกครั้งที่หลอมรวมเรือนกายเข้าหากัน ลมทะเลพัดเย็นสบาย พร้อมๆ กับลำนำรักที่ดำเนินไปด้วยกลิ่นไอรักไอสวาทของสองสามีภรรยาร่างกายที่แนบชิดสนิทเสน่หา อาบไล้ไปด้วยหยาดเหงื่อโซมกาย คุณหมอหนุ่มจูบซับไปตามเรือนร่างเปลือยเปล่าของภรรยา เขาจับเธอให้ลุกขึ้นนั่งประจันหน้าบนตักแล้วขยับอย่างต่อเนื่อง“ดีที่เป็นหาดส่วนตัวนะคะ” เธอซุกหน้าที่อกของเขา ขยับกายสอดประสานกับเขาเป็นจังหวะหนักหน่วงล้ำลึก พร้อมๆ กับการครางไปด้วยความเสียวซ่าน“ไม่มีใครเห็นครับ พี่ไม่พาเราไปทำอะไรในที่สาธารณหรอก ยกเว้น...” เขาละคำพูดเอาไว้ ก่อนจะหอมแก้ม และกุมมือเธอมาวางที
ใช่... วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์ แต่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าพี่หมอสุดหล่อของเธอจะทำอะไรแบบนี้เป็นด้วย โรแมนติกที่สุด เธออยากมีโมเม้นต์แบบนี้มานานแล้ว“แฮปปี้วันวาเลนไทน์ครับหนูนา” เขาจูงเธอไปที่จานใบโตระยิบระยับเหมือนเพชร บรรจุช็อกโกแลตเอาไว้มากมายเป็นรูปพีระมิด“ลองชิมสิ พี่สั่งให้เขาทำพิเศษเลยนะ” เขาชี้ชวนให้เธอหยิบช็อกโกแลตด้านบนสุดที่ห่ออย่างดีสีทองเป็นรูปทรงหัวใจขนาดเล็ก“ขอบคุณนะคะพี่หมอ หนูนารักพี่หมอที่สุดในโลกเลยค่ะ” เธอโอบกอดและหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตรูปหัวใจที่ห่อด้วยกระดาษสีทองแกะออกเพื่อจะชิม แต่...“พี่หมอ... นี่มัน” ภายในบรรจุกล่องแหวนแทนที่จะเป็นกล่องช็อกโกแลต“แกะดูสิ” เขากระซิบบอก โอบกอดเธอเอาไว้“พี่หมอ...” เด็กสาวหัวใจพองโตคับอกเมื่อเห็นแหวนเพชรที่บรรจุอยู่ภายใน“แต่งงานกับพี่นะครับหนูนา พี่สัญญาว่าจะรักและดูแลเธอให้ดีที่สุด ตราบเท่าลมหายใจของพี่” เขาคุกเข่าลงตรงหน้า ขอเธอแต่งงานด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“พี่หมอ... หนูนาจะแต่งงานกับพี่ค่ะ” เธอรับคำเสียงหวาน ให้เขาสวมแหวนให้ที่นิ้วนางข้างซ้าย“เย้!” เสียงไชโยและพลุสายรุ้งรอบกายทำให้เด็กสาวเหมือนล่องลอยอยู่ในดินแดนสวร
“น้องหนูนาว่าอะไรคะ” ฟ้าใสถามซ้ำ เธอรับรู้ว่าคนตรงหน้าดูไม่พอใจ“เปล่าค่ะ หนูนาขอออกไปเดินเล่นหน่อยนะคะ ของพวกนี้ฝากเอาไว้ก่อนได้ไหมคะ” อยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ด้านนอก เพราะจะได้ขบคิดอะไรหลายอย่าง“ได้สิคะ ไปเดินสูดอากาศก็ดีเหมือนกัน เห็นว่าฝันร้าย เผื่อจะสบายใจขึ้น” ฟ้าใสบอกยิ้มๆ“ค่ะ” นรีรัตน์เดินออกมาจากห้องของฟ้าใส ก่อนจะปะทะเข้ากับหนุ่มหล่อนักศึกษาแพทย์ที่เดินมาขวางเธอเอาไว้“น้องหนูนาครับ แฮปปี้วาเลนไทน์นะครับ” เขาคุกเข่าลงแล้วยื่นดอกกุหลาบให้เธอ ในจังหวะที่ภาคิมเดินมาเห็นพอดี คุณหมอหนุ่มถึงกับกำดอกกุหลาบในมือแน่น รู้สึกหึงหวงเหลือกำลัง อุตส่าห์เดินตามหา ที่แท้ก็มาพลอดรักกับลูกศิษย์ของเขาอยู่นี่เอง“ตายแล้วหมอคิม ให้นิ่มเหรอคะ ขอบคุณค่ะ” เสียงของพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวลดังขึ้น ก่อนจะถือวิสาสะดึงดอกกุหลาบสีแดงในมือของคุณหมอหนุ่มไปถือเอาไว้ เป็นจังหวะเดียวกับที่นรีรัตน์หันมาพอดี เธอเห็นภาคิมให้กุหลาบกับพยาบาลสาว เธอเลยประชดหันไปรับกุหลาบจากนักศึกษาแพทย์ปีสุดท้ายด้วยเช่นกัน“ขอบคุณค่ะ สวยมากค่ะ” เธอรับมาถือเอาไว้ ก่อนจะก้มลงจุ๊บเบาๆ อย่างน่ารัก เหมือนว่าชอบเสียนักหนา“คุณนิ่มชอบก็เอ
นรีรัตน์หนีไม่ทันเมื่อเจอกับพยาบาลสาวอย่างนิ่มนวล “น้องหนูนาคนสวย อยู่ที่นี่นั่นเอง เอ๊ะ! นี่อะไรของใครคะ” มองในมือของเด็กสาวอย่างจับผิด“ของสาวๆ ในโรงพยาบาลที่ฝากให้พี่หมอน่ะค่ะ” บอกอย่างไม่คิดปิดบัง ปล่อยให้พวกนางทั้งหลายสกัดดาวรุ่งกันเอาเอง แล้วเธอก็คอยหัวเราะ“ว้าย! ตายแล้ว หนักแย่เลยนะคะ” แล้วนิ่มนวลก็จัดการเอาดอกกุหลาบพวกนั้นยัดใส่ถังขยะหน้าตาเฉย ก่อนจะเหยียดยิ้มสะใจ“พี่นิ่ม” นรีรัตน์แสร้งทำท่าทีตกอกตกใจ ก่อนจะแอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ นิ่มนวลเป็นคนทำนะ เธอไม่ใช่คนทำเสียหน่อย“คราวนี้ไม่หนักแล้วนะคะ” นิ่มนวลยัดขนมไทย ทั้งทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง เม็ดขนุน และจ่ามงกุฎ รวมถึงขนมที่ขึ้นชื่อว่าทองอีกหลายชนิดใส่ในมือเธอหน้าตาเฉย ก่อนป้าพญายม เอ๊ย! พยาบาลของเธอจะฉีกยิ้มกว้างที่คิดว่าสวยที่สุดในจักรวาลเป็นการตบท้าย“อะไรคะพี่นิ่ม” มองอย่างงุนงง แม้จะชอบทานขนม แต่เธอก็ไม่ค่อยนิยมขนมไทยที่เคลือบไปด้วยไข่และน้ำตาลสูงเช่นนี้หรอกนะ ยกเว้นช็อกโกแลตเอาไว้แค่อย่างเดียว เพราะนั่นคือของโปรด“ขนมวาเลนไทน์ค่ะ” นิ่มนวลตอบอย่าง“ขะ... ขนมวาเลนไทน์ เอ่อ... เหรอคะ” เธออ้าปากค้างกับขนมตรงหน้า หวานขนาดนี้เนี้







