LOGINนนท์ ยืนนิ่งราวกับถูกสาป สายตาของเขาจับจ้องผ่านช่องว่างเล็ก ๆ นั้นอย่างไม่กะพริบ ภาพที่เห็นตรงหน้ามันบีบหัวใจของเขาจนเจ็บปวดไปหมด ความโกรธแค้น ความเสียใจ และความอับอายมันปะปนกันอยู่ในอกจนแทบระเบิด แต่สิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ความตื่นเต้นอย่างรุนแรงที่แล่นปราดไปทั่วร่างของเขา เมียของเขา...กำลังถูกลุงแท้ ๆ ของเขาเอง...เอา! และพลอยก็ดูเหมือนจะเต็มใจเป็นอย่างยิ่ง เสียงครางกระเส่า เสียงซู้ดปาก และเสียงเนื้อกระทบกัน มันดังซัดเข้ามาในโสตประสาทของนนท์ราวกับเสียงฟ้าผ่า เขาเห็นใบหน้าของพลอยที่บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมยามที่ลุงชูเลียช่องทางรักของเธอ เขาเห็นร่างกายของพลอยที่กระตุกเกร็งยามที่เธอถึงจุดสุดยอด เขาเห็นลีลาที่ช่ำชองของลุงชูที่ทำให้เมียของเขาส่งเสียงครางอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกอยากพังประตูเข้าไปฉีกร่างของทั้งคู่ให้เป็นชิ้น ๆ มันถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรง แต่มันกลับถูกกลืนหายไปในความอยากรู้ที่มากกว่า “เกิดอะไรขึ้น? ทำไม? พวกเขาทำกันมานานแค่ไหนแล้ว? และทำไมพลอยถึงดูเต็มใจขนาดนี้?” คำถามเหล่านี้ตีรวนอยู่ในหัวของนนท์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
View Moreในความเงียบสงัดของค่ำคืนที่มีเพียงเสียงพัดลมเครื่องเก่าหมุนวนส่งเสียงดังสม่ำเสมอ แสงไฟสลัวจากถนนด้านนอกลอดผ่านรอยแตกของบานหน้าต่างเข้ามาเพียงน้อยนิด ทาบลงบนร่างของคนสองคนที่นอนกอดกกกันอยู่บนฟูกหลังเดิม นนท์กระชับอ้อมกอดแน่นจนแทบไม่มีช่องว่างให้อากาศไหลผ่าน เขากอดพลอยไว้เหมือนคนกำลังจะจมน้ำที่คว้าขอนไม้สุดท้ายไว้ได้ และเหมือนพยายามจะใช้ร่างกายของตัวเองเป็นกำบัง เพื่อชดเชยช่วงเวลาที่เขาปล่อยให้เธอต้องเผชิญกับความหนาวเหน็บและโดดเดี่ยวเพียงลำพังน้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรากอาบแก้มลงมาอย่างเงียบเชียบ นนท์ไม่ได้สะอื้นไห้เสียงดัง แต่มันคือความเจ็บปวดที่หยั่งรากลึกลงไปในอก ทั้งคู่นอนหันหน้าเข้าหากันสบตากันเนิ่นนานในความมืดสลัว นนท์จ้องมองใบหน้าซูบเซียวของเมียรักราวกับจะบันทึกทุกรอยตำหนิและรอยแผลที่ความทุกข์ได้ทิ้งเอาไว้บนตัวเธอพลอยมองเห็นเงาสะท้อนของความรู้สึกผิดในดวงตาของนนท์ เธอรู้ดีว่าในใจของเขาตอนนี้กำลังถูกความเสียใจกัดกินจนเหวอะหวะ มือเรียวเล็กที่หยาบกร้านขึ้นจากการทำงานหนัก ค่อย ๆ เอื้อมขึ้นมาลูบไล้ที่ใบหน้าของผัวรัก เธอใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาที่ไหลนองแก้มเขาอย่างเบามือที่สุด ราวกับจะช่วยปัดเ
ท่ามกลางกลิ่นน้ำล้างจานที่เจือจางและไอร้อนระอุหลังร้านข้าวขาหมู นนท์ปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใคร เขาประคองใบหน้าซูบซีดที่ดูเล็กลงไปถนัดตาของพลอยไว้ในอุ้งมือที่หยาบกร้านแต่ทว่าอบอุ่นที่สุด นนท์ใช้หัวแม่มือเกลี่ยหยดน้ำตาออกจากพวงแก้มของเมียรักอย่างทะนุถนอม ราวกับกลัวว่าหากเขาลงแรงมากไปเพียงนิด ร่างกายที่ดูเปราะบางเหมือนแก้วร้าวนี้จะแตกสลายคามือ“พี่นนท์... พลอยขอโทษ... พลอยขอโทษจ้ะพี่...”พลอยยังคงพร่ำคำขอโทษออกมาไม่ขาดสาย เสียงของเธอสั่นพร่าและเบาหวิวเหมือนธูปที่กำลังจะมอดดับ แววตาที่จ้องมองนนท์เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ทับถมอยู่เต็มอก“พลอยไม่ต้องขอโทษพี่แล้ว... พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษพลอย พี่มันโง่เอง พี่ไม่รู้เลยว่าพลอยต้องเจออะไรบ้าง” นนท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นระริก ละล่ำละลักบอกความในใจอย่างไม่คิดจะปิดบังความอ่อนแออีกต่อไป “กลับบ้านเราเถอะนะพลอย... กลับไปอยู่ด้วยกันนะ”คำว่า ‘บ้านเรา’ ที่หลุดออกมาจากปากนนท์ เหมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมลงบนใจที่แห้งผากของพลอยมานานนับเดือน“พี่นนท์...”พลอยเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่เบาหวิวเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความตึงเครียดที่สะสมมานาน ความเหน
นนท์ชะงักงัน ร่างกายที่เคยแข็งทื่อราวกับหินผาพลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุม เขาเงยหน้าขึ้นมองอี๊ดด้วยแววตาของคนที่เพิ่งจะตื่นจากฝันร้ายเพื่อมาพบกับความจริงที่ร้ายกาจยิ่งกว่า แววตาคมเข้มคู่นั้นสั่นระริกด้วยความสับสนและหวาดหวั่นในสิ่งที่เขากำลังจะได้ยิน“อี๊ด... อี๊ดหมายความว่ายังไง?” นนท์โพล่งออกมาอย่างร้อนรน น้ำเสียงที่เคยพยายามข่มให้มั่นคงกลับพร่าขาดเป็นห่วง ๆ“ก็หมายความว่า... มันไม่ได้อยากจะทิ้งพี่ไปอยู่กับไอ้พี่พงษ์นั่นหรอก แต่มันจำเป็นต้องไปน่ะสิ!” อี๊ดจ้องตานนท์กลับอย่างไม่ลดละ แววตาของเธอนอกจากความสลดรันทดแล้ว ยังมีความขุ่นเคืองแฝงอยู่ลึก ๆ ที่เห็นนนท์มองข้ามความจริงข้อนี้ไป “อยากรู้ไหมว่าทำไม?”“ทำไม!” นนท์ถามสวนกลับมาทันควัน หัวใจของเขาเต้นระรัวจนเจ็บแปลบในอก“เพราะมันไม่ต้องการให้พี่กับลุงชูต้องตกงาน และต้องเสียชื่อเสียงเพราะมันยังไงล่ะ!” อี๊ดพ่นความจริงออกมาด้วยน้ำเสียงที่เข้มและจริงจัง ราวกับจะตอกย้ำให้มันฝังลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของนนท์ “ไอ้พี่พงษ์มันรู้จักหัวหน้าพี่... อันนี้พี่รู้หรือเปล่า?”นนท์นิ่งอึ้งไปครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ส่ายหน้าช้า ๆ คิ้วหนาขมวดมุ่นจนแทบจะ
ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่ทอแสงอ่อนลง ลมพัดเอื่อยพัดพากลิ่นหอมจาง ๆ ของยอดหญ้าและผิวน้ำในสวนสาธารณะอันกว้างขวาง นนท์ทรุดกายลงนั่งเอนหลังพิงโคนต้นไม้ใหญ่ต้นเดิมที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอย่างอาทร เขาจ้องมองไปยังผืนน้ำนิ่งสงบที่มีจักรยานน้ำรูปหงส์สีขาวสะอาดตาหลายลำกำลังลอยล่องอยู่ไกล ๆสายตาของเขาจับจ้องไปที่คู่รักหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่กำลังปั่นจักรยานน้ำลำนั้นอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะสดใสและเสียงตะโกนหยอกล้อของทั้งคู่ดังก้องมาตามลม มันช่างเป็นภาพที่ทิ่มแทงใจนนท์อย่างรุนแรง เพราะมันช่างเหมือน... เหมือนเขากับพลอยในวันแรก ๆ ที่เคยมาที่นี่ด้วยกันเหลือเกินในหัวของนนท์ ภาพซ้อนทับเริ่มปรากฏขึ้น ราวกับกาลเวลาถูกหมุนย้อนกลับไป เขายังจำวันนั้นได้ดี วันที่เขาและพลอยตกลงใจกันว่าจะลองลงไปเล่นเจ้าหงส์ขาวนั่นเป็นครั้งแรก พลอยในชุดกระโปรงตัวเก่งที่ดูร่าเริงสดใสพยายามจะก้าวลงเรือด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ จนเขาต้องรีบเอื้อมมือไปคว้าข้อมือเล็ก ๆ นั่นไว้แน่น ความอบอุ่นจากฝ่ามือในวันนั้นยังคงติดตรึงอยู่ในความรู้สึกเขาจำได้ถึงเสียงหัวเราะที่พลอยแกล้งปั่นจนเขาตามไม่ทัน จำได้ถึงหยาดเหงื่อที่ซึมตามไรผมของเธอ และแวว





