Se connecter[ถ่ายไว้ทันไหม ดีมาก ส่งมาให้ฉันเลย]
ใบหน้ามุ่ยเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นยิ้มร้ายออกมาเมื่อเห็นรูปถ่ายที่เธอสั่งให้คนถ่ายไว้
เมื่อวานเธอยอมรับว่าไม่พอใจที่ผู้หญิงคนนั้นทำเธอเสียหน้าแถมยังพูดจาเย้ยเธออีก ถ้าได้เห็นว่าผัวตัวเองอุ้มผู้หญิงขึ้นคอนโดฯจะทำหน้ายังไงนะ
ปากหยักยกยิ้มเหมือนกับสะใจก่อนจะหมุนตัวเองล้มลงบนโซฟาแล้วกดส่งรูปผ่านแอบพลิเคชันไปให้เฌอเอมทันที
รถหรูคันที่ภูภัทรใช้ขับอยู่เป็นประจำเคลื่อนเข้ามาจอดยังโรงจอดรถชายหนุ่มก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับฮัมเพลงเดินผ่านเข้าประตูบ้านโดยไม่รู้เลยว่าเมียของตัวเองกำลังถือกระเป๋าเสื้อผ้าเดินลงมาจากชั้นบนโดยที่มีโสภาเดินตามหลังมาห่าง ๆ
“แม่ว่าวันนี้มันดึกแล้ว ค่อยไปพรุ่งนี้ดีกว่าไหม”
หญิงเลยวัยกลางคนเอ่ยบอกลูกสะใภ้ด้วยความเป็นห่วงแต่ก็ได้รับเพียงความเงียบกลับมา หล่อนเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่ ๆ เฌอเอมก็เดินมาบอกว่าจะไปนอนค้างที่บ้านม่านหมอก ถามอะไรไปเธอก็ไม่ยอมบอก
ภูภัทรหยุดฝีเท้าลงเมื่อเงยมองสีหน้าของเฌอเอมที่บอกบุญไม่รับ ”นั่นกระเป๋าอะไร เธอจะไปไหน” เขายังคงทำหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“หนูเอมจะไปค้างที่บ้านม่านหมอกนะสิ แม่ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก เห็นอ่านข้อความในโทรศัพท์แล้วก็ลุกพรวดพลาดขึ้นไปเก็บเอาของเลยไม่รู้ว่ามีใครเป็นอะไรหรือเปล่า” โสภีมีสีหน้าเป็นกังวล
“เขาอยากไปก็ปล่อยให้ไปสิครับ ไม่ได้ไปตายที่ไหนนี่” หมาในปากยังคงออกมาทำงานตามปกติ จนหญิงสาววางกระเป๋าลงแล้วเดินไปประชันหน้ากับชายหนุ่ม
ดวงตาแดงก่ำขอบตาร้อนผ่าว “ถ้าเอมตายพี่ภูคงดีใจมากสินะ”
“เป็นอะไร มาถึงก็หาเรื่องฉันเลย” หัวคิ้วย่นเข้าหากันไม่เข้าใจว่าเธอเป็นอะไรกันแน่ถึงจ้องหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“เป็นคนโง่ไงคะ ที่ถูกผัวสวมเขา อุ้มหญิงชู้ขึ้นคอนโดฯ ถึงได้กลับมาเอาป่านนี้” หญิงสาวพูดผ่านไรฟันออกมาแต่น้ำตาที่กลั้นไว้ก็เอ่อท้วมขอบตาจนหยดผ่านสองแก้ม
“หนูเอม พูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง ตาภู” โสภีเดินไปเขย่าแขนลูกชายตัวเองเพราะไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน
“นั้นสิครับ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าหมายความว่ายังไง” ลิ้นดุนดันกระพุงแก้มเพื่อกดอารมณ์กับสิ่งที่ได้ยิน
“อยากรู้ว่าหมายความว่ายังไงเหรอ ก็ดูนี่ให้เต็มตาค่ะ คนอย่างเอมไม่พูดอะไรลอย ๆ โดยไร้หลักฐานหรอก”
มือสั่นเปิดกระเป๋าหยิบโทรศัพท์เปิดรูปถ่ายนับสิบรูปออกมาโชว์ให้เขาดู ซึ่งมันก็เห็นชัดเจนว่าเป็นใบหน้าของเขากับผู้หญิงที่ชื่อพิมดาว
ตอนแรกหล่อนเลือกที่จะไม่บอกโสภีกับภูผาเรื่องผู้หญิงคนนี้แต่ในเมื่อเขากล้าหักหาญน้ำใจเธอโดยไม่ให้เกียรติ เธอเองก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปิดบังอีกต่อไปเหมือนกัน
“เห็นเต็มสองตาแล้วใช่ไหม” หญิงสาวเม้มปากเพื่อกั้นเสียงสะอื้นแต่คำตอบที่ได้รับกลับมายิ่งทำร้ายแผลใจของเธอมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก
“เห็นแบบนี้แล้ว ก็หย่ากับฉันสิ” แทนที่เขาจะแก้ตัวว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ปากเขาก็ไวเหมือนเดิม
“ต้องการแบบนี้เองสินะ ฝันไปเถอะว่าเอมจะยอมให้พี่ไปสมสู่กันสบายใจ คืนนี้เอมคงทำใจร่วมห้องกับผู้ชายส่ำส่อนไม่ได้ มันน่าขยะแขยง”
หญิงสาวผลักอกเขาเต็มแรงด้วยความโมโหแล้วคว้าเอากระเป๋าเดินออกจากบ้านไปแม้ว่าโสภีจะร้องเรียกตามหลังแต่หญิงสาวก็ไม่ได้หันกลับมามองแม้แต่นิดเดียว
“ตาภู แกต้องอธิบายเรื่องนี้ ผู้หญิงคนนั้นกลับมาตั้งแต่เมื่อไร”
“แม่ อย่าถามผมซ้ำซากได้ไหม ผมปวดหัว” เขาได้แต่สะบัดแขนคนเป็นแม่ออกเพราะคิดไม่ตก ตอนนี้แม่ก็รู้เรื่องที่พิมดาวกลับมาที่ไทยแล้ว อีกไม่ช้าพ่อเขาก็ต้องรู้
ที่ท่านไม่ชอบพิมดาวก็เป็นเพราะหมอดูคนนั้นอีกนั่นแหละที่บอกว่าดวงของพิมดาวเป็นดวงกาลกิณีกับเขา อยู่ด้วยกันหรือคบค้าก็มีแต่ซวย
ทางด้านเฌอเอมเมื่อมาถึงบ้านม่านหมอกก็เห็นประตูรั้วเปิดรอไว้แล้ว โดยมีแม่ครูพรรณียืนชะเง้อคอมองหา
ทันทีที่หล่อนเห็นแม่ครูก็วิ่งเข้าไปหาโผกอดเหมือนต้องการที่พักพิง เธอไม่สามารถอดกลั้นไม่ให้ร้องไห้ได้อีกต่อไป
แม่ครูได้แต่ลูบหลังปลอบโดยที่ไม่ได้เอ่ยถามอะไรเพราะเรื่องทั้งหมดถูกโสภีโทรมาถ่ายทอดให้ฟังหมดแล้ว
“รักเขามากเหรอลูก” เฌอเอมพยักหน้ารับ
หล่อนไม่รู้หรอกว่าคนเราจะรักใครสักคนได้นานแค่ไหน สิบสี่ปีมันถือว่านานไหม ต่อให้เขาทำร้ายจิตใจเธอมากแค่ไหนเธอก็อดทนมาตลอด แต่การที่นอกกายไปนอนกับผู้หญิงอื่น มันไม่มีเมียที่ไหนยอมรับได้หรอก
มีหลายครั้งที่เธออยากจะถอยออกมาเพื่อทำใจแต่มันก็มีปัจจัยหลายด้านที่ทำให้เธอต้องอยู่จุดนี้ต่อไป
“แล้วคุณภูได้อธิบายอะไรไหม”
“ไม่ค่ะ เขาไม่ได้อธิบายอะไร” เฌอเอมผละจากอ้อมกอดแล้วมองหน้าแม่ครู ท่านเห็นแบบนั้นแล้วได้แต่ยิ้มให้บาง ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปเช็ดหยาดน้ำตาที่อาบสองแก้ม
“แล้วทำไมไม่รอให้เขาอธิบายอะไรล่ะ หรืออยากรู้อะไรให้ถามไปเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น การที่ลูกมานั่งครวญครางร้องไห้แบบนี้ คนที่ทุกข์ใจเองก็เป็นหนูนะลูก คนเป็นผัวเมียกันถามกันตรง ๆ ไปเลยจะได้จบ”
“ก็ตอนนั้นเอม โมโหนี่คะ มีอย่างที่ไหนไปอุ้มผู้หญิงอื่นขึ้นคอนโดฯเห็นแค่รูปเลือดก็ขึ้นหน้าแล้ว” หยาดน้ำตาหายไปแล้วเหมือนเธอได้สติกลับมาแต่เสียงสะอื้นยังคงอยู่
“เห็นไหมเพราะเอาอารมณ์เป็นที่ตั้ง ชีวิตคู่ถึงมีแต่ปัญหา แม่ครูว่าลองใจเย็นแล้วค่อยคุยกันใหม่ดีไหม รักเขามากขนาดนี้จะโกรธเขาลงเหรอ”
รอยยิ้มกว้างจนขึ้นรอยตีนกาบนใบหน้าอย่างชัดเจน ทำให้เฌอเอมเผลอยิ้มตาม คำปลอบโยนซึ่งแฝงไปด้วยคำสอนยังคงชโลมจิตใจให้เธอกลับมายิ้มได้และเข้มแข็งได้เหมือนเดิม
เธอไม่รู้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นระหว่างพี่ภูกับพิมดาวจนทำให้เธอเข้าใจผิด ความจริงเธอน่าจะคิดได้ตั้งแต่มีคนส่งรูปมาให้ดูแล้วว่าเขาต้องไม่หวังดีทำให้เธอกับเขาต้องผิดใจกันแต่จะทำยังไงได้ล่ะ เพราะตอนออกมาเธอเล่นใหญ่ไปแล้วจะหายโกธรง่าย ๆ ก็คงไม่ได้อีก
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอจะหายโกรธเขาไหม แต่มันอยู่ที่ว่าเขาจะมาง้อเธอไหม เพราะที่ผ่านมาเธอแทบจะไม่เคยอยู่ในสายตาเขาเลยต่างหาก
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







