Se connecter“วันนี้คุณเอมลงมาช้ากว่าปกตินะคะ” ป้าไหมเอ่ยทักเมื่อเห็นว่าเฌอเอมเดินมาทรุดตัวนั่งบนโต๊ะอาหารด้วยสีหน้าอิดโรย
ภูภัทรซึ่งลงมานั่งทานอาหารก่อนหน้าไม่นานเงยหน้าขึ้นมองเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเหมือนเย้ยหยัน จะไม่ให้ลงมาช้าได้ยังไงก็เมื่อคืนโดนจัดหนักจนแทบไม่ได้นอน
“เมื่อคืนไม่ค่อยได้นอนค่ะ พอดีมีสัมภเวสีคอยกวนตลอดเลย”
หล่อนพูดโดยที่ไม่ได้มองหน้าคนตัวโตตรงหน้าแต่ทว่าเจ้าตัวกลับสำลักโจ๊กจนต้องรีบยกน้ำขึ้นดื่ม
ดวงตาคมตวัดมองเคืองๆ แต่หญิงสาวก็เมินใบหน้าหล่อนั้นเสีย แต่คนที่อมยิ้มพอใจกลับเป็นพ่อแม่สามีเสียมากกว่าแถมยังหันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้กันแบบมีเลศนัย
เจ้าลูกชายตัวดีก็เหลือเกินปากบอกไม่อยากได้น้องแต่การกระทำตรงกันข้ามทุกอย่าง
ขณะที่กำลังนั่งทานอาหารเสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของ ภูภัทรดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาอ่านแล้วยิ้มกว้างออกมา
‘เย็นนี้ไปทานข้าวกันนะคะ พิมจะรอที่ร้านประจำของเรา’
คำว่าร้านประจำของเราสำหรับภูภัทรแล้วเขาจำได้ไม่เคยลืมเพราะเป็นร้านที่พิมดาวชอบกินอาหารไทยรสจัดถึงเครื่อง
ใบหน้าระรื่นของเขาไม่บอกเฌอเอมก็เดาได้ว่าคนที่ส่งข้อความหาเป็นใคร คนเราต้องหน้าด้านขนาดไหนที่รู้อยู่แล้วว่าผู้ชายมีเมียก็ยังจะมาอ่อยผัวชาวบ้าน
“เอมไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวยกผ้าเช็ดปากแล้วขอตัวลุกขึ้นเดินออกไป ภูภัทรมองตามแต่ก็ไม่ได้สนใจเพราะตอนนี้ใจจดจ่ออยู่กับนัดช่วงเย็น
ร้านอาหารหรูย่านแม่น้ำเจ้าพะยาซึ่งเป็นย่านร้านอาหารระดับห้าดาวเกลื่อนกราด แต่มีอยู่ร้านหนึ่งเป็นร้านที่จัดเรียบง่าย ดูสบายตาด้วยสี Earth Tone ให้ความรู้สึกอบอุ่นพร้อมทิวทัศน์มุมกว้างของแม่น้ำเจ้าพะยาที่ระยิบระยับ
“ภูคะ ทางนี้ค่ะ”
พิมดาวยกมือเรียกร่างสูงที่เพิ่งเปิดประตูกระจกเดินเข้ามาและกำลังมองหาว่าตนเองนั่งอยู่ตรงไหน
“รอผมนานไหม พอดีติดประชุมก็เลยมาช้า” เขายิ้มบาง ๆ แล้วย่อลงนั่งแล้วมองเห็นว่าเธอสั่งอาหารมารออยู่แล้ว
“พิม จำได้ด้วยเหรอครับว่าผมชอบกินไก่ต้มน้ำปลา”
“ทำไมจะจำไม่ได้ล่ะคะ เรารู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปีแล้ว” ว่าพลางหันไปพยักหน้าให้เด็กเสิร์ฟเดินมาตักข้าวให้
“เรื่องเมื่อวานผมขอโทษด้วยนะที่ไม่ได้บอกว่าแต่งงานแล้ว”
“ทำไมต้องขอโทษด้วยคะ ก็ในเมื่อคุณแต่งงานเพราะโดนบังคับ”
ปากแดงยกยิ้มเล็กน้อยแล้วตักเนื้อไก่ส่งให้ เขาย่นคิ้วแปลกใจเล็กน้อยที่เธอรู้ว่าเขาแต่งงานเพราะถูกบังคับ
“พิมรู้ได้ยังไงครับ”
“เมื่อวานเย็นพิมบังเอิญเจอกับเพื่อนของคุณค่ะ เขาเลยเล่าให้ฟัง พิมก็เพิ่งนึกหน้าได้ว่าเป็นเด็กคนนั้นที่เคยไปสารภาพรักกับคุณตอนสมัยเรียน”
ชายหนุ่มพยักหน้ายอมรับแม้ว่าเขาไม่ได้มีใจให้กับเฌอเอมแต่ว่าหล่อนก็เป็นเมียเขาทั้งพฤตินัยและนิตินัย
มือเรียวเอื้อมไปกุมมือของภูภัทร “พิมรู้นะคะ ว่าคุณคิดยังไงกับพิมแม้ว่าจังหวะและเวลาของเราไม่ตรงกัน แต่ฉันจะรอคุณค่ะ”
ภูภัทรเกือบเคลิ้มกับคำหวานแต่เสียงเฮของคนในร้านทำให้เขาหลุดจากภวังค์นั้นก่อนจะชักมือกลับแล้วเปลี่ยนเรื่องคุย
การที่ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรพิมดาวยังคงให้ความหวังตัวเองว่าอย่างน้อยภูภัทรก็ไม่เคยลืมตนเองไม่อย่างนั้นคงปฏิเสธไปแล้ว
อาหารมื้อค่ำผ่านไปด้วยความชื่นมื่นจนล่วงเลยถึงเวลากลับบ้านแล้ว แต่พิมดาวก็ยังอ้อยอิ่งยื้อเวลาเพื่ออยู่ต่อแต่ว่ามันก็ไม่เป็นผล
ภูภัทรอาสาไปส่งพิมดาวที่คอนโดฯเพราะเธอบอกว่าไม่ได้เอารถมาซึ่งมันก็เป็นไปตามที่หล่อนตั้งใจเอาไว้ว่าจะให้เขาไปส่งเธอที่ห้องให้ได้
“ภูขึ้นไปกินกาแฟก่อนไหมคะ”
“ไม่ดีกว่าครับ เดี๋ยวคนอื่นจะมองไม่ดี” ชายหนุ่มยังคงให้เกียรติผู้หญิงตรงหน้า
“ค่ะ” หล่อนยิ้มเจื่อน ๆ แล้วหมุนตัวกลับแต่กลับเซเล็กน้อยเหมือนกับว่าโลกมันหมุนจนภูภัทรต้องเข้าไปประคอง
“พิม คุณเป็นอะไร”
“ไม่รู้ค่ะ อยู่ ๆ ก็เวียนหัวขึ้นมา”
“ไหวหรือเปล่า” เขารู้สึกเป็นห่วง “ไหวค่ะ” หล่อนตอบแล้วเขยิบตัวจะเดินแต่ก็เซอีกรอบคราวนี้ชายหนุ่มเปลี่ยนจากประคองเป็นอุ้มแทน
“ถ้าเดินเองมีหวังเป็นลมเป็นแล้งแน่นอน เดี๋ยวผมขึ้นไปส่ง” ใบหน้าหมองพยักหน้ารับแล้วยกมือคล้องคอซบอก
ห้องของพิมดาวอยู่เกือบชั้นบนสุดของคอนโดฯเพียงแค่ใช้ Key Card แตะก็สามารถเปิดประตูเข้าไปอย่างง่ายดาย
ภูภัทรอุ้มร่างหญิงสาวตรงไปยังโซฟาแล้วค่อย ๆ วางร่างเล็กลงแต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อแขนที่คล้องคอเขาไว้ เธอดันไม่ยอมปล่อยมันออก
มือเล็กตรึงคอเขาไว้ส่วนอีกข้างเลื่อนมาจับใบหน้าหล่อแผ่วเบา ดวงตาหวานฉ่ำทอดมอง ปากอวบอิ่มเผยอราวกับเชื้อเชิญแล้วเขยิบหน้าเข้าไปใกล้เพื่อที่จะประทับรอยจูบ
“เออ ถ้าคุณไม่เป็นอะไรแล้วผมขอตัวกลับก่อนนะ” ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นยืน
ก็จริงอยู่ที่เขาปักใจรักผู้หญิงตรงหน้ามานานแต่ตอนนี้เขามีพันธะผูกมัดกับผู้หญิงอีกคนอยู่จะให้นอกกายโดยที่ยังไม่หย่าร้างได้อย่างไร
ชายหนุ่มยอมรับว่าช่วงเวลาเมื่อสักครู่มีใบหน้าหวานของเฌอเอมลอยเข้ามาเตือนสติจึงทำให้เขารู้สึกรับผิดชอบชั่วดีขึ้นมาอยู่บ้าง
“ขอบใจภูมากนะที่พาพิมขึ้นมาส่ง” หญิงสาวลุกขึ้นแล้วยิ้มแก้เก้อที่ถูกปฏิเสธ อันที่จริงเธอก็รู้สึกเสียหน้าและอายอยู่ไม่น้อยเพราะคิดว่าเขามีใจมาตลอดแต่พอเธอตั้งใจอ่อยเขากลับไม่เล่นด้วยเสียอย่างนั้น
เขาพยักหน้ารับก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว พิมดาวได้แต่ยืนนิ่งกำหมัดแน่นแล้วยกโทรศัพท์โทรหาใครบางคน
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







