LOGINมันก็สมควรแล้วโดนแบบนี้เสียบ้าง โดนพ่อกับแม่เขาเอาใจจนเคยตัวเลยแตะต้องไม่ได้ ไม่รู้ว่าใครเป็นลูกในไส้กันแน่ปกป้องกันอย่างกับไข่ในหิน
หลังจากไปจ่ายตลาดกลับมาเจ้าของร่างสูงก็ยังคงนั่งดูทีวีอยู่ที่เดิม แต่สิ่งที่ไม่ได้อยู่ที่เดิมก็คือผ้ากันเปื้อนกับไม่ถูพื้น แถมพื้นยังสะอาดเอี่ยมเหมือนมีคนมาทำแทนให้อีกต่างหาก
เธอก้มหน้าอมยิ้มหอบหิ้วข้าวของเดินไปยังเคาน์เตอร์ห้องครัวเพื่อเตรียมทำกับข้าว
น้ำต้มไก่สีน้ำตาลเข้มหอมกลิ่นน้ำปลาอ่อน ๆ ลอยคละคลุ้งไปทั่วบ้าน เสียงโขลกน้ำจิ้มซีฟู้ดดังสนั่นภูภัทรลุกขึ้นจากโซฟาตรงไปยังเคาน์เตอร์ห้องครัว
“รอแป๊บนะคะ ใกล้เสร็จแล้ว” เฌอเอมหันกลับไปบอกเขาทั้งที่มือยังง่วนอยู่กับการตำน้ำจิ้ม
“อือ” เขาตอบสั้น ๆ แล้วก็เดินเลยไปหยิบจานและก็โถข้าวสวยออกไปวางรอบนโต๊ะอาหาร แถมยังจัดแก้วรินน้ำดื่มไว้รออีกต่างหาก
หญิงสาวถึงกับยืนงง เพราะตั้งแต่รู้จักกับเขามาตั้งแต่เด็กจนโตแทบไม่เคยเห็นเขาหยิบจับอะไรในบ้านช่วยเลย
พายุไม่เข้า ประเทศไทยคงต้องแห้งแล้งทั้งปีแน่นอน
ข้าวพูนจานถูกตักกินพร่องลงเล็กน้อย ใบหน้าหล่อเหลาเงยขึ้นจากจานข้าว หลังจากที่เคี้ยวข้าวในปากจนหมดคำแล้วจึงได้เอ่ยถาม
“ทำไมถึงบอกว่าตัวเองแต่งงานแล้วให้คนอื่นรู้” ฟังจากน้ำเสียงก็พอจับได้ว่าพี่ภูน่าจะหายโกรธแล้วไม่อย่างนั้นน้ำเสียงคงดุดันมากกว่านี้
แต่ว่าทำไมเพิ่งมาถามเหตุผลเอาตอนนี้เล่า
“คือเมื่อวานมีผู้ชายคนหนึ่งเขาลวนลามเอมค่ะ เขาขอเอมเป็นแฟน เอมก็เลย...บอกเขาไปว่าเอมแต่งงานแล้ว” หล่อนเว้นวรรคไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยเล่าต่อ
“ใคร” เขาวางช้อนลงจานข้าวเสียงดังจนคนตัวเล็กถึงกับสะดุ้ง
“มัน...เป็นใคร” ชายหนุ่มเอ่ยถามรอดผ่านไรฟัน
“คุณเทียนค่ะ”
“ไอ้นี้อีกแล้วเหรอ” เขาสบถออกมาเสียงเบาเฌอเอมได้ยินไม่ค่อยถนัดเท่าไร “เมื่อกี้พี่ภูว่าอะไรนะคะ”
“เปล่ากินข้าวต่อเถอะ” เขาเพยิดหน้าให้เธอกินข้าวต่อเพื่อที่จะตัดปัญหาไม่ให้เฌอเอมมาเซ้าซี้ถามเขาต่อ
ครั้งที่แล้วเขาก็ได้ยินข่าวจากทีมงานของบริษัทว่าเธอถูกผู้ชาย คนนั้นเข้ามารุ่มร่ามอยู่บ่อย ๆ แต่ด้วยนิสัยที่ไม่กล้าปฏิเสธของเธอจึงมักทำให้ตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่บ่อยครั้ง
“แล้วทำไมถึงใส่แหวนไปทำงาน ฉันบอกแล้ว...” ยังไม่ทันที่จะพูดจบประโยคเลยเฌอเอมก็ยกมือขึ้นห้ามก่อนจะรีบกลืนน้ำลงคอ
เธอคิดไว้แล้วไม่มีผิดว่าเขาต้องหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาดุเธอ
“เอม ลืมถอดค่ะ เมื่อคืนกะว่าหยิบออกมาใส่เล่น ๆ”
“ที่หยิบขึ้นมาใส่กำลังชื่นชมอยู่กับความสุขจอมปลอมที่ได้แต่งงานกับฉันอยู่หรือไง” น้ำเสียงเย็นเยียบเอ่ยขึ้นโดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าคนที่ฟังจะรู้สึกอย่างไร
เฌอเอมได้แต่นั่งเงียบไม่ได้ตอบอะไรก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ
ภูภัทรยังคงไม่ละสายตาไปจากผู้หญิงตรงหน้าซึ่งเมื่อก่อนอยู่ในสถานะน้องสาวแต่ปัจจุบันเป็นทั้งเมียทางพฤตินัยและนิตินัย
เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีอะไรดีนักหนาผู้หญิงคนนี้ถึงได้รักเขาได้มากมายขนาดนั้นทั้งที่เขาก็ทำไม่ดีไว้ตั้งเยอะแยะ
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกสงสัยในความรักของเฌอเอมที่มีต่อเขาขึ้นมาทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยแม้แต่จะคิดถึงเรื่องนี้เลยสักนิด
มันเป็นเพราะอะไรกันแน่...หรือเพราะความผูกพันที่มีต่อกันมาตั้งแต่เป็นเด็ก
“มีอะไรติดอยู่หน้าเอมเหรอคะ ทำไมพี่ภูเอาแต่จ้องแบบนั้นล่ะ” มือเล็กยกขึ้นแตะไปที่หน้าเผื่อว่าจะมีอะไรติด
“ขี้ตา” เป็นการแก้ตัวที่น่าเกลียดเลยก็ว่าได้ เพราะมันดันสร้างความอายให้เธอนะสิ
หญิงสาวก้มหน้างุดรีบหยิบกระดาษทิชชูเช็ดออกแล้วเงยหน้าค้อนเขาวงใหญ่ แต่คนตรงข้ามกับมีใบหน้าเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้
ไม่รู้ว่าช่วงนี้พี่ภูไปกินอะไรผิดสำแดงมาจากที่ไม่ค่อยพูดกับเธอแต่พักหลังมานี้ดูท่าเขาจะสนใจเรื่องเธอเป็นพิเศษ
พี่ภูกำลังคิดจะทำอะไรอยู่หรือเปล่านะ....
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







