LOGINหลังจากที่เข้าไปอาบน้ำชำระร่างกายเสร็จ ท่อนบนเปื่อยเปล่ามีหยาดน้ำเกาะพรมไปทั่วอกแกร่ง ท่อนร่างพันด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่ปกปิดของสงวนไม่ให้อุจาดตา
ร่างกำยำเดินมาหยุดยืนที่กระจกบานใหญ่เพื่อสำรวจร่างกายตัวเอง ส่วนมือก็ทำหน้าที่เช็ดผมเปียกชุ่มให้แห้งสนิท
เรียวนิ้วยาวสัมผัสโดนเนื้อนูนบริเวณท้ายทอยซึ่งเป็นรอยแผลเป็นขนาดยาวเกือบสองนิ้ว ดวงตากลมจ้องลึกผ่านกระจกใสว่ารอยแผลนี้เขาได้มาอย่างไร แต่นึกเท่าไรตัวเขาก็นึกไม่ออกเสียที
ชายหนุ่มจำได้แค่ว่าแผลนี้ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก แต่จำไม่ได้ว่าเกิดจากอะไร ถามคนเป็นแม่แล้วแต่ท่านก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมบอกสักที
เช้าของวันใหม่ เฌอเอมตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อช่วยป้าไหมเตรียมอาหารเช้า แม้ว่าแม่บ้านประจำบ้านหลังนี้จะสั่งห้ามแต่ด้วยเพราะเธอก็เป็นคนมาอาศัยบ้านหลังนี้เหมือนกันจึงไม่อาจงอมืองอเท้านั่งชี้นิ้วได้ จึงเลือกที่จะช่วยงานบ้านบ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังดี
“วันนี้วันหยุด หนูเอมไม่ได้ไปไหนเหรอ” ภูผาหันแฮมเข้าปากพร้อมกับเอ่ยถามเพราะเห็นว่าวันหยุดทีไรลูกสะใภ้ก็แทบจะไม่ปลีกตัวไปไหน
“จะไปไหนได้ล่ะครับ ก็หนูเอมของคุณพ่อมีเพื่อนซะที่ไหน”
กำลังจะอ้าปากพูดก็มีคนไม่หวังดีตอบคำถามนั้นแทนทั้งที่ตัวเองเพิ่งจะเดินลงมาจากข้างบน ก้นยังไม่หย่อนลงเก้าอี้เสียด้วยซ้ำ
สายตาดูแคลนของภูภัทรที่มองมามันเหมือนกับดูเย้ยหยันแต่ หญิงสาวก็ทำได้แค่เม้มปากเข้าหากันไม่ตอบโต้
ช่วงนี้ไม่รู้ว่าไปถูกมนต์ดำศาสตร์ไหนเข้าร่างมาหรือเปล่าก็ไม่รู้ หล่อนสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มพูดกับเธอบ่อยเหลือเกินทั้งที่แต่ก่อนสามวันก็ไม่พูดกับเธอครั้ง นอกจากวันไหนที่เขาต้องการเรื่องบนเตียงถึงจะยอมอ้าปากพูดกับเธอได้
“นี่แกเป็นอะไรตาภู แม่เห็นจิกกัดน้องเป็นไก่เลย” โสภีเอ็ดลูกชายเพียงคนเดียวแทนลูกสะใภ้ที่ไม่ค่อยมีปากมีเสียง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณแม่ช่วงนี้สงสัยสุนัขในปากพี่ภูเพิ่มขึ้นก็เลยแข่งกันเห่า อีกหน่อยเอมก็คงชิน”
แต่ว่าไม่ใช่สำหรับครั้งนี้เพราะประโยคที่ตอกกลับเล่นเอาภูภัทรถลึงตาใส่คนเป็นเมีย จนภูผาต้องเอ่ยห้ามเพราะไม่อยากให้มื้อเช้าเสียบรรยากาศ
“แผลเป็นที่ท้ายทอย แม่เคยบอกผมว่าเกิดจากอุบัติเหตุ มันเป็นอุบัติเหตุอะไรเหรอครับ” มือที่หันไส้กรอกอยู่ถึงกับหยุดพร้อมกันทั้งโต๊ะอาหาร
ทั้งสามคนหันหน้ามองกันไปมาโดยเฉพาะเฌอเอมที่ถึงกับสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเขาถามเรื่องนี้อีกครั้ง
“เออ ก็อุบัติเหตุทั่วไปนั้นแหละ แม่เองก็จำไม่ได้เหมือนกัน มันก็นานมาแล้ว” คนเป็นแม่บอกปัด สายตาส่ายไปมาเหมือนกับว่าปิดบังอะไรไว้
“แผลใหญ่ขนาดนั้นทำไมผมถึงจำไม่ได้นะ”
สีหน้าของชายหนุ่มยังคงมีความสงสัยเกี่ยวกับแผลเป็นที่ท้ายทอยแต่ก็ถูกขัดจากคนเป็นพ่อให้กินข้าวต่อเขาจึงพยักหน้ารับแล้วก้มลงกินอาหารต่อเงียบ ๆ จนเสร็จ
เฌอเอมลอบมองคนเป็นสามีแล้วได้แต่พ่นลมหายใจออกมา หากวันหนึ่งเขารู้ว่าแผลเป็นได้มายังไงเขาจะยังคิดว่าเธออยากจะจับเขาเพราะเขารวยอยู่อีกหรือเปล่า แต่พูดไปก็เท่านั้นเพราะเหตุการณ์วันนั้นเขาจำมันไม่ได้สักอย่าง
เสียงก๊อกแก๊กของประตูดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดพรวดเข้ามาของภูภัทรทำให้เฌอเอมที่กำลังเปิดหลังหัวไหล่ดูรอยแผลเป็นของตัวเองเหมือนกันรีบปิดคอเสื้อทันที
"เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูคะ”
“ทำไมต้องเคาะ ก็นี่มันห้องฉัน” ภูภัทรว่าพลางเอาหมอนกับผ้าห่มไปวางไว้บนเตียงเหมือนเดิม
“จะห้องใคร มันก็ควรมีมารยาททั้งนั้นแหละ”
หญิงสาวได้แต่บ่นงึมงำแต่หารู้ไม่ว่าเขาได้ยินมันชัดถ้อยชัดคำทั้งประโยค มือที่กำลังจะติดกระดุมถูกกระชากอย่างแรงจนร่างเล็กเซไปซบอกแกร่งตามแรงดึง
“เมื่อกี้พูดอะไร ฉันได้ยินนะ”
“ได้ยิน แล้วจะมาถามอีกทำไม” หญิงสาวทำตาโตใส่เขา ปากเล็กยังคงทำหน้าที่เถียงได้เป็นอย่างดี
“เถียงคำไม่ตกฟาก แล้วแผลเป็นตรงหัวไหล่ไปโดนอะไรมา”
“รู้ได้ยังไงว่าเอมมีแผลตรงไหล่” หญิงสาวย่นคิ้วแต่ก้มหน้าไม่สบตาเพราะรู้ว่าตัวเองโกหกคนไม่ค่อยเก่งหากเขาซักไซ้ขึ้นมาเธอนั่นแหละที่จะจนมุมเสียเอง
“ร่างกายเธอมีส่วนไหนบ้างที่ฉันไม่เคยเห็น” ช่างเป็นประโยคชวนอายจนใบหน้านวลแดงก่ำ
“ทะลึ่ง พูดได้ไม่อายปาก”
“หรือมันไม่จริง” น้ำเสียงห้วนเมื่อครู่หายไปเปลี่ยนเป็นแหบพร่าพัดผ่านใบหูจนขนลุกซู่ตามร่างกาย
“ปล่อยค่ะ เอมหายใจไม่ออก” หญิงสาวขืนตัวออกจากอ้อมกอดเขา
“ไม่ปล่อย เพราะวันนี้เป็นวันหยุด” คิ้วเรียวย่นเข้าหากันแล้วมันเกี่ยวอะไรกับวันหยุด
“ก็วันหยุดฉันไม่ทำงาน ก็ต้องหาอย่างอื่นทำสิ” ดวงตาฉายแววความหื่นออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน
เมื่อก่อนชายหนุ่มยอมรับว่าเป็นคนพูดแล้วไม่คืนคำแต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ก็คงมีเรื่องบนเตียงนี่แหละที่เขากลับคำ
วันนั้นเขาประกาศกร้าวว่าจะไม่แตะต้องผู้หญิงคนนี้เด็ดขาดแต่พอได้ลองสัมผัสแค่ครั้งเดียวกลับกลายเป็นว่าเขาเสพติดเรือนร่างเธอเสียอย่างนั้น
“ไม่เอา วันนี้เอมไม่ให้พี่ภูเอา” ใครอยากจะให้กันเมื่อวานยังทำหน้าหน้าระรื่นไปกับหญิงอื่น วันนี้จะมาขอเอา
“แล้วคิดว่าห้ามได้เหรอ” ชายหนุ่มผลักร่างเล็กลงบนเตียงแล้วเดินไปลงกลอนประตูป้องกันคนมาขัดจังหวะ
เฌอเอมคลานลงจากเตียงแต่ก็ช้ากว่าร่างสูงที่ก้าวแค่สองก้าวก็ถึงตัวเธอแล้ว
“เป็นอะไร ทำไมวันนี้ขัดขืนจัง” ปากถามแต่มือกลับสอดผ่านกางเกงตัวจิ๋วใต้กระโปรง ปลายนิ้วสะกิดตุ่มเนื้อนาสามเหลี่ยมจนร่างเล็กสะดุ้งเฮือก
“มะ ไม่” ใบหน้าสั่นระรัวแต่ปากกลับซูดเพราะสัมผัสเพราะความสะท้าน หล่อนรู้ดีว่าไม่อาจต้านทานตันหาที่เขาสนองได้
“ไม่เอาสดนะ สะ ใส่ถุง” ในเมื่อไม่สามารถห้ามได้ก็ต้องเอ่ยขอทางป้องกันเพราะเธอไม่อยากท้องตอนนี้ ตอนที่เขาตราหน้าว่าเป็นแค่นางบำเรอ มอบความสุขให้เขาแค่บนเตียง
“ไม่ จะเอาสด ไม่ชอบใส่ถุง” คำขอร้องเปล่าประโยชน์เมื่อถูกปฏิเสธเสียงแข็ง บรรยากาศเป็นไปตามที่เขาต้องการทุกอย่างโดยเฉพาะร่างกายเธอที่ตอบสนองเขาทุกครั้งเวลาที่ต้องการ...
‘ประกาศแต่งฟ้าแลบ! รอบสองกับภรรยาคนเก่ากับไฮโซเวทัศ’พาดหัวข่าวหราทุกแพลตฟอร์มและกลายเป็นประเด็นร้อนทุกออนไลน์กับความรักของทั้งคู่ เพราะไม่คิดว่ามันจะมีอยู่จริงและที่สำคัญเจ้าสาวในวันนี้ไม่ใช่ดาราดังหรือผู้หญิงสวยหน้าตาดีรูปร่างสวยเลย เธอเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาแต่มัดหัวใจของชายหนุ่มได้อยู่หมัด“ยินดีด้วยนะ”เสียงแจ้วของกลุ่มก้อนเดิมดังขึ้นนำทีมโดยพี่ท้อปและตามด้วยน้องเล็กของทีมอย่างเจ้าต้น ก่อนหน้านั้นเจอกันแล้วรอบหนึ่งตอนเธอแวะไปแจกซอง พวกเขายังสนุกสนานเฮฮาเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยการแต่งงานครั้งนี้ไม่ได้จัดขึ้นเงียบ ๆ เหมือนเดิมแขกที่เชิญมามีแทบทุกวงการทั้งบันเทิง การเมือง และสายนักข่าว แต่คนที่เจ้าสาวรอมากที่สุดคงหนีไม่พ้นผู้ชายสวมสูทสีครีมกำลังเดินมา“พี่ตุลย์ ขอบคุณนะคะที่มา”“ต้องมาอยู่แล้วน้องสาวคนสวยของพี่แต่งงานทั้งที” กำลังจะยกมือขึ้นยีหัวด้วยความเคยชิน แต่คราวนี้มนลิตาหลบทัน“ฮันแน่ ไม่ได้กินหรอก พี่ยังติดยีหัวเหมือนเดิมเลยนะคะ”“นั่นสิ เป็นสัญชาตญาณของมือมั่ง” ทั้งคู่หัวเราะกันคิกคักจนมองไม่เห็นหัวเจ้าบ่าวที่ยืนอยู่ตรงนั้น“อะแฮม”“อ้าว เจ้าบ่าวยืนอยู่ตรงนี้เหรอ นึกว่ารูปปั้
‘ปัง’เสียงกัมปนาทดังขึ้นสนั่นจนหูอื้อเพราะมันอยู่ใกล้แค่ไม่กี่เมตร ร่างสูงสะดุ้งสุดตัวเขาผลักคนตัวอ้วนไปอีกทางที่คิดว่าน่าจะปลอดภัยความเจ็บแล่นริ้วขึ้นมาตรงหัวไหล่เขาชำเลืองมองเลือดสีแดงสดกำลังไหลซึมผ่านเสื้อยืดสีขาวผืนบาง ก่อนจะทรุดลงกับพื้น“กรี๊ดดดด พี่เวย์ ๆ”มนลิตาแทบคุมสติไม่อยู่รีบถลาตัวเข้าไปประคองเวทัศเอาไว้พร้อมกับตะโกนบอกคนแถวนั้นให้เรียกรถพยาบาล ชายหนุ่มเห็นอาการคนรักสติกระเจิงจึงจับมืออวบที่กำลังสั่นระริกเพราะความตกใจมากุมไว้“มน ใจ...เย็น ๆ นะพี่ไม่เป็นไร”“ไม่เป็นไรได้ยังไง เลือดออกขนาดนี้” น้ำตาร่วงหล่นลงแก้ม ความกลัววิ่งเข้ามาแทนที เธอไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะบาดเจ็บแต่กลัวว่าเขาจะตาย“พี่ยังไหว แผลแค่นี้เอง” เวทัศพยายามปลอบเธอ แต่นั้นยิ่งทำให้เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นจนพูดแทบไม่เป็นภาษา“พี่เวย์ ห้ามเป็นอะไรนะ นี่เป็นคำสั่ง ไหนว่าอยากอยู่กับมนและลูกไง ถ้าเป็นอย่างนี้มนจะอยู่ยังไง”“พี่จะไม่เป็นไร มนอย่าร้องนะ” เขาบีบมือเธอแน่นขึ้น ไม่นานเท่าไรหูก็ได้ยินเสียงไซเรนดังแว่วมาเจ้าหน้าที่ทำงานเคลื่อนย้ายร่างของเวทัศขึ้นบนเตียง มนลิตากระโดดขึ้นไปบนรถอ้างความเป็นภรรยาทันที รถพยาบ
ในที่สุดวันเวลาของการรอคอยก็มาถึงสักที ทั้งหมดเดินทางมาถึงภูเก็ตด้วยเครื่องบิน พอมาถึงคนของเวทัศก็นำรถมารับถึงสนามบิน“คุณท่านรออยู่ที่โรงแรมแล้วครับ” คนขับรถบอกกับเวทัศแล้วเดินไปเปิดประตูรถให้ทุกคนนั่ง รถยนต์เคลื่อนตัวตรงไปโรงแรมทันทีโรงแรมแห่งนี้ตั้งอยู่ริมหาดกะตะบนแนวสันเขาของเกาะบริเวณหน้าโรงแรมเป็นหาดทรายขาวละเอียด มีลักษณะเป็นวงกว้างและมีความโค้ง คลื่นลมสงบ น้ำนิ่งสามารถลงเล่นน้ำได้และที่นี่ยังมีแนวปะการังแปลกตา ยาวไปจนถึงเกาะปู ทำให้เป็นที่ฝึกดำน้ำ และจุดดำน้ำยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสวยงามใต้ทะเล“หูววว พ่อขาทะเล” รถเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าโรงแรมเมทิตาชะเง้อคอขึ้นมองแล้วชี้ออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยความตื่นเต้นตายายหัวเราะให้กับความไร้เดียงสาของหลานแล้วบอกว่าให้รถจากรถก่อนจะได้เห็นชัด ๆ พอก้าวเท้าลงมาคนเป็นย่าก็ยืนรอต้อนรับอยู่แล้วทำให้หนูน้อยลืมน้ำทะเลใสไปเลย“หนูเมย์...”“คุณย่า”ขาสั้นป้อมวิ่งตรงลิ่วไปหาคุณหญิงระย้า แขนเหี่ยวย่นอ้าแขนรับเจ้าตัวเล็กสู่อ้อมกอดแล้วหอมซ้ายหอมขวาเหมือนเคย“คุณย่าขา หนูเมย์ได้นั่งเครื่องบินด้วย บนโน้นมีเมฆ มีนกด้วยค่ะ”เมทิตาเงยหน้าชี้
สองผู้เฒ่านั่งเล่นอยู่ข้างล่างหันมองหน้ากันเชื่อได้เลยไม่นานทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม มองจากดาวอังคารก็รู้ว่าลูกสาวพวกเขานั้นใจอ่อนตั้งนานแล้วตอนนี้แค่วางฟอร์มเท่านั้น“แม่มนขา พ่อเวย์ขา” น้ำเสียงและท่าทางแบบนั้นมนลิตาพอจะเดาออกว่าลูกสาวต้องอยากได้หรืออยากไปที่ไหนสักที่แน่นอน“อ้อนจะเอาอะไรอีกคะ”“หนูเมย์อยากไปทะเล วันนี้เพื่อนหนูเมย์บอกว่าพ่อกับแม่พาไปทะเลหนูเมย์อยากไปบ้าง” เด็กหญิงทำหน้าอ้อน ๆ ใส่แม่ หันไปกระพริบตาปริบๆกับคนเป็นพ่อก่อนจะวิ่งอ้อมโต๊ะไปสวมกอดตากับยายเพื่อเอาใจมนลิตาแพ้ทางเวลาเมทิตามาอ้อนเพื่อขออะไรสักอย่าง แน่นอนว่าเธอไม่ได้ตามใจเสียทุกเรื่องแต่เพราะลูกสาวเธอไม่เคยไปทะเลเลยตั้งแต่เกิดมากำลังจะอ้าปากพูดผู้ชายนั่งข้างก็เป็นฝ่ายเสนอขึ้นมา“ถ้าอย่างนั้นเราไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัวดีไหมครับ ผมจะได้โทรบอกคุณแม่ด้วย”“ดีค่ะ ไปๆ ไปเที่ยวทะเลกัน” เมทิตาตอบรับแทนทุกคนแล้วชูสองแขนขึ้นกระโดดหมุนตัวไปมารอบโต๊ะกินข้าวเสียงหัวเราะและรอยยิ้มของลูกกับมนลิตาทำให้เขามีความสุขมากขึ้นไม่ต้องมานั่งทำหน้าอมทุกข์เหมือนแต่ก่อน“แล้วเราจะไปทะเลที่ไหนล่ะ ประเทศเรามีทะเลตั้งหลายจังหวัด” ตา
ว่ากันว่าคนเราไม่เคยมีใครเป็นพ่อกับแม่มาก่อนทุกคนมาเริ่มต้นนับหนึ่งเมื่อมีลูกคนแรก ต่างลองผิดลองถูกกันมาทั้งนั้นสงสัยมันจะเป็นเรื่องจริง เหมือนกับเขาตอนนี้ที่กำลังฝึกหัดการเป็นพ่อคน คนอื่นโชคดีที่ได้ฝึกเป็นพ่อด้วยการอุ้มลูก เปลี่ยนผ้าอ้อม กล่อมนอน แตกต่างจากเขาตอนนี้ที่กำลังเป็นลูกค้าให้กับช่างแต่งหน้าตัวน้อย“พ่อเวย์สวยที่สุดเลยค่ะ” หนูเมย์ยื่นกระจกให้คนเป็นพ่อดูกับความภาคภูมิใจในการแต่งหน้า เขายิ้มรับให้ลูกแล้วทำท่าตื่นเต้นบนหัวผูกจุกเป็นต้นมะพร้าวสามต้น คิ้วถูกระบายหนาเป็นปลิง เปลือกตาทาด้วยสีฟ้าเข้ม ขนตางอนปัดด้วยมาสคาร่า โหนกแก้มแดงยิ่งกว่าตูดลิง ไฮไลท์ดั้งพุ่งโด่งจนแทบทิ่มตา ตบท้ายด้วยปากสีส้มเข้ากันกับแก้มสุดๆ“เฮ้ออออ” เวทัศพ่นลมหายใจออกมายาว ๆ“ถอนหายใจทำไมคะ ไม่สวยเหรอ” เด็กหญิงย่นคิ้ว เวทัศรีบฉีกยิ้มเอาใจลูกสาวเพียงคนเดียว“สวยค่ะ แต่พ่อว่ารอบหน้าเราลองลดความเข้มของสีตา แก้มลงกว่านี้ดีไหม มันจะต้องสวยมากกว่านี้แน่เลย เววี่คอนเฟิร์มคร๊า!”เวทัศดีดตัวสะดีดสะดิ้งราวกับว่าตัวเองเป็นเป็นสาวประเภทสอง แต่แล้วก็ต้องหุบยิ้มเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นตรงประตูทางเข้าและที่น่าอับอา
ช่วงหลังเลิกงานเขาเอาแต่นั่งทำอาหารเกาหลีแทบทุกวันเพื่อที่อย่างน้อยมันก็บรรเทาความคิดถึงผู้หญิงตรงหน้าได้บ้าง และวันนี้เขาก็ได้มีโอกาสทำให้เธอได้กินแล้ว“กินสิ เดี๋ยวเย็นหมดนะ” ชายหนุ่มเลื่อนจานจาจังมยอนมาให้มนลิตาหลุดออกมาจากภวังค์ใช้ตะเกียบเหล็กคีบเส้นสีดำเข้าปาก ทันทีที่ลิ้นสัมผัสกับน้ำซอสสีดำดวงตากลมประกายวาววับขึ้นมาทันทีมุมปากของเวทัศหยักโค้งขึ้นแทบจะถึงติ่งหู หาเรื่องคุยกับง้อตั้งนานแทบจะไม่ได้ผลแต่พอทำของโปรดไว้ให้เขากลับเห็นความสดใสบนใบหน้าของเธออีกครั้งชายหนุ่มเท้าคางบนเก้าอี้มองหญิงสาวกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อย กว่าจะรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายเฝ้ามองเธอก็กินอาหารไปจนเกือบหมดโดยลืมชวนคนทำกินเสียด้วยซ้ำ“ไม่กินด้วยกันเหรอคะ”“ไม่ล่ะครับ พี่เห็นมนกินได้ก็ดีใจแล้ว”เอื้อมมือไปหยิบทิชชูจากกล่องไปเช็ดมุมปากที่เปื้อนน้ำซอสสีดำให้แผ่วเบา ดวงตาทั้งคู่สบกันครู่หนึ่งจนเป็นฝ่ายมนลิตาได้สติขึ้นมาก่อน เธอเบือนหน้าไปทางอื่นแล้วเช็ดปากด้วยตัวเอง“เรื่องที่เราคุยกันเมื่อคืน...”“มนอยากคุยกับพี่เวย์เรื่องนี้พอดีเลยค่ะ”ยังไม่ทันจะบอกจุดประสงค์จบเลยว่าไม่ต้องรีบเขารอได้ ทว่าหญิงสาวก็เอ่ยตัดบทขึ้นมาเ
“พักเที่ยงแล้ว เอมไม่ไปกินข้าวเหรอ” น้ำขิงเดินมายังโต๊ะทำงานหลังสุดเมื่อยังเห็นว่าเฌอเอมนั่งก้มหน้าก้มตาทำงานอยู่“เอมยังไม่หิวอ่า ขิงไปกินก่อนเลย แต่ว่าวานซื้อนมกับขนมปังมาให้หน่อยได้ไหม” หล่อนยื่นเงินให้ “ได้สิ งั้นขิงไปก่อนนะ” เธอพยักหน้ารับพร้อมกับเอ่ยขอบคุณหญิงสาวมองเพื่อนร่วมงานจนลับสายตาก่อ
ร่างเปื่อยเปล่าของเฌอเอมค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียงนอนขนาดใหญ่เธอพยายามลงน้ำหนักเท้าให้แผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกำยำที่นอนอยู่ด้านข้างรู้สึกตัวตื่น เธอเอื้อมมือไปคว้าชุดคลุมซึ่งตกอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมเพื่อปิดบังร่างกายที่ไร้อาภรณ์หญิงสาวหันไปมองผู้ชายที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วได้แต่เม้มปากเข้าหากัน
เส้นกราฟสีเขียวบนหน้าจอProjectorค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาจนขึ้นมาอยู่บนเส้นปกติเหมือนที่เคยเป็นเมื่อครั้งยังไม่มีดราม่าเกิดขึ้น“ตอนนี้ยอดขายสินค้าที่เราโปรโมตเกินเป้าเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ แถมสินค้างบางตัวของหมดสต๊อกจนผลิตไม่ทัน”รำภาเลื่อนกราฟและยอดขายให้กับเหล่าผู้บริหารและแผนกการตลาดให้ดูผลประกอบก
หลังจากวันนั้นตัวภูภัทรเองจึงไม่มีทางเลือกเพราะตำแหน่งที่บริษัทก็สำคัญแถมพ่อเขายังขู่อีกว่าหากเขาไม่แต่งคนที่จะเดือดร้อนจะเป็นผู้หญิงที่เขารักแทน‘ฉันเกลียดเธอ ต่อให้ตายเธอก็จะไม่มีวันได้ความรักจากฉัน’คำนั้นมันยังคอยย้ำเตือนจิตใจของเฌอเอมอยู่ตลอดเวลาแต่เพราะเธอรักเขาจนหมดหัวใจจึงยอมทนอยู่เพราะเธอไ






![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
