Se connecterยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวเพราะตั้งแต่เกิดมาเขาไม่ค่อยง้อใครสักเท่าไร ยิ่งเป็นผู้หญิงที่ชื่อเฌอเอมแล้วยิ่งไม่เคยง้อเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“จอดข้างหน้าก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเอมเดินเท้าต่อเข้าบริษัทเอง”
เฌอเอมชี้ไปยังป้ายรถเมล์ด้านหน้าซึ่งอยู่ห่างจากบริษัทไม่ไกล เดินต่อไม่ถึงห้านาทีก็ถึง ที่เธอบอกแบบนี้ก็เพราะว่าเขาเป็นคนสั่งเธอเองว่าไม่อยากให้ใครรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเรา ถ้าหากเธอนั่งรถไปกับเขามีหวังต้องมานั่งตอบคำถามพวกนั้นอีก
ภูภัทรอยากแกล้งคนเป็นเมียจึงแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินแล้วหักพวงมาลัยรถเข้าบริษัททันที เฌอเอมตกใจจึงปรับเบาะเอนหลังลง
“พี่ภูทำบ้าอะไรเนี่ย ถ้าใครมาเห็นเข้าเอมจะแก้ตัวยังไง ไหนบอกว่าไม่อยากให้ใครรู้ไงว่ามีเอมเป็นเมีย” เธอหันไปตวาดเขาด้วยความหงุดหงิด หากมีคนรู้เขาก็จะมาโทษเธออีกว่าเอาไปป่าวประกาศ
“กลัวใครเห็น ชั้นจอดรถนี้มีแค่ผู้บริหาร แล้วก็เช้าขนาดนี้ยังไม่มีใครมาทำงานหรอก” เมื่อจอดรถสนิทดีแล้วเขาจึงหันมาตอบเธอ เฌอเอมหันมองไปรอบ ๆ บริเวณก็เห็นว่าเป็นจริงอย่างที่เขาว่า
“เดี๋ยวอย่าเพิ่งลงไป เรามีเรื่องต้องคุยกัน” เขารีบคว้าข้อมือเล็กเอาไว้เมื่อเห็นเธอกำลังจะเปิดประตูรถ
“เรามีเรื่องอะไรต้องคุยกันเหรอคะ ถ้าเป็นเรื่องเมื่อวานมันคงไม่มีอะไรต้องคุยแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าหลักฐานมันชัดอยู่แล้ว หรือว่า...ที่จะคุยเพราะจะมาง้อเอมเหรอคะ” หล่อนเลิกคิ้วขึ้นราวกับว่าเป็นเครื่องหมายคำถาม
“อือ” เขาตอบสั้น ๆ เพราะกลัวเสียฟอร์ม แต่ก็ทำให้หญิงสาวแอบอมยิ้มได้อยู่บ้าง
ความจริงแล้วแม่เขาโทรมาเล่าเรื่องนี้ให้ฟังตั้งแต่เมื่อคืนอีกทั้งคำสอนของแม่ครูพรรณีก็ยังช่วยให้เธอคิดตั้งสติและคิดทบทวนมาแล้วทั้งคืน แต่ที่เธอแกล้งเมินเฉยแค่อยากรู้ว่าเขาจะง้อเธอหรือเปล่า
“เรื่องเมื่อวานเธอเข้าใจผิด ฉันกับพิมดาวไม่ได้มีอะไรกัน อีกอย่างรูปถ่ายพวกนั้นมันก็บอกเวลานี่ รูปแรกที่เข้าห้องกับรูปสุดท้ายที่ออกมาห่างกันไม่ถึงห้านาทีเสียด้วยซ้ำ” เขาอธิบายโดยที่ไม่หันไปสบตาเธอเสียด้วยซ้ำ
“เหรอคะ”
“เธอก็รู้ว่าเวลาแค่นั้นไม่พอสำหรับฉันหรอก” คราวนี้เขาหันกลับมาทำสีหน้ากรุ้มกริ่มจนทำให้ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ
คำพูดของเขาทำไมเธอจะแปลไม่ออกล่ะว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะกิจกรรมเข้าจังหวะที่เขาปฏิบัติต่อเธอแต่ละบทเพลงใช้เวลาร่วมชั่วโมง
"ถ้าไม่เชื่อเธอจะเช็คของดูก็ได้นะ เมื่อวานไม่ได้ใช้งานจริง ๆ” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองเป้ากางเกงตัวเองแต่นั้นมันกลับทำให้ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความเขินอาย
“ทะลึ่ง ใครเขาจะอยากดูกัน” ว่าจบเจ้าตัวก็เปิดประตูวิ่งลงจากรถพร้อมกับเอามือแตะแก้มซึ่งร้อนผ่าว สองมือยกพัดวีเพื่อให้มันคลายความร้อนรุ่มลง
ภูภัทรได้แต่หัวเราะออกมากับท่าทีน่ารักแบบนั้น แต่พอนึกขึ้นได้ก็รีบหุบยิ้มลงทันที ตั้งแต่เมื่อไรกันที่เขาเผลอยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของเฌอเอม
เวลาคล้อยบ่ายแต่ละแผนกต่างทำงานกันอย่างแข่งขันยิ่งอยู่ฝ่ายการตลาดแล้วยิ่งต้องหาไอเดียเพื่อกระตุ้นยอดขายแต่ละสินค้าให้มียอดขายทะลุเป้าตามที่บริษัทกำหนด
“ทุกคน ๆ กลับเข้านั่งประจำที่เร็ว ท่านประธานกำลังเดินมาทางนี้” พี่ไมตรีเงยหน้าจากโต๊ะทำงานเห็นร่างสูงของประธานบริษัทเดินมาทางนี้พอดีจึงรีบลุกตะโกนบอกน้องในทีมตัวเองซึ่งกำลังจับกลุ่มพูดคุยให้กลับไปนั่งทำงานทำตัวเป็นผักชีโรยหน้าให้ก่อน
“คุณภูลงมาตรวจงานเหรอครับ” พี่ไมตรีเดินส่ายก้นเข้าไปหาด้วยท่าทีเจี๋ยมเจี้ยม
“เปล่าครับพอดีผมเอาไอติม รส...รสทุเรียนกับรสถั่วดำมาให้แผนกพวกคุณ” ชายหนุ่มหยุดประโยคไปครู่หนึ่งก่อนจะร้องขึ้นเสียงดังเพราะกลัวว่าคนที่นั่งอยู่หลังสุดไม่ได้ยิน
ไมตรีถึงกับงงเป็นไก่ตาแตกไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตะโกนด้วยทั้งที่ยืนอยู่ใกล้กันแค่นี้เอง
“เออ พอดีว่าคนที่ผมรู้จักเขาชอบกินเวลาอารมณ์ไม่ดีนะครับ ผมเห็นว่าพวกคุณทำงานเครียด ๆ น่าจะอารมณ์ดี” เขายิ้มเล็กน้อย
รอยยิ้มของชายหนุ่มแทบทำให้น้ำขิงลงไปกองกับพื้นไม่คิดว่าเจ้านายจะเป็นห่วงลูกน้องด้วย ทั้งที่จริงแล้วสั่งเลขาฯให้มาทำแทนก็ได้
เฌอเอมลอบอมยิ้มไม่คาดคิดว่าเขาจะจำเรื่องนี้ได้ การที่เขาทำแบบนี้เป็นการง้อเธอทางอ้อมหรือเปล่านะ
“คุณเฌอเอมครับ ผมขอดูแฟ้มแผนการตลาดไส้กรอกไก่เดือนที่แล้วหน่อยได้ไหมครับ”
ภูภัทรเดินเข้ามาหาแล้วแสร้งยิ้ม หญิงสาวได้แต่ทำหน้าเหวเล็กน้อยก่อนจะควานหาแฟ้มเอกสารนั้นมายื่นให้โดยที่ไม่รู้เลยว่าเขาหาเรื่องที่จะคุยกับเธอเพราะส่งข้อความมาก็ไม่อ่านโทรหาก็ไม่ติด
“เย็นนี้กลับบ้านพร้อมกันนะ แม่ฉันยื่นคำขาดมาว่าต้องพาเธอกลับไปบ้านให้ได้ ฉันไม่อยากมีปัญหา” เขากัดฟันพูดเพื่อให้ได้ยินกันสองคนเท่านั้น
“ไม่กลับค่ะ เอมรับปากกับเด็ก ๆ ไว้ว่าจะกลับไปนอนด้วย ไม่อยากผิดสัญญา” ตอนแรกก็หลงเข้าข้างตัวเองว่าเขามาง้อที่ไหนได้กลัวมีปัญหากับแม่นี่เอง
“แล้วเธอจะให้ฉันทำยังไง เธอก็รู้นี่ว่าแม่กับพ่อฉันไม่เหมือนใคร”
“มันก็เรื่องของพี่ภูค่ะ หาทางออกเอาเอง” ว่าจบหญิงสาวก็ทรุดตัวนั่งลงเก้าอี้พร้อมกับยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ
ภูภัทรได้แต่กัดริมฝีปากเพื่อสะกดอารมณ์ไม่พอใจกับการยั่วยุของเฌอเอมก่อนจะขอตัวกลับไปทำงาน
‘ถ้าหนูเอม ไม่กลับมาแกก็ไปนอนกับน้องและพาน้องกลับมาด้วย เพราะพรุ่งนี้เป็นวันเสาร์’
นั่นคือคำสั่งประกาศิตจากปากผู้หญิงที่ให้กำเนิดหลังจากที่เขาโทรไปบอกว่าลูกสะใภ้คนโปรดไม่สามารถกลับไปนอนบ้านได้
แม้ใจไม่อยากจะทำตามที่แม่สั่งแต่เขาก็ไม่เคยขัดพวกท่านได้เลยสักครั้ง และครั้งนี้ก็เหมือนกัน
เมื่อไรเขาจะหลุดพ้นจากผู้หญิงที่ไม่ได้รักสักที.....
~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ
“พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร
เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั
ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป
ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห
รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่







