Home / โรแมนติก / ภรรยารอหย่า / พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส(1)

Share

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส(1)

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเฌอเอมจึงเดินออกมาเปิดประตูอาคารหอพักของเด็กๆ ที่อยู่ในการอุปการะของบ้านม่านหมอก

“พี่ภูมาทำอะไรที่นี่คะ” เธอเองถึงกับยืนงงเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นดวงตาที่จับจ้องมาขุ่นมัว ใบหน้าหงิกงอเหมือนไม่ได้เต็มใจมาที่นี่สักเท่าไร

“เธอไม่กลับไปนอนบ้านคิดเหรอว่าฉันจะได้กลับไป” ไม่ได้แค่พูดแต่ชายหนุ่มเดินแทรกตัวผ่านเข้าไปภายในห้อง หล่อนจึงเข้าใจได้ว่าที่เขายอมมาที่นี่ก็เพราะแม่สามีบังคับให้มา

อาคารหอพักเป็นห้องโถงยาวมีเตียงนอนสองชั้นวางอยู่ติดหน้าต่างทั้งสองฝั่ง มีช่องว่างตรงกลางเว้นว่างสำหรับเอาไว้ใช้เดินเท่านั้น

สองขายาวก้าวฉับฉับเดินเข้ามาภายในแต่แล้วก็ต้องชะงักลงเมื่อมีสายตานับสิบสิบคู่จ้องแป๋วมาที่เขา

“เออ คือ...หวัดดี” ชายหนุ่มทำตัวไม่ถูกได้แต่ยกมือขึ้นทักทายด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ

“อย่าบอกนะคะ ว่าพี่ภูจะมานอนที่นี่”

“อือ”

“ไม่ได้นะคะ เตียงนอนแคบนิดเดียวพี่ภูจะนอนยังไง อีกอย่างเด็กๆก็อยู่กันเยอะแยะ” เธอยังยืนกรานที่จะให้เขากลับไปแต่เหตุผลแค่นั้นเหรอที่จะห้ามผู้ชายอย่างภูภัทรได้ นอกจากคำสั่งของแม่

“แล้วจะให้ฉันนอนไหน กลับไปนอนบ้านก็ไม่ได้ แล้วก็ไม่ต้องห่วง หรอกว่า คืนนี้จะทำอะไร เพราะเธอเสียงดังเดี๋ยวน้องเขาตื่น”

“พี่ภู พูดจาน่าเกลียด” หญิงสาวเดินเข้าไปตีแขนเขาด้วยความเขินอาย แต่กับเด็ก ๆ แล้วกับหัวเราะด้วยความขบขันมากกว่า

“แน่ใจนะคะ ว่านอนได้” ภูภัทรมองไปยังเตียงชั้นล่างกว้างแค่ เมตรกว่าๆ ซึ่งเขาต้องนอนมันกับผู้หญิงตัวเล็กด้านข้าง ส่วนเตียงชั้นบนก็เป็นเด็กน้อยอายุยังไม่ถึงสิบขวบนอนอยู่

“อือ ได้สิ” ตอบเสร็จเจ้าตัวก็ล้มตัวลงนอน

“ลงมานอนนี่สิ” ภูภัทรตบไปยังไปที่ว่างด้านข้าง หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ช้ากว่ามือหนาที่เอื้อมไปดึงร่างเล็กลงมานอนด้วยพร้อมกับตวัดวงแขนกอดไว้บนอก ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่น

...แบบนี้สิถึงจะได้นอนหลับสบายตาสักหน่อย

รุ่งอรุณของเช้าวันจันทร์ที่แสนจะวุ่นวายร่างสูงของภูภัทรกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงมาจากบันไดบ้านทั้งที่ผมยังไม่ได้เซตและกระดุมเสื้อยังติดไม่ครบทุกเม็ดเสียด้วยซ้ำ

ความเร่งรีบทำให้ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียด้วยซ้ำว่าทุกคนในบ้านกำลังนั่งรอทานมื้อเช้าอยู่

“ตาภู จะรีบไปไหนไม่กินข้าวก่อนเหรอ” เสียงโสภีตะโกนตามหลังพร้อมกับเดินตามหลังออกมา

“ไม่อ่าแม่ ที่บริษัทมีปัญหา บอกลูกสะใภ้คนโปรดของแม่รีบตามไปด้วยล่ะ” ว่าจบประตูรถหรูก็ปิดลงพร้อมกับเหยียบคันเร่งออกไป

“ตาลูกคนนี้นี่ แทนที่จะเอาน้องไปด้วย” โสภีบ่นอุบให้กับลูกชายเพียงคนเดียวของบ้านเพราะมักทำอะไรไม่ได้ดั่งใจเธอสักอย่าง

“เมื่อกี้เหมือนเอมได้ยินว่าบริษัทมีปัญหาเหรอคะ” หันหลังจะเดินกลับไปยังห้องทานอาหารก็เห็นเฌอเอมเดินออกมาด้วยสีหน้าปนสงสัย

“แม่ก็ไม่รู้หรอกว่าปัญหาอะไร แต่ตาภูสั่งว่าให้หนูเอมรีบตามไปที่บริษัท”

“ค่ะ” หล่อนพยักหน้ารับแล้วก็กระชับกระเป๋าสะพายในมือก้าวเท้าจะเดินไปเรียกรถ “อ้าว จะไปเลยเหรอ ไม่กินข้าวเช้าก่อนเหรอ”

“เออ เอมทานขนมปังรองท้องแล้ว คุณแม่กับคุณพ่อทานกันเลยค่ะ เอมเตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว เห็นพี่ภูสั่งไว้แบบนั้นน่าจะเป็นเรื่องใหญ่”

โสภีพยักหน้ารับแล้วได้แต่ถอนหายใจเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เห็นมาตั้งแต่เด็กและรักเหมือนลูกสาวคนหนึ่งก็ทำให้เธอรู้สึกสงสารไม่ได้

ไม่รู้ว่าเธอคิดถูกหรือเปล่าที่เชื่อหมอดูว่าเฌอเอมคือเนื้อคู่กับลูกชายตนเอง เพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก แต่งงานกันมาก็ปีกว่าไม่เห็นว่า ภูภัทรจะแสดงออกว่ามีใจให้กับหญิงสาวเลยสักนิด

เสียงแจ้งเตือนข้อความจากไลน์กรุ๊ปดังขึ้นถี่จนเฌอเอมต้องล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเพื่อควานหาโทรศัพท์ทั้งที่มืออีกข้างยังโหนห่วงรถไฟฟ้า

‘มีดราม่าในทวิต แฟนคลับนักร้องเกาหลีตั้งแฮทแท็กแบนสินค้าจากบริษัทเรา’

ข้อความจากพี่ไมตรีถูกส่งเข้ามาในกลุ่มพร้อมกับแนบภาพซึ่ง แค๊บจากทวิตเตอร์มาให้อ่าน

หญิงสาวถึงกับปวดหัวรอเมื่อรู้ถึงสาเหตุที่พี่ภูรีบออกจากบ้านมาตั้งแต่เช้า

ติ่งเกาหลี!

คำนี้ขึ้นชื่อเรื่องปกป้องศิลปินที่ตัวเองรักมากยิ่งกว่าอะไร แต่พนักงานบริษัทกลับไปทวิตด่าคนไทยซึ่งเป็นไอดอลวงเกาหลีชื่อดังระดับโลก

เฌอเอมหรี่ตามองรูปศิลปินคนนั้นให้ชัดอีกครั้ง “PJ” เธอไม่แปลกใจเลยสักนิดหากเป็นคนนี้ที่มักจะเจอดราม่าแอนตี้จากแฟนคลับที่ไม่ชอบ

เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านักร้องคนนั้นทำอะไรผิดนักหนาถึงมีคนเกลียดชังได้ขนาดนั้นทั้งที่เขาต้องไปเป็นเด็กฝึกตั้งแต่อายุยังน้อยกว่าจะฝ่าฟันคำดูถูกมายืนอยู่จุดนี้ได้ต้องผ่านการร้องไห้มาไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง

“หุ้นบริษัทตกลงเกือบยี่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีแนวโน้มว่าจะลดลงเรื่อย ๆ ด้วยค่ะ” รำภาเปิดหน้าจอโปรเทคเจอร์ให้ดูเส้นกราฟสีแดงที่ค่อยๆดิ่งลง

เรียวคิ้วเข้มบนใบหนาขาวย่นเข้าหากันดวงตาหม่นจ้องไปยังหน้าจอเพื่อครุ่นคิดว่าจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร

“พนักงานคนนั้นล่ะ” เขาเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเรียบนิ่ง

“ตอนนี้เราให้เขาออกจากงานแล้ว” ภูภัทรพยักหน้าให้แต่ผู้บริหารเริ่มยิงคำถามมาที่ประธานบริษัทว่าจะทำอย่างไรกับปัญหานี้

เสียงเซ็งแซ่โต้กันไปมาระหว่างสองฝ่ายเพราะกลัวตัวเองเสียผลประโยชน์ ฝ่ายหนึ่งก็ปกป้อง อีกฝ่ายก็กดดัน

ปัง!!

เสียงตบโต๊ะจากหัวโต๊ะดังขึ้นอย่างแรงทุกอย่างในห้องเงียบลงและหยุดเคลื่อนไหว สีหน้าเคร่งเครียดตวัดสายตามอง

บรรยากาศในห้องอึมครึ้มขึ้นมาทันทีทุกคนต่างก้มหน้าหลบสายตาเพราะรัศมีความน่ากลัวกำลังกระจายไปทั้งห้อง สีหน้าแบบนั้นของประธานบริษัทไม่ค่อยได้เห็นบ่อยมากนักแต่อย่าให้เกิดขึ้นบ่อยเพราะคำว่าปราณีมักใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชายที่ชื่อภูภัทร

“ผมจะจัดการเรื่องนี้เอง รบกวนคุณรำภาเรียกแผนกการตลาดทุกทีมมาประชุมกับผมตอนนี้เลย ส่วนพวกคุณเชิญกลับไปก่อน”

ภูภัทรผายมือเชิญเหล่าผู้บริหารซึ่งมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อตัวเองให้ออกไปจากห้องประชุม

ทุกคนต่างไม่พอใจกับการกระทำของเขาแต่ก็ไม่มีใครกล้าโต้แย้งเพราะที่ผ่านมาการบริหารงานของภูภัทรก้าวกระโดดจนสามารถส่งสินค้าตีตลาดโลกได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภรรยารอหย่า   ดวงแห่งรัก...(จบ)

    ~ listen to my heart ~“กรี๊ดดดดด”ท่อนสุดท้ายของเพลงจบลงเสียงกรี๊ดก็ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมกับนักร้องชื่อดังของเกาหลียกมือโบกลาแฟนคลับและหนึ่งในนั้นก็คือพีเจ“เราจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องมา” ใบหน้าหล่อกระเง้ากระงอดคนเป็นเมียเพราะตั้งแต่กลับมาแต่งงานกันใหม่เจ้าตัวก็เอาแต่พาลูกมาดูคอนเสิร์ตนักร้องเกาหลีถ้าเป็นวงอื่นเขาจะไม่ว่าสักคำแต่นี้ดันเป็นวงของพีเจคนที่ทำให้เขาต้องคอยตามหึงหวงเมียอยู่ตลอด เพราะผู้ชายด้วยกันย่อมมองกันออกว่ามันยังมีใจให้กับเฌอเอมอยู่“จำเป็นสิคะ ก็เจเขาเป็นเพื่อนรักที่คอยหวังดีกับเอม ถ้าไม่มีเขาพี่ภูคงไม่ตาสว่างหรอกค่ะว่าเอมไม่ได้เป็นฆาตกรที่ขับรถชนคุณพิม”สุดท้ายก็วนกลับเข้ามาเรื่องเดิมและเป็นเรื่องที่เขาต้องยกธงขาวยอมแพ้อยู่ตลอดต่อให้งอนแค่ไหนเขาก็ต้องหายเองคิดแล้วมันน่าน้อยใจชะมัด...“พู่กัน น้าพีเจมาโน้นแล้ว” เฌอเอมสะกิดลูกซึ่งก็พอดีกับที่พีเจหันมาเจอแล้วยกมือขึ้นโบกเพื่อทักทายหนูน้อยวิ่งเข้าไปหาพร้อมกับกระโดดกอด ไม่ต่างจากพีเจหอมแก้มป่องหลานซ้ายขวาจนจะช้ำ“เห็นหน้าน้าเจแล้วลืมพ่อเลยนะ” น้อยใจแม่ไม่พอยังน้อยใจลูกอีกต่างหาก“ไม่ต้องน้อยใจไปหรอกครับ เพราะยังไงผ

  • ภรรยารอหย่า   ยอมรัก...(2)

    “พู่กันฟังแม่นะลูก” หญิงสาวย่อตัวคุกเข่าแล้วจับสองมือเล็กขึ้นมาหนูน้อยจึงตั้งหน้ารอฟังว่าแม่จะพูดว่าอย่างไร“ตอนนี้คุณพ่อไม่สบาย คุณหมอกำลังรักษาอยู่ เดี๋ยวก็ออกมาเพราะฉะนั้นหนูห้ามงอแงเวลาอยู่กับคุณปู่คุณย่า เข้าใจไหมคะ”“เข้าใจค่ะ” ภูริตาคลี่ยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินไปนั่งบนตักของคนเป็นปู่[ถ้าพี่ภูอยากได้ความรักจากเอมเหมือนเดิม เอาชีวิตมาแลกสิคะ]อยู่ ๆ ประโยคนั้นที่เธอพูดกับพี่ภูก็ลอยเข้ามาในความคิด ที่พูดไปเธอไม่ได้หมายความอย่างนั้นจริงๆ สักหน่อย จากกันเป็นมันยังไม่รู้สึกเจ็บปวดเท่ากับจากตายเลยนั่งรออยู่ไม่นานประตูหน้าห้องก็เปิดออกพร้อมกับหมอเลยวัยกลางคนและพยาบาลเดินออกมาด้วยสีหน้าเศร้าหมองของเขาทำเอาเฌอเอมใจคอไม่ดีเลยสักนิด“หมอเสียใจด้วยนะครับ เราทำเต็มที่แล้วที่จะช่วยชีวิตคนไข้”มันช่างเป็นประโยคที่ทรมานหัวใจของเธอและครอบครัวยิ่งนักเรี่ยวแรงที่มีหายไปจนหมด ร่างเล็กถึงกับทรุดลงกับพื้นจนพยาบาลต้องรีบประคองไม่ต่างกับโสภีที่ถึงกับเป็นลมล้มพับลงไปภูผาแทบจะรับเอาร่างคนเป็นเมียไม่ทัน“ไม่จริง เขาต้องไม่ตายสิคะ เขายังอยู่กับลูกได้ไม่เท่าไรเลยนะคะ”แขนยาวเขย่าตัวคุณหมอร้องไห้ฟูมฟายออกมาร

  • ภรรยารอหย่า   ยอมรัก...(1)

    เกือบหกเดือนแล้วที่ภูภัทรยังคงใช้ชีวิตอยู่ที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อคอยตามง้อเมีย และมันก็เป็นอย่างที่แม่เขาพูดเอาไว้ไม่มีผิดว่าเฌอเอมเป็นคนใจแข็งมากหากตัดสินใจอะไรไปแล้วแทบจะไม่มีวันเปลี่ยนใจเลยสักนิดงานที่บริษัทก็ยุ่งจนเขาต้องให้รำภาเทียวบินไปบินมาอยู่ตลอด หากงานไหนสำคัญจริง ๆ เขาถึงต้องเดินทางไปด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าภูภัทรไม่สามารถพาลูกกับเมียกลับไปได้สองปู่ย่าจึงต้องเดินทางมาถึงที่นี่ด้วยตัวเองคราแรกที่โสภีเห็นหน้าหนูน้อยที่นั่งติดแม่แล้วเหลือบมองมาเป็นระยะ มันก็ทำให้หญิงแก่กระชุ่มหัวใจเหลือเกินถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็แทบจะโคลนนิ่งลูกชายหล่อนมาแทบทุกกระเบียดนิ้ว“พู่กัน สวัสดีคุณปู่ คุณย่าสิลูก”“คุณปู่ คุณย่าคืออะไรคะ” หนูน้อยเงยหน้าถามด้วยเพราะไม่เข้าใจจนทำให้คนแก่ทั้งสองพลอยอมยิ้มไปด้วย“คุณปู่ คุณย่า ก็คือ พ่อและแม่ ของพ่อพู่กันยังไงล่ะจ๊ะ”โสภีอธิบายให้หลานได้เข้าใจ “มาให้ปู่กับย่ากอดหน่อยเร็ว” แขนเหี่ยวอ้าแขนรอภูริตาหันเงยมองหน้าเฌอเอมเพื่อขออนุญาตเมื่อเห็นว่าแม่พยักหน้าหนูน้อยก็ค่อย ๆ เดินเข้าไป แล้วก็ถูกทั้งสองท่านหอมแก้มซ้ายขวาจนระบมไปหมด“แล้วตาภูไปไหน ตั้งแต่แม่มาถึงยั

  • ภรรยารอหย่า   เข้าทางลูก...

    ช่วงเย็นหลังจากแพ็คผักหลายชนิดลงถุงเพื่อเตรียมส่งพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดเธอก็รีบตรงไปล้างมือเพราะสายตาเหลือบมองนาฬิกาแล้วก็เห็นว่ามันเลยเวลาเลิกเรียนของลูกมาหลายนาทีแล้ววันนี้หญิงสาวทำอะไรก็สะดวกขึ้นเพราะว่าไม่มีภูภัทรคอยมาตามป่วน ถึงมันจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็ตามที“แม่ขา หนูกลับมาแล้วค่ะ”ยังไม่ทันที่เท้าเล็กจะก้าวขึ้นรถเสียด้วยซ้ำ เสียงแหลมเล็กของภูริตาก็ตะโกนมาแต่ไกลโดยที่มือนั้นถูกจูงโดยภูภัทรเฌอเอมถึงกับนิ่วหน้าไม่พอใจที่ทางโรงเรียนปล่อยให้ลูกเธอมากับคนอื่นโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตเธอก่อน หากคนที่ไปรับลูกเธอเป็นคนไม่ดีแล้วโดนลักพาตัวไปจะทำอย่างไร“คุณมีสิทธิ์อะไรถึงไปรับลูกที่โรงเรียน”“สิทธิ์ของความเป็นพ่อไง” เขายิ้มเจ้าเล่ห์ไม่สะทกสะท้านกับอาการโมโหของร่างเล็กที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาหา“คุณไม่ใช่พ่อของพู่กัน” หญิงสาวลืมตัวว่าไม่ควรพูดอะไรไม่ดีให้กระทบจิตใจของลูกภูภัทรรีบย่อตัวลงแล้วใช้สองมือขึ้นปิดหูภูริตาเอาไว้“ไม่ใช่ได้ยังไง ดีเอ็นเอ อยู่บนหน้าเสียขนาดนั้น อีกอย่างเอมไม่ควรพูดแบบนี้ให้ลูกได้ยิน เกิดลูกเสียใจขึ้นมาจะทำยังไง”หญิงสาวฉุกคิดมันก็จริงอย่างที่เขาพูดเธอไม่ควรมานั่งถกเถียงป

  • ภรรยารอหย่า   ชาวสวนจำเป็น...

    ข่าวลือเรื่องเจ้าของบริษัทCAเป็นสามีเก่าของเฌอเอมกลายเป็นหัวข้อชวนเม้าท์ของกลุ่มหมู่บ้านทันทีแม้จะผ่านมาหลายวันแล้วก็ตามภูภัทรไม่ได้ยอมแพ้อะไรง่ายดายขนาดนั้นในเมื่อตามไปง้อถึงที่บ้านก็โดนปิดประตูบ้านใส่ เขาจึงเหมาโฮมสเตย์ที่นั้นเป็นที่พักเสียเลยในเมื่อลูกเมียไม่กลับไปด้วยแล้วเขาจะกลับได้อย่างไร“พู่กัน เสร็จหรือยังลูก เดี๋ยวจะไปโรงเรียนไม่ทันนะ”เฌอเอมชะเง้อคอจากห้องครัวออกมาเรียกเจ้าตัวเล็กที่ตอนนี้แต่งตัวไปโรงเรียนเองได้แล้ว...เงียบ...เสียงที่เคยเจื้อยแจ้วทุกเช้ากลับเงียบผิดปกติ เฌอเอมรีบปิดเตาแก๊สแล้วเดินตรงไปยังห้องนอนแต่ก็พบเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น“พู่กัน!”เธอรีบวิ่งออกจากห้องนอนลงบันไดบ้านเพื่อที่จะออกไปตามหาลูกก้าวขาพ้นบันไดขั้นสุดท้ายเธอก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความโล่งใจผสมกับความขุ่นเคืองเมื่อเห็นเจ้าตัวเล็กกำลังยืนคุยอยู่กับภูภัทร“คุณลุงเป็นพ่อหนูจริงๆ เหรอคะ” เด็กน้อยเอ่ยถามให้แน่ใจ“จริงครับ พ่อเป็นพ่อของหนูเอง ไม่ต้องเรียกลุงแล้วนะ” มือหนายกขึ้นลูบหัวหนู น้ำตาคลอหัวใจปวดหนึบ ลำคอตีบตันเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เขาได้มีโอกาสได้คุยกับลูกต่อหน้าแบบนี้ทั้งที่ผ่านมาห

  • ภรรยารอหย่า   พบกันอีกครั้ง...(2)

    รถยนต์เคลื่อนเข้ามาจอดยังศาลากลางหมู่บ้านซึ่งมีชาวบ้านมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ความจริงแล้วกำหนดการมันต้องมีช่วงบ่ายแต่ด้วยระยะทางที่ไกล รำภาจึงเลื่อนเวลาเป็นช่วงเย็นเพื่อให้เจ้านายได้มาคุยกับลูกน้องโดยตรงภูภัทรร่วมพูดคุยกับชาวบ้านอย่างสนุกสนานจนนึกขึ้นได้ว่าอยากเจอผู้นำที่จัดการและดูแลการตลาดชาวบ้านเป็นอย่างดีจนเขารู้สึกประทับใจ“ออ คุณเอมกำลังมาครับ เธอไปรับลูกที่โรงเรียน ตาคำปันแกต้องไปมาดูแลทางนี้ เธอเลยไปรับลูกเอง” ชายวัยกลางคนรีบบอก“ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไรนะ” ชื่อนี้มันยังคงวนเวียนผ่านเข้ามาในชีวิตขอแค่ได้ยินชื่อเขาก็หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะแล้ว“ชื่อเอมจ๊ะ ชื่อเต็ม ๆ น่าจะเฌอเอม”ชายหนุ่มเม้มปากเข้าหากันหลับตาลงผ่อนลมหายใจแล้วได้แต่ภาวนาว่าขอให้เป็นเฌอเอมคนรักที่เขาตามหาด้วยเถอะ“นั่นไง มาโน้นแล้ว” ชายเมื่อครู่สะกิดบอกเมื่อเห็นเฌอเอมเดินเข้ามา รำภาซึ่งยืนคุยกับชาวบ้านอยู่อีกฝั่งก็ถึงกับตาค้างไม่คาดคิดว่าคนที่เจ้านายให้ตามหาจะหนีมาไกลถึงที่นี่เฌอเอมถึงกับหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ไม่ไกลเป็นใคร หัวใจดวงน้อยตกไปอยู่แทบเท้า ขอบตาร้อนผ่าวเหมือนจะร้องไห้“พี่ภู...”เนื้อตัวชาจนไม่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status