เข้าสู่ระบบเมื่อพาริชลงบันไดมาถึงชั้นล่าง มารินที่กำลังจัดเตรียมของกินอยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อหันไปเห็นร่างสูงจึงระบายยิ้มสดใสแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีกระตือรือร้น
"มารินเตรียมของกินพร้อมแล้วค่ะ มากินสิคะพี่พาริช" แล้วพาริชก็เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้ากลั้นขำ "คิดยังไงถึงเรียกฉันว่าพี่" "ทีแฟนของพี่ยังเรียกพี่ว่าพี่ได้เลย มารินเป็นภรรยาของพี่ทำไมถึงเรียกไม่ได้ล่ะคะ" "ชอบพูดย้ำจังเลยนะว่าเป็นภรรยาฉัน" "ก็ต้องย้ำสิคะ เพราะมารินกลัวพี่จะลืมว่าเราเป็นสามีภรรยากัน" เธอส่งยิ้มบางๆแล้วเอ่ยออกไป "งั้นพี่ก็นั่งเถอะค่ะ เดี๋ยวมารินตักข้าวให้" ว่าแล้วเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาก็หย่อนตัวนั่ง จากนั้นร่างเล็กก็ตักข้าวใส่จานให้เขาพร้อมกับเอ่ยถามออกไป "ให้มารินนั่งกินข้าวร่วมโต๊ะกับพี่ได้ไหมคะ" ต้องขออนุญาตก่อนเผื่อว่าเขาอยากจะนั่งทานคนเดียว "ก็นั่งสิ" สิ้นเสียงทุ้มบอก ร่างบอบบางก็เดินไปหย่อนสะโพกนั่งฝั่งตรงข้าม จากนั้นทั้งสองก็รับประทานอาหารกันไปอย่างเงียบๆจนกระทั่งทั้งสองทานเสร็จ มารินเก็บจานบนโต๊ะไปไว้ในครัว ก่อนที่ร่างสูงจะเดินออกไปสูบบุหรี่หน้าบ้าน Rrrr! 'ว่าไงเดียร์' 'ป่านนี้แล้วทำไมพี่ถึงยังไม่กลับล่ะคะ' 'คืนนี้พี่กลับมานอนบ้านน่ะ' 'ไหนพี่พาริชบอกว่าจะนอนกับเดียร์ทุกคืนไงคะ แล้วพี่จะกลับบ้านไปทำไม' 'คือ...พี่กลัวว่าคุณย่าจะรู้ ก็เลยต้องกลับบ้านมาก่อน สักสี่ห้าวันพี่ค่อยไปหาเดียร์ใหม่นะ' 'พี่จะอยู่ที่บ้านตั้งห้าวันเลยเหรอคะ' 'ใช่' 'ถ้าพี่ไปอยู่บ้านหลายวันแบบนั้น เดียร์ก็เบื่อแย่สิคะ ก่อนหน้านี้สามเดือนเราก็ไม่ได้เจอกันเลยนะคะ' 'เดียร์อดทนหน่อยนะ อีกไม่เกินสองปีเราจะได้อยู่ด้วยกัน เพราะพี่ได้คุยเรื่องหย่ากับมารินแล้วเมื่อกี้' 'งั้นเดียร์จะอดทนก็แล้วกันนะคะ' 'งั้นแค่นี้นะเดียร์' จากนั้น นิ้วหนาก็กดวางสายแล้วสูบบุหรี่ต่อ อีกด้าน เมื่อมารินออกมาจากห้องครัวเธอก็หาคนตัวสูงจนทั่วบ้าน เมื่อไม่เห็นในบ้านเธอจึงคิดว่าเขาน่าจะออกมาสูบบุหรี่หน้าบ้าน เมื่อคิดได้อย่างนั้นเธอก็เดินมาดูจึงได้ยินเขาคุยโทรศัพท์กับแฟนเรื่องที่จะหย่ากับเธอ มารินที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกหัวใจวูบไหวเมื่อเขาพูดเป็นมั่นเป็นเหมาะกับคนรักว่าจะหย่ากับเธอ หญิงสาวเดินขึ้นชั้นบนไปแล้วจัดการอาบน้ำสวมใส่เสื้อผ้าและเดินมานั่งหน้ากระจก ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับร่างสูงที่เปิดประตูเข้ามาพอดี เธอคิดไปถึงเรื่องที่เขาคุยโทรศัพท์กับคนรักเมือครู่ พลันคำพูดของคุณย่าก็ได้ฉายเข้ามาในหัวทันที 'หนูต้องทำให้พาริชเลิกกับแฟนให้ได้นะ' 'มารินขอถามคุณย่าหน่อยได้ไหมคะ' 'มารินอยากถามอะไรก็ถามมาได้เลย' 'ทำไมคุณย่าถึงต้องให้คุณพาริชเลิกกับแฟนด้วยล่ะคะก็ในเมื่อเขารักกัน' 'ย่าเพิ่งสืบรู้มาว่าแฟนของพาริชมีผู้ชายอื่นด้วย ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีแค่พาริชคนเดียว' 'ถ้าคุณย่ารู้อย่างนั้น แล้วทำไมคุณย่าถึงไม่บอกคุณพาริชไปตรงๆล่ะคะว่าแฟนของเขาคบคนอื่นด้วย' 'ย่าเคยบอกแล้วแต่พาริชก็ไม่เชื่อ เขาหาว่าย่ามีอคติกับแฟนของเขาก็เลยพูดใส่ร้ายแฟนของเขา' 'อ๋อค่ะ' 'เพราะฉะนั้นมีวิธีเดียวที่จะทำให้พาริชเลิกกับผู้หญิงคนนั้นได้ก็คือต้องให้หนูจดทะเบียนกับพาริชแล้วไปอยู่ด้วยกัน เพื่อไม่ให้พาริชไปหาผู้หญิงคนนั้น หนูต้องช่วยย่านะมาริน' 'ได้ค่ะคุณย่า' มารินละสายตาจากกระจกแล้วเอื้อมไปหยิบหวีมาสางผม พลางคิดในใจว่าเธอจะใช้วิธีไหนได้บ้างนะเพื่อที่จะให้เขาเลิกไปยุ่งกับแฟนที่กำลังนอกใจเขาอยู่ ชายหนุ่มเข้าไปอาบน้ำแล้วออกมาสวมใส่เสื้อผ้าและขึ้นเตียงนอน ก่อนที่มารินจะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปหย่อนสะโพกนั่งบนเตียง ร่างบางทิ้งตัวไปบนที่นอนหนานุ่ม ใบหน้าเรียวสวยหันไปมองร่างสูงที่นอนเอามือก่ายหน้าผากมองเพดานเหมือนกับคิดอะไร มารินที่เห็นอย่างนั้นจึงเอ่ยถามออกไป "พี่พาริชกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่เหรอคะ" "ฉันจำเป็นต้องบอกเธอ?" ใบหน้าหล่อเหลาหันมาทางคนตัวเล็กแล้วกระตุกคิ้วเป็นเชิงถาม "พี่กำลังคิดเรื่องหย่าอยู่ใช่ไหมคะ" "อืม" "พี่ทนอยู่กับมารินไปอีกสักสองปี เดี๋ยวพี่ก็ได้หย่าแล้วค่ะ" "ฉันไม่ทนอยู่กับเธอไปถึงสองปีหรอก สามเดือนที่ฉันต้องอยู่กับเธอก็เบื่อจะแย่อยู่แล้ว" พูดจบ เขาก็หันหน้าออกนอกเตียง เมื่อเป็นอย่างนั้นมารินจึงจำต้องใช้ความใจกล้าแล้วขยับเข้าไปเบียดแผ่นหลังหนาพร้อมแขนเรียวสวมกอดเอวสอบไว้ หมับ "นี่เธอ! ทำอะไรน่ะ" เขารู้สึกตกใจไม่น้อยเมื่อจู่ๆเธอก็มากอดเขา นอนร่วมเตียงกันมาสามเดือน แม้แต่ปลายเล็บเขาก็ไม่อยากจะแตะต้องเธอ "ก็กอดไงคะ" เธอกำลังใช้แผนเข้าใกล้เขา หวังให้เขาหันมาสนใจเธอเพื่อไม่ให้เขาไปหาแฟนตามที่คุณย่าบอก "เอามือของเธอออกไป" เขาพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง "ขอมารินกอดหน่อยนะคะ มารินรู้สึกหนาวค่ะ" "นึกบ้าอะไรถึงได้มากอดฉัน" "มารินอยากกอดพี่มานานแล้วค่ะ แต่ก็ไม่กล้ากอด" "ฉันรู้สึกอึดอัด เอามือออกไป" เขาบอกพร้อมแกะมือเรียวให้ออกจากหน้าท้องของเขา ทว่ามารินก็กอดเขาแน่นกว่าเดิม "ตอนแฟนพี่กอดพี่ไม่อึดอัดเหรอคะ" "แฟนกอดกับคนที่ไม่ใช่แฟนมากอดมันผิดกัน" "พี่พาริชเคยแต่ให้แฟนกอด ต่อไปนี้พี่พาริชก็ต้องลองให้ภรรยากอดบ้างนะคะ พี่จะได้ชิน" "อยากให้ฉันเอามากหรือไงถึงได้มากอดฉันแบบนี้" "มารินไม่ได้คิดไปถึงเรื่องนั้นหรอกค่ะ มารินแค่อยากกอดพี่ค่ะ" "เธอคงยังไม่รู้สินะว่าถ้าผู้หญิงเข้าใกล้ผู้ชายแล้วมันจะอันตราย" "อันตรายยังไงเหรอคะ" ถามแบบไม่ได้คิดอะไร "เธออยากโดนyedหรือไงถึงได้กอดฉันแน่นแบบนั้น ไหนจะนมที่กำลังเบียดหลังของฉันอีก" "..." มารินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ดึงผ้าผ่มมากั้นระหว่างหน้าอกของเธอและแผ่นหลังของเขาเพื่อไม่ให้เบียดกันอย่างที่เขาว่า "ที่เงียบเพราะอยากโดนใช่ไหม" "มะ ไม่อยากโดนค่ะ" เธอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ร่างสูงพลิกมาทางเธอแล้วกระชากผ้าห่มออก ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้าเรียวใสนิ่งพร้อมกับกระตุกยิ้มมุมปาก พลางฝ่ามือหนาเลื่อนไปบีบที่เอวของเธอเบาๆ จากนั้นจึงเลื่อนลงไปบีบสะโพก มารินที่รู้สึกปั่นป่วนจึงจับมือแกร่งไว้แล้วพูดออกไป "เอามือออกเถอะค่ะ" "ทีเธอยังกอดฉันได้เลย พอฉันจะจับบ้างทำไมถึงไม่ให้จับล่ะ" "ทีหลังมารินจะไม่กอดพี่แล้วค่ะ" หมับ "อ๊ะ พี่พาริช" เธอถูกท่อนแขนกำยำกระชากร่างเข้าไปปะทะกับหน้าอกแกร่งของเขา แล้วเขาก็สวมกอดเธอไว้พร้อมกับพูดออกมา "ไหนบอกว่าหนาวไม่ใช่เหรอ ถ้าหนาวมากฉันจะช่วยสงเคราะห์กอดเธอให้หายหนาวก็แล้วกัน" "ตะ แต่ตอนนี้มารินไม่หนาวแล้วค่ะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ร่างเล็กสั่นเทาเมื่อโดนผู้ชายกอดเป็นครั้งแรก "เอาเป็นว่าตอนอยู่บ้านฉันจะกอดเธอแทนกอดนาเดียร์ก็แล้วกัน" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับลมหายใจอุ่นๆพ่นรดใบหูของเธอจนทำเอาขนกายสาวลุกซู่ แขนหนาของพาริชกระชับกอดร่างเล็กให้แน่นขึ้น มารินจึงจำต้องนอนนิ่งๆอยู่อย่างนั้น จนผ่านไปเกือบสิบนาที ทั้งสองก็เข้าสู่ภวังค์นิทราไปพร้อมกันพาริชกับมารินใช้เวลาอยู่ในร้านคาราโอเกะเป็นเวลาสามชั่วโมง จากนั้นทั้งสองก็พากันออกจากร้านมาจึงเห็นว่าฝนตก พาริชที่เห็นอย่างนั้นจึงหันบอกกับร่างสวยที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"เธอรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาร่มในรถมาให้""ไม่ต้องไปเอาหรอกค่ะ มารินตากฝนไปก็ได้ค่ะ""พี่กลัวเธอไม่สบาย เธอรอพี่ตรงนี้ก่อนนะ""ก็ได้ค่ะ" จากนั้น คนตัวสูงก็สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปเอาร่มในรถแล้วมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ เขากางร่มแล้วกางไปที่คนตัวเล็กพร้อมกับแขนหนาโอบไหล่บาง ก่อนที่จะพากันไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งแล้วปิดประตู ก่อนที่เขาจะเดินกลับมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับมุ่งหน้าไปยังคอนโดของมารินคอนโดมารินเมื่อรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะข้าง"ที่พี่พาเธอมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าให้เธอมาอยู่ที่นี่หรอกนะ แต่พี่จะมาช่วยขนของเธอกลับไปบ้านของเรา ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ากันเถอะ""ค่ะ" ว่าจบทั้งสองก็พากันขึ้นคอนโดไปเมื่อเข้ามาในคอนโดพาริชก็จัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆของมารินใส่กระเป๋า โดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโม
พาริชวางคนตัวเล็กให้ยืนใต้ฝักบัว เขาเปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบฝักบัวมาอาบน้ำให้เธอ จากนั้นจึงกดสบู่เหลวใส่ฝ่ามือมาชะโลมไปทั่วร่างกายขาวเนียน ฝ่ามือหนาถูเนินเนื้อนูนที่บวมและซอกขาเบาๆ จากนั้นจึงยกฝักบัวราดน้ำลงไปบนผิวนุ่มลื่นเพื่อชำระล้างฟองสบู่เมื่อร่างกายของหญิงสาวสะอาดหมดจดแล้ว จากนั้นเขาจึงหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันร่างอรชรแล้วอุ้มออกจากห้องน้ำไป ชายหนุ่มจัดการสวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างบอบบาง เมื่อเสร็จแล้วเสียงหวานจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มปริ่มใจ"มารินคือคนแรกอีกแล้วใช่ไหมคะที่พี่อาบน้ำให้""ใช่ เธอคือคนแรกที่พี่อาบน้ำให้..." เขาตอบพร้อมยกยิ้มบางๆแววตาอบอุ่นแล้วพูดออกไป"งั้นพี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ""ค่ะ" จากนั้นร่างสูงก็เข้าไปน้ำอาบแล้วออกมาแต่งตัว ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาที่ร่างบางนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยออกไป"ไม่ง่วงเหรอ""ยังไม่ง่วงค่ะ มารินอยากอ่านนิยายก่อน" ใบหน้าใสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันมาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม"อ่านพระเอกธงเขียวหรือธงแดงล่ะ" เรียวปากหยักขยับถามพลางจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ"อ่านพระเอกธงแดงค่ะ""ไหนเธอบอกว่าไม่ชอบพระเอกเลวไง""มารินชอบอ่านนิยายที่พระเอกเลวค
เมื่อใบหน้าหล่อเหลาผละจากสองเต้าอวบอั๋นก็เลื่อนขึ้นไปจูบเรียวปากสีหวาน เขางับและดูดดึงกลีบปากบางบนล่างอย่างละเมียดละไมอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็ก ปลายลิ้นร้อนตวัดต้อนลิ้นเล็กไล้ชิมความหวานอยู่นานนับนาที จากนั้นจึงถอนจูบออกมาให้เธอได้กอบโกยอากาศหายใจจมูกโด่งได้รูปพรมจูบพวงแก้มแล้วซุกไซ้ดอมดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นจากซอกคอขาว ริมฝีปากชื้นแนบไปยังต้นคอระหงแล้วขบเม้มเบาๆอยู่ครู่หนึ่ง พาริชผละออกมาจากซอกคอขาวแล้วไล้เลียบนบ่าเล็ก จากนั้นจึงลากลิ้นลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ ปลายลิ้นร้อนเลียวนรอบสะดือจึงสร้างความสยิวให้หญิงสาวจนจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยแรงและเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นลิ้นร้อนโลมเลียลงมาจนถึงเนินสาว ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปแหวกกลีบเนื้อสีสวยพร้อมกับตวัดขึ้นลงในร่องฉ่ำชื้นอย่างช้าๆไปจนถึงปุ่มกระสันที่อยู่ระหว่างสองกลีบแผล่บ แผล่บ"อื้อ อ๊า" ทันทีที่ลิ้นนุ่มๆแตะลงมายังกลีบดอกไม้ของเธอ ความเสียวกระสันก็แล่นปราดไปทั่วร่าง เสียงหวานครางออกมาด้วยความเสียวซ่านพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม สะโพกมนยกขึ้นสูงแล้วขยับเข้าหาปากหนาที่กำลังกระหวัดลิ้นดูดเลียร่องรักของเ
เมื่อพาริชทำปลาทูฉู่ฉี่กับทอดไข่เจียวเสร็จก็ยกไปวางบนโต๊ะกินข้าวด้านนอก จากนั้นจึงเข้าครัวไปยกข้าวสวยกับน้ำดื่มออกมาวางบนโต๊ะมารินหย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้แล้วมองไปยังอาหารที่เขาทำซึ่งมีกลิ่นหอมมากๆจนทำเอาน้ำลายสอ"หอมจังเลยค่ะพี่พาริช แล้วก็ดูน่ากินด้วยค่ะ" มารินเอ่ยปากชมออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พาริชที่เห็นคนตัวเล็กดูชื่นชอบอาหารที่เขาทำและดูท่าทางของเธอที่อยากกินจึงยกยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นว่าเธอชอบ ก่อนจะพูดออกไป"เดี๋ยวพี่ตักข้าวให้นะ" ว่าจบ พาริชก็ตักข้าวใส่จานให้มารินแล้วตักใส่จานของตัวเอง จากนั้นจึงหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ"เดี๋ยวพี่แกะก้างปลาออกให้นะ" ว่าแล้วเขาก็ตักปลามาใส่ในจานของตัวเอง จากนั้นจึงจัดการแกะก้างปลาออกจนหมด ก่อนจะตักเนื้อปลาไปใส่ในจานของเธอ"ขอบคุณมากนะคะที่แกะก้างปลาออกให้" เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้มตามประสาพลางรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาเอาใจใส่เธอ"พี่กลัวว่าเธอจะกินโดนก้างน่ะก็เลยอยากแกะให้" ยิ้มอ่อนๆ"พี่แกะก้างปลาให้แบบนี้ ทำอย่างกับว่ามารินเป็นเด็กอนุบาลอย่างนั้นแหละค่ะ""สำหรับพี่เธอยังเด็กอยู่เลย พี่รู้สึกเหมือนเธออายุสี่ขวบที่ตอนนั้นเธอทำลูกโป่งลอยไปติดบนก
คอนโดมาริน ตอนเย็นรถหรูของพาริชเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน ก่อนที่มารินจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยรอยยิ้มสดใสขี้เล่น"ขอบคุณนะคะคุณแฟนที่มาส่ง" พาริชที่เห็นความสดใสของคนตัวเล็กก็ระบายยิ้มแล้วเอ่ยออกไป"พี่อยากขึ้นไปบนห้องของคุณแฟนจะได้ไหมครับ" ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยพลางยกยิ้มหยอกเย้า"ได้สิคะ"เมื่อได้ยินเสียงหวานตอบ ใบหน้าหล่อเหลาก็ยกยิ้มด้วยสีหน้าระรื่น จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงจากรถแล้วพากันเข้าไปในคอนโดหมับ!ทันทีที่ประตูห้องปิดลง พาริชก็ไม่รอช้าที่จะคว้าร่างสวยสมส่วนเข้ามาสวมกอดไว้ด้วยความคิดถึง ทั้งที่ในห้องทำงานเขาก็กอดเธอ หอมแก้มเธอจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขารู้สึกว่ายังไม่พอฟอดด"อื้อ ตอนอยู่ในห้องทำงานพี่ทั้งกอดทั้งหอมแก้มมารินตั้งครึ่งวันแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ" มารินพูดแล้วย่นคอหลบจมูกโด่งเป็นสันที่คลอเคลียอยู่ที่แก้มของเธอ ในขณะร่างสูงที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลังก็หอมแก้มเธอทั้งซ้ายทั้งขวา ก่อนน้ำเสียงอ่อนโยนปนกระเส่าของพาริชจะเอ่ยที่ข้างหูของเธอ"ก็พี่คิดถึงเธอมากนี่ ตั้งเกือบปีเลยนะที่พี่ไม่ได้กอดเธอ ไม่ได้หอมแก้มนุ่มๆของเธอ ไม่ได้จูบเธอ แล้วก็...ไม
ด้านมารินหลังจากที่มารินหย่ากับพาริช มาวินที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทก็ชวนมารินให้มาเป็นเลขาของเขา ซึ่งเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่มารินมาทำงานเป็นเลขาของมาวินในระยะเวลาสามเดือนให้หลังมานี้มารินมักจะคิดไปถึงพาริชบ่อยๆ เธอจะนึกถึงตอนที่เขาทำดีกับเธอ ส่วนเรื่องที่เขาเคยทำไม่ดีก่อนหน้านั้นเธอก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เธอจะจดจำแต่สิ่งดีๆที่เขาทำดีต่อเธอเท่านั้นในขณะที่มารินนั่งใจลอยคิดไปถึงคนตัวสูงที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาหกเดือนอยู่นั้น ประตูห้องทำงานของรองประธานหนุ่มก็ถูกเปิดออกมา มาวินที่เห็นเพื่อนสาวนั่งเหม่อลอยจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ"นั่งใจลอยคิดถึงสามีเก่าอยู่เหรอ" "อ เอ่อ เปล่าน่ะ" มารินตื่นจากภวังค์แล้วหันไปตอบกลับร่างสูงของมาวินด้วยสายตาเลิ่กลั่ก"ถ้าคิดถึงก็บอกว่าคิดถึงสิ ไม่ต้องปิดบังฉันหรอก""มารินก็แค่เผลอคิดไปน่ะ" เธอเอ่ยพลางระบายยิ้มบางๆ"แต่ฉันว่าสองสามเดือนมานี้เธอเผลอคิดไปถึงเขาบ่อยนะ ฉันเห็นเธอใจลอยทุกวัน""ใช่ ช่วงนี้มารินมักจะคิดไปถึงเขาบ่อยๆ" เธอยอมรับไปตามความรู้สึกจริง ก่อนมาวินจะเอ่ยขึ้น"งั้นก็ออกไปกินข้าวกันเถอะมาริน" ว่าแล้วร่า
ห้องครัวในขณะที่มารินกำลังยืนหั่นผักอยู่นั้น คนตัวสูงก็เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังหมับ"อ๊ะ พี่พาริช!" เธอถึงกับตกใจเป็นอย่างมากจนมีดเกือบบาดมือฟอดดจมูกโด่งสวยฝังไปบนแก้มขาวอมชมพูแล้วเอ่ยออกไป"ทำอะไรอยู่""หั่นผักอยู่ค่ะ พี่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ถ้าเกิดมีดบาดมือมารินแล้วจะทำไง""มีดบ
วันต่อมามารินลืมตาขึ้นมาแล้วหันมองไปด้านข้างจึงเห็นว่าเขายังหลับอยู่ คนตัวเล็กขยับตัวลุกจากที่นอนแล้วก้าวขาลงจากเตียง ทว่าถูกท่อนแขนแกร่งของคนที่เธอคิดว่ายังหลับอยู่เอื้อมมาคว้าเข้าที่แขนของเธอหมับ"พะ พี่พาริช!" หญิงสาวถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อจู่ๆคนที่คิดว่ายังหลับอยู่มาจับที่แขนของเธอแน่น"นอน
บริษัท ตอนเย็นในขณะที่พาริชกำลังจะออกไปจากห้องทำงาน ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาจากร่างบอบบางที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยซึ่งเธอก็คือผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุด"มาทำไม!" เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็ง แววตาดุดัน"พี่บอกว่าจะไม่กลับบ้าน มารินก็เลยมาตามไงคะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้อะไรกับสีหน้
ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ห้องวีไอพี"พี่จะหาทางหย่ากับมารินให้เร็วที่สุด เดียร์รอพี่หน่อยนะ" เมื่อสั่งอาหารเสร็จ พาริชก็หันไปบอกกับนาเดียร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตามุ่งมั่น"เดียร์จะรอค่ะ ว่าแต่...พี่กับภรรยานอนห้องเดียวกันไหมคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอึกอักเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะถาม"พี่จ







