Mag-log inบริษัท ตอนเย็น
ในขณะที่พาริชกำลังจะออกไปจากห้องทำงาน ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาจากร่างบอบบางที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยซึ่งเธอก็คือผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุด "มาทำไม!" เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็ง แววตาดุดัน "พี่บอกว่าจะไม่กลับบ้าน มารินก็เลยมาตามไงคะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้อะไรกับสีหน้าเคร่งขรึมของเขา "แต่ฉันไม่กลับ ถอยไป!" พูดจบ มือหนาก็ผลักร่างเล็กที่ยืนขวางจนเธอเสียหลัก จากนั้นเขาก็เดินไปเข้าลิฟต์ มารินรีบเดินตามเขาไปเข้าลิฟต์ พาริชที่เห็นอีกคนตามรังควานไม่เลิกจึงแสดงสีหน้าเอือมระอาออกมาอย่างชัดเจน ติ๊ง เมื่อประตูลิฟต์เปิด เรียวขายาวก็ก้าวออกไปแล้วสาวเท้าไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล มารินเดินตามหลังร่างสูงไปต้อยๆอย่างไม่ยอมแพ้ พาริชเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้วกดล็อกทันที "พี่พาริชเปิดประตูให้มารินด้วยค่ะ มารินไปด้วย" มารินทั้งดึงทั้งเคาะประตูแต่เขาก็ไม่เปิดให้ เขาลดกระจกลงแล้วพูดออกไป "กลับบ้านไปซะ!" "มารินจะกลับก็ต่อเมื่อพี่พาริชกลับไปกับมารินค่ะ" "วันนี้เธอเกิดบ้าอะไรขึ้นมาวะถึงได้พูดไม่รู้เรื่อง!" เขาตะคอกออกไปด้วยความโมโห "การที่ภรรยามาตามสามีกลับบ้านเรียกว่าบ้าเหรอคะ" "เออ!" "ถ้าวันนี้พี่ไม่กลับบ้าน มารินก็จะตามพี่ไปที่คอนโดด้วย" คุณย่ามอบหมายหน้าที่ให้เธอแล้ว เธอก็ต้องทำให้เต็มที่ ถึงเขาจะโกรธจะเกลียดเธอมากก็ตาม "..." เขาที่เห็นท่าทีเอาจริงเอาจังของเธอก็ถึงกับชะงัก พลางคิดในใจว่าเธออาจจะทำตามที่พูดก็ได้ "ตกลงพี่จะกลับบ้านหรือจะไปที่อื่นคะ" เธอถามออกไปด้วยน้ำเสียงกดดันเมื่อเห็นว่าเขานิ่ง และแล้วเขาก็จำต้องปลดล็อกประตูให้เธอแล้วพูดออกไปด้วยสีหน้าหงุดหงิด "ขึ้นมา" มารินยิ้มร่าแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถด้วยสีหน้าเบิกบานอย่างผู้ชนะ ก่อนที่พาริชจะเหยียบคันเร่งออกรถแบบกระชาก มารินที่ไม่ทันได้ตั้งตัวจึงทำให้หน้าผากปะทะกับคอนโทรลหน้าอย่างจัง ปึก! "อ๊ะ" "หึ สมน้ำหน้า" เขาหันมามองเธอแล้วหัวเราะด้วยความรู้สึกสะใจ "พี่อย่าแกล้งสิ ถ้ามารินหัวแตกจะทำไง" เธอพูดพร้อมกับยกมือลูบหน้าผาก "หัวเธอแข็งจะตายไป ไม่แตกง่ายๆหรอก" หัวแข็งที่ยังจดทะเบียนสมรสกับเขาทั้งที่รู้ว่าเขามีแฟนแล้ว เขาคิดในใจ "พี่พาริชใจร้าย" เธอว่าออกไปด้วยสีหน้าขุ่นเคืองที่เขาจงใจทำให้เธอเจ็บ "ฉันใจดีด้วยเฉพาะกับคนที่ฉันรักเท่านั้นแหละ แต่กับคนที่ฉันเกลียด ฉันไม่ใจดีด้วยหรอก" ว่าจบ ชายหนุ่มก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังบ้านที่เขากับเธออาศัยอยู่ด้วยกันมาสามเดือนแล้ว เมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้าน มารินก็เอ่ยถามร่างสูงที่กำลังจะเดินขึ้นชั้นสอง "พี่พาริชจะกินข้าวไหมคะ มารินทำเตรียมไว้ให้พี่แล้ว" "เธอก็เห็นอยู่แล้วนี่ว่าสามเดือนที่ผ่านมา ฉันไม่เคยกินของที่เธอทำ" "พี่พาริชรังเกียจมารินมากเลยเหรอคะที่ต้องมาจดทะเบียนสมรสกับมาริน" "ใช่ ฉันรังเกียจเธอ ถ้าวันไหนเธอหย่าให้ฉัน นั่นแหละฉันถึงจะหายเกลียดเธอ" เขาพูดออกไปด้วยท่าทีจริงจัง "พี่ก็รู้ว่าคุณย่าไม่ยอมให้เราหย่ากันหรอก" "เราจะอยู่กันแบบนี้ไปสักพัก แล้วเราค่อยไปหย่ากัน พอหย่าเสร็จเราจะเก็บเรื่องหย่าไว้เป็นความลับ ไม่บอกให้คุณย่ารู้" "พี่กะว่ากี่ปีเหรอคะที่เราจะหย่ากัน" เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ แววตาเศร้าหมองเมื่อเขาคิดแต่จะหย่ากับเธอ "อาจจะปีหรือสองปี ไม่เกินนี้" "ถ้าอย่างนั้นในระหว่างที่เราจะหย่ากันพี่ช่วยเกลียดมารินให้น้อยลงได้ไหมคะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยแววตาอ้อนวอน "..." จนทำเอาอีกคนถึงกับชะงักพลางแววตาคมอ่อนแสงลงเมื่อได้ยินคำขอร้องจากน้ำเสียงหวานและแววตาที่อ้อนวอนของคนที่เขาเคยเอ็นดูและช่วยเหลือเธอในยามที่เธอขอความช่วยเหลือ ย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ตอนนั้นพาริชอายุสิบปี และมารินอายุสี่ปี 'พี่พาริชคะ' 'ห้ามเรียกฉันว่าพี่' 'ก็คุณย่าบอกให้มารินเรียกพี่พาริชว่าพี่นี่คะ' 'แต่ฉันไม่อยากให้เธอเรียกฉันว่าพี่ เพราะเธอไม่ใช่น้องฉัน เธอต้องเรียกฉันว่าคุณพาริช' 'ได้ค่ะคุณพาริช' 'แล้วเมื่อกี้เธอเรียกฉันทำไม' 'ลูกโป่งของมารินลอยไปติดอยู่บนกิ่งไม้ คุณพาริชช่วยเอาลงมาให้มารินหน่อยนะคะ' 'อืม' เขารับคำ จากนั้นเขาที่ตัวสูงกว่าเธอหลายสิบเซนติเมตรก็ดึงปลายเชือกลูกโป่งลงมาแล้วยื่นให้เธอ 'ขอบคุณค่ะคุณพาริช' เธอระบายยิ้มสดใสด้วยความดีใจ 'คุณพาริชคะ แขนตุ๊กตาหลุด ช่วยใส่ให้มารินหน่อยค่ะ' 'เล่นยังไงถึงได้หลุดล่ะ' 'มารินดึงแรงไปหน่อยก็เลยหลุดค่ะ' ว่าแล้ว พาริชในวัยสิบสองปีก็จัดการใส่แขนตุ๊กตาแล้วยื่นให้เธอ 'ทีหลังก็อย่าดึงอีกล่ะ ถ้าเธอทำหลุดอีกฉันก็จะไม่ใส่ให้แล้วนะ' 'ขอบคุณค่ะคุณพาริช' "พี่พาริชพอจะทำในสิ่งที่มารินขอได้ไหมคะ" "อืม" "ในระหว่างนี้พี่อย่าไปนอนค้างกับคุณนาเดียร์ได้ไหมคะ" "ฉันกับนาเดียร์เป็นแฟนกันนะ แล้วเธอจะมาห้ามไม่ให้ฉันไปพบกับนาเดียร์ได้ไง" "เอาเป็นว่าพี่ไปพบกับแฟนพี่ได้ แต่ไม่นอนค้างเหมือนคืนนั้นได้ไหมคะ" "ฉันขอคิดดูก่อน" ว่าจบ เขาก็ทำท่าจะก้าวขึ้นบันได แต่คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นเสียก่อน "พี่จะลงมากินข้าวไหมคะ" "กินก็ได้" ว่าแล้วคนตัวสูงก็ขึ้นชั้นบนไป มารินที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับระบายยิ้มด้วยความดีใจที่เขาจะทานอาหารที่เธอทำ สามเดือนที่อยู่ด้วยกัน เธอชวนเขาทานข้าวทุกวัน แต่เขาก็ปฏิเสธทุกครั้งพาริชกับมารินใช้เวลาอยู่ในร้านคาราโอเกะเป็นเวลาสามชั่วโมง จากนั้นทั้งสองก็พากันออกจากร้านมาจึงเห็นว่าฝนตก พาริชที่เห็นอย่างนั้นจึงหันบอกกับร่างสวยที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"เธอรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาร่มในรถมาให้""ไม่ต้องไปเอาหรอกค่ะ มารินตากฝนไปก็ได้ค่ะ""พี่กลัวเธอไม่สบาย เธอรอพี่ตรงนี้ก่อนนะ""ก็ได้ค่ะ" จากนั้น คนตัวสูงก็สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปเอาร่มในรถแล้วมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ เขากางร่มแล้วกางไปที่คนตัวเล็กพร้อมกับแขนหนาโอบไหล่บาง ก่อนที่จะพากันไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งแล้วปิดประตู ก่อนที่เขาจะเดินกลับมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับมุ่งหน้าไปยังคอนโดของมารินคอนโดมารินเมื่อรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะข้าง"ที่พี่พาเธอมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าให้เธอมาอยู่ที่นี่หรอกนะ แต่พี่จะมาช่วยขนของเธอกลับไปบ้านของเรา ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ากันเถอะ""ค่ะ" ว่าจบทั้งสองก็พากันขึ้นคอนโดไปเมื่อเข้ามาในคอนโดพาริชก็จัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆของมารินใส่กระเป๋า โดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโม
พาริชวางคนตัวเล็กให้ยืนใต้ฝักบัว เขาเปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบฝักบัวมาอาบน้ำให้เธอ จากนั้นจึงกดสบู่เหลวใส่ฝ่ามือมาชะโลมไปทั่วร่างกายขาวเนียน ฝ่ามือหนาถูเนินเนื้อนูนที่บวมและซอกขาเบาๆ จากนั้นจึงยกฝักบัวราดน้ำลงไปบนผิวนุ่มลื่นเพื่อชำระล้างฟองสบู่เมื่อร่างกายของหญิงสาวสะอาดหมดจดแล้ว จากนั้นเขาจึงหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันร่างอรชรแล้วอุ้มออกจากห้องน้ำไป ชายหนุ่มจัดการสวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างบอบบาง เมื่อเสร็จแล้วเสียงหวานจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มปริ่มใจ"มารินคือคนแรกอีกแล้วใช่ไหมคะที่พี่อาบน้ำให้""ใช่ เธอคือคนแรกที่พี่อาบน้ำให้..." เขาตอบพร้อมยกยิ้มบางๆแววตาอบอุ่นแล้วพูดออกไป"งั้นพี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ""ค่ะ" จากนั้นร่างสูงก็เข้าไปน้ำอาบแล้วออกมาแต่งตัว ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาที่ร่างบางนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยออกไป"ไม่ง่วงเหรอ""ยังไม่ง่วงค่ะ มารินอยากอ่านนิยายก่อน" ใบหน้าใสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันมาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม"อ่านพระเอกธงเขียวหรือธงแดงล่ะ" เรียวปากหยักขยับถามพลางจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ"อ่านพระเอกธงแดงค่ะ""ไหนเธอบอกว่าไม่ชอบพระเอกเลวไง""มารินชอบอ่านนิยายที่พระเอกเลวค
เมื่อใบหน้าหล่อเหลาผละจากสองเต้าอวบอั๋นก็เลื่อนขึ้นไปจูบเรียวปากสีหวาน เขางับและดูดดึงกลีบปากบางบนล่างอย่างละเมียดละไมอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็ก ปลายลิ้นร้อนตวัดต้อนลิ้นเล็กไล้ชิมความหวานอยู่นานนับนาที จากนั้นจึงถอนจูบออกมาให้เธอได้กอบโกยอากาศหายใจจมูกโด่งได้รูปพรมจูบพวงแก้มแล้วซุกไซ้ดอมดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นจากซอกคอขาว ริมฝีปากชื้นแนบไปยังต้นคอระหงแล้วขบเม้มเบาๆอยู่ครู่หนึ่ง พาริชผละออกมาจากซอกคอขาวแล้วไล้เลียบนบ่าเล็ก จากนั้นจึงลากลิ้นลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ ปลายลิ้นร้อนเลียวนรอบสะดือจึงสร้างความสยิวให้หญิงสาวจนจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยแรงและเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นลิ้นร้อนโลมเลียลงมาจนถึงเนินสาว ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปแหวกกลีบเนื้อสีสวยพร้อมกับตวัดขึ้นลงในร่องฉ่ำชื้นอย่างช้าๆไปจนถึงปุ่มกระสันที่อยู่ระหว่างสองกลีบแผล่บ แผล่บ"อื้อ อ๊า" ทันทีที่ลิ้นนุ่มๆแตะลงมายังกลีบดอกไม้ของเธอ ความเสียวกระสันก็แล่นปราดไปทั่วร่าง เสียงหวานครางออกมาด้วยความเสียวซ่านพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม สะโพกมนยกขึ้นสูงแล้วขยับเข้าหาปากหนาที่กำลังกระหวัดลิ้นดูดเลียร่องรักของเ
เมื่อพาริชทำปลาทูฉู่ฉี่กับทอดไข่เจียวเสร็จก็ยกไปวางบนโต๊ะกินข้าวด้านนอก จากนั้นจึงเข้าครัวไปยกข้าวสวยกับน้ำดื่มออกมาวางบนโต๊ะมารินหย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้แล้วมองไปยังอาหารที่เขาทำซึ่งมีกลิ่นหอมมากๆจนทำเอาน้ำลายสอ"หอมจังเลยค่ะพี่พาริช แล้วก็ดูน่ากินด้วยค่ะ" มารินเอ่ยปากชมออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พาริชที่เห็นคนตัวเล็กดูชื่นชอบอาหารที่เขาทำและดูท่าทางของเธอที่อยากกินจึงยกยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นว่าเธอชอบ ก่อนจะพูดออกไป"เดี๋ยวพี่ตักข้าวให้นะ" ว่าจบ พาริชก็ตักข้าวใส่จานให้มารินแล้วตักใส่จานของตัวเอง จากนั้นจึงหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ"เดี๋ยวพี่แกะก้างปลาออกให้นะ" ว่าแล้วเขาก็ตักปลามาใส่ในจานของตัวเอง จากนั้นจึงจัดการแกะก้างปลาออกจนหมด ก่อนจะตักเนื้อปลาไปใส่ในจานของเธอ"ขอบคุณมากนะคะที่แกะก้างปลาออกให้" เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้มตามประสาพลางรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาเอาใจใส่เธอ"พี่กลัวว่าเธอจะกินโดนก้างน่ะก็เลยอยากแกะให้" ยิ้มอ่อนๆ"พี่แกะก้างปลาให้แบบนี้ ทำอย่างกับว่ามารินเป็นเด็กอนุบาลอย่างนั้นแหละค่ะ""สำหรับพี่เธอยังเด็กอยู่เลย พี่รู้สึกเหมือนเธออายุสี่ขวบที่ตอนนั้นเธอทำลูกโป่งลอยไปติดบนก
คอนโดมาริน ตอนเย็นรถหรูของพาริชเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน ก่อนที่มารินจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยรอยยิ้มสดใสขี้เล่น"ขอบคุณนะคะคุณแฟนที่มาส่ง" พาริชที่เห็นความสดใสของคนตัวเล็กก็ระบายยิ้มแล้วเอ่ยออกไป"พี่อยากขึ้นไปบนห้องของคุณแฟนจะได้ไหมครับ" ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยพลางยกยิ้มหยอกเย้า"ได้สิคะ"เมื่อได้ยินเสียงหวานตอบ ใบหน้าหล่อเหลาก็ยกยิ้มด้วยสีหน้าระรื่น จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงจากรถแล้วพากันเข้าไปในคอนโดหมับ!ทันทีที่ประตูห้องปิดลง พาริชก็ไม่รอช้าที่จะคว้าร่างสวยสมส่วนเข้ามาสวมกอดไว้ด้วยความคิดถึง ทั้งที่ในห้องทำงานเขาก็กอดเธอ หอมแก้มเธอจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขารู้สึกว่ายังไม่พอฟอดด"อื้อ ตอนอยู่ในห้องทำงานพี่ทั้งกอดทั้งหอมแก้มมารินตั้งครึ่งวันแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ" มารินพูดแล้วย่นคอหลบจมูกโด่งเป็นสันที่คลอเคลียอยู่ที่แก้มของเธอ ในขณะร่างสูงที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลังก็หอมแก้มเธอทั้งซ้ายทั้งขวา ก่อนน้ำเสียงอ่อนโยนปนกระเส่าของพาริชจะเอ่ยที่ข้างหูของเธอ"ก็พี่คิดถึงเธอมากนี่ ตั้งเกือบปีเลยนะที่พี่ไม่ได้กอดเธอ ไม่ได้หอมแก้มนุ่มๆของเธอ ไม่ได้จูบเธอ แล้วก็...ไม
ด้านมารินหลังจากที่มารินหย่ากับพาริช มาวินที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทก็ชวนมารินให้มาเป็นเลขาของเขา ซึ่งเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่มารินมาทำงานเป็นเลขาของมาวินในระยะเวลาสามเดือนให้หลังมานี้มารินมักจะคิดไปถึงพาริชบ่อยๆ เธอจะนึกถึงตอนที่เขาทำดีกับเธอ ส่วนเรื่องที่เขาเคยทำไม่ดีก่อนหน้านั้นเธอก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เธอจะจดจำแต่สิ่งดีๆที่เขาทำดีต่อเธอเท่านั้นในขณะที่มารินนั่งใจลอยคิดไปถึงคนตัวสูงที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาหกเดือนอยู่นั้น ประตูห้องทำงานของรองประธานหนุ่มก็ถูกเปิดออกมา มาวินที่เห็นเพื่อนสาวนั่งเหม่อลอยจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ"นั่งใจลอยคิดถึงสามีเก่าอยู่เหรอ" "อ เอ่อ เปล่าน่ะ" มารินตื่นจากภวังค์แล้วหันไปตอบกลับร่างสูงของมาวินด้วยสายตาเลิ่กลั่ก"ถ้าคิดถึงก็บอกว่าคิดถึงสิ ไม่ต้องปิดบังฉันหรอก""มารินก็แค่เผลอคิดไปน่ะ" เธอเอ่ยพลางระบายยิ้มบางๆ"แต่ฉันว่าสองสามเดือนมานี้เธอเผลอคิดไปถึงเขาบ่อยนะ ฉันเห็นเธอใจลอยทุกวัน""ใช่ ช่วงนี้มารินมักจะคิดไปถึงเขาบ่อยๆ" เธอยอมรับไปตามความรู้สึกจริง ก่อนมาวินจะเอ่ยขึ้น"งั้นก็ออกไปกินข้าวกันเถอะมาริน" ว่าแล้วร่า
ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ห้องวีไอพี"พี่จะหาทางหย่ากับมารินให้เร็วที่สุด เดียร์รอพี่หน่อยนะ" เมื่อสั่งอาหารเสร็จ พาริชก็หันไปบอกกับนาเดียร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตามุ่งมั่น"เดียร์จะรอค่ะ ว่าแต่...พี่กับภรรยานอนห้องเดียวกันไหมคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอึกอักเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะถาม"พี่จ
แนะนำตัวละครพาริช อายุ28ปี สูง 187 เซนติเมตรมีธุรกิจนำเข้ารถหรูที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ของเขามาริน อายุ22ปี สูง 160 เซนติเมตร.....ตัวอย่าง"คืนนี้ฉันจะนอนกับนาเดียร์""แต่พี่มีภรรยาแล้วนะคะ ไม่ควรไปนอนกับคนอื่น""นาเดียร์ไม่ใช่คนอื่น แต่นาเดียร์คือคนรักของฉัน เธอนั่นแหละที่เป็นคนอื่น""..
ห้องครัวในขณะที่มารินกำลังยืนหั่นผักอยู่นั้น คนตัวสูงก็เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังหมับ"อ๊ะ พี่พาริช!" เธอถึงกับตกใจเป็นอย่างมากจนมีดเกือบบาดมือฟอดดจมูกโด่งสวยฝังไปบนแก้มขาวอมชมพูแล้วเอ่ยออกไป"ทำอะไรอยู่""หั่นผักอยู่ค่ะ พี่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ถ้าเกิดมีดบาดมือมารินแล้วจะทำไง""มีดบ
เมื่อพาริชลงบันไดมาถึงชั้นล่าง มารินที่กำลังจัดเตรียมของกินอยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อหันไปเห็นร่างสูงจึงระบายยิ้มสดใสแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีกระตือรือร้น"มารินเตรียมของกินพร้อมแล้วค่ะ มากินสิคะพี่พาริช" แล้วพาริชก็เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้ากลั้นขำ"คิดยังไงถึงเรียกฉันว่าพี่""ทีแฟนของพี่ยังเรียกพี่ว่าพี่ได้เ





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

