Se connecterวันต่อมา
มารินลืมตาขึ้นมาแล้วหันมองไปด้านข้างจึงเห็นว่าเขายังหลับอยู่ คนตัวเล็กขยับตัวลุกจากที่นอนแล้วก้าวขาลงจากเตียง ทว่าถูกท่อนแขนแกร่งของคนที่เธอคิดว่ายังหลับอยู่เอื้อมมาคว้าเข้าที่แขนของเธอ หมับ "พะ พี่พาริช!" หญิงสาวถึงกับอกสั่นขวัญแขวนเมื่อจู่ๆคนที่คิดว่ายังหลับอยู่มาจับที่แขนของเธอแน่น "นอนก่อนอย่าเพิ่งลุก" เสียงทุ้มเอ่ยพร้อมกับจับร่างเล็กให้นอนหงายแล้วขึ้นคร่อมบนตัวเธอและจับข้อมือเรียวทั้งสองข้างกดลงบนที่นอนหนานุ่มจนทำเอามารินถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พี่พาริช จะ จะทำอะไรคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ดวงตากลมสวยสั่นระริกด้วยความรู้สึกหวั่นวิตกเมื่อต้องมานอนอยู่ในท่านี้ "เธอชอบพูดย้ำไม่ใช่เหรอว่าเป็นภรรยาของฉัน เพราะงั้น...วันนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่ภรรยาของฉันไง" มุมปากหยักกระตุกขึ้นเล็กน้อย "อ เอ่อ" เธอถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน พูดไม่ออกเมื่อเขายกข้ออ้างนั้น "งั้นวันนี้ฉันจะให้เธอทำหน้าที่นั้นก็แล้วกันนะ" พูดจบ ร่างหนาก็โน้มตัวลงไปซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นทั้งสองข้างจนทำเอาหัวใจของหญิงสาวเต้นแรง ใบหน้าหล่อเหลาผละจากซอกคอระหงแล้วเคลื่อนจมูกลงมาคลอเคลียทรวงอกอวบอิ่ม ร่างเล็กขยับตัวดิ้น มันจึงทำให้สองเต้าอวบอิ่มของเธอเด้งขึ้นสัมผัสกับจมูกของเขา ริมฝีปากหนางับสองก้อนนุ่มอย่างหยอกล้อ ในขณะที่มือของเขาจับข้อมือเล็กล็อกไว้บนที่นอน พาริชเลื่อนมือข้างหนึ่งมาจับชายเสื้อของเธอแล้วทำท่าจะถอดออก แต่ทันใดนั้นโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงก็มีเสียงโทรเข้ามา Rrrr! จึงทำให้สิ่งที่เขากำลังจะสานต่อต้องหยุดชะงักลงทันที ในขณะที่แก่นกายซึ่งกำลังแข็งขืนก็ต้องอ่อนตัวลงเช่นกัน ร่างสูงผละจากร่างสวยสมส่วนแล้วเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์เข้ามากดรับสายด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยที่ถูกขัดจังหวะความสุข ก่อนที่ร่างเล็กของมารินจะรีบลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำทันที 'ฮัลโหล' 'พี่พาริชคะ เมื่อคืนเดียร์นอนไม่หลับเลยค่ะเพราะคิดถึงพี่ทั้งคืนเลย' 'เดียร์รอหน่อยนะ อีกสองสามวันพี่จะไปหา' 'พี่เข้ามาหาเดียร์คืนนี้เลยได้ไหมคะ ถ้าสามวันเดียร์รอไม่ไหวหรอกค่ะ' 'พี่ยังไม่รับปากนะเดียร์ เอาเป็นว่าตอนเย็นพี่จะโทรบอกอีกที' 'ก็ได้ค่ะ' 'งั้นแค่นี้นะเดียร์' ว่าจบ นิ้วหนาจึงกดวางสายแล้วก้าวขาลงจากเตียงไปเข้าห้องน้ำก็เป็นจังหวะเดียวที่คนตัวเล็กออกจากห้องน้ำมาพอดี มารินที่เห็นร่างสูงยืนสง่าอยู่หน้าห้องน้ำจึงหลุบตาเม้มริมฝีปากแล้วเบี่ยงตัวหลบทำท่าจะก้าว ทว่าถูกลำแขนหนารั้งร่างเล็กของเธอเข้ามาสวมกอดไว้จนทำเอามารินต้องตื่นตระหนกอีกครั้ง ก่อนเจ้าของเสียงทุ้มจะก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของเธอ "วันนี้เธอรอดตัวไป แต่อย่าคิดนะว่าวันอื่นเธอจะรอด" พูดจบเขาก็ใช้ริมฝีปากงับใบหูของเธออย่างหยอกล้อจนทำเอาขนกายของมารินลุกเกรียวไปทั้งตัว จมูกโด่งได้รูปฝังเข้าที่ซอกคอขาวแล้วสูดดมกลิ่นหอมละมุนจากกายสาว ก่อนจะผละออกย้ายไปฝังลงกับซอกคออีกข้าง มารินใจสั่นสะท้านในขณะที่ชายหนุ่มก็คลอเคลียจูบซอกคอของเธออยู่อย่างนั้น พาริชผละจากซอกคอระหงแล้วก้มลงซุกไซ้สองก้อนนุ่มของเธอ ฝ่ามือหนาข้างหนึ่งผละจากแผ่นหลังเล็กมาบีบเคล้นสองเต้าอวบอัดอย่างมันมืออยู่หลายอึดใจ ก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระและเอ่ยออกมา "นมเธอใหญ่เต็มไม้เต็มมือดีนะ ฉันอยากเห็นของจริงแล้วสิ" ริมฝีปากหนาเอ่ยพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากจ้องหน้าเธอ ก่อนจะเข้าห้องน้ำไป มารินที่ใจเต้นระส่ำระสายพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกเมื่อเขาเข้าห้องน้ำ พลางคิดในใจว่าเธอจะรอดไปสักกี่วันนะ เพราะดูจากท่าทางเขาแล้ว เธอคงจะอยู่รอดปลอดภัยได้อีกไม่นาน คิดแล้วก็เพราะตัวเองแท้ๆที่เมื่อคืนไปกอดเขา มันจึงเป็นการกระตุ้นให้เขาอยากทำแบบนั้นกับเธอ หญิงสาวเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ จากนั้นจึงลงชั้นล่างไปเข้าครัวทำอาหาร ก่อนที่ไม่นานชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำ สวมใส่เสื้อผ้าแล้วลงชั้นล่างไปพาริชกับมารินใช้เวลาอยู่ในร้านคาราโอเกะเป็นเวลาสามชั่วโมง จากนั้นทั้งสองก็พากันออกจากร้านมาจึงเห็นว่าฝนตก พาริชที่เห็นอย่างนั้นจึงหันบอกกับร่างสวยที่ยืนอยู่ข้างตัวเอง"เธอรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวพี่ไปเอาร่มในรถมาให้""ไม่ต้องไปเอาหรอกค่ะ มารินตากฝนไปก็ได้ค่ะ""พี่กลัวเธอไม่สบาย เธอรอพี่ตรงนี้ก่อนนะ""ก็ได้ค่ะ" จากนั้น คนตัวสูงก็สาวเท้าอย่างเร่งรีบไปเอาร่มในรถแล้วมาหาร่างบางที่ยืนอยู่ เขากางร่มแล้วกางไปที่คนตัวเล็กพร้อมกับแขนหนาโอบไหล่บาง ก่อนที่จะพากันไปยังรถหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเปิดประตูรถให้เธอเข้าไปนั่งแล้วปิดประตู ก่อนที่เขาจะเดินกลับมาขึ้นรถฝั่งคนขับแล้วขับมุ่งหน้าไปยังคอนโดของมารินคอนโดมารินเมื่อรถหรูเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน เจ้าของเสียงทุ้มนุ่มก็หันบอกกับคนตัวเล็กที่นั่งอยู่เบาะข้าง"ที่พี่พาเธอมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าให้เธอมาอยู่ที่นี่หรอกนะ แต่พี่จะมาช่วยขนของเธอกลับไปบ้านของเรา ขึ้นไปเก็บเสื้อผ้ากันเถอะ""ค่ะ" ว่าจบทั้งสองก็พากันขึ้นคอนโดไปเมื่อเข้ามาในคอนโดพาริชก็จัดการเก็บเสื้อผ้าและของใช้ต่างๆของมารินใส่กระเป๋า โดยใช้เวลาเกือบสองชั่วโม
พาริชวางคนตัวเล็กให้ยืนใต้ฝักบัว เขาเปิดก๊อกน้ำแล้วหยิบฝักบัวมาอาบน้ำให้เธอ จากนั้นจึงกดสบู่เหลวใส่ฝ่ามือมาชะโลมไปทั่วร่างกายขาวเนียน ฝ่ามือหนาถูเนินเนื้อนูนที่บวมและซอกขาเบาๆ จากนั้นจึงยกฝักบัวราดน้ำลงไปบนผิวนุ่มลื่นเพื่อชำระล้างฟองสบู่เมื่อร่างกายของหญิงสาวสะอาดหมดจดแล้ว จากนั้นเขาจึงหยิบผ้าเช็ดตัวมาพันร่างอรชรแล้วอุ้มออกจากห้องน้ำไป ชายหนุ่มจัดการสวมใส่เสื้อผ้าให้ร่างบอบบาง เมื่อเสร็จแล้วเสียงหวานจึงเอ่ยถามขึ้นด้วยรอยยิ้มปริ่มใจ"มารินคือคนแรกอีกแล้วใช่ไหมคะที่พี่อาบน้ำให้""ใช่ เธอคือคนแรกที่พี่อาบน้ำให้..." เขาตอบพร้อมยกยิ้มบางๆแววตาอบอุ่นแล้วพูดออกไป"งั้นพี่ขอไปอาบน้ำก่อนนะ""ค่ะ" จากนั้นร่างสูงก็เข้าไปน้ำอาบแล้วออกมาแต่งตัว ก่อนจะเดินมาทิ้งตัวนั่งบนโซฟาที่ร่างบางนั่งอยู่ พร้อมกับเอ่ยออกไป"ไม่ง่วงเหรอ""ยังไม่ง่วงค่ะ มารินอยากอ่านนิยายก่อน" ใบหน้าใสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์แล้วหันมาตอบกลับด้วยรอยยิ้ม"อ่านพระเอกธงเขียวหรือธงแดงล่ะ" เรียวปากหยักขยับถามพลางจ้องมองใบหน้าเรียวเล็กพร้อมคลี่ยิ้มบางๆ"อ่านพระเอกธงแดงค่ะ""ไหนเธอบอกว่าไม่ชอบพระเอกเลวไง""มารินชอบอ่านนิยายที่พระเอกเลวค
เมื่อใบหน้าหล่อเหลาผละจากสองเต้าอวบอั๋นก็เลื่อนขึ้นไปจูบเรียวปากสีหวาน เขางับและดูดดึงกลีบปากบางบนล่างอย่างละเมียดละไมอยู่หลายอึดใจ ก่อนจะสอดเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็ก ปลายลิ้นร้อนตวัดต้อนลิ้นเล็กไล้ชิมความหวานอยู่นานนับนาที จากนั้นจึงถอนจูบออกมาให้เธอได้กอบโกยอากาศหายใจจมูกโด่งได้รูปพรมจูบพวงแก้มแล้วซุกไซ้ดอมดมกลิ่นกายอันหอมกรุ่นจากซอกคอขาว ริมฝีปากชื้นแนบไปยังต้นคอระหงแล้วขบเม้มเบาๆอยู่ครู่หนึ่ง พาริชผละออกมาจากซอกคอขาวแล้วไล้เลียบนบ่าเล็ก จากนั้นจึงลากลิ้นลงมาถึงหน้าท้องแบนราบ ปลายลิ้นร้อนเลียวนรอบสะดือจึงสร้างความสยิวให้หญิงสาวจนจังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยแรงและเร็วขึ้นด้วยความตื่นเต้นลิ้นร้อนโลมเลียลงมาจนถึงเนินสาว ปลายลิ้นสอดแทรกเข้าไปแหวกกลีบเนื้อสีสวยพร้อมกับตวัดขึ้นลงในร่องฉ่ำชื้นอย่างช้าๆไปจนถึงปุ่มกระสันที่อยู่ระหว่างสองกลีบแผล่บ แผล่บ"อื้อ อ๊า" ทันทีที่ลิ้นนุ่มๆแตะลงมายังกลีบดอกไม้ของเธอ ความเสียวกระสันก็แล่นปราดไปทั่วร่าง เสียงหวานครางออกมาด้วยความเสียวซ่านพร้อมกับหลับตาพริ้มอย่างเคลิบเคลิ้ม สะโพกมนยกขึ้นสูงแล้วขยับเข้าหาปากหนาที่กำลังกระหวัดลิ้นดูดเลียร่องรักของเ
เมื่อพาริชทำปลาทูฉู่ฉี่กับทอดไข่เจียวเสร็จก็ยกไปวางบนโต๊ะกินข้าวด้านนอก จากนั้นจึงเข้าครัวไปยกข้าวสวยกับน้ำดื่มออกมาวางบนโต๊ะมารินหย่อนสะโพกนั่งบนเก้าอี้แล้วมองไปยังอาหารที่เขาทำซึ่งมีกลิ่นหอมมากๆจนทำเอาน้ำลายสอ"หอมจังเลยค่ะพี่พาริช แล้วก็ดูน่ากินด้วยค่ะ" มารินเอ่ยปากชมออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พาริชที่เห็นคนตัวเล็กดูชื่นชอบอาหารที่เขาทำและดูท่าทางของเธอที่อยากกินจึงยกยิ้มอย่างภูมิใจเมื่อเห็นว่าเธอชอบ ก่อนจะพูดออกไป"เดี๋ยวพี่ตักข้าวให้นะ" ว่าจบ พาริชก็ตักข้าวใส่จานให้มารินแล้วตักใส่จานของตัวเอง จากนั้นจึงหย่อนตัวนั่งลงข้างเธอ"เดี๋ยวพี่แกะก้างปลาออกให้นะ" ว่าแล้วเขาก็ตักปลามาใส่ในจานของตัวเอง จากนั้นจึงจัดการแกะก้างปลาออกจนหมด ก่อนจะตักเนื้อปลาไปใส่ในจานของเธอ"ขอบคุณมากนะคะที่แกะก้างปลาออกให้" เสียงหวานเอ่ยด้วยรอยยิ้มตามประสาพลางรู้สึกซาบซึ้งใจที่เขาเอาใจใส่เธอ"พี่กลัวว่าเธอจะกินโดนก้างน่ะก็เลยอยากแกะให้" ยิ้มอ่อนๆ"พี่แกะก้างปลาให้แบบนี้ ทำอย่างกับว่ามารินเป็นเด็กอนุบาลอย่างนั้นแหละค่ะ""สำหรับพี่เธอยังเด็กอยู่เลย พี่รู้สึกเหมือนเธออายุสี่ขวบที่ตอนนั้นเธอทำลูกโป่งลอยไปติดบนก
คอนโดมาริน ตอนเย็นรถหรูของพาริชเคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโดของมาริน ก่อนที่มารินจะหันบอกกับร่างสูงที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยด้วยรอยยิ้มสดใสขี้เล่น"ขอบคุณนะคะคุณแฟนที่มาส่ง" พาริชที่เห็นความสดใสของคนตัวเล็กก็ระบายยิ้มแล้วเอ่ยออกไป"พี่อยากขึ้นไปบนห้องของคุณแฟนจะได้ไหมครับ" ใบหน้าหล่อเหลาเอ่ยพลางยกยิ้มหยอกเย้า"ได้สิคะ"เมื่อได้ยินเสียงหวานตอบ ใบหน้าหล่อเหลาก็ยกยิ้มด้วยสีหน้าระรื่น จากนั้นทั้งสองจึงพากันลงจากรถแล้วพากันเข้าไปในคอนโดหมับ!ทันทีที่ประตูห้องปิดลง พาริชก็ไม่รอช้าที่จะคว้าร่างสวยสมส่วนเข้ามาสวมกอดไว้ด้วยความคิดถึง ทั้งที่ในห้องทำงานเขาก็กอดเธอ หอมแก้มเธอจนนับครั้งไม่ถ้วน แต่เขารู้สึกว่ายังไม่พอฟอดด"อื้อ ตอนอยู่ในห้องทำงานพี่ทั้งกอดทั้งหอมแก้มมารินตั้งครึ่งวันแล้วยังไม่พออีกเหรอคะ" มารินพูดแล้วย่นคอหลบจมูกโด่งเป็นสันที่คลอเคลียอยู่ที่แก้มของเธอ ในขณะร่างสูงที่สวมกอดเธอจากทางด้านหลังก็หอมแก้มเธอทั้งซ้ายทั้งขวา ก่อนน้ำเสียงอ่อนโยนปนกระเส่าของพาริชจะเอ่ยที่ข้างหูของเธอ"ก็พี่คิดถึงเธอมากนี่ ตั้งเกือบปีเลยนะที่พี่ไม่ได้กอดเธอ ไม่ได้หอมแก้มนุ่มๆของเธอ ไม่ได้จูบเธอ แล้วก็...ไม
ด้านมารินหลังจากที่มารินหย่ากับพาริช มาวินที่เพิ่งได้รับตำแหน่งรองประธานบริษัทก็ชวนมารินให้มาเป็นเลขาของเขา ซึ่งเป็นเวลาหกเดือนแล้วที่มารินมาทำงานเป็นเลขาของมาวินในระยะเวลาสามเดือนให้หลังมานี้มารินมักจะคิดไปถึงพาริชบ่อยๆ เธอจะนึกถึงตอนที่เขาทำดีกับเธอ ส่วนเรื่องที่เขาเคยทำไม่ดีก่อนหน้านั้นเธอก็ไม่ได้เก็บเอามาใส่ใจ เธอจะจดจำแต่สิ่งดีๆที่เขาทำดีต่อเธอเท่านั้นในขณะที่มารินนั่งใจลอยคิดไปถึงคนตัวสูงที่เคยได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในฐานะสามีภรรยาหกเดือนอยู่นั้น ประตูห้องทำงานของรองประธานหนุ่มก็ถูกเปิดออกมา มาวินที่เห็นเพื่อนสาวนั่งเหม่อลอยจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ"นั่งใจลอยคิดถึงสามีเก่าอยู่เหรอ" "อ เอ่อ เปล่าน่ะ" มารินตื่นจากภวังค์แล้วหันไปตอบกลับร่างสูงของมาวินด้วยสายตาเลิ่กลั่ก"ถ้าคิดถึงก็บอกว่าคิดถึงสิ ไม่ต้องปิดบังฉันหรอก""มารินก็แค่เผลอคิดไปน่ะ" เธอเอ่ยพลางระบายยิ้มบางๆ"แต่ฉันว่าสองสามเดือนมานี้เธอเผลอคิดไปถึงเขาบ่อยนะ ฉันเห็นเธอใจลอยทุกวัน""ใช่ ช่วงนี้มารินมักจะคิดไปถึงเขาบ่อยๆ" เธอยอมรับไปตามความรู้สึกจริง ก่อนมาวินจะเอ่ยขึ้น"งั้นก็ออกไปกินข้าวกันเถอะมาริน" ว่าแล้วร่า
ห้องครัวในขณะที่มารินกำลังยืนหั่นผักอยู่นั้น คนตัวสูงก็เดินเข้ามาสวมกอดเธอจากทางด้านหลังหมับ"อ๊ะ พี่พาริช!" เธอถึงกับตกใจเป็นอย่างมากจนมีดเกือบบาดมือฟอดดจมูกโด่งสวยฝังไปบนแก้มขาวอมชมพูแล้วเอ่ยออกไป"ทำอะไรอยู่""หั่นผักอยู่ค่ะ พี่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ถ้าเกิดมีดบาดมือมารินแล้วจะทำไง""มีดบ
เมื่อพาริชลงบันไดมาถึงชั้นล่าง มารินที่กำลังจัดเตรียมของกินอยู่ที่โต๊ะอาหารเมื่อหันไปเห็นร่างสูงจึงระบายยิ้มสดใสแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีกระตือรือร้น"มารินเตรียมของกินพร้อมแล้วค่ะ มากินสิคะพี่พาริช" แล้วพาริชก็เอ่ยถามขึ้นด้วยสีหน้ากลั้นขำ"คิดยังไงถึงเรียกฉันว่าพี่""ทีแฟนของพี่ยังเรียกพี่ว่าพี่ได้เ
บริษัท ตอนเย็นในขณะที่พาริชกำลังจะออกไปจากห้องทำงาน ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเข้ามาจากร่างบอบบางที่อยู่ในชุดเดรสสั้นสีสวยซึ่งเธอก็คือผู้หญิงที่เขาเกลียดที่สุด"มาทำไม!" เขาถามออกไปด้วยน้ำเสียงแข็ง แววตาดุดัน"พี่บอกว่าจะไม่กลับบ้าน มารินก็เลยมาตามไงคะ" เธอเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้อะไรกับสีหน้
ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง ห้องวีไอพี"พี่จะหาทางหย่ากับมารินให้เร็วที่สุด เดียร์รอพี่หน่อยนะ" เมื่อสั่งอาหารเสร็จ พาริชก็หันไปบอกกับนาเดียร์ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตามุ่งมั่น"เดียร์จะรอค่ะ ว่าแต่...พี่กับภรรยานอนห้องเดียวกันไหมคะ" เธอเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงอึกอักเพราะเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะถาม"พี่จ







