แชร์

ภรรยาในอุดมคติ
ภรรยาในอุดมคติ
ผู้แต่ง: ไอส์'ลิต

บทที่ 1

ผู้เขียน: ไอส์'ลิต
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-05 21:28:13

“เจ้าแฝดล่ะคะ”

“หลับไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำกันแล้วค่ะ วันนี้เล่นกันจนเหนื่อยน่าดู ส่วนคุณการันต์งอแงหาแต่คุณค่ะ”

“ตอนนี้การันต์อยู่ไหนคะ”

“เอ่อ...อยู่กับคุณเมฆที่ห้องรับแขกค่ะ” ป้าแม่บ้านวัยกลางคนมีท่าทีแปลกๆ ยามเอ่ยถึงเมฆินทร์ โชติพิสุทธิ์เมธา รองผู้บริหารระดับสูงของเมธากรูปจำกัด

ดารินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะเดินไปยังห้องรับแขกที่ว่าลูกชายคนเล็กของเธออยู่กับสามี... ดารินมีลูกคนแรกตอนอายุสิบแปด ไม่สิ…ลูกสองคนแรกถึงจะถูก เพราะเป็นแฝดชาย แถมยังเป็นการพลาดท้องในวัยเรียนกับลูกชายคนใหญ่คนโตสกุลดังอย่าง โชติพิสุทธิ์เมธา เขาไม่ใช่ใครที่ไหน คู่หมั้นคู่หมายที่พ่อแม่ของเราตั้งใจจะปรองดองกันอยู่แล้ว เพียงแค่ขยับเวลาให้เร็วขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง

สำหรับดารินเหมือนตกนรกทั้งเป็น ชีวิตวัยรุ่นที่ควรจะมีหายไปในชั่วพริบตาเซ็กซ์ไร้ความรักเจือปน มีเพียงความลุ่มหลงขับเคลื่อนหนุ่มสาว ต่างฝ่ายต่างไม่ได้ป้องกัน เพราะเด็กเกินกว่าจะมานั่งคิดถึงผลที่จะตามมา

สองเดือนจากนั้นดารินพบว่าตนเองท้อง กลัวแทบแย่ว่าจะถูกบิดาขับไล่ แต่พอรู้ว่าพ่อของเด็กเป็นใคร เรื่องราวกลับตาลปัตรจากหน้ามือเป็นหลังมือ การใช้ชีวิตคู่กับใครสักคนในช่วงวัยรุ่นไม่ได้ราบรื่นเหมือนละครหลังข่าว มีฐานะแล้วยังไง รวยล้นฟ้าแล้วยังไง สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่ตัวการันตีความสุข

ส่วนเธอน่ะเหรอ เพราะถูกสอนให้เป็นช้างเท้าหลังมาแต่ไหนแต่ไร ชีวิตวนลูบต้องยอม ต้องฟัง ต้องสนับสนุนสามีไม่ว่าจะดีหรือร้ายก็ตาม ดังนั้นหลังจากเรียนจบดารินเลี้ยงลูกอย่างเต็มตัว ร่างกายและวิญญาณถวายแด่ลูกชายทั้งสอง กระทั่งเธอค้นพบว่า พวกเขานั้นไม่ใช่ข้อผิดพลาดในชีวิต หากแต่เป็นของขวัญแสนล้ำค่าที่สวรรค์ส่งมาให้ ฉะนั้นช่วงเวลาเลวร้ายมักผ่านไปได้ เพราะมีลูกเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

กระทั่งเจ้าฝาแฝดอายุได้สี่ขวบ ดารินท้องลูกชายคนที่สาม นั่นก็คือเด็กชายการันต์ ปัจจุบันการันต์อายุสามขวบแล้ว และตอนนี้เจ้าตัวเล็กของเธอกำลังนั่งม้าโยกที่ทำจากท่อนขาแข็งแรงของผู้เป็นสามี

กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยพัดผ่านปลายจมูกโด่ง พอเอี้ยวคอมองก็เห็นภรรยาคนสวยยืนจ้องกันอยู่นานแล้ว

“ไปไหนมา” เสียงเรียบเอ่ยถามพลางอุ้มลูกชายลงจากหน้าขา

ไม่มีคำพูดหวานเหมือนสามีบ้านอื่น มีเพียงสายตาเคลือบแคลงเท่านั้น เป็นเช่นนี้เสมอยามต้องปะหน้ากัน

“สปาค่ะ”

“การันต์ติดเธอ ลูกร้องหาแต่เธอ”

“แล้ว?” คิ้วเข้มขมวดปมกับอาการไม่รู้ร้อนรู้หนาวของภรรยา

“แล้วอะไรน่ะเหรอ เธอก็ยังทิ้งลูกแล้วไปหาความสุขให้ตัวเองได้ลงคอ”

ดารินหัวเราะเมื่อเขาพูดจบ “ลูกมีพี่เลี้ยงนะคะ”

“...”

เกิดความเงียบท่ามกลางสงครามประสาท คนทั้งสองจ้องหน้ากันนิ่งอย่างไม่มีใครยอมใคร

“แม่ฮะ อุ้มหน่อย” เด็กน้อยไม่รู้ประสาเมื่อเห็นมารดายืนอยู่ตรงหน้าก็ไขว่คว้ามือในอากาศเพื่อหวังให้แม่อุ้ม

เมฆินทร์ยืนขึ้นเต็มความสูง เขาอุ้มร่างเล็กป้อมขึ้นมาแนบอก สายตาอบอุ่นมองลูกชายต่างจากสายตาเย็นชาเมื่อครู่ยามมองเมียเป็นไหนๆ

“ให้พ่อคุยกับแม่เขาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวตื่นมาพรุ่งนี้การันต์ค่อยเล่นกับแม่...ป้าแววอยู่ไหมครับ ช่วยพาการันต์เข้านอนที” ประโยคหลังตะโกนเรียกป้าแม่บ้าน ไม่นานนักร่างท้วมก็เดินเข้ามา

“มาค่ะคนเก่งของป้าแวว”

ป้าแววเดินอุ้มเด็กชายมายังคุณผู้หญิงของบ้าน ดารินหอมแก้มลูกหนึ่งฟอด เธอส่งยิ้มอ่อนโยนก่อนที่จะค่อยๆ หุบลงยามเผชิญหน้ากับสามีอีกครั้ง

ร่างสูงราวร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรขยับปลายเท้ามายังภรรยาคนสวย เมฆินทร์ตวัดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจดเท้า

ชุดเดรสเกาะอกรัดรูปสีแดงเลือดหมูเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งเป็นพิเศษ เฮอะ… คิ้วหนาเลิกขึ้น มุมปากหยักไม่หนาไม่บางกระตุกยิ้มกึ่งเย้ยหยัน

“แน่ใจเหรอว่าไปสปา จัดเต็มขนาดนี้”

“ค่ะ ขนาดนี้เท่าที่คุณเห็นนั่นแหละ”

พูดจบก็เดินไปยังโซฟาตัวยาวเนื้อกำมะหยี่ สะโพกกลมกลึงน่าฟาดฝ่ามือลงไปสักทีสองทีนั่งลงอย่างเชื่องช้า

“มีธุระอะไรก็ว่ามาค่ะ เหนื่อย จะขึ้นไปนอน” แผ่นหลังบางเอนพิงพนักโซฟาในท่วงท่าผ่อนคลาย เรียวขางามไขว้กันจนเห็นเนื้อขาอ่อนด้านใน เมฆินทร์มองทุกการเคลื่อนไหวด้วยสายตาลุ่มลึก

ลูกสามคนทำอะไรยายคนนี้ไม่ได้จริงๆ

เขาเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเธอ มือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกงก้นลึก กดสายตาลงต่ำมองลงมาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ดารินรู้ดีว่าคืออะไร

“แค่คุยกับเมียตัวเองต้องมีธุระด้วยหรือไง”

“...”

ท่ามกลางความเงียบได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของกันและกัน เมฆินทร์หมุนตัวหย่อนสะโพกนั่งลงข้างภรรยา จากนั้นออกแรงดึงร่างบางเหวี่ยงเธอขึ้นมาให้นั่งคร่อมบนหน้าตักอย่างง่ายดาย

ได้ยินเสียงผ้าขาดดังแควก คิ้วเรียงเส้นสวยขมวดปมก้มมองชุดเดรสราคาหลายแสนก็เห็นว่ามันขาดร่นขึ้นมาถึงบริเวณเนื้อขาอ่อนจดสะโพกเห็นชั้นในลูกไม้สีดำ

แควก...

และขาดมากยิ่งขึ้นด้วยน้ำมือเพียงข้างเดียวของสามีตัวร้าย

“ทำอะไรของคุณ ตัวนี้ฉันซื้อมาแพงนะ”

“ก็เงินฉันทั้งนั้นไม่ใช่หรือไงที่เอาไปถลุงอยู่ทุกวันน่ะ”

ริมฝีปากสวยเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เกลียด...เกลียดเวลาที่เขายกประโยคนี้ขึ้นมาพูด

ลมหายใจอุ่นรินรดซอกคอหอมกรุ่น ชายหนุ่มตวัดลิ้นชิมเนื้อต้นคอขาว ขบกัดแรงๆ ยามคนตัวบางดิ้นขลุกขลักไปมา ดิ้นจนสัมผัสได้ว่า มีบางอย่างภายใต้กางเกงสแล็กแบรนด์ดังผงาดลำตัวขึ้นมาช้าๆ

“ทุเรศ”

“ด่าตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอกนะ ก็ไอ้คนทุเรศคนนี้ไม่ใช่เหรอที่ทำเธอท้องตั้งสามคน หรือจะเอาคนที่สี่อีกสักคนหาคนช่วยใช้ตังค์” เสียงแหบต่ำกระซิบข้างริมหู ดารินกำหมัดแน่นทั้งโกรธทั้งโมโห ไอ้ผัวเฮงซวย กล้าพูดถึงคนที่สี่ได้อย่างหน้าตาเฉย ก็ใช่สิ คนอุ้มท้องมันคือเธอนี่!

ฝ่ามือหนาร้อนระอุซุกซนสอดแทรกเข้ามาบริเวณเนื้อผ้าที่ถูกกระชากจนขาดวิ่น บีบขยำแก้มก้นจนคุณแม่ลูกสามกัดปากกลั้นเสียงประหลาดในลำคอ

“ขอโทษด้วยละกันหากต้องพูดตัดฝันคุณตอนนี้คนที่สี่คงเป็นไปได้ยาก...เพราะฉันทำหมันแล้ว”

มือร้อนหยุดการบีบเคล้นกะทันหัน ดวงตาสีเข้มมีความไม่พอใจฉายชัดดันภรรยาออกห่างในระยะที่สามารถมองเห็นใบหน้ากันได้ถนัดตา

“หมายความว่าไง อย่ามาพูดจาล้อเล่นกันแบบนี้ ฉันไม่ชอบ”

“โวยวายทำไม ลูกชายสามคนยังไม่พอใจคุณอีกเหรอ”

“ดาริน...” เสียงเข้มกดดันทั้งมีความโกรธในดวงตาคู่คมอย่างชัดเจน

“จริงหรือเปล่าเรื่องทำหมัน”

“ไม่โกหกคุณหรอกค่ะ ตั้งแต่คลอดการันต์ฉันก็บอกหมอว่าขอทำหมันเลย”

“เวรเอ๊ย เธอทำงี้ได้ไงวะ”

“ก็ไม่อะไร แค่ไม่อยากมี”

เมฆินทร์หัวเราะเสียงต่ำ ใช้สายตาหยามเหยียดจ้องใบหน้าสวย “ทำมาเป็นรังเกียจทั้งๆ ที่อุ้มท้องลูกฉันตั้งสามคน หรือว่ามีแผนอยากจะไปจากฉันจนตัวสั่น”

“คุณเมฆ” รอยยิ้มหวานปรากฏเหนือมุมปาก เธอจ้องตาเขาและพูดต่อไปว่า “ถึงมีลูก ฉันก็ไปจากคุณได้อยู่ดี”

“อ๋อเหรอ ปากดีจังคนสวย ลืมไปแล้วหรือเปล่าธุรกิจของพ่อเธออยู่มั่นคงยันทุกวันนี้ได้เพราะใคร ก็ผัวอย่างฉันไม่ใช่หรือไงที่ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือตลอดน่ะ ทำอะไรหัดคิดให้มันเยอะๆ บ้าง ไม่ใช่เอาแต่แต่งตัวสวยแต่ทำตัวโง่ไร้สมองไปวันๆ”

“นี่! มากเกินไปนะ”

“เฮอะ แล้วฉันพูดผิดตรงไหนมีกินมีใช้ทุกวันนี้ไม่ใช่เพราะผัวหรือไง”

ดารินทนฟังวาจาร้ายกาจไม่ได้อีกต่อไป มันเป็นหน้าที่ผัวอย่างเขาไม่ใช่หรือไงเลี้ยงดูลูกและภรรยา เป็นเสาหลักของครอบครัวแล้วไหนเลยถึงชอบพูดจาทวงบุญคุณกันทุกครั้ง

เธอขยับตัวลุกขึ้นจากหน้าตักแกร่งใช้มือผลักหน้าอกสามีอย่างแรงจนเขาเอนไหวไปด้านหลัง

“ฉันเกลียดคุณ!”

“เออ! ก็ไม่ต่างกันหรอกว่ะ ไสหัวไปไหนก็ไปเลยไป ฉันเองก็ไม่ได้พิศวาสเธอสักเท่าไรหรอก”

มือบางกำเข้าหากันแน่น เผลอจิกเล็บเข้าเนื้อจนเป็นรอยแดง ทว่าความเจ็บแสบที่ได้รับเทียบไม่ได้กับวาจาร้ายกาจของชายตรงหน้าเลยสักนิด เป็นแบบนี้ทุกครั้งเวลาเราทะเลาะกัน เขามักผลักไสไล่ส่งกันเสมอ ทำเหมือนเธอไม่มีค่า ทำเหมือนเธอไม่มีความรู้สึก

ทำเหมือนว่าเธอไม่ใช่แม่ของลูก...แต่เป็นเพียงผู้หญิงหน้าเงินคนหนึ่งเท่านั้น

เมื่อไรความสัมพันธ์เฮงซวยนี้มันจะจบลงเสียที...

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 164

    “ท้องงั้นเหรอ?”คิ้วเข้มขมวด บอกไม่ถูกว่าควรต้องรู้สึกอย่างไรดี แต่เมื่อคนในอ้อมแขนร้องไห้ไม่หยุด เขาก็รีบดึงสติตัวเองแล้วปลอบประโลมคนดีในอ้อมแขน“ไม่เป็นไร ท้องก็ท้องสิ ไม่เห็นเป็นไรเลย”“แต่เราก็ป้องกันไม่ใช่เหรอ คุณใส่ถุงตลอด แล้วฉันท้องได้ยังไง”เมฆินทร์ขบริมฝีปากเบาๆ พยายามนึกถึงบทรักที่ผ่านมาว

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 163

    ส่วน เด็กๆ ล้อมเธออยู่คนละด้าน ภูเบศวร์กำลังหั่นแครอทด้วยมีดเด็กสีส้ม ดวงตาเปล่งประกายอย่างภาคภูมิใจ ในขณะที่ภูมินทร์คอยหยิบของกินป้อนน้องชายตัวน้อยที่นั่งกระดิกขาอยู่บนเก้าอี้สูงภูเบศวร์เอ่ยถาม “แม่ อันนี้ใส่ก่อนหรือใส่ทีหลังครับ”“แครอทใส่ทีหลังค่ะ ว้าวหั่นสวยเชียวนะ” เด็กชายยิ้มกริ่มเมื่อได้รับค

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 162

    เขากวาดสายตามองอีกฝ่ายอย่างเงียบงัน ชายผู้เคยดำรงตำแหน่งนักการเมือง ตอนนี้เหลือเพียงเงาของอดีต ที่แทบไม่หลงเหลือเค้าโครงเดิมให้จดจำอีกต่อไปชัชวาลยืนกรานจะขอพบลูกสาว แต่เมฆินทร์กลับไม่อาจทำตามคำขอนั้นได้ ไม่ใช่ว่าเขาต้องการจะกีดกันความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูก แต่เพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า สิ่งที่ชายชราต้

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 161

    เสียงร้องไห้ของญานิน ญาดา ดังชนิดที่ว่าได้ยินไปสามบ้านแปดบ้าน เพราะเมื่อคืนเผลอหลับตั้งแต่หัวค่ำ พอตื่นเช้ามาไม่เห็นใบหน้าของแม่อย่างที่ควรจะเป็นก็ทำเอาน้ำตาเม็ดโตๆ ไหลอาบแก้มเมฆินทร์หันมองภรรยาคนสวยที่ยังคงหลับตาพริ้มไม่ได้ยินเสียงร้องดังกล่าว เมื่อคืนเขาเล่นเธอไว้หนักมากจึงไม่แปลกใจหากอีกฝ่ายจะมี

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 160

    พยายามตะเกียกตะกายหนี แต่ก็ถูกฝ่ามือใหญ่กระชากสะโพกเธอเข้าหาตัว“จะหนีไปไหน หืม... กลับมารับโทษให้หมดซะก่อน”“ถ้าจะลงโทษ ฉันก็ต้องได้รับรู้ความผิดของตัวเองก่อนสิ”เมฆินทร์หัวเราะร่า ก่อนจะตอบไปว่า“ความผิดของเธอก็คือการทำให้ฉันคลั่งรักจนเกินไป”“นั่นนับว่าเป็นความผิดด้วยเหรอ” ดารินถามกลับพลางพลิกตัว

  • ภรรยาในอุดมคติ   บทที่ 159

    บางครั้งเราก็นั่งพูดคุยกันว่า ญานิน ญาดาได้จมูกมาจากพ่อ และได้แววตาของแม่มาเป๊ะๆ ทว่าเรื่องนิสัยของข้าใครอย่าแตะ ติดแม่ยิ่งกว่าอะไรทั้งปวง น่าจะถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่ออย่างไม่มีตกหล่นก็เอาเถอะ ปีนี้ไม่ได้ไปฮันนีมูนก็ไม่เป็นไร เขาไม่ใช่คนใจร้อน เพราะงั้นรอให้เด็กๆ โตขึ้นอีกหน่อย ค่อยหนีไปสวีตกับเมียส

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status