“ผี... ขยี้หัว... น่ากลัวนะ”
คำกระซิบแหบพร่าที่เจือไปด้วยความนัยลามกจกเปรตนั้น ทำให้อัญภัทรชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะประมวลผลได้ว่า ‘ผีขยี้หัว’ ของเขามันหมายถึงอวัยวะส่วนไหนนะ..ใช่ส่วนที่หัวมันแดง ๆ และชอบขยี้!...หรือเปล่า
“ไอ้... ไอ้คนลามก!”
หญิงสาวหน้าแดงเรื่อจนร้อนไปถึงใบหู เมื่อลองผวนคำกลับไปกลับมา ก่อนรวบรวมแรงทั้งหมดผลักแผงอกกว้างของพ่อเลี้ยงหมอกครามออกเต็มแรง แล้วรีบขยับถอยไปตั้งหลักให้ห่างจากร่างใหญ่ นั่งเท้าเอวมองหน้าเขาด้วยสายตาขวาง ๆ
“ทะลึ่ง! ในสมองคุณมีแต่เรื่องใต้สะดือหรือไงคะ! นี่ฉันกำลังกลัวอยู่นะ มาหลอกผีบ้าบออะไรตอนนี้!” เมื่อคนตรงหน้าดูไม่น่าเคารพ เริ่มแรกใช้แทนตัวเองว่าหนูเพราะเขาผู้ใหญ่กว่า ตอนนี้ก็ใช้คุณกับฉันเพื่อแสดงจุดยืนว่าพวกเราห่างเหินกัน!
หมอกครามหัวเราะหึ ๆ ในลำคอ ไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงผลักอันน้อยนิดนั่นเลยสักนิด เขายกมือขึ้นกอดอก พิงเสาเรือนด้วยท่าทางสบาย ๆ
“ผมก็แค่เตือน... ไม่ได้คิดลามกสักหน่อย คุณนั่นแหละคิดไปเองร้อนตัวไปเองหรือเปล่าคุณอัญญา?”
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย! กลับไปได้แล้วค่ะ ฉันจะกินข้าว!” เธอออกปากไล่อีกรอบ จะให้ทวนคำว่าผีขยี้หัวก็ดูจะน่าอายเกินไป เธอไม่หลงกลเขาหรอกนะ
แต่ทว่า... ยังไม่ทันที่พ่อเลี้ยงหนุ่มจะได้ขยับตัว เสียงลมพัดกรรโชกแรงจากภายนอกก็ดังหวีดหวิวขึ้นมาอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันตั้งตัว ต้นไม้ใหญ่รอบบ้านพักเสียดสีกันดังเอี๊ยดอ๊าดราวกับเสียงเปรตขอส่วนบุญ
ปัง!
หน้าต่างไม้บานเก่าที่เปิดอ้าไว้ถูกแรงลมตีเข้ากับวงกบอย่างจังจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
“ว้าย!” อัญภัทรสะดุ้งสุดตัว ยกมือปิดหู
พรึ่บ!
และวินาทีต่อมา หลอดไฟนีออนเพียงดวงเดียวกลางห้องก็กะพริบสองสามครั้ง ก่อนจะดับวูบลง ทิ้งให้ทั้งห้องจมอยู่ในความมืดมิดทันที!
“กรี๊ดดด! ไฟดับ!”
ความมืดที่เข้าปกคลุมอย่างกะทันหันทำให้อัญภัทรสติแตก ความกลัวที่ถูกพ่อเลี้ยงบิลต์มาเมื่อครู่ระเบิดออกมาทันที เธอไม่สนแล้วว่าเขาจะเป็นคนลามกหรือคนปากหมา สัญชาตญาณสั่งให้เธอกระโจนเข้าหา ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวที่มีชีวิตอยู่ในห้องนี้
หมับ!
ร่างบางพุ่งเข้ากอดเอวสอบของพ่อเลี้ยงหมอกครามแน่น ใบหน้าหวานซุกเข้าหาแผงอกแกร่งอย่างต้องการหาเกาะกำบัง ร่างอรชรสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ
หมอกครามเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่อยู่ ๆ โดนจู่โจม แต่พอตั้งสติได้ มือหนาก็เผลอยกขึ้นโอบไหล่บางไว้โดยอัตโนมัติ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเส้นผมของเธอทำเอาเขาเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอด
“ใจเย็น ๆ คุณ... แค่ไฟดับ” เขาบอกเสียงทุ้ม พยายามข่มใจไม่ให้เต้นแรงไปกับสัมผัสนุ่มนิ่มที่เบียดเสียดเข้ามา
“ตะ... แต่มันน่ากลัว! ทำไมลมแรงขนาดนี้คะ นี่มันเดือนเมษานะ ทำไมมีพายุฝน!” อัญภัทรโวยวายเสียงอู้อี้อยู่กับอกเขา คล้ายกับยังไม่เชื่อนั่นคือเรื่องดินฟ้าอากาศ แล้วคนที่กลัวทุกอย่างที่มองไม่เห็นและสัตว์เลื้อยคลานทำให้สมองจินตนาการไปไกล สองขาพยายามหดขึ้นไปนั่งบนตักคนตัวใหญ่ ราวกับเท้าแตะพื้นแล้วผีจะดึงเท้าเธอร่วงใต้ถุนบ้าน
“ไม่เคยได้ยินหรือไง... ‘พายุฤดูร้อน’ น่ะ”
หมอกครามตอบพลางลูบหัวเธอเบา ๆ เหมือนปลอบเด็กแม้ใจจริงอยากลูบหัวที่นุ่มฟูบนหน้าอกก็ตา
‘เดี๋ยวไก่ตื่น...ใจเย็นไอ้เสือ’ นั่นคือคำปลอบโยนในใจของเขากับไอ้ลูกชายที่มันพยายามโงหัวขึ้นมา
“อากาศร้อนจัด ๆ เจอความชื้น มันก็ตูมตามแบบนี้แหละ... ปกติของที่นี่”
“ฮือ... ปกติบ้านคุณน่ะสิ บ้านฉันไม่เห็นจะมี!” ใช่ก่อนจะฝนตกต้องเตือนด้วยฟ้าร้องหรือฟ้าผ่ามาก่อนสิ นี่ลมมาก่อน น่ากลัวชะมัด แล้วตอนฝนตกไฟดับทุกทีเลยหรือไง
“ชู่... เงียบก่อน!!!”
จู่ ๆ หมอกครามก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น มือหนาปิดปากเธอไว้แน่น ร่างกายของเขาเกร็งเขม็งขึ้นมาทันที แต่หูของเขาได้ยินบางอย่างเคลื่อนไหว
“อะ... อื้อ! (อะไรคะ)” อัญภัทรพยายามถาม
“ฟัง...” เขากระซิบเสียงเครียด
ท่ามกลางเสียงลมพัดและเสียงฝนที่เริ่มโปรยปรายกระทบหลังคาที่ส่วนหนึ่งเป็นสังกะสี ส่วนกลางบ้านเป็นกระเบื้องยังมีเสียงฝีเท้าหนัก ๆ วิ่งตึกตัก ๆ เข้ามาใกล้ตัวบ้าน และหยุดลงที่ใต้ถุนบ้านที่พื้นไม้กระดานมันมีร่อง ห่าง ๆ พอให้เห็นเงาใครบางคน และไม่ใช่คนเดียวจนต้องหยุดฟัง
“แฮ่ก... แฮ่ก... พี่ทิด... ตรงนี้แหละ... มืดดี ไม่มีใครเห็นหรอก” เสียงผู้หญิงกระซิบกระซาบดังลอดผ่านช่องลมเข้ามา
อัญภัทรตาเบิกโพลงในความมืด ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ‘ผี! ผีแน่ ๆ! เสียงผู้หญิงด้วย!’ เธอขยับลุกขึ้นยืนแล้วอีกคนก็ยืนตามเธอเมื่อสายตาสอดส่ายหาทางวิ่งคิดว่าจะวิ่งไม่คิดชีวิตเลยล่ะ แต่ความคิดของเธอยังช้ากว่าคนข้าง ๆ
เธอเตรียมจะกรีดร้อง แต่หมอกครามรู้ทัน ก้มลงกระซิบชิดใบหู
“ไม่ใช่ผี...คนงานในไร่...สงสัยแอบอู้งานแล้วมา ‘จู๋จี๋’ กัน”
ไร่ของหมอกครามมีทั้งคนงานทำงานกลางวันและกลางคืน กลางคืนต้องมีเดินตรวจกันขโมยมาลักผลผลิต ยิ่งช่วงนี้ข้าวโพดกับมันสำปะหลังกำลังออกผลผลิตดี และพื้นที่ของเขามีเป็นพันไร่ ต้องตรวจตราให้ถ้วนทั่ว เพราะมีเรื่องแบบนี้บ่อยครั้ง
“อูยยย... อีล่า... ขาวจั๊วะเลยว่ะ... ขอพี่จับหน่อยนะ...” เสียงเข้ม ๆ ของผู้ชายตอบกลับมา ตามมาด้วยเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเพียะเบา ๆ และเสียงหัวเราะคิกคัก คล้ายกับมีบางสิ่งกระทบอะไรที่นุ่ม ๆ เด้ง ๆ อย่างก้น
อัญภัทรหน้าร้อนวูบ... นี่มันไม่ใช่แค่จู๋จี๋แล้ว นี่มัน... หนังสด!
เธอพยายามจะขยับตัวหนีจากสถานการณ์ชวนกระอักกระอ่วนนี้ แต่หมอกครามกลับรั้งเอวเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้ขยับไปไหน แถมยังดันตัวเธอให้ถอยไปพิงกำแพงมุมห้อง โดยมีเขาใช้ร่างกายบังเธอไว้ และบังคับให้ฟังไปด้วยกัน ราวกับว่าพวกเราคือพวกโรคจิต!
“อื้อ... พี่ทิด... ใจเย็น ๆ สิ... อ๊ะ... ตรงนั้น... เสียว...” เสียงครางกระเส่าดังชัดระดับ HD ทะลุผนังไม้บาง ๆ เข้ามาทำให้อัญภัทรกำมือแน่นจิกเกร็งปลายเท้า
บรรยากาศในห้องมืดพลันเปลี่ยนจากความน่ากลัวเป็นความ ‘ร้อนรุ่ม’ จนแทบจะจุดไฟติด
อัญภัทรยืนตัวแข็งทื่อ ลมหายใจติดขัด เธอรับรู้ได้ถึงลมหายใจร้อนจัดของพ่อเลี้ยงที่เป่ารดต้นคอ และ... บางอย่างที่ ‘แข็งขึง’ ดันอยู่ที่หน้าท้องน้อยของเธอผ่านเนื้อผ้าบาง ๆ
หมอกครามก้มลงมา ใบหน้าคมคายซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น เขาเองก็ทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เสียงกระตุ้นจากข้างนอกบวกกับความนุ่มนิ่มในอ้อมกอด มันปลุกสัญชาตญาณดิบของเขาให้ตื่นเพริด
“ได้ยินไหมคุณ...” เขากระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู ขบเม้มติ่งหูเธอเบา ๆ จนอัญภัทรสะท้านเฮือก
“เสียงแบบนี้... สงสัยข้างนอกเขากำลัง ‘ขยี้’ กันมันน่าดู... คุณอยากลองดูบ้างไหมล่ะ... หืม?”
เสียงหอบหายใจกระเส่าดังลอดผ่านร่องกระดานเข้ามาต่อเนื่อง จนสองร่างที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดในห้องคนงานร้างขยับตัวแนบชิดกัน
“อื้อ... พี่ทิด... เบา ๆ สิ เดี๋ยวคนได้ยิน”
“ใครจะได้ยิน... บ้านร้าง ไฟก็ดับ... มีแต่ผีเท่านั้นแหละที่เห็น” “งั้นก็... เอาแรง ๆ เลยพี่... หนูเสียว...งัดขึ้นมาให้ชนด้านในเลย...มันถึงใจดี” สิ้นเสียงทิดก็จัดให้ไม่ยั้งจนเกิดเสียงลามกปนเสียงฉ่ำชื้นดังขึ้นเรื่อย ๆ เสื้อผ้าของทั้งคู่ไปกองอยู่ที่พื้น ตอนนี้เสียงด้านนอก นอกจากเสียงฝนก็ยังมีเสียงเนื้อกระทบกัน
ตับ... ตับ... ตับ...
ในห้องมืด อัญภัทรตัวแข็งทื่อ ลมหายใจสะดุดกึก ใบหน้าร้อนผ่าวเหมือนโดนนาบด้วยไฟ เธอรับรู้ได้ถึงแผงอกแกร่งที่สะท้อนขึ้นลงแรงขึ้นที่ด้านหลัง
หมอกครามก้มลงมากระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนจัดเป่ารดต้นคอเธอ “ได้ยินไหม... ผีที่นี่เขาดุนะ... ดุเดือดซะด้วย”
“คะ... คุณ... ปล่อย...” เสียงกระซิบแผ่วจนแทบจะออกมาแต่เสียงลม ทว่าเธอกลับได้ยินชัดเจนทั้งพยายามขืนตัวออกจากการกอดรัดของเขา เพราะคิดว่าคนหื่นคงไม่ปล่อยให้เธอรอดแน่ ๆ
“ชู่... อย่าเสียงดัง” มือหนาเลื่อนมาโอบเอวคอดกิ่ว รั้งร่างนุ่มนิ่มให้แนบชิดกับส่วนล่างที่แข็งขึงของเขา ทั้งบดและยั่วให้อีกคนเร่าร้อนขึ้น
ร่างบางชะงักเหยียดตัวตรง แต่นั่นกลับเป็นใจให้คนข้างกายของเธอแนบชิดเข้ามา แต่เจ้ากรรมเธออาบน้ำตั้งแต่ก่อนฟ้ามืดและไม่ได้ใส่ชุดชั้นในเลยด้วยซ้ำจนต้องกัดริมฝีปากล่างระบายความเสียวซ่านที่แล่นเข้ามา
“เดี๋ยวเขาตกใจ... หมดสนุกกันพอดี”
“คุณหมอก...” เสียงเธอสั่นพร่าทั้งพยายามไม่ให้ตัวเองครางเสียงน่าอายออกไป เพราะตัวตนที่ขยับแนบเข้ามามันทำให้เธอสั่นและเสียววูบในช่องท้อง
ร่างของเธอตอนนี้ยืนหันหน้าเข้าหาเขาเพราะคนบ้าใช้แรงหมุนกลับมา ดวงตาของเขาที่เธอพอมองเห็นเลือนรางสะท้อนในความมืด แต่เธอกลับเห็นประกายบางอย่างในดวงตา กับความรู้สึกอันน่าหวาดเสียวที่กำลังแล่นเข้ามาจู่โจมที่หัวใจของเธอ
“ว่าไง... อยากลอง ‘ขยี้’ บ้างไหมล่ะคุณอัญชัน... บรรยากาศกำลังดี”