คำเชิญชวนอันตรายหลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก พร้อมกับใบหน้าคมคายที่โน้มลงมาจนชิด ปลายจมูกโด่งเป็นสันไล้ไปตามพวงแก้มร้อนผ่าวของหญิงสาว สูดดมความหอมละมุนอย่างเอาแต่ใจ
“อะ... อื้อ...” อัญภัทรปฏิเสธไม่ออก สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ร่างกายทรยศต่อเจ้าของด้วยการยืนนิ่งยอมรับสัมผัสนั้น
เสียงฝนที่ตกกระหน่ำด้านนอกดูเหมือนจะเบาลงไปถนัดตา เมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวแรงแข่งกับเสียงฟ้าผ่าภายนอก
ริมฝีปากร้อนจัดของหมอกครามประทับลงบนซอกคอขาวเนียน ขบเม้มเบา ๆ สลับกับดูดดึงสร้างรอยตีตราความเป็นเจ้าของ มือหนาที่โอบเอวคอดกิ่วเริ่มไม่อยู่นิ่ง เลื่อนไล้ขึ้นมาตามแนวสันหลัง ผ่านเนื้อผ้าบางเบาที่ตอนนี้เริ่มชื้นเหงื่อ
“ตัวสั่นขนาดนี้... หนาว... หรือเสียว?” เขากระซิบถามเสียงพร่า นัยน์ตามองคนตรงหน้าคล้ายกับว่านี่เป็นครั้งแรกที่ใกล้ชิดผู้ชายงั้นเหรอ?
‘ไม่น่าใช่คนแรกหรอก...เธอดูไม่ใช่คนอ่อนประสบการณ์’ ความสงสัยระคนใคร่อยากรู้และควรต้องลอง ทำให้เขาเอ่ยปากถามออกไป แต่คำตอบที่ได้ทำเอาคนตัวใหญ่ลอบยิ้มในความมืด
“มะ... ไม่รู้...” อัญภัทรตอบเสียงสั่น มือไม้เกะกะไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน สุดท้ายก็เผลอยกขึ้นมาเกาะบ่ากว้างของเขาไว้เพื่อพยุงตัวไม่ให้ทรุด แต่อีกคนกลับแอ่นท่อนล่างบดเบียดกึ่งกลางไปด้วย มันทำให้อารมณ์กระหายอยากบางอย่างของอัญภัทรลุกโชน
และนั่น... เปิดโอกาสให้หมอกครามรุกหนักขึ้น
มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนขึ้นมาจากเอว สอดเข้าไปใต้ชายเสื้อยืดตัวโคร่งที่เธอใส่นอน ปลายนิ้วหยาบกร้านแบบคนทำงานหนักสัมผัสเข้ากับหน้าท้องแบนราบที่เกร็งเครียดลูบไล้วนเวียนแกล้งให้เธอสะดุ้งเล่น ก่อนจะค่อย ๆ ไต่ระดับสูงขึ้น... สูงขึ้นอีก...และอีกนิด
จนกระทั่งสัมผัสกับความนุ่มหยุ่นที่ ไร้ปราการด่านหน้าใด ๆ คอยปกป้อง ฝ่ามือหยาบของหมอกครามจึงได้สัมผัสกับความจริงอันน่าตื่นตะลึง
“อ๊ะ!” อัญภัทรสะดุ้งเฮือก เผลอแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่ว่าเธอไม่ได้ใส่บราเซียร์และตอนนี้กำลังถูกมือของพ่อเลี้ยงหมอกครามตอกย้ำเข้าอย่างจัง ฝ่ามือร้อนผ่าวกอบกุมความอวบอิ่มนั้นไว้เต็มไม้เต็มมือ บีบเคล้นเบา ๆ อย่างหยอกเย้า ปลายนิ้วสะกิดหยอกล้อกับยอดปทุมที่แข็งขึงสู้มือจนเธอหลุดเสียงครางหวาน
“อื้อ... คุณหมอก... อย่า...อย่าค่ะ”
“อย่าห้าม... ร่างกายคุณมันซื่อสัตย์กว่าปากนะรู้ไหม” เขาพูดชิดริมฝีปากเธอ ก่อนจะประกบจูบลงมาอย่างดูดดื่ม ร้อนแรง และเรียกร้อง ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก เกี่ยวตวัดหยอกล้อจนอัญภัทรหัวหมุนเคว้งท่ามกลางเสียงฝนตกที่แรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงอะไร เว้นแต่เสียงด้านล่างที่คนงานในไร่กำลังทำกิจกรรมเข้าจังหวะอย่างเมามัน
ช่วงล่างที่แนบชิดกันบดเบียดเสียดสีหนักหน่วงขึ้นตามแรงอารมณ์ ความแข็งขึงภายใต้กางเกงเนื้อบางเสียดสีกับหน้าท้องน้อยของเธอทุกจังหวะการเคลื่อนไหว ยิ่งเน้นย้ำให้รู้ว่า ท่อนเนื้อของเขา มันพร้อมรบแค่ไหน
มือของอัญภัทรที่เกาะไหล่เขาอยู่ เริ่มขยับอย่างซุกซนตามสัญชาตญาณ เธอสอดมือเข้าไปขยำกลุ่มผมดกหนาของเขา ระบายความเสียวซ่าน แต่ทว่า... มืออีกข้างที่ล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของตัวเอง กลับกำวัตถุบางอย่างไว้แน่นจนชื้นเหงื่อ หัวใจของเธอเต้นระทึกแทบหลุดจากอกเมื่อคิดถึงหน้าที่ของมัน...
เปรี้ยง!
แสงฟ้าแลบสว่างวาบเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นภาพเงาสะท้อนของคนสองคนที่กำลังนัวเนียกันจนแทบจะหลอมรวมเป็นร่างเดียว
หมอกครามผละริมฝีปากออกเล็กน้อยเพื่อให้คนตัวเล็กกว่ากอบโกยอากาศ หลังหอบหายใจหนักหน่วงเมื่อถูกจู่โจมด้วยจูบอันแสนเร่าร้อน สายตาคมกริบเลื่อนลงมามองมือเล็กที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง จนเรียวคิ้วขมวดแน่นในความมืด
“กำอะไรไว้แน่นเชียว...” เขาถามเสียงแหบพร่า พลางเลื่อนมือลงไปกุมมือเธอในกระเป๋ากางเกง
“ซ่อนอะไรไว้อีก?”
“มะ... ไม่ได้ซ่อน...” อัญภัทรละล่ำละลัก เพราะตัวเองจำได้ว่ามันเผลอติดไปในห้องน้ำด้านล่างที่มันไม่มีที่วาง เลยใส่ในกางเกงนอนเอาไว้ แต่มันกลับดันมาอยู่ในช่วงเวลาที่เธอกำลังอยู่ในอารมณ์ที่แสนล่อแหลมกับเขาเสียอย่างนั้น
“งั้นขอผมดูหน่อย” ไม่รอคำอนุญาตราวกับแจ้งให้ทราบเฉย ๆ หมอกครามก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกงขาสั้นของเธอ สัมผัสได้ถึงกล่องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ที่คุ้นมือ
เขาดึงมันออกมา... ท่ามกลางแสงสลัวจากฟ้าแลบแปลบปลาบ
กล่องถุงยางอนามัย ไซส์ 58 mm.
ร่างเล็กกัดริมฝีปากแน่นอย่างเขินอาย เธอยัดใส่กระเป๋าเสื้อไว้ตอนวิ่งหนี แล้วเผลอย้ายมาใส่กระเป๋ากางเกงตอนเปลี่ยนชุดนอนและไม่ได้เอาออก ตอนนี้คล้ายกับมันย้อนมาประจานความร่านของตัวเองชอบกล แต่สาบานได้เธอไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นจริง ๆ นะ
หมอกครามจ้องมองของในมือ แล้วเงยหน้าขึ้นมองอัญภัทรด้วยแววตาพราวระยับ มุมปากยกยิ้มร้ายกาจชนิดที่ทำให้อัญภัทรอยากจะมุดดินหนี
“หึ...” เขาแค่นหัวเราะในลำคอ
“ที่แท้ก็เตรียมพร้อมไว้แล้วนี่เอง... มิน่าล่ะ ถึงได้ใจกล้าไม่ใส่ชั้นในมาอ่อยผม” เขาพูดอย่างเข้าข้างตนเองแบบหน้าด้าน ๆ แม้รู้ว่าตอนนั้นมันเป็นช่วงชุลมุนก็ตาม
“มะ... ไม่ใช่นะ!” อัญภัทรหน้าแดงก่ำจนแทบระเบิด “ฉัน... ฉันแค่เก็บได้! ฉันจะเอามาคืนคุณต่างหาก!”
“คืนตอนนี้?” หมอกครามเลิกคิ้ว “คืนตอนไฟดับ... คืนตอนพายุเข้า... แถมคืนในสภาพที่ พร้อมใช้ขนาดนี้เนี่ยนะ?”
เขาขยับตัวเข้ามาแนบชิดอีกครั้ง ดันเข่าแกร่งแทรกกลางระหว่างขาเรียวของเธอแยกออก บดเบียดจุดอ่อนไหวให้เสียดสีกันทั้งกดจุดที่ย้ำเน้น ๆ จนอัญภัทรขาอ่อนยวบ
“ในเมื่อคุณอุตส่าห์เตรียมมาคืน... ผมก็ควรจะทดลองใช้ให้ดูต่อหน้าเจ้าของสิครับ...บางทีไซส์นี้คุณอาจจะไม่เคยเห็นก็เป็นได้” เขาพูดอย่างโอ้อวดและสุดแสนภูมิใจความยิ่งใหญ่ของพ่อเลี้ยงหมอกคราม ทั้งเลื่องชื่อด้านกามเป็นที่สุด
“มะ... ไม่เอา! คนบ้า!”
“ชู่ว์...” เขากดจูบลงมาที่ซอกคออีกครั้ง มือข้างที่ถือกล่องถุงยางยกขึ้นมาชูตรงหน้าเธอ แล้วใช้นิ้วโป้งลูบไล้กล่องเบา ๆ ราวกับจะยั่วยวน
“อย่าเพิ่งปฏิเสธ... ข้างล่างคุณมันแฉะจนกางเกงผมเปียกไปหมดแล้วนะ ดอกอัญชันของคุณดอกนี้ดูเหมือนจะพร้อมหลั่งน้ำหวานนะ...คุณว่าไหม”
เสียงทุ้มพร่ากระซิบชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนเธอแทบละลาย มือหนาที่กุมกล่องถุงยางไว้ยัดมันกลับลงไปในกระเป๋ากางเกงของเธออย่างลวก ๆ แล้วเคลื่อนมือข้างนั้น... สอดลึก เข้าไปสัมผัสกับความจริง ที่เขาเพิ่งกล่าวหา ว่าดอกอัญชันดอกนี้น้ำหวานกำลังไหลเยิ้มจริงหรือเปล่า
“อ๊ะ! คุณหมอก...พ่อเลี้ยง...อย่านะ!”
เปรี้ยง!!! ครื้น!!!!
เสียงฟ้าร้องสลับกับฟ้าผ่าดังแทรกเมื่อเธอโดนอีกคนจับกลีบดอกอัญชันแยกออก ความมืดไม่เป็นอุปสรรคสำหรับคนที่เชี่ยวชาญด้านจุดซ่อนเร้นของผู้หญิงอย่างหมอกคราม
“อื้อ...ซี๊ด!!!”
อัญภัทรหวีดร้องเสียงหลง เมื่อฝ่ามือร้อนจัดสอดผ่านขอบกางเกงขาสั้นอย่างรุ่มร่ามทั้งส่งมือเข้าไปแตะต้องผิวเนื้อเนียนละเอียดบริเวณโคนขาด้านใน ปลายนิ้วหยาบกร้านปัดผ่านเนินนูนที่เกลี้ยงเกลาไร้เส้นไหมอ่อนนุ่ม
ภายในร่มผ้าของอัญญา No Bra No Panties กับนิ้วที่สอดเข้าไปสัมผัสความอ่อนไหวจากนั้นขยับเข้าไปในซอกหลืบก่อนใบหน้าหล่อเหลายักยิ้มอย่างเสือร้ายที่พร้อมทำลายพรหมจรรย์สาว
“เห็นไหม...” เขายกมุมปากอย่างผู้ชนะ ทั้งที่นิ้วมือยังคงวนเวียนหยอกเย้าอยู่ตรงจุดอันตราย ไม่ยอมถอยห่าง
“ดอกอัญชันดอกนี้... ดูเหมือนจะพร้อมหลั่งน้ำหวานแล้วจริง ๆ ดูนี่สิแฉะแล้ว” เขาขยับปลายนิ้วกลางสอดเข้าลึก ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้แหวกกลีบดอกอัญชันเพื่อเสาะหาเกสรตัวเมียแสนสวยแล้วใช้ปลายนิ้วสัมผัสอย่างแผ่วเบา
“มะ... ไม่ใช่! ปล่อยนะ!”
อัญภัทรดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่านที่แล่นปราดไปทั่วร่าง ขาเรียวสั่นระริกจนยืนแทบไม่อยู่ หมอกครามจึงใช้จังหวะนี้ รวบเอวเธอให้แน่นขึ้น ดันร่างบางให้แผ่นหลังแนบชิดกับผนังไม้เย็นเยียบ แล้วแทรกตัวเข้าหาจนไร้ช่องว่าง
“จะให้ปล่อย... แน่เหรอ?” เขาถามย้ำ สายตาคมกริบมองสบตาเธอฝ่าความมืด แววตาคู่นั้นไม่ได้มีแค่ความปรารถนา... แต่มันมีความหิวกระหายที่ทำให้อัญภัทรรู้สึกเหมือนลูกกวางที่กำลังจะถูกเสือขย้ำ
“ถ้าผมปล่อยตอนนี้... คุณแน่ใจนะว่าคุณจะทนไหวกับความต้องการที่ผมเพิ่งปลุกมันขึ้นมา?”
เขาก้มลงมาจนหน้าผากชนกัน ปลายจมูกคลอเคลียไม่ห่าง ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดกับใบหน้าจนอัญภัทรรู้สึกร้อนลวก
“เลือกเอา... จะให้ผมหยุดแล้วปล่อยคุณไปนอนทรมานคนเดียว... หรือจะให้ผมสานต่อให้มันจบที่คุณสบายตัวพร้อม ๆ กับผม หืม?”